- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยการนอนชิลล์ แต่ดันชิงตัวจักรพรรดินีมาเป็นภรรยา
- บทที่ 281: บุกเข้าไป! กระชากหัวพวกอาณาจักรหลิวจินออกมาให้ข้าก่อน!
บทที่ 281: บุกเข้าไป! กระชากหัวพวกอาณาจักรหลิวจินออกมาให้ข้าก่อน!
บทที่ 281: บุกเข้าไป! กระชากหัวพวกอาณาจักรหลิวจินออกมาให้ข้าก่อน!
บทที่ 281: บุกเข้าไป! กระชากหัวพวกอาณาจักรหลิวจินออกมาให้ข้าก่อน!
ผ่านไปราวสิบนาที ฟ่านเหว่ยหมิง ผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์คังเวย และรองผู้บัญชาการก็เร้นกายออกจากห้องหายลับไปในความมืด บนกำแพงรอบด้าน เงาร่างสีดำนับสิบก็ถอนตัวออกไปพร้อมกับกลุ่มของฟ่านเหว่ยหมิงเช่นกัน เหลือเพียงสิบกว่าคนที่มีหน้าที่เฝ้ายามต่อ
กู้ชิงหว่านเอนกายพิงพนักเก้าอี้ เรียวขาคู่สวยขาวเนียนส่ายไปมาเบาๆ อย่างเย้ายวน ในยามนี้นางไม่ได้เปิดดูฎีกาเล่มใด เพียงแต่เอียงคอจ้องมองถ้วยชาในมือ แล้วจู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า:
"ใครเป็นคนชงชาถ้วยนี้? รสชาติไม่เหมือนฝีมือเจ้าเลย"
หัวหน้าขันทีสะดุ้งรีบทูลว่า "ท่านรองผู้บัญชาการเป็นคนชงขอรับ ตอนนั้นกระหม่อมกำลังจัดระเบียบฎีกา..." พูดจบ ขันทีเฒ่าก็รีบคุกเข่าลงทันที เพราะเรื่องปรนนิบัติส่วนพระองค์เช่นนี้ควรเป็นหน้าที่ของเขาเพียงผู้เดียว
อย่างไรก็ตาม กู้ชิงหว่านไม่ได้ตำหนิซ้ำ นางเพียงลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปข้างนอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยพลางเอ่ย:
"ฟังไว้ ข้ามาใช้ชีวิตกับชายหนุ่มของข้า ไม่ใช่กับพวกเจ้า ใครอนุญาตให้เจ้าปล่อยให้สองคนนั้นเข้ามานั่งรอในห้องนี้? ห้องทรงงานของข้า ใครก็นึกจะเข้าก็เข้าได้อย่างนั้นหรือ?!"
ขันทีเฒ่าอึ้งกิมกี่ รีบร้องห่มร้องไห้สารภาพผิด แต่ก็ไม่กล้าส่งเสียงดัง ท่าทางของเขาดูน่าขำขันไม่น้อย
กู้ชิงหว่านไม่ได้หันไปดุต่อ นางผลักประตูออกไป แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ใบหน้าอันงดงามและเยือกเย็นของนาง ทว่าในตอนนี้ ใบหน้าที่ไร้ที่ติกลับซับสีระเรื่อ
'มัน... น่าอายเกินไปแล้ว!!'
อุณหภูมิของชานั้น... ชัดเจนว่าฝั่งห้องนอนเงียบเสียงไปแล้ว รองผู้บัญชาการองครักษ์ถึงได้เริ่มชงชามาถวาย นั่นไม่ได้หมายความว่า... ไอ้คำพูดไร้สาระที่นางโดนลู่หยวนล่อลวงให้พูดเมื่อครู่ กลุ่มคนพวกนี้ได้ยินหมดเลยงั้นหรือ?!
'ทั้งหมดเป็นความผิดของเจ้าเด็กบ้าคนนั้นคนเดียวเลย!!'
'ชอบคะยั้นคะออให้ข้าพูดเรื่องน่าอายอยู่เรื่อย!'
กู้ชิงหว่านคิดไปพลางรีบเดินกลับห้อง เมื่อเข้าไปด้านในนางเห็นลู่หยวนกำลังหลับสนิท นางไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคือง มีเพียงรอยยิ้มค้อนน้อยๆ อย่างเอ็นดู นางถอดรองเท้าและเสื้อผ้าออก ซบศีรษะลงบนแผ่นอกของสามี วาดวงแขนโอบกอดเขาไว้แล้วเข้าสู่ห้วงนิทราตามไป
เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่หยวนบิดขี้เกียจเสียงดังฟอดบนเตียงพลางครางออกมาอย่างสบายอารมณ์
ก่อนที่เขาจะทันได้ลืมตา เสียงหวานใสของกู้ชิงหว่านก็ดังขึ้นข้างหู:
"รีบตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ มาลองทานมื้อเช้าที่พี่หญิงตั้งใจทำไว้ให้ท่านนะ~"
ลู่หยวนลืมตาขึ้นเห็นกู้ชิงหว่านยืนอยู่ข้างโต๊ะอาหารกลางห้อง นางส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่เปี่ยมไปด้วยความรักมาให้ เขาขยี้หัวพลางลุกขึ้นนั่งหาวอีกรอบ กู้ชิงหว่านยกกะละมังน้ำเข้ามาหา
"รีบล้างหน้าล้างตาแล้วมาทานข้าวนะเจ้าคะ~"
ลู่หยวนโบกมือ "ไม่ต้องหรอก เจ้าพักเถอะ ข้าทำเองได้"
แต่กู้ชิงหว่านกลับวางกะละมังลง ซักผ้าขนหนูพลางค้อนใส่สามีด้วยสายตายั่วเย้า "เจ้านายตื่นมาจะไม่ให้มีคนรับใช้ได้อย่างไรกันเจ้าคะ~"
"ทำไมล่ะ? เมื่อวานท่านยังบอกเองว่าท่านเป็นเจ้านาย ตอนนี้จะไม่ยอมรับแล้วหรือ?"
ลู่หยวนนั่งอยู่ขอบเตียง มองแผ่นหลังอันอวบอัดเย้ายวนของภรรยาแล้วยิ้มกริ่ม "ถ้าข้าต้องการคนรับใช้จริงๆ ก็ไม่ควรเป็นเจ้านะ ข้าควรจะไปหาเด็กสาวแรกรุ่นสักสองคนมาปรนนิบัติมากกว่าไหม?"
กู้ชิงหว่านหันกลับมามองพลางหัวเราะเบาๆ "แหม่... หรือว่าพี่หญิงคนเดียวปรนนิบัติไม่ถึงใจท่านหรือเจ้าคะ? ถึงต้องไปหาเด็กสาวมาเพิ่มอีกสองคน ท่านจะไหวหรือ?"
ลู่หยวนเลิกคิ้ว "ทำไมจะไมไหว? อย่าลืมสิ เมื่อก่อนเจ้ากับหลี่เยียนยัง..."
ยังไม่ทันขาดคำ กู้ชิงหว่านก็หน้าแดงซ่านถลึงตาใส่ "พอเลยๆ ท่านเริ่มจะพูดจาไม่เข้าหูอีกแล้ว หลับตาซะ พี่หญิงจะล้างหน้าให้เจ้าค่ะ~!"
สุดท้ายลู่หยวนก็นั่งเป็น "เจ้าพ่อ" อยู่ขอบเตียงให้ภรรยาล้างหน้าและสวมเสื้อผ้าให้จนเสร็จสรรพ ก่อนจะย้ายไปนั่งที่โต๊ะอาหารเหมือนตาแก่ผู้มีอำนาจรอทานข้าว กู้ชิงหว่านมองดูสามีที่นางปรนนิบัติจนเนี้ยบกริบด้วยความภูมิใจ
นางถวิลหาช่วงเวลาแบบนี้มานาน... ตื่นเช้ามาไม่ต้องทำอย่างอื่น เพียงแค่ดูแลสามีให้ตื่นนอน แต่นางไม่ค่อยมีโอกาส เพราะพ่อหนุ่มน้อยของนางขี้เซาเป็นที่สุด ไม่ว่าจะนอนกี่โมงเขาก็มักจะตื่นหลังเก้าโมงสิบโมงเสมอ หากใช้ชีวิตที่บ้านสี่ประสาน นางก็ต้องรีบกลับวังแต่เช้ามืดเพื่อจัดการราชกิจ หากอยู่ในวังนางก็มีประชุมขุนนางจนไม่มีเวลาอยู่ใกล้ชิดเขา
ตอนนี้ กู้ชิงหว่านรู้สึกว่าตัวเองเหมือนภรรยาที่แสนดี จริงๆ
กู้ชิงหว่านยกกะละมังออกไป หัวหน้าขันทีรีบปรี่เข้ามาจะรับช่วงต่อแต่นางไม่ได้ส่งให้ เพียงแต่สั่งสั้นๆ "เจ้านายจะทานข้าวแล้ว เข้าไปปรนนิบัติเสีย"
ขันทีเฒ่าพยักหน้ารัวๆ แล้วรีบเข้าห้องไปสวมบทบาทต่อทันที
หลังมื้ออาหาร ทั้งคู่ย้ายไปอยู่ที่ห้องทรงงาน ที่นี่เทียบไม่ได้เลยกับความโอ่อ่าของตำหนักฉงหัว แค่บัลลังก์มังกรที่นั่นก็ใหญ่เท่าครึ่งหนึ่งของห้องนี้แล้ว แต่มันกลับให้ความรู้สึกที่อบอุ่นกว่าอย่างประหลาด
ลู่หยวนนั่งตำแหน่งประธานที่โต๊ะกวาดสายตาดูรายงานการศึกที่ส่งมาเมื่อเช้า ส่วนกู้ชิงหว่านนั่งลงข้างๆ นางจงใจเลือกม้านั่งที่ตัวเล็กกว่าของลู่หยวน มือหนึ่งนวดขาให้สามี อีกมือหนึ่งถือฎีกาอ่านด้วยสีหน้าจริงจัง มันดูเหมือนคู่รักในโลกเดิมที่ต่างคนต่างทำงานของตัวเองหลังเลิกงานโดยไม่ทิ้งกัน
ส่วนหัวหน้าขันทีเฒ่ายืนนิ่งเป็นรูปปั้นหินอยู่ตรงประตู ลู่หยวนอ่านรายงานไปครู่หนึ่งก็เงยหน้าบอก "พ่อบ้าน เจ้าไม่ต้องยืนเฝ้าหรอก พวกข้าไม่ได้ต้องการคนรับใช้อะไร ออกไปเดินเล่นข้างนอกเถอะ"
ขันทีเฒ่าอึ้งไป "เอ่อ... นายน้อย จะให้ข้าไปซื้อของสดมาเตรียมไว้ไหมขอรับ?"
ลู่หยวนโบกมือ "ไม่ต้อง เดี๋ยวข้าจะพาฮูหยินไปเดินตลาดเอง เจ้าออกไปเที่ยวเถอะ ข้าเห็นคนแก่เล่นหมากรุกกันตรงปากทางชุมชนน่ะ ไปจอยกับเขาซะ ส่วนมื้อกลางวันให้ฮูหยินทำ ข้าชอบรสมือของนางที่สุด"
คำพูดนี้ทำเอาใบหน้าของกู้ชิงหว่านเบิกบานด้วยรอยยิ้มกว้าง นางค้อนให้ลู่หยวนอย่างมีจริต "แล้วนายน้อยอยากทานอะไรล่ะเจ้าคะ~"
ลู่หยวนหันมามองแล้วยิ้ม "ไปถึงตลาดแล้วค่อยว่ากัน" จากนั้นเขาก็หันไปสั่งขันทีเฒ่า "ไปเถอะ แต่อย่าลืมกลับมาทานมื้อเที่ยงที่บ้านล่ะ"
หัวหน้าขันทีซาบซึ้งใจจนตื้นตัน แต่พอได้สติเขาก็คิดอะไรบางอย่างออก วินาทีต่อมาเขาคุกเข่าลงดังปัง ร้องห่มร้องไห้ "นายน้อย ฝ่าบาท... ท่านจะทอดทิ้งกระหม่อมแล้วหรือขอรับ..."
ลู่หยวนมองตาแก่ที่จู่ๆ ก็ดราม่าใส่ "เฮ้ย ตาแก่ คิดไปถึงไหนเนี่ย? ข้าเห็นเจ้าเหนื่อยมาทุกวันเลยอยากให้พักผ่อนบ้าง"
กู้ชิงหว่านส่ายหน้าน้อยๆ "ลุกขึ้นเถอะ ไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอก ต่อให้เจ้าแก่ตัวไป ข้าก็จะไม่ปฏิบัติกับเจ้าเหมือนขันทีทั่วไป ข้าจะจัดหาบ้านในเมืองหลวงให้เจ้า มีคนคอยดูแลส่งสบัดทุกเดือน ไปพักเถอะ ฟังคำสั่งนายน้อยซะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ขันทีเฒ่าถึงได้โล่งอก เขาเช็ดน้ำตาแล้วถอยออกไป
ลู่หยวนเปรยขึ้นหลังจากขันทีลับตา "พี่หญิง เจ้าดูจะถนอมน้ำใจคนรับใช้พวกนี้จังนะ"
"ไม่มีใครใช้ชีวิตได้ง่ายหรอกเจ้าค่ะ" กู้ชิงหว่านตอบ
ลู่หยวนเลิกคิ้วมองรายงานในมือ บางทีเพราะเขามาจากโลกสมัยใหม่ ความคิดเรื่องชนชั้นจึงต่างออกไป ในสายตาภรรยารอง ขันทีอาจเป็นเพียงทาสที่ตายไปก็หาใหม่ได้ แต่สำหรับลู่หยวน ทุกชีวิตมีค่าเท่ากัน
กู้ชิงหว่านจ้องมองสามีแล้วยิ้มกริ่ม "ท่านพี่รู้ไหม? สิ่งที่น้องหญิงชอบที่สุดในตัวท่าน คือการที่ท่านเข้ากับทุกคนได้ดี ไม่ว่าฐานะจะสูงส่งหรือต่ำต้อย ท่านก็เป็นเพื่อนกับเขาได้ น้องหญิงรู้สึกว่าผู้ชายแบบท่านช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน~"
"หือ?" ลู่หยวนงง
"เพราะน้องหญิงทำแบบนั้นไม่ได้ยังไงล่ะเจ้าคะ~"
ลู่หยวนหัวเราะหึๆ "ถ้าเจ้าดันไปซี้ปึ้กกับทุกคนด้วยฐานะของเจ้า อาณาจักรต้าโจวคงพินาศพอดี" เขาขยิบตาให้ภรรยา "อีกอย่าง... เจ้าแค่ดีกับข้าคนเดียวก็พอแล้ว ไม่ต้องไปดีกับคนอื่นหรอก"
กู้ชิงหว่านหัวเราะร่า ค้อนวงใหญ่ใส่สามีแล้วเอานิ้วจิ้มหน้าผากเขา "ก็ได้ๆ~~ พี่หญิงจะไม่ดีกับคนอื่น จะดีกับพ่อหนุ่มน้อยของพี่คนเดียวเลย~"
"ไม่เรียก 'พี่ชายจ๋า' หรือ 'สามีจ๋า' แล้วเหรอ?"
พอโดนทักเรื่องคำพูดน่าอายที่โดนหลอกให้พูดเมื่อคืน ใบหน้าอันงดงามของนางก็แดงก่ำทันที นางถ่มน้ำลายเบาๆ ด้วยความเขิน "พูดจาไม่อายฟ้าดินอีกแล้ว ถ้ายังพูดไร้สาระ พี่หญิงจะลงโทษท่านจริงๆ ด้วย!"
ถึงกู้ชิงหว่านจะเป็นหญิงสาวที่โตกว่าและเจนโลกกว่าซูหลี่เยียน แต่นางก็เป็นสตรีชั้นสูงผู้เป็นถึงจักรพรรดินี ใครจะกล้ามาพูดจาลามกใส่หน้าแบบนี้? แต่เพราะนางรู้ว่าสามีชอบฟังน้ำเสียงแบบนั้นนางถึงยอมทำตาม แต่จะให้ทำตลอดเวลานางก็เขินเป็นเหมือนกัน
นางรีบเปลี่ยนเรื่อง "อ่านรายงานจบหรือยัง? มีความเห็นอย่างไรบ้าง?"
เข้าสู่โหมดจริงจัง ลู่หยวนพยักหน้าจัดระเบียบเอกสารบนโต๊ะ "อ่านจบแล้ว ไม่มีอะไรน่าห่วง เป็นการรุกไล่ตามปกติ ตอนนี้เราไล่ล่าพวกมันหนี การรบแบบกองโจรช่วงแรกยังวัดอะไรไม่ได้มาก จะเริ่มลำบากจริงๆ ก็ตอนที่เราบุกถึงเมืองหลวงของพวกมันนั่นแหละ"
เขาหันมาถามภรรยา "เจ้าอ่านแล้วใช่ไหม?"
"อ่านแล้วเจ้าค่ะ ข้อมูลส่งมาตอนหกโมงเช้า น้องหญิงอ่านจบตอนกำลังเคี่ยวโจ๊กพอดี"
"แล้วเจ้าไม่มีคำสั่งหรือคำชี้แนะอะไรเลยเหรอ?" ลู่หยวนถามอย่างประหลาดใจ
กู้ชิงหว่านยิ้มกว้าง "ไม่ใช่ท่านบอกหรือว่าทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง? ในฐานะจักรพรรดินี หน้าที่ของข้าคือคัดเลือกแม่ทัพที่เก่งที่สุดออกมา หลังจากนั้นก็ปล่อยให้พวกเขาตัดสินใจในสนามรบ มันไม่ใช่เรื่องที่ข้าควรเข้าไปแทรกแซง"
นางขยิบตาให้สามีอย่างซุกซน "น้องหญิงเป็นเด็กดี เชื่อฟังท่านพี่ใช่ไหมล่ะเจ้าคะ~"
ลู่หยวนยิ้มร่า "ดีมาก เชื่อฟังเจ้านายแบบนี้ เดี๋ยวเที่ยงนี้เจ้านายจะมีรางวัลให้ จะลงครัวทำกับข้าวให้เจ้ากินเองกับมือเลย"
วิธีคิดของกู้ชิงหว่านนั้นถูกต้องที่สุด ในโลกนี้สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดคือพวกที่ "ไม่รู้จริงแต่ชอบสั่ง" ลู่หยวนนึกถึงประวัติศาสตร์ราชวงศ์ชิงที่เหล่าจักรพรรดิชอบสั่งการข้ามหัวแม่ทัพจนพ่ายแพ้ยับเยิน โดยเฉพาะในยุคหย่งเจี้ยนที่แม้จะเป็นจักรพรรดิที่ดีแต่กลับชอบจุกจิกเรื่องการทหารจนเสียกระบวนไปหมด
ดังนั้น นิสัย "ปล่อยวางอำนาจให้ผู้เชี่ยวชาญ" ของภรรยานางจึงเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมที่สุด!
ณ ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่
เสียงเครื่องยนต์ดังสนั่นหวั่นไหว กลิ่นน้ำมันเผาไหม้อบอวลไปทั่วชั้นบรรยากาศ ขบวนรถหุ้มเกราะ รถถัง และรถออฟโรดติดตั้งปืนกลหนักกำลังพุ่งทะยานไปข้างหน้า เต็นท์และค่ายพักถูกรื้อถอนอย่างรวดเร็ว
นี่เป็นครั้งที่หกในรอบวันที่กองบัญชาการต้องขยับตามทัพหน้าที่รุกคืบเร็วเกินคาด
ทุกอย่างราบรื่นเกินไป กองทัพของอาณาจักรหลิวจินพังทลายเหมือนภูเขาถล่ม หลังจากการปะทะครั้งแรกระหว่างอาวุธเย็นกับอาวุธหนักที่ทรงพลัง พวกมันก็เสียขวัญหนีกระเจิงไปคนละทิศละทาง
แม้จะอยู่บนทุ่งหญ้าที่กว้างสุดลูกหูลูกตา แต่ม้าก็ไม่มีทางวิ่งหนีรถยนต์พ้น!
ปัญหาเดียวของต้าโจวในตอนนี้คือพื้นที่มันกว้างเกินไป ทำให้พวกมันกระจัดกระจายหลบหนีไปได้ง่าย เหมือนการไล่จับ "หมู" ในทุ่งกว้างที่ต้องใช้เวลา แต่ด้วยรถออฟโรดติดตั้งปืนกลหนัก เพียงสองคันก็ไล่ล่าทหารม้าได้ทั้งกองพัน ชัยชนะจึงขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
ในค่ายบัญชาการ กู้เลี่ยและเหล่านายทหารระดับสูงของกองทัพหมื่นปี (กองพลที่ 39) กำลังล้อมรอบโต๊ะทรายขนาดใหญ่รอบตัวมีทหารกำลังรื้อถอนเต็นท์อย่างเร่งรีบ
"พวก 'หมูขาว' จากอาณาจักรรากษส บังอาจแอบซ่อนคนของหลิวจินไว้หรือ? ข้ากำลังกลัวอยู่พอดีว่าสงครามครั้งนี้จะจบง่ายเกินไปจนไม่มีผลงานไปอวดในราชสำนัก"
กู้เลี่ยจ้องมองแผนที่ด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว "ข้าจำได้ว่าปีก่อนๆ ตอนที่ต้าโจวยังอ่อนแอ พวกหมูขาวนี่แหละที่ยึดดินแดนเราไปไม่น้อย แถมยังยึดทางออกสู่ทะเลในแถบเหลียวเป่ยไปจนป่านนี้ก็ยังไม่คืน"
"ดี! งั้นก็คิดบัญชีแค้นทั้งเก่าและใหม่ไปพร้อมกันเลย"
กู้เลี่ยฟาดป้ายคำสั่งลงบนโต๊ะทรายดังปัง! ตวาดลั่น:
"บุกเข้าไป! ถล่มพวกมันให้ยับ แล้วกระชากหัวพวกอาณาจักรหลิวจินออกมาให้ข้าก่อน!"