เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 143 เพื่อน !

TXV – 143 เพื่อน !

TXV – 143 เพื่อน !


TXV – 143 เพื่อน !

 

         ชายสองคนมีคนหนึ่งอยู่บนฝั่งและคนนึ่งอยู่ในน้ำกำลังมองหน้าซึ่งกันและกัน

 

         ชายสองคนนี้มีความคิดต่างกัน ภายในจิตใต้สำนึกของพวกเขา 2 คนไม่รู้จิตนาการไปไหนถึงไหนแล้ว........

 

         ในขณะนั้นชางเซินเอื้อมมือออกไปเพื่อที่จะจับกับเซี่ยเหล่ย แล้วพูดว่า "ดึงผมขึ้นสิ"

 

         เซี่ยเหล่ยหรี่ตาเล็กน้อยดวงตาของเขาเผยเล่ห์เหลี่ยม ข้างๆกันนั้นมีบันไดและ ชางเซินก็จับมันอยู่ ‘แล้วทำไมเข้าไม่จับบันไดแล้วปีนขึ้นมาเองล่ะ ?’

 

         เซี่ยเหล่ยรีบไปคว้ามือของชางเซินแล้วพูดว่า "คุณชาง ความรู้สึกอึดอัดเมื่อสักครู่นี่ ผมรู้สึกแย่จริงๆ "

 

         ชางเซินได้ยิ้มว่าแล้วพูด "พวกคุณทำพฤติกรรมกับลูกค้าแบบนี้หรอ? ไม่เหมาะเลยจริงๆ "

 

         เซี่ยเหล่ยยิ้มแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรตอบอะไรกลับไป

 

         ขณะนี้หลางซือเหยาและลู่เชิงวิ่งจากห้องโถงออกไปพวกเขามองไปที่ชางเซิน ที่กำลังเปียกปอนไปทั้งตัว.......

 

         ชางเซินมองที่หลางซือเหยา ใบหน้าของเขายิ้มแบบมีเล่ห์นัย " คุณหลาง ผมได้ยินชื่อคุณมาซักพักแล้ว คุณไม่น่ามาเห็นสภาพน่าเวทนาของผมตอนนี้เลย "

 

         "คุณชาง สวัสดีค่ะ ฉันเป็นผู้ช่วยของเซี่ยเหล่ย " หลางซือเหยากล่าว

 

         "ผมรู้ว่าคุณและเขาทำงานร่วมกันอยู่มาซักพักแล้ว" ชางเซินพูดด้วยร้อยยิ้ม "อืม...เราไปที่ห้องนั่งเล่นเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆและเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเกิดเมื่อครู่นี้ "

 

         ชางเซินพูดกับเซี่ยเหล่ยว่า มันไม่ดีสักเท่าไหร่ที่จะคุยกันสองต่อสองกับคุณ ผมควรมีบอดี้การ์ดคุ้มครองตัวผมตลอดเวลา !

 

         จากนั้นเซี่ยเหล่ยเริ่มเล่าเรื่องราวคร่าวๆที่เกิดขึ้นให้หลางซือเหยาฟัง......

 

         "หา?" หลางซือเหยารู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วพูดต่อว่า "คุณ ...... "

 

         เซี่ยเหล่ยยิ้มพร้อมยักไหล่ของเขาขึ้น เรื่องนี้ผมขอใช้เวลาไตร่ตรองอีกสักหน่อยเพื่อความแน่ใจ........

 

         หลางซือเหยาหัวเราะในลำคอ เธอยกมือไปแตะที่เซี่ยเหล่ยแล้วกระซิบเบาๆว่า " คุณไม่ต้องบอกฉันก็รู้คุณเป็คนที่เหวี่ยงเขาลงไปในสระน้ำล่ะสิ ! "

 

         เซี่ยเหล่ยเริ่มที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมาแต่ไม่ทันพูดจบ ลู่เชิงที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณนั้นก็กระแอมเป็นสัญญาณให้เขารู้ตัวว่า ‘เขาควรไปได้แล้ว’

 

         "อืม...ดี" หลางซือเหยามีความสุขมาก ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้ม พวกเขาเดินไปด้วยกันแล้วกระโดดเบาๆสลับกันไปมา มันให้ความรู้สึกเหมือนวัยรุ่นอายุราว17 หรือ 18 ปีกำลังหยอกล้อกันอย่างมีความสุข

 

         ทันใดนั้นเซี่ยเหล่ยคิดว่าธุรกิจนี้คุ้มค่าที่จะลงทุน.......

 

         ในโลกนี้มีหลายอย่างที่เงินไม่สามารถซื้อได้

 

         ในห้องวิลล่า ชางเซินเปลือยกายอยู่ในห้อง มีผู้หญิงผมสั้นถือเสื้อผ้าจะนำไปให้เขา เธอมีรูปร่างค่อนข้างสูงหน้าตาดีบวกกับผมสั้นของเธอนั้นทำให้เธอดูมีเสน่ห์อย่างมาก

 

         ชางเซิน พูดว่า "เฉิงหนาน คุณเห็นจริงหรือว่าเขาผลักผมลงไปในสระว่ายน้ำเมื่อกี้นี้?”

 

         ผู้หญิงคนนี้ชื่อ เฉิงหนาน นามสกุล ‘กวน’

 

         สิบปีที่แล้วเธอเป็นคนเร่ร่อนอยู่ตามถนน ชางเซินมาเจอเธอและรับเธอไปเลี้ยงทั้งยังให้เข้าไปอยู่ในครอบครัว ให้ข้าว ให้น้ำ ให้ไปเรียนหนักสือ ส่งไปเรียนต่างประเทศ สอนการต่อสู้ให้เธอจนเก่งกาจ เฉิงหนานมีความซื่อสัตย์ต่อครอบครัวของชางเป็นอย่างมาก ดังนั้นเธอจึงไม่ได้เป็นเพียงผู้คุ้มให้กับ ชางเซิน เท่านั้นแต่เธอยังมีส่วนร่วมในการเป็นที่ปรึกษาและตัดสินใจให้กับ ชางเซิน ด้วย

 

         "ฉันเห็นภาพจากมอนิเตอร์ "เฉิงหนานกวนพูดอย่างไตร่ตรองมาแล้วว่า" ฉันว่าไม่ใช่เขาหรอก”

 

         ชางเซิน ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้ว

 

         "เขาเป็นคนที่สุภาพมากเลยนะ "เฉิงหนานกวนพูด

 

         ชางเซิน ฟังที่เฉิงหนานกวนพูดเขาจึงถามเธอว่า "คุณพูดเหมือนว่าคุณรู้อะไรมายังงั้นแหละ?”

 

         "มันก็แค่ความรู้สึกของผู้หญิงหน่ะ” เฉิงหนานกวนพูด

 

         เวลาผ่านไปเฉิงหนานกวนก็เล่าอะไรหลายๆอย่างให้ชางเซินฟัง

 

         " อะไรนะ? "ชางเซินรู้สึกแปลกใจ

 

         "อะไรแปลก? ฉันอยากจะบอกคุณว่ากู๋เค่อเหวินไม่ได้เป็นคนดีมากหรอกนะ เคยมีเรื่องเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ สิทธิบัตรกระดานโต้คลื่นอัตโนมัติของหลิวหยิง กู๋เค่อเหวินเป็นคนแย่งของเธอมาโดยใช้วิธีสกปรก !”

 

         "หา? "ชางเซิน อุทานเหมือนไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน

 

         "นี่มันไม่น่าจะเป็นไปได้กู๋เค่อเหวินเป็นคนที่ดีมาก แม้ว่าภายนอกอาจจะดูเป็นคนไม่ดี แต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะเป็นเหมือนกับที่คนอื่นดูภายนอกซะหน่อย”

 

         เฉิงหนานกวนพูดว่า "กู๋เค่อเหวิน ไม่กล้าที่จะทำอะไรอีกแน่ มั่นใจได้ว่าตอนนี้เธอจะอยู่เฉยๆ ฉันไม่รู้ว่าเหตุผลจริงๆเธอคืออะไร ฉันได้ยินมาแค่ว่าเขามีคนที่คอยหนุนหลังอยู่ในเมืองนี้ นอกจากนี้บริษัทของเธอค่อนข้างมีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมของจีนมาก”

 

         ชางเซินกำลังคิดไตร่ตรองแล้วพูดว่า "คุณจะบอกว่าผมควรที่จะเป็นเพื่อนกับเขาอย่างนั้นเหรอ?”

 

         "การเป็นเพื่อนกันก็ถือว่าดี หากคุณยอมเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ "เฉิงหนานกวน กล่าว

 

         ชางเซินพูดว่า "นี่ไม่ใช่ว่าเป็นการพูดแบบขอไปทีใช่มั้ย?”

 

         เฉิงหนานกวนกล่าวว่า "การมีเพื่อนหรือการมีคนรู้จักมากขึ้นมันถือว่าเป็นการลงทุนที่ดี ในอนาคตเพื่อนหรือคนเหล่านี้อาจช่วยคุณได้ ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง”

 

         "การเป็นคนที่มากความสามารถในเมืองหลวงนี้จะค่อนข้างได้รับความเคารพนับถือ เธอมีอำนาญในวงการอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่ เธอเปรียบเสมือนม้ามืดในวงการ ในอนาคตที่จะมาถึงนี้เธอจะกลายเป็นคนที่ยากจะคาดเดา ดังนั้นหากตอนนี้คุณได้เป็นเพื่อนกับเขาแล้ว คงไม่ต้องบอกหรอกนะว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง

 

         ในหลายๆความหมายหากตอนนี้คุณไม่ได้เป็นเพื่อนกับเธอ แล้วเธอเกิดเป็นเพื่อนกับเซี่ยเหล่ยขึ้นมา ต่อไปหากมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นแทนที่จะได้เธอมาช่วยอาจจะต้องเป็นศัตรูกับเธอแทนก็ได้

 

         มุมของปากของชางเซินแสดงการยิ้มแบบแปลกๆ "กู๋เค่อเหวิน? อืม ...... จริงๆเมื่อมาคิดดูแล้วก็เป็นเรื่องยากที่ผมและเขาจะตกลงกันได้ตระกูลกู๋ เป็นตระกูลใหญ่ ส่วนตระกูลชางของผมก็ไม่เหมาะที่จะแข่งขันกับตระกูลกู๋ แต่ยังไงผมก็เลือกที่จะสู้ ตระกูลชางของผมก็ไม่ใช่ว่าจะยอมให้ใครมากดขี่ได้หรอกนะ"

 

         "คุณตัดสินใจดีแล้วใช่มั้ย?" เฉิงหนานกวนถาม

 

         ชางเซิน พูดด้วยรอยยิ้มว่า "ตระกูลชาง กำลังดำเนินอยู่ในเมืองหลวงนี้ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องยากสำหรับพวกเรา พ่อของผมเคยพูดไว้กับผมว่า ความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับรายได้มหาศาล สำหรับเซี่ยเหล่ยคนนี้ ผมตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นเพื่อนกับเขา"

 

         "มันอาจจะทำให้ กู๋เค่อเหวิน ไม่พอใจก็ได้นะ?"

 

         "ผมไม่รู้เรื่องราวระหว่างพวกเขาหรอก แต่ตอนนี้ผมจะช่วยเซี่ยเหล่ย มันจะเป็นเรื่องที่ดีถ้าเรามีเพื่อนเพิ่มอีกสักคน !"

 

         "ดี...สวมเสื้อผ้าเถอะ ฉันจะคอยดูเขากับคุณเอง" เฉิงหนานกวนพูดเสร็จแล้วก็ส่งกางเกงในไปให้กับชางเซิน

 

         ในห้องนั่งเล่นเซี่ยเหล่ยและหลางซือเหยา กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

 

         "เขาจะตอบตกลงข้อเสนอของเรามั้ยนะ?" หลางซือเหยากระซิบข้างหู

 

         เซี่ยเหล่ยกระซิบข้างหูของหลางซือเหยาว่า "มีโอกาสที่จะเป็นไปได้"

 

         "รอซักครู่นะ” เป็นเสียงที่ลอยมาก่อนที่เขาจะเดินมาถึง

 

         เซี่ยเหล่ยถอนหายใจเบาๆ "รอต่อไป"

 

         หลางซือเหยาเผยรอยยิ้มออกมาแล้วพูดไปว่า "คุณเสียใจหรือไม่?"

 

         เซี่ยเหล่ยคอตกเล็กน้อยแล้วพูดว่า "ผมไม่เสียใจ"

 

         "ในใจคุณ ฉันสำคัญหรือป่าว?" เสียงของหลางซือเหยาถามเบาลง เซี่ยเหล่ยไม่ได้ตอบอะไรออกมา

 

         ลู่เชิงซึ่งอยู่บริเวณนั้นไม่สามารถที่จะทนดูต่อไปได้ เขาได้แต่หันหน้าไปทางอื่น เขาชอบหลางซือเหยาแต่หลางซือเหยาดูท่าจะชอบเซี่ยเหล่ย อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ได้โกรธหรือเกลียดเซี่ยเหล่ย เพราะเขารู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเซี่ยเหล่ย เรื่องของอารมณ์ความรู้สึกไม่สามารถห้ามกันได้......

 

         เฉิงหนานกวนเห็นปฏิกิริยาของเซี่ยเหล่ยเธอจึงพูดขึ้นว่า"ต้องขออภัยทั้งสองคนด้วยที่ต้องทำให้รอนาน"

 

         เซี่ยเหล่ยและหลางซือเหยา ได้ยืนขึ้นจากโซฟา

 

         "นั่งเถอะ...ไม่เป็นไรหรอก นี่คือผู้ช่วยของผม คุณเฉิงหนานกวน "ชางเซิน แนะนำเฉิงหนานกวนให้พวกเขารู้จัก

 

         "สวัสดีครับ คุณเฉิงหนานกวน” ทักทายอย่างสุภาพ

 

         "สวัสดีคุณ เฉิงหนานกวน " หลางซือเหยา พูดทักทาย

 

         "เชิญนั่ง...เดี๋ยวฉันจะไปเอากาแฟมาให้พวกคุณ "เฉิงหนานกวนพูดเสร็จจึงไปหาลู่เชิงและบอดี้การ์ดคนไทยแล้วพาออกไปจากห้องพร้อมกัน.....

 

         ในตอนที่ เฉิงหนานกวน ออกไปจากห้องแล้วแต่ในใจของเซี่ยเหล่ยคิดว่า’เธอช่างเป็นคนที่วางตัวดีและมีสง่าราศีเหลือเกิน.......’

 

         เฉิงหนานกวนทำกาแฟอย่างรวดเร็ว จากนั้นเธอก็เอาไปเสริฟแล้วกลับไปนั่งข้างชางเซิน เธอสังเกตุไปที่เซี่ยเหล่ยที่กำลังใจเย็นและมองไปที่ซือเหยาที่ค่อนข้างลุกลี้ลุกลนอยู่

 

         ก่อนหน้านี้อาจจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแต่บรรยากาศในห้องตอนนี้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว พวกเขาทั้งหมดดื่มมกาแฟแล้วกำลังจะคุยกัน

 

         หลังจากดื่มกาแฟไปแล้วครึ่งแก้วเซี่ยเหล่ยก็เปิดประเด็นว่า "คุณชางครั้งนี้ที่ผมมา..... "

 

         "คุณเหล่ย "ชางเซิน ได้ขัดจังหวะคำพูดของเซี่ยเหล่ยด้วยรอยยิ้มแล้วพูดต่อว่า" ผมรู้ว่าคุณจะพูดอะไรมันไม่ใช่ปัญหา ต่อไปผมจะให้ฝ่ายจัดซื้อของจิงดง ผมจะโทรศัพท์ไปเพื่อบอกให้พวกเขาตรวจสอบสินค้าของบริษัทคุณ แล้วดำเนินการวางขายสินค้าให้กับพวกคุณ !"

 

         เซี่ยเหล่ยและ หลางซือเหยามีท่าทีแปลกใจ

 

         "มีอะไรผิดพลาดงั้นเหรอ? หรือคุณไม่เชื่อที่ผมพูดไปเมื่อกี้นี้? " ชางเซินถาม

 

         "ไม่ไม่ไม่ ผมเชื่อคุณอยู่แล้ว " เซี่ยเหล่ยพูดอย่างงุ่มง่าม "ผมแค่คิดว่าจากเรื่องเมื่อกี้มันอาจจะทำให้คุณไม่ตกลงข้อเสนอของพวกเรา "

 

         ชางเซิน หัวเราะเสียงดังแล้วพูดว่า "ผมไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยหรอก ครั้งนี้ไม่เป็นไรแต่ก็อย่าทำแบบนี้อีก ! "

 

         เซี่ยเหล่นยังแสดงใบหน้ายิ้มแล้วพูดว่า "ไม่ทำแล้ว"

 

         หลางซือเหยาเริ่มถาม "คุณชาง คุณจะหักเปอร์เซ็นต์การขายอย่างไร? ขึ้นอยู่กับจำนวนของที่จะเอามาขายงั้นหรอ หรือว่ายังไง?"

 

         ชางเซินขมวดคิ้วแล้วพูดว่า "ผมช่วยพวกคุณเพื่อหวังเงินอย่างนั้นเหรอ?"

 

         "นี่ ...... "เซี่ยเหล่ยหันไปดุหลางซือเหยาจากนั้นก็หันไปบอก ชางเซินว่า “หลางซือเหยา ไม่ได้หมายความแบบนั้นหรอกเพียงแต่เธอไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี”

 

         ชางเซิน ก็พูดด้วยรอยยิ้มไปว่า "ผมถือว่าพวกคุณเป็นเพื่อนจึงช่วย ยังไงความจริงก็คือความจริง ผมชอบพวกคุณสองคน ผมต้องการเป็นเพื่อนกับพวกคุณ มันจะเป็นไปได้มั้ยที่เราจะเป็นเพื่อนกัน?"

 

         เซี่ยเหล่ยและหลางซือเหยา มองหน้ากัน

 

         จากนั้นเซี่ยเหล่ยก็ตอบไปว่า "พวกเราจะเป็นเพื่อนกัน !"

 

         "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ...... " ชางเซินมองไปที่เซี่ยเหล่ยที่กำลังหัวเราะอย่างมีความสุข

 

ติดตามตอนต่อไป.........

 

จบบทที่ TXV – 143 เพื่อน !

คัดลอกลิงก์แล้ว