เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 151 ภัยอันตรายที่มองไม่เห็น !

TXV – 151 ภัยอันตรายที่มองไม่เห็น !

TXV – 151 ภัยอันตรายที่มองไม่เห็น !


TXV – 151 ภัยอันตรายที่มองไม่เห็น !

 

          สามวันต่อมา

 

          ฉิงเสวียงยืนอยู่ที่หน้าบานหน้าต่างในที่ทำงานของเขา ในมือหนึ่งกำลังถือถ้วยชากุหลาบในขณะที่กำลังดื่มด่ำกับทัศนียภาพภายนอกหน้าต่าง ที่จริงไม่ได้เป็นทัศนียภาพแต่มันคืออุตสาหกรรมอาชาสายฟ้า สายตาของเขามองไปลงไปที่ชั้นที่1 ซึ่งเป็นห้องที่ทำงานส่วนตัวของเซี่ยเหล่ย

 

          ห้องทำงานของเซี่ยเหล่ยปิดอยู่ หน้าต่างเป็นกระจกหนาไม่โปร่งใสและยังมีผ้าม่านปกปิดไว้จากภายใน

 

          เมื่อคิดไปถึงเซี่ยเหล่ยมุมปากของฉิงเสวียงก็ค่อยๆยิ้มทีละน้อยแล้วก็คิดในใจว่า "มันเป็นวันที่เหนื่อยสำหรับเขา ผมของเขายาวเรื่อยๆ ฉันต้องการตัดผมให้เขา ไม่รู้ว่ามันดีที่จะพูดออกไปหรือป่าว? "

 

          ในตอนนี้จู่ๆก็มีรถโดยสารสีแดงขับมาจอดตรงประตูหน้า

 

          ในใจของฉิงเสวียง เต้นแรงขึ้นเขาหยิบโทรศัพท์ โทรไปหาเซี่ยเหล่ยแล้วพูดกับเขาว่า "มีคนมาหาคุณ!"

 

          "ใครมา?" เซี่ยเหล่ยพูด

 

          "ใครซักคนของกลุ่มอุตสาหกรรมจีน ฉันจำชื่อไม่ได้" ฉิงเสวียงพูดขณะที่มองไปยังเขาที่กำลังเดินออกจากรถ

 

          "ผมรู้ว่าเป็นใคร" เซี่ยเหล่ยพูดผ่านโทรศัพท์

 

          ฉิงเสวียงพูดด้วยความกังวลใจว่า "ถ้ากลุ่มกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมจีนรู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ พวกเขาจะต้องทำอะไรบางอย่างแน่ นั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย"

 

          "เดี๋ยวผมจัดการเอง" เซี่ยเหล่ยพูดผ่านโทรศัพท์

 

          เซี่ยเหล่ยออกจากห้องทำงานของเขา เขามองเห็นคนของกลุ่ม กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมจีนซึ่งเป็นบุคคลที่คุ้นเคยนั้นก็คือ ‘จู้งเหว่ย’

 

          กลุ่มอุตสาหกรรมจีนทนไม่ไหวจึงส่งเขามาในที่สุด.......

 

          กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมจีนส่งเขามาในเวลานี้ มันคงจะมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรอัจฉริยะของโจเซฟแน่ๆ

 

          จู้งเหว่ยเห็นเซี่ยเหล่ยจากไกลๆเขาจึงพูดทักทายว่า "นั่นคุณ...คุณเซี่ย ผมไม่เจอคุณมานานแล้ว สวัสดี คุณสบายดีใช่ไหม ?"

 

          "สวัสดี จู้งเหว่ย ผมสบายดี คุณไม่ได้เห็นผมมานาน คุณยังคิดว่าเรายังคงเป็นคนรู้จักกันอยู่มั้ยล่ะ ?" เซี่ยเหล่ยพูด

 

 

          มันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไร ด้วยคำพูดนี้ทำให้เขารู้ว่าเซี่ยเหล่ยสบายดี......

 

          "ฮ่าฮ่าฮ่า" จู้งเหว่ยหัวเราะแล้วพูด "ผมรู้ว่าคุณยุ่งมากดังนั้นผมจะใช้เวลาไม่นานเข้าเรื่องเลยแล้วกัน เวลานี้ผมต้องการให้คุณช่วย"

 

          "ไปคุยเรื่องนี้กันข้างในสำนักงานดีกว่า" เซี่ยเหล่ยพูด

 

          จู้งเหว่ยมองไปที่เซี่ยเหล่ยแล้วพูดว่า "ไม่ไปคุยที่ห้องทำงานของคุณงั้นเหรอ ? "

 

          จู่ๆเซี่ยเหล่ยก็ชะงักจากคำพูดนี้ทำให้จู้งเหว่ยรู้ว่าเซี่ยเหล่ยเตรียมตัวไว้แล้วสำหรับการมาของเขา

 

          และยังคิดได้อีกว่าตอนนี้ กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมจีนรู้ว่าเขากำลังสร้างเครื่องจักรอัจฉริยะอยู่

 

          จู้งเหว่ยพูดอีกว่า" มีอะไรแปลกงั้นเหรอ? หรือว่าไม่อยากให้ผมเห็นอะไร? "

 

          เซี่ยเหล่ยรีบตอบว่า "ก็ไม่มีอะไรนิ..." เขาพาจู้งเหว่ยไปที่ห้องทำงานของเขา

 

          เมื่อไปที่ห้องทำงานของเซี่ยเหล่ย จู้งเหว่ยได้เห็นการผลิตเครื่องจักรอัจฉริยะของเซี่ยเหล่ย มันเสร็จไปประมาณ 15%แล้ว ตัวถังมีขนาดใหญ่มาก อย่างไรก็ตาม จู้งเหว่ยเป็นผู้เชี่ยวชาญ ตอนนี้เขาเห็นแล้วว่าเจ้าสิ่งนี้มันคืออะไร

 

          "คุณเซี่ย ผมต้องบอกว่าคุณเป็นคนที่ผมชื่นชมอย่างมากเลยนะ" ใบหน้าจู้งเหว่ยประหลาดใจในความชื่นชม "เราสามารถสร้างมันด้วยกันได้ หมายถึงกลุ่มอุตสาหกรรมจีนกลุ่มหัวกะทิของเราจะช่วยคุณสร้างเจ้าเครื่องนี้ได้ แต่ผมคิดว่าคุณจะต้องทำส่วนนี้ให้เสร็จเสียก่อน "

 

          เซี่ยเหล่ยถาม "พวกคุณรู้ได้อย่างไรว่าผมกำลังผลิตเครื่องจักรอัจฉริยะ?"

 

          จู้งเหว่ย ได้ยิ้มแล้วพูดว่า "พิมพ์เขียวที่คุณนำมาจากเยอรมนีนั้นมันชัดเจนมากว่าเป็นของเครื่องจักรขนาดใหญ่และมีเทคโนโลยีขึ้นสูง เรารู้ว่าคุณได้ส่งมอบสิ่งนี้ให้กับประเทศของเราแล้ว แต่เรายังคาดเดาได้ถูกต้องอีกว่าว่าคุณจะต้องผลิตมันอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามคุณเป็นคนที่มีความสามารถมากนะ"

 

          มันเหมือนว่าจะเป็นการพูดคุยที่ดีซึ่งกันและกันแต่เซี่ยเหล่ยรู้ดีว่า กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมจีน เป็นกลุ่มที่มีทหารหนุนหลัง ในหลายๆความหมายนั่นคือพวกเขายิ่งใหญ่มาในวงการอุตสาหกรรม พวกเขาสามารถทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายได้ อย่างไรก็ตามเขาไม่ต้องการที่จะเปิดเผยเรื่องนี้กับใคร........

 

          "บอกมาเลยดีกว่าว่าคุณต้องการอะไร?" เซี่ยเหล่ยที่พอจะเดาเจตนาของกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมจีนได้คร่าวๆ

 

          "ผมขอถ่ายรูปมันไปได้หรือป่าว?" จู้งเหว่ย พูด"ผู้บริหารมู๋ต้องการที่จะเห็นมันหน่ะ"

 

          เซี่ยเหล่ยยักไหล่แล้วพูดขึ้นว่า "ก็ได้อยู่หรอก"

 

          จู้งเหว่ยได้หยิบกล้องดิจิตอลจากกระเป๋าถือขึ้นมา จากนั้นเริ่มถ่ายในแต่ละมุมเพื่อให้ได้รูปของเครื่องมือเครื่องจักรทุกส่วน รวมไปถึงชิ้นส่วนภายใน วัสดุที่ใช้และกระบวนการต่างๆด้วยเหมือนกัน

 

          จู้งเหว่ย ถ่ายรูปไปหลายสิบรูป

 

          จากนั้นเซี่ยเหล่ยพูดว่า "คุณได้ภาพไปแล้วทีนี้บอกมาว่าเป้าหมายจริงๆของพวกคุณคืออะไร?"

 

          "เราไปคุยเรื่องนี้กันที่สำนักงานของคุณกันดีกว่า" จู้งเหว่ยพูด

 

          "เชิญ" เซี่ยเหล่ยพาจู้งเหว่ยไปยังสำนักงานของเขา

 

          ขณะพาจู้งเหว่ยไปที่สำนักงาน ในใจของเซี่ยเหล่ยเขาคิดเรื่องนี้ตลอดเวลา หนึ่งในเป้าหมายของ จู้งเหว่ยไม่จำเป็นต้องพูดก็รู้อยู่แล้วว่าคืออะไร แต่ปัญหาคือทำไมต้องถ่ายรูปแล้วนำกลับไปให้กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมจีนด้วย...นี่สิที่แปลก

 

          ด้วยพฤติกรรมดังกล่าวนี้จะว่ามาสืบข้อมูลเชิงพาณิชย์ก็ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ แต่ก็ยังตัดประเด็นนี้ออกไปไม่ได้เหมือนกัน

 

          เมื่อหลางซือเหยามาถึงที่สำนักงาน เธอรู้ว่าจู้งเหว่ยมาจึงพูดอย่างสุภาพว่า "สวัสดี คุณจู้ง คุณมีธุระอะไรงั้นเหรอ? คุณมาโดยไม่ได้แจ้งให้ทางเรารู้ก่อนนี่" เธอยังมีรอยยิ้มพูดต่อว่า" ขอที่ให้ฉันด้วยนะแต่เดี๋ยวฉันจะมาพร้อมกับชาของคุณ "

 

          เซี่ยเหล่ยเองไม่มีเลขาส่วนตัวช่วยทำงาน แต่บางทีก็เป็นเธอนี่แหละที่ช่วยทำหน้าที่นี้

 

          จู้งเหว่ยพูดสุภาพว่า "ผมมาคุยธุระหน่ะ ขอบคุณ คุณหลางผมขอรบกวนคุณด้วยนะ"

 

          หลางซือเหยาทำชาอู่หลงมาให้กับจู้งเหว่ยและเดินมาเซิร์ฟยังที่ของเขา

 

          จู้งเหว่ยลุกจากโซฟาและแสดงความขอบคุณด้วยท่าทางของร่างกาย....

 

          หลางซือเหยาพูดด้วยรอยยิ้มว่า "ไม่เป็นไรค่ะ "

 

          จากนั้นจู้งเหว่ยก็เริ่มพูดขึ้นมาว่า "เอ่อ...คุณหลาง ผมต้องการที่จะคุยกับคุณเซี่ยเพียงลำพัง คุณก็รู้ผมเป็นลูกน้อง เบื้องบนสั่งอะไรมาผมก็ต้องทำ หวังว่าคุณจะเข้าใจผมนะ "

 

          "ฉันเข้าใจแล้ว เชิญคุยกันตามสบายนะ" หลางซือเหยาพูดด้วยรอยยิ้มและออกไปจากสำนักงานเพื่อไปยังห้องทำงานของตัวเธอเอง

 

          เซี่ยเหล่ยขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดว่า "นี่คุณจู้ง หลางซือเหยาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผมในหลายๆความหมายคุณไม่ควรทำอย่างนั้นกับเธอ"

 

          จู้งเหว่ย ได้ยิ้มเจื่อนๆแล้วพูดว่า "คุณเซี่ย ผมจำเป็นต้องทำตามหน้าที่ทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายมา นอกจากนี้คุณควรเข้าใจเรื่องนี้มันค่อยข้างที่จำสำคัญมากสำหรับประเทศของเรา มันจะกลายเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของหรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นเรื่องบางเรื่องถ้าเธอไม่รู้จะเป็นการดีสำหรับเธอนะ "

 

          เซี่ยเหล่ยพยักหน้าแล้วพูด "อืม...ที่พูดมาก็มีเหตุผล"

 

          "หากเกิดข้อพิพาทจริง ผมจะพูดอย่างตรงไปตรงมาเลยนะ" จู้งเหว่ยพูด "คุณจะแพ้"

 

          เซี่ยเหล่ยชะงักเล็กน้อยก่อนพูดว่า "จะแพ้งั้นเหรอ? ผมนำทุกสิ่งทุกอย่างจากเยอรมนีไม่ว่าจะเป็นพิมพ์เขียว รูปแบบโครงสร้างและพิมพ์เขียววงจรไฟฟ้ารวมถึงโปรแกรม แต่คุณบอกว่าผมจะแพ้กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมจีน ของคุณได้อย่างไร? "

 

          จู้งเหว่ย ยิ้มอย่างขมขื่น "อย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้ หากเครื่องจักรนี้สร้างได้สำเร็จแล้ว เราจะใช้ทีมที่มีประสิทธิภาพที่สุดของเราพัฒนามันต่อไปอีกขึ้น เพราะจากการที่เราวิเคราะห์อะไรหลายๆอย่างแล้ว ทำซ้ำไปซ้ำมา อย่างไรก็ตามมันมีความผิดพลาดเกิดขึ้นอยู่

 

          "มันเป็นไปไม่ได้" เซี่ยเหล่ยพูด

 

          "เราสรุปเหตุผลของความผิดพลาดกันแล้ว" จู้งเหว่ย พูด

 

          "มันคืออะไร?" เซี่ยเหล่ยพูด

 

          "ส่วนประกอบ" จู้งเหว่ยพูดว่า "เราไม่สามารถใช้กระบวนการต่างๆเพื่อให้ส่วนประกอบที่อยู่ในพิมพ์เขียวทำงานได้ถูกต้องทั้งหมด ด้วยความเบี่ยงเบนของแต่ส่วนประกอบนั้นมีอยู่น้อยมาก ซึ่งหากรวมๆกันแล้วมันจะเป็นส่วนเบี่ยงเบนสะสม และด้วยเหตุผลเหล่านี้มันจึงเป็นข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น"

 

          มาถึงตอนนี้เซี่ยเหล่ยรู้แล้วว่าเป้าหมายที่สองของจู้งเหว่ยคืออะไร กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมจีนมีความคิดที่จะทำใหเครื่องจักรเครื่องนี้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

          "คุณเซี่ย" จู้งเหว่ยยิ้มแล้วพูด "คุณเป็นคนฉลาดคุณน่าจะรู้เป้าหมายของผมแล้วใช่มั้ย?"

 

          ในความจริงเซี่ยเหล่ยรู้อยู่แก่ใจแต่เขาได้ส่ายหน้าและพูดว่า "ไม่รู้หรอก"

 

          "คุณเซี่ย เรามาพูดให้ชัดเจนกันดีกว่า" จู้งเหว่ยพูดต่อว่า "เราต้องการเครื่องจักรอัจฉริยะที่คุณสร้างเสร็จแล้ว เพื่อที่เราสามารถดำเนินการหาความผิดพลาดและความเป็นไปได้ของเครื่องนี้ มันเป็นเรื่องที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อทุกๆคน ผมหวังว่าคุณจะช่วยพวกเรานะ "

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้มแล้วพูดว่า " คุณไม่ต้องอ้อมค้อมหรอก สำหรับเครื่องจักรอัจฉริยะนี้กว่าจะได้มามันเป็นอะไรที่เสี่ยงอย่างมากเหลือเกินตอนที่ทำภารกิจอยู่ในเยอรมัน ผมเกือบจะถูกอาชญากรเยอรมนีฆ่าตาย ผมต้องขโมยทุกอย่างเพื่อจะเอากลับมาให้ยังประเทศของเราได้พัฒนา คุณได้ทุกอย่างที่ผมมีไปแล้ว คุณยังต้องการอะไรอีกงั้นเหรอ "

 

          "ฮ่าฮ่า ...... " จู้งเหว่ย หัวเราะแล้วก็ยิ้ม

 

          เซี่ยเหล่ยมองไปที่ จู้งเหว่ย ในใจก็คิดว่า ‘พับผ่าสิ!! เราไม่ได้เป็นหนี้อะไรเลย แต่มันกลับต้องการสิ่งที่เรามีและสร้างมา ‘

 

          "อืม...อืม" จู้งเหว่ย คิดอยู่ซักพักแล้วโผล่งขึ้นมาว่า "งั้นคุณต้องการเท่าไหร่?"

 

          "คุณต้องการจะซื้อมันงั้นเหรอ?" เซี่ยเหล่ยถาม

 

          "คิดว่าผมเสียเวลาทั้งหมดเพื่อล้อเล่นอย่างนั้นเหรอ" จู้งเหว่ยเร่งเสียงขึ้นมานิดหน่อย

 

          เซี่ยเหล่ยคิดอยู่พักนึงแล้วพูดขึ้นว่า "ก่อนที่จะตั้งราคาได้ผมต้องเวลาซักหน่อย"

 

          "ผมจะรอก็แล้วกัน" จู้งเหว่ย พูด

 

          ในระหว่างนั้นเซี่ยเหล่ยก็คิดถึงเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดที่เขาต้องทำ เขาคิดแล้วคิดอีกทวนไปทวนมา และเขาก็ยังคิดถึงความเป็นไปได้ในอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้นกับเขาทั้งหมด

 

          เมื่อคิดไปแล้วเซี่ยเหล่ยก็พูดขึ้นว่า "ตอนนี้ที่คุณต้องต้องการจะซื้อเครื่องจักรของผม ผมรู้ว่าในตอนนั้นเราจะได้ร่วมงานกัน หลังจากนั้นเมื่อมันสำเร็จคุณก็จะสร้างส่วนประกอบต่างๆและผลิตขึ้นเองในโรงงานหลายๆแห่งของพวกคุณ เมื่อคิดแบบนั้นแล้วสุดท้ายคุณจะไม่ต้องการผมอีกแล้ว ผมพูดถูกใช่มั้ย? "

 

          "เอ่อ...เอ่อ... " จู้งเหว่ยงุ่มง่ามพูดขึ้นว่า "คุณเซี่ย จริงๆแล้ว พวกเราอาจจะค่อนข้างยุ่งจนไม่ได้คิดถึงอารมณ์และความรู้สึกของคุณและผมก็ไม่เคยคิดว่าจะไม่ช่วยเหลือคุณอีก ผมรับรองได้เลยว่าหลังจากนั้นเราจะยังคงร่วมมือร่วมงานกันต่อไปได้"

 

          "ผมไม่ได้ต้องการให้คุณมารับรองอะไรหรอกนะ ผมต้องการความชัดเจน ในตอนนี้ผมจะถามคุณอีกครั้ง ถ้าผมไม่ขายมันหล่ะ? " เซี่ยเหล่ยจ้องไปยัง จู้งเหว่ย

 

          จู้งเหว่ย ยิ้มอย่างขมขื่นแล้วพูด "คุณจะต้องขายมัน ! ผมรู้ว่าคุณเข้าใจในสิ่งที่ผมพูดเมื่อกี้นี้" เขายังพูดว่า "เสนอราคามาได้เลย"

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะเสียงดังแล้วพูดขึ้นมาว่า "จากคำพูดของคุณทำให้ผมโล่งใจในเรื่องการตั้งราคาดังนั้นผมจะขายมันให้คุณในราคา 88 ล้าน !"

 

ติดตามตอนต่อไป............

จบบทที่ TXV – 151 ภัยอันตรายที่มองไม่เห็น !

คัดลอกลิงก์แล้ว