เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 154 ความอึดอัดที่ยากจะอธิบาย....

TXV – 154 ความอึดอัดที่ยากจะอธิบาย....

TXV – 154 ความอึดอัดที่ยากจะอธิบาย....


TXV – 154 ความอึดอัดที่ยากจะอธิบาย....

 

         ทั้งสองคนลงจากรถ BMW รุ่น M6 พวกเขาดูเหมือนเป็นคู่รักกันมากๆจากที่ท่าความสนิทสนมของพวกเขาทั้ง 2 เขา

 

         "คุณคือลูกสาวของอาจารย์หลาง ใช่มั้ย? รถสวยมากเลย "

 

         " แน่นอน...... มีหนุ่มหล่อคนนึงซื้อให้ฉันหน่ะ"

 

         "ได้ข่าวมาว่าแฟนของเธอมีบริษัทเป็นของตัวเองด้วยหนิ !"

 

         "จริงๆก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจอยู่นะ บ้านผมมีลูกสาวที่กำลังทำงานตอนนี้เธอเช่าห้องอยู่ไม่ได้อยู่บ้านเป็นหลักเธอทำงานอีกสัก 10 ปีก็ไม่มีทางที่จะได้ชับรถหรูแบบนี้หรอก"

 

         จะพูดอะไรก็ได้เพราะเธอไม่ได้สนใจอยู่แล้วตอนนี้เธอมีความสุขดีและทุกคนก็มองเธอในแง่ดีกันทั้งนั้นเพราะเธอเป็นคนที่อัธยาศัยดี

 

         ทื่ระเบียงชั้น 5 หลางเฉิงชุนจิบชากุหลาบม่วงแล้วมองไปที่หลางซือเหยาที่อยู่กับเซี่ยเหล่ยที่กำลังเดินออกมาจากรถหรู

 

         หลางซือเหยาเปิดประตูและจอดของขวัญชิ้นใหญ่ที่ได้จากเซี่ยเหล่ยภายในบ้าน...

 

         "อาจารย์ ผมซื้อใบชามาให้คุณ" เซี่ยเหล่ยพูด

 

         หลางเฉิงชุนขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนพูดขึ้นว่า "ใบชาอะไรหล่ะ? ก่อนหน้านี้เวลลาที่คุณซื้อมาผมก็ไม่ได้กินมันเลยนะ ทีหลังไม่ต้องหรอกนะมันสิ้นเปลืองเก็บเงินไว้ใช้ในอนาคตหากต้องอยู่คนเดียวมันลำบากหรือไม่หากแต่งงานมีเลี้ยงลูก มีหลานเลี้ยงหลานเถอะมันก็ต้องใช้เงินเยอะอยู่เหมือนกัน

 

         เซี่ยเหล่ยยิ้มอย่างงุ่มง่ามก่อนหน้านี้เขาเคยกังวลเรื่องแต่งงานหรือเลี้ยงลูกเหมือนกันแต่ตอนนี้เขาไม่ต้องกังวลแล้ว.......

 

         หลางซือเหยาพูดว่า " พ่อ เหล่ยก็เหมือนลูกหลานจะปล่อยให้อยู่คนเดียวได้ไง"

 

         "เอาล่ะ ไม่พูดละ" หลางเฉิงชุนแล้วเขาก็พูดต่อว่า "ซื้อรถแล้วงั้นเหรอ?"

 

         เซี่ยเหล่ยพยักหน้า "ด้วยอาชีพที่ทำอยู่ตอนนี้เราต้องใช้มัน "คำพูดนี้เป็นคำพูดที่หลางซือเหยาสอนให้เขาพูด

 

         "รถคันนั้นมันสวยหรูหราและน่าสนใจมากเท่าไหร่กันหล่ะ?" หลางเฉิงชุน ถาม

 

         เซี่ยเหล่ยกำลังจะบอกราคาแต่หลางซือเหยารีบชิงตอบไปก่อนว่า "151,000"

 

         "ทำไมมันแพงอย่างนั้นหล่ะ?" หลางเฉิงชุนมีท่าทางประหลาดใจมาก

 

         เซี่ยเหล่ยมองไปที่หลางซือเหยาด้วยท่าทางที่ว่าเธอหลอกพ่อของตัวเองงั้นเหรอ

 

         หลางซือเหยายิ้มแล้วพูดว่า "เซี่ยเหล่ยเป็นเจ้าของบริษัทต้องออกไปข้างนอกเพื่อคุยเรื่องธุรกิจต้องเจอคนมากมายมันเป็นเหมือนหน้าตาของบริษัท เมื่อเป็นเช่นนี้มันจึงไม่แพงเลยสำหรับหน้าที่การงานที่ทำอยู่ตอนนี้

 

         "อืม...ดีแล้วแหละที่คิดได้ว่าไม่ได้ซื้ออย่างฟุ่มเฟือย" หลางเฉิงชุนพูดด้วยรอยยิ้ม

 

         หลางซือเหยากล่าวว่า "ฉันจะไปที่ครัวเพื่อเตรียมอาหาร คุยกันไปก่อนนะ"

 

         หลางเฉิงชุนรู้สึกประหลาดใจเมื่อมองไปที่ลูกสาวของเขาเอง ก่อนหน้าที่เซี่ยเหล่ยจะมาอยู่ที่บ้านด้วยเธอเป็นคนที่กินอะไรง่ายๆไม่จำเป็นต้องไปเตรียมอะไรเลย แต่วันนี้เธอจะไปเตรียมอาหารอย่างนั้นเหรอ?

 

         "อาจารย์ เรื่องการประชุบระดับนานาชาติที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง? “เซี่ยเหล่ยจำเรื่องนี้ได้และพูดขึ้นมา

 

         หลางเฉิงชุนพูดว่า "ได้จดทะเบียนให้แล้วแต่ต้องรอประมานสองเดือน เตรียมตัวให้พร้อมหล่ะ"

 

         " ลู่เชิง พูดว่าต้องการที่จะสู้ด้วยเหมือนกัน เขาต้องการให้ผมพาคุณไปจริงๆแล้วอีกอย่างต้องการให้คุณไปแต่คุณคงจะยุ่งมากจนลืมเรื่องนี้ไปด้วยเหมือนกัน" หลางเฉิงชุนกล่าว

 

         เซี่ยเหล่ยพูดว่า "เมื่อถึงเวลาผมก็พร้อมที่จะไปแสดงให้ดูแน่นอนครับ"

 

         หลางเฉิงชุน ได้ยิ้มแล้วพูดว่า "ดีแล้ว" จู่ๆเขาก็มีคิดอะไรได้ขึ้นมาแล้วพูดว่า "เพื่อนของผมบอกที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีดาราหนังเป็นลูกครึ่งจีนอเมริกัน เขาชื่อว่าบรูซลี (Little Dragon Li) เขาเป็นรุ่นที่สามของโรงเรียนดั้งเดิมคือหวิงชุนเพื่อนของผมบอกว่าเขาวางแผนที่จะเข้าร่วมการประชุมนี้ด้วย และมันอาจจะต้องเกิดการเปรียบเทียบเป็นแน่"

 

         "ไม่ใช่ว่าบรูซลี (Little Dragon Li) ตายไปเมื่อ70 ปีที่แล้วงั้นเหรอ? ทำไมยังมีการสืบทอดมาหล่ะ? ผมก็เคยดูหนังของเขานะแต่นั่นเป็นเพียงหนังเท่านั้นไม่ใช่เหรอ? "เซี่ยเหล่ยพูด

 

         "ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจในรายละเอียดเท่าไหร่ เพื่อนก็ไม่ได้เล่ารายละเอียดยิบย่อยอะไรมากนัก" หลางเฉิงชุนตอบ

 

         เซี่ยเหล่ยยิ้มแล้วพูดว่า "บางทีอาจจะไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมดตอนนี้ตัวเขามีชื่อเสียงอย่างมาก อาจารย์ ผมไม่ได้กังวลอะไรแม้แต่น้อยกับตัวเขาแม้ว่าเขาจะขอให้ผมไปสู้ ผมก็จะ............แต่ก็ช่างเหอะเรื่องนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นอยู่แล้ว !"

 

         หลางเฉิงชุนยกชาขึ้นดื่มแล้วพูดว่า "ผมไม่ได้กังวลอะไรหรอก เพราะเป้าหมายของศิลปะการต่อสู้ไม่ใช่การมีชื่อเสียงหรอก "

 

         เซี่ยเหล่ยพยักหน้าแสดงท่าทางเห็นด้วยกับคำพูดเมื่อกี้แล้วพูดว่า" อาจารย์พูดถูกแล้ว"

 

         จู่ๆก็มีเสียงดังขึ้นมาจากครัวเป็นเสียงขอ หลางซือเหยา  ตะโกนมาว่า" เหล่ย มาช่วยหน่อย"

 

         "อาจารย์ ผมจะไปช่วยเธอ"เซี่ยเหล่ยพูดแล้วเดินไปที่ห้องครัว

 

         ในห้องครัวหลางซือเหยาสวมผ้ากันเปื้อนและกำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหารที่หัวของเธอเต็มไปด้วยเหงื่อ เธอต้องการให้เซี่ยเหล่ยมาที่อ่างล้างแล้วพูดว่า "ช่วยฉันล้างพริกไทยหน่อย ฉันต้องการใช้มันในการทำอาหาร"

 

         "อืม" เซี่ยเหล่ยพูดแล้วเดินไปที่อ่างล้าง

 

         ห้องครัวมีขนาดเล็กหลางซือเหยายืนอยู่หน้าเตาแก๊สด้านหลังของเธอมีช่องเล็กน้อยเพื่อให้เดินผ่านได้ เซี่ยเหล่ยพยายามเดินผ่านช่องตรงนั้นและในตอนนั้นเองก็มีน้ำมันกระเด็นมาโดน หลางซือเหยาทำให้เธอสะดุ้งและถอยหลังไปชนกับเซี่ยเหล่ย ทำให้เซี่ยเหล่ยกระเด็นไปติดกำแพงโดยมีหลางซือเหยาทับอยู่แต่ยังไม่ได้ล้มลงไป

 

         ด้านหลังเป็นกำแพงด้านหน้าเป็นก้นของหลางซือเหยา จู่ๆเซี่ยเหล่ยก็ไม่กล้าขยับไปไหน มันเป็นล็อคที่อ่อนนุ่มและสมบูรณ์จนทำให้เซี่ยเหล่ยไม่กล้าขยับแม้แต่นิดเดียวเขารู้สึกร้อนจากภายในความรู้สึกของเขาเหมือนกับว่าโดนไฟฟ้าช็อต พวกเขารีบผลักตัวออกไปกันคนละทางแต่บังเอิญใจตรงกันเลยทำให้พวกเขากระแทกกันอีกครั้ง พวกเขาหน้าแดงทั้งสองคน

 

         พวกเขาพยายามที่จะไปกันคนละทางแต่ก็ยังไม่ได้เพราะทั้งคู่ใจตรงกันขยับไปทางเดียวกันตลอด.......

 

         ยังคงเป็นแบบนั้นอยู่หลายครั้งจนเซี่ยเหล่ยต้องพูดขึ้นว่า "อย่าขยับ

 

         ใบหน้าของหลางซือเหยาในตอนนี้แดงมากแต่เธอก็พูดขึ้นว่า"ฉันจะอยู่เฉยๆ คุณรีบขยับออกไป"

 

         เซี่ยเหล่ยดันตัวออกไปด้านข้างในที่สุดพวกเขาก็แยกตัวออกจากกันได้ เซี่ยเหล่ยถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมา......

 

         หลางซือเหยาก็ถอนหายใจอย่างโลงอกอย่างเงียบๆแต่จริงๆแล้ว หลางซือเหยา ก็แอบมองไปที่เซี่ยเหล่ยด้วยหางตาจากนั้นไม่นานก็มีรอยยิ้มเล็กๆปรากฎขึ้นที่มุมปากของเธอ

 

         แต่ทันใดนั้นในครัวก็ได้มีกลิ่นเหม็นไหม้ขึ้นมาพร้อมควันโขมง

 

         หลางเฉิงชุนที่กำลังดื่มชาอยู่ในห้องรับแขกเห็นควันโขมงไปรอบๆ ก็รีบวิ่งมาดูที่ห้องครัวว่ามีอะไรเกิดขึ้นซึ่งก็เห็นควันเต็มไปหมด เขามองไปที่ลูกสาวของเขากับเซี่ยเหล่ยกำลังวุ่นวายกันอยู่ในครัวแล้วพูดว่า "ทำอะไรกันหน่ะ? ทำลังทอดปลากันอยู่งั้นเหรอ "

 

         ทั้งเซี่ยเหล่ยและหลางซือเหยามองไปที่หลางเฉิงชุนเป็นตาเดียวกัน

 

         หลางเฉิงชุนกลับออกไปหลังจากที่เห็นว่ากำลังทอดปลาอยู่หลางซือเหยายิ้มกลับมาแล้วพูดกับเซี่ยเหล่ยว่า "ถ้าพ่อมาเห็นเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เขาจะต้องทำโทษเราทั้งคู่แน่ๆเลยใช่มั้ย?"

 

         เซี่ยเหล่ยคิดภาพตามแล้วพูดขึ้นว่า "ไม่รู้สิ"

 

         จู่ๆบรรยากาศก็เริ่มแปลกๆพวกเขาทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันเลย เขาทั้งสองคนอยู่ใกล้กันมากแล้วกลับคิดไปว่าหากเมื่อกี้ไม่ได้เกิดควันขึ้นมาซะก่อนจะเป็นยังไงกัน.....

 

         หลางซือเหยาได้ปิดตาแล้วนึกภาพย้อนกลับไปด้วยความตื่นเต้นและคิดในใจว่า "เขาต้องจูบฉันเขาต้องจูบฉัน ...... "

 

         ในขณะเดียวกันนั้นเซี่ยเหล่ยกำลังเตรียมใบผักชีฝรั่งและใบกระเจี๊ยบอยู่เหลือบไปเห็นท่าทางของหลางซือเหยาแล้วพูดขึ้นว่า "คุณเป็นอะไรไปหน่ะ ทำตัวเหมือนแมวเชียว

 

         หลางซือเหยา สะดุ้งขึ้นมาแล้วมองไปที่เซี่ยเหล่ย

 

         จู่ๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขิ้น เซี่ยเหล่ยได้รับโทรศัพท์จากฉิงเสวียง

 

         "ที่บริษัท ได้มีคนพยายามจะเข้ามาขโมยของที่ห้องทำงานอีกแล้ว ฉันกำลังตามเขาอยู่และดูว่าเขาจะไปที่ไหนบางทีเราอาจจะได้อะไรมาก็ได้นะ "เสียงของฉิงเสวียงดังมาจากปลายสาย

 

         เซี่ยเหล่ยตอบว่า "ดีผมจะไปทันทีคุณส่งมาเป็นข้อความก็ได้“เซี่ยเหล่ยหันกลับไปพูดกับหลางซือเหยาและหลางเฉิงชุน ว่า”อาจารย์ หลางซือเหยา  ผมมีเรื่องสำคัญที่จะต้องทำผมขอตัวก่อนนะ"

 

         "อะไรสำคัญ?" ในสายตาของหลางซือเหยาแสดงออกถึงความผิดหวังเพราะเธอคิดว่าจะมีเหตุการณ์โรแมนติคและมีความสุขในคืนนี้แต่ฉิงเสวียงดันโทรมาซะได้.....

 

         เซี่ยเหล่ยพูดว่าเรื่องสอดแนมการค้าของบริษัทแล้วยังพูดต่อว่า "ผมจะต้องรีบไป"

 

         "ต้องการให้ฉันไปด้วยไหม?" หลางซือเหยาพูด

 

         เซี่ยเหล่ยตอบไปว่า "ไม่จำเป็นหรอกเพราะมีฉิงเสวียงช่วยอยู่แล้ว"

 

         หลางซือเหยาพูดย้ำเตือนกับเซี่ยเหล่ยว่า "ระวังตัวด้วยนะ"

 

         เซี่ยเหล่ยพยักหน้าแล้วพูดว่า "อาจารย์ ผมไปก่อนนะ"

 

         หลางเฉิงชุนพูดว่า "อย่าไปทำอะไรที่เกินตัวหล่ะ ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้"

 

         "ผมจะจำไว้..." เซี่ยเหล่ยพูดก่อนออกไป

 

         หลังจากเซี่ยเหล่ยเดินไปแล้ว หลางเฉิงชุนมองไปที่หลางซือเหยาแล้วถามออกไปด้วยรอยยิ้มว่า "ลูกคิดอย่างไรหล่ะ?

 

         "ฉันคิดว่า ...... เรื่องของบริษัท " จู่ๆใบหน้าเธอก็แดงขึ้นเล้กน้อย

 

         "ไม่ต้องเฉไฉ..." หลางเฉิงชุนพูดด้วยรอยยิ้ม" ลูกก็เหมือนกับแม่นั่นแหละ เวลาโกหกพ่อจะดูออก"

 

         "พ่อ...!" หน้าของหลางซือเหยาแดงขึ้นอีก

 

         หลางเฉิงชุนพูดว่า "คนอื่นๆเขาก็พูดกันอย่างเปิดเผยแต่ทำไมลูกไม่ทำให้มันชัดเจนหล่ะ?"

 

         หลางซือเหยาพูดว่า "พ่อ...ฉันก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่จะรู้สึกเหมือนกับผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้ที่ทั้งอายและไม่กล้า มันก็ยากที่จะพูดเรื่องนี้เหมือนกัน......."

 

         "เซี่ยเหล่ยเองก็เป็นผู้ชายขี้อายถ้าเขาไม่พูดหล่ะลูกจะทำยังไง?" หลางเฉิงชุนพูด

 

         "พ่อ...เรื่องนี้ปล่อยให้ฉันจัดการเองหรือพ่อกลัวว่าฉันจะไม่ได้แต่งงาน?" หลางซือเหยาพูด

 

         หลางเฉิงชุนพูดตอบไปว่า "เอาบ่ะ พ่อจะไม่พูดแล้วแต่เซี่ยเหล่ยเป็นเด็กที่มีเสน่ห์และเป็นคนดีเมื่อเป็นแบบนี้ก็มีหลายคนชอบเขาเหมือนกันใช่มั้ย? ถ้าลูกไม่รีบทำอะไรในตอนนี้สุดท้ายลูกอาจจะต้องมาเสียใจนะ "

 

         "พอแล้ว...ฉันไม่ฟังแล้ว!" หลางซือเหยารีบวิ่งเข้าไปในห้องนอนของเธอด้วยความขุ่นเคือง เธอล้มลงนอนบนเตียงแล้วคิดถึงเรื่องเมื่อกี้ที่เกิดในห้องครัว

 

         บนท้องถนนที่มีแสงสลัวในตอนกลางคืน มี BMW M6 จอดอยู่ในความคิดของ เซี่ยเหล่ยก็คิดกลับไปคิดถึงเรื่องในห้องครัว ขาที่สวยงามของหลางซือเหยา ก้นที่โดดเด่นของเธอด้วยท่าทางและบรรยากาศในตอนนั้นทำให้เขาเกือบที่จะ....

 

         จู่ๆก็มีข้อความเข้ามาโทรศัพท์ของเซี่ยเหล่ย

 

         ฉิงเสวียงได้ส่งข้อความมาให้เขาแล้วว่า ‘ฉันจะไปที่ร้านกาแฟคนที่น่าสงสัยกำลังจะไปที่นั่น’

 

         จากนั้นเซี่ยเหล่ยก็เหยียบคันเร่งลงไปที่รถ BMW รุ่น M6 ทำให้มันออกตัวอย่างเร็วมากจนมีเสียงดังเกิดขึ้นบนท้องถนน......

 

         เขารู้ว่าร้านกาแฟนี้อยู่ที่ไหนเขาจำได้ไม่เคยลืมเพราะมันเป็นร้านกาแฟที่เขาเคยเจอพ่อของเขานั่นเอง

 

         ที่ร้านกาแฟ "เป็นเธองั้นเหรอ?” จู่ๆเซี่ยเหล่ยก็คิดว่าเธอคนนั้นคือสือจิงชิว

 

ติดตามตอนต่อไป..........

จบบทที่ TXV – 154 ความอึดอัดที่ยากจะอธิบาย....

คัดลอกลิงก์แล้ว