- หน้าแรก
- สัปยุทธ์พิภพเทวะ
- ตอนที่ 134 อี้อวิ๋น VS เถาอวิ๋นเซียว 2
ตอนที่ 134 อี้อวิ๋น VS เถาอวิ๋นเซียว 2
ตอนที่ 134 อี้อวิ๋น VS เถาอวิ๋นเซียว 2
ตอนที่ 134 อี้อวิ๋น VS เถาอวิ๋นเซียว 2
ผู้คนพากันร้องอุทานด้วยความตกใจ ทว่าในเวลานี้อี้อวิ๋นกลับมีจิตใจที่สงบเยือกเย็น
"เก้ากระบี่เทียนเสวียน" เขาได้ดูมาแล้ว!
ตลอดทั้งคืนของเมื่อวาน เขาได้เห็น "เก้ากระบี่เทียนเสวียน" ของหลินซินถงอย่างครบถ้วน เมื่อเทียบกับท่วงท่ากระบี่ของหลินซินถงแล้ว ท่วงท่ากระบี่ของเถาอวิ๋นเซียวไม่คู่ควรแก่การเอ่ยถึงเลยแม้แต่น้อย
แม้ว่าอี้อวิ๋นจะยังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับกระบี่ของหลินซินถงได้ แต่การมองจุดอ่อนในกระบี่ของเถาอวิ๋นเซียวนั้นไม่ใช่ปัญหาเลย
ในชั่วพริบตาที่กระบี่ของเถาอวิ๋นเซียวเกือบจะกรีดถูกลำคอของอี้อวิ๋น ร่างของอี้อวิ๋นก็พลันถอยหลัง หลบกระบี่ปลิดชีพนี้ได้อย่างแม่นยำไม่มีผิดเพี้ยน ในเสี้ยวลมหายใจนั้น ปลายกระบี่ห่างจากลำคอของอี้อวิ๋นไม่ถึงหนึ่งนิ้ว!
"หืม!?"
เถาอวิ๋นเซียวเมื่อเห็นว่ากระบี่แรกของตนถูกอี้อวิ๋นหลบได้ แถมอี้อวิ๋นยังไม่แสดงท่าทีลนลานแม้แต่น้อย ในใจของเถาอวิ๋นเซียวก็ไม่ยอมแพ้ กระบี่ที่สองพุ่งตามมาติดๆ
เขาสมิท่าร่าง "พิรุณโปรยดอกสาลี่" ในวิชาเก้ากระบี่เทียนเสวียน ท่ากระบี่นี้หากฝึกถึงขั้นสูงสุด ในเวลาเพียงหนึ่งลมหายใจจะสามารถแทงออกมาได้นับร้อยกระบี่!
เถาอวิ๋นเซียวไปไม่ถึงระดับนั้น แต่เขาก็สามารถแทงออกมาได้หลายสิบกระบี่ในหนึ่งลมหายใจ เมื่อมองจากระยะไกล กระบี่ของเถาอวิ๋นเซียวร่ายรำจนกลายเป็นผืนหิมะโปรยปราย
เมื่อร่ายรำวิชาเก้ากระบี่เทียนเสวียน จะสามารถป้องกันจนน้ำสาดไม่เข้า ประกายกระบี่รอบกายพร้อมกับปราณกระบี่จะสร้างชั้นป้องกันขึ้นมา ยามนี้เถาอวิ๋นเซียวถือได้ว่าเพิ่งจะเริ่มเข้าสู่ขอบเขตนี้
แต่เมื่อประกายกระบี่ที่หนาแน่นเช่นนี้เข้าปกคลุมอี้อวิ๋น ร่างของอี้อวิ๋นกลับพริ้วไหวเป็นเงาต่อเนื่องกันจนคนมองตามไม่ทัน
ความรู้สึกนี้เหมือนกับ "วิชากลืนช้าง" ที่จางอวี่เสียนเคยสาธิต ผู้คนไม่รู้เลยว่าอี้อวิ๋นเคลื่อนไหวอย่างไร เพียงรู้สึกว่าบนลานประลองนั้นเต็มไปด้วยเงาซ้อนทับกัน!
ประกายกระบี่ เงาร่างพร่าเลือน ผู้คนต่างตาพร่าลาย!
แต่สิ่งที่ไม่มีข้อสงสัยคือ กระบี่ของเถาอวิ๋นเซียวทั้งหมดกลับวาดผ่านความว่างเปล่า!
คนหนึ่งใช้กระบี่จู่โจมหนาแน่นราวกับสายฝน อีกคนหนึ่งมือเปล่าทำเพียงแค่หลบหลีก ฝีมือสูงต่ำเห็นเด่นชัดในทันที!
"อะไรกัน!?"
เถาอวิ๋นเซียวใบหน้าแดงก่ำ เดิมทีเขาก็คาดไว้แล้วว่าอี้อวิ๋นเป็นคู่ต่อสู้ที่รับมือยาก จึงได้อัญเชิญอาวุธบรรพชนออกมาจัดการกับอี้อวิ๋น แต่เขากลับคิดไม่ถึงว่าอี้อวิ๋นจะรับมือยากเกินกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก
ท่ากระบี่ที่เขาเพียรฝึกฝนมาหลายปี ใช้กระบี่ได้ดั่งใจนึก แต่กลับไม่สามารถสะกิดชายเสื้อของอี้อวิ๋นได้เลย!
"อวิ๋นเซียว อย่าได้วู่วาม!"
ในหูของเถาอวิ๋นเซียว มีเสียงส่งผ่านลมปราณจากบิดาของเขา บิดาของเถาอวิ๋นเซียวมองออกว่ายามนี้บุตรชายของตนถูกคู่ต่อสู้อย่างอี้อวิ๋นทำให้จิตใจไม่มั่นคงเสียแล้ว
"ข้าทราบแล้วท่านพ่อ ในเมื่อเขามีพลังฝีมือเช่นนี้ ข้าก็จำต้องใช้พลังของอาวุธบรรพชนแล้ว!"
แม้เถาอวิ๋นเซียวจะหยิ่งยโส แต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะมองไม่ออกถึงพลังของอี้อวิ๋น เขารู้ว่าการต่อสู้ระหว่างอี้อวิ๋นกับเหลียนเฉิงอวี้ อี้อวิ๋นยังซ่อนพลังไว้ไม่ได้ใช้ทั้งหมด แต่เถาอวิ๋นเซียวยังคงมีความมั่นใจที่จะเอาชนะอี้อวิ๋น นั่นเป็นเพราะเขาสามารถขอยืมพลังจากอาวุธบรรพชนได้!
"อวิ๋นเซียว เจ้าคิดดีแล้วหรือ..." บิดาของเถาอวิ๋นเซียวรู้สึกกังวลใจ เห็นได้ชัดว่าการใช้พลังอาวุธบรรพชนนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย
เถาอวิ๋นเซียวไม่ได้ตอบคำถาม เขาชกเข้าที่หน้าอกของตัวเองโดยตรง
"พรวด!"
เถาอวิ๋นเซียวรีดเลือดออกมาหนึ่งคำ พ่นไปบนกระบี่ตัวเมียจนหมดสิ้น
และกระบี่ตัวเมียก็เหมือนจะดูดซับเลือดวัว มันดูดกลืนเลือดที่เถาอวิ๋นเซียวพ่นออกมาจนหมด ชั่วเวลาหนึ่ง กระบี่ตัวเมียก็ยิ่งแดงสดและดูชั่วร้ายพิกลยิ่งขึ้น!
ภาพนี้ทำให้ผู้ชมหลายหมื่นคนในลานประลองถึงกับตะลึงงัน
พวกเขารู้เพียงว่าเผ่าเถามีอาวุธบรรพชน แต่อาวุธบรรพชนคืออะไร มีความสามารถอย่างไร พวกเขาล้วนไม่ทราบเลย
"การเซ่นสังเวยอาวุธบรรพชนด้วยเลือด... อวิ๋นเซียวไม่สนสิ่งใดแล้วจริงๆ"
ผู้อาวุโสใหญ่ขมวดคิ้ว อาวุธบรรพชนของเผ่าเถานั้นออกจะมีความชั่วร้ายแฝงอยู่ หากเพียงแค่ใช้ตามปกติ มันก็เป็นเพียงดาบกระบี่ที่คมกริบเล่มหนึ่ง อานุภาพค่อนข้างจำกัด
หากต้องการให้แสดงอานุภาพสูงสุดของอาวุธบรรพชนเผ่าเถาออกมา จำต้องให้อาวุธบรรพชนดื่มเลือด และการใช้เลือดของผู้ใช้เองเป็นอาหารนั้นจะได้ผลดีที่สุด!
ทว่า การใช้เลือดตนเองเลี้ยงอาวุธบรรพชน สำหรับผู้ใช้นั้นเป็นเรื่องที่บั่นทอนลมปราณและพลังชีวิตเป็นอย่างมาก การที่เถาอวิ๋นเซียวสังเวยเลือดในครั้งนี้ เกรงว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งปีกว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้ และสำหรับเด็กหนุ่มที่ฝึกวรยุทธอย่างเถาอวิ๋นเซียว เวลาครึ่งปีนั้นช่างล้ำค่ายิ่งนัก
ครั้งนี้เถาอวิ๋นเซียวทุ่มสุดตัวแล้ว หากยังไม่สามารถชนะได้ สำหรับเถาอวิ๋นเซียวแล้ว มันจะเป็นการทำลายความมั่นใจอย่างรุนแรง!
"วิ้ง— วิ้ง— วิ้ง—"
หลังจากกระบี่ตัวเมียดื่มเลือดแล้ว ก็ส่งเสียงครวญครางออกมา เสียงครวญครางนี้ดังสนั่นไปทั่วลานประลอง สมาชิกเผ่าเถาต่างพากันมองด้วยความตกตะลึง
พวกเขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่าอาวุธบรรพชนของเผ่าเถาเมื่อดื่มเลือดแล้วจะแสดงภาพเช่นนี้ออกมา
อาวุธบรรพชนที่ดื่มเลือด แม้จะดูชั่วร้ายไปบ้าง แต่อานุภาพของมันนั้นไม่ต้องสงสัย เพียงแค่ดูเสียงครวญครางของอาวุธบรรพชนนั่น ก็พอจะจินตนาการได้แล้ว
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นี้ ในที่สุดอี้อวิ๋นก็เริ่มเคร่งขรึมขึ้น
เดิมทีเขาคิดว่า การเอาชนะเถาอวิ๋นเซียวนั้นไม่ยาก แต่ไม่นึกว่าหลังจากเถาอวิ๋นเซียวสังเวยเลือดให้กระบี่ชั่วร้ายเล่มนั้นแล้ว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ขึ้น
อี้อวิ๋นกระทั่งรู้สึกว่า พลังฟ้าดินรอบกายถูกกระบี่เล่มนี้ดึงดูดไปอย่างเลือนลาง จนกลายเป็นวังวนสีดำขนาดเล็ก
"ท่านอาจารย์ กระบี่เล่มนี้..."
บนนภากาศ หลินซินถงมองดูกระบี่ในมือของเถาอวิ๋นเซียวพลางขมวดคิ้วงาม
"เอ๊ะ แปลกนัก... กระบี่เล่มนี้ของเผ่าเถา แม้ระดับจะต่ำมาก ไม่นับว่าเป็นของล้ำค่าอันใด แต่ว่า... วิธีการตีตรากระบี่เล่มนี้ รวมถึงอักขระมนตราที่สลักอยู่ภายใน ดูไม่เหมือนฝีมือของเผ่ามนุษย์เลย!"
"หากบอกว่าเป็นดินแดนชายขอบของมนุษย์ การที่มีสิ่งของที่ต่างเผ่าตีขึ้นมานั้นก็ไม่แปลก... แต่ว่า... แดนร้างแห่งนี้ เดิมทีเป็นดินแดนของมนุษย์มาโดยตลอด เผ่าอื่นๆ ล้วนอยู่ห่างไกลจากแดนร้างสุดคณานับ เหตุใดจึงมีอาวุธเวทระดับต่ำเช่นนี้ตกหล่นมาถึงแดนร้างได้?"
ตาแก่ซูเองก็ไม่เข้าใจ และในขณะนั้นเอง กลิ่นอายพลังของเถาอวิ๋นเซียวก็เริ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว!
ยามนี้ที่มุมปากของเถาอวิ๋นเซียวมีเลือดติดอยู่ ภายใต้แสงของกระบี่ตัวเมีย ใบหน้าของเขาดูดุร้ายยิ่งนัก
"อี้อวิ๋น รับกระบี่ของข้าไปอีกครั้ง!"
ร่างของเถาอวิ๋นเซียวพุ่งเข้าใส่ ยามนี้เถาอวิ๋นเซียวที่กระตุ้นพลังอาวุธบรรพชนออกมาแล้ว ไม่สามารถนำมาเปรียบกับเมื่อก่อนได้อีกต่อไป!
ความเร็วของกระบี่ตัวเมียนั้นรวดเร็วถึงขีดสุด
"หืม!?"
รูม่านตาของอี้อวิ๋นหดตัวลง เพียงชั่วพริบตา กระบี่ของเถาอวิ๋นเซียวก็มาถึงตรงหน้าเขาแล้ว!
ท่วงท่ากระบี่ของเถาอวิ๋นเซียวอาจจะมีจุดอ่อน แต่คำโบราณว่าไว้ว่ากระบวนท่าที่รวดเร็วนั้นไร้ทางแก้ เมื่อความเร็วของเถาอวิ๋นเซียวถึงขีดสุด ต่อให้เขามีจุดอ่อน อี้อวิ๋นก็ยากที่จะหาประโยชน์จากจุดอ่อนนั้นได้!
เพราะหากวัดกันที่ความเร็ว ยามนี้อี้อวิ๋นกลับไม่เท่าเถาอวิ๋นเซียวเสียแล้ว!
………