เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ชีวิตคู่พึ่งเริ่มต้น

บทที่ 3 ชีวิตคู่พึ่งเริ่มต้น

บทที่ 3 ชีวิตคู่พึ่งเริ่มต้น


เมื่อถึงเวลาเลิกงาน เฉินอวี่ ไม่ได้ตรงดิ่งกลับบ้านในทันทีเหมือนที่เจ้าของร่างเดิมมักจะทำ แต่เขากลับเลือกที่จะแวะซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้ๆ ก่อน

เขาจำได้จากความทรงจำว่า จงเสี่ยวฉิน โปรดปรานสตรอว์เบอร์รีเป็นที่สุด เขาจึงบรรจงเลือกกล่องที่ดูสดใหม่ที่สุดมาหนึ่งกล่อง และเมื่อนึกขึ้นได้ว่านมในตู้เย็นใกล้จะหมดแล้ว เขาจึงหยิบติดมือมาอีกหนึ่งแกลลอน

‘เจ้าของร่างเดิมคงไม่เคยใส่ใจอะไรแบบนี้แน่ๆ อยากรู้จริงว่าเสี่ยวฉินจะทำหน้ายังไงตอนเห็นของพวกนี้’ เฉินอวี่นึกในใจพลางยิ้มกริ่มด้วยความคาดหวัง

เมื่อกลับถึงบ้าน เขาพบว่าจงเสี่ยวฉินกลับมาถึงก่อนแล้ว เธอกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟาด้วยท่าทางเกียจคร้าน

ครั้นได้ยินเสียงเปิดประตู เธอชะโงกหน้ามาดู เมื่อเห็นเฉินอวี่หิ้วข้าวของพะรุงพะรังเธอก็ถึงกับชะงักไป "ทำไมวันนี้กลับเร็วจัง? แล้วนั่นซื้ออะไรมาเยอะแยะน่ะ?"

"อ๋อ วันนี้งานเสร็จเร็วน่ะ ตอนผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตเห็นสตรอว์เบอร์รีดูสดดีเลยซื้อมากล่องนึง เธอชอบไม่ใช่เหรอ?"

จงเสี่ยวฉินรับกล่องสตรอว์เบอร์รีไป ดวงตาของเธอไหววูบด้วยความประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด "ขอบใจนะ... นี่คุณจำได้ด้วยเหรอว่าฉันชอบกินสตรอว์เบอร์รี"

เห็นรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของภรรยา เฉินอวี่ก็รู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ "จำได้สิ อะไรที่เธอชอบฉันจำได้หมดนั่นแหละ"

คำพูดนั้นทำให้พวงแก้มของจงเสี่ยวฉินขึ้นสีระเรื่อ เธอไม่ได้ตอบอะไรต่อ แต่เฉินอวี่สัมผัสได้ชัดเจนว่าบรรยากาศระหว่างเขาและเธอเริ่มผ่อนคลายและดูมีความสุขขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

มื้อเย็นวันนี้เฉินอวี่ต้องลงมือเข้าครัวเอง ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องน่าปวดหัวอยู่บ้าง เพราะจงเสี่ยวฉินนั้นเป็นประเภท "คุณหนูผู้ไม่หยิบโหย่ง" เธอทำกับข้าวไม่เป็นและไม่เคยแม้แต่จะจ่ายตลาดด้วยซ้ำ

เฉินอวี่ลืมซื้อของสดติดมือมา แต่โชคดีที่ในครัวยังมีวัตถุดิบหลงเหลืออยู่บ้าง

เขารังสรรค์เมนูง่ายๆ อย่างหมูเส้นผัดพริกหยวก ผัดผักกาดเขียว และซุปไข่ใส่มะเขือเทศ ทว่าเมื่อเห็นว่าวัตถุดิบดูจะน้อยไปสักหน่อย เขาจึงตัดสินใจสั่งอาหารเดลิเวอรี่มาเพิ่มเป็นหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงและปลานึ่งซีอิ๊ว เพราะคนอย่างเขาจะไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองต้องลำบากเรื่องปากท้องเด็ดขาด

ระหว่างมื้ออาหาร จงเสี่ยวฉินเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เธอคีบหมูสามชั้นตุ๋นวางลงในชามของเฉินอวี่เบาๆ "วันนี้ทำงานเหนื่อยไหม?"

"ก็โอเค ไม่เหนื่อยเท่าไหร่ แค่ยุ่งๆ นิดหน่อยน่ะ" เฉินอวี่ตอบพลางคีบเนื้อปลาวางคืนในชามของเธอ "แล้วที่ทำงานเธอล่ะเป็นไงบ้าง มีเรื่องอะไรกวนใจหรือเปล่า?"

"ไม่มีหรอก ทุกอย่างปกติดี อ้อ วันนี้มีเพื่อนร่วมงานใหม่ย้ายเข้ามาในแผนกด้วยล่ะ เขาเป็นคนตลกดีนะ..." จากนั้นจงเสี่ยวฉินก็เริ่มร่ายยาวถึงเรื่องราวสนุกๆ ที่เกิดขึ้นในบริษัทในรอบวัน

เฉินอวี่ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ คอยพยักหน้าและถามแทรกเป็นระยะเพื่อแสดงความใส่ใจ

ในอดีต ยามที่เจ้าของร่างเดิมและจงเสี่ยวฉินนั่งทานข้าวด้วยกัน บรรยากาศมักจะเงียบงันราวกับป่าช้า ต่างคนต่างก้มหน้ากินโดยแทบไม่มีบทสนทนาใดๆ

แต่เมื่อเฉินอวี่เป็นฝ่ายเริ่มเปิดใจและชวนคุย จงเสี่ยวฉินก็ดูเหมือนจะปลดล็อคความรู้สึกบางอย่าง เธอเล่าเรื่องราวต่างๆ ออกมาอย่างร่าเริงและเป็นกันเองมากขึ้น

หลังจบมื้ออาหาร จงเสี่ยวฉินยืนมองแผ่นหลังของเฉินอวี่ที่กำลังง่วนอยู่กับการล้างจานในครัว

เธอรู้สึกว่าเฉินอวี่ในวันนี้ช่างต่างจากคนเดิมอย่างสิ้นเชิง เฉินอวี่คนเก่าเป็นคนไม่พูดและไม่เคยรู้วิธีที่จะดูแลเอาใจใส่ใคร

แต่เฉินอวี่คนนี้ไม่เพียงจำสิ่งที่เธอชอบได้ แต่ยังตั้งใจรับฟังคำพูดของเธอ ความรู้สึกนี้ทำให้เธอไม่คุ้นชินอยู่บ้าง ทว่าความรู้สึกตื้นตันและประหลาดใจกลับมีมากกว่านัก

‘เขากำลังจะเปลี่ยนไปจริงๆ เหรอ?’ เธอคิดในใจ ดวงตาคู่งามเต็มไปด้วยความสับสนทว่าซ่อนไว้ซึ่งความคาดหวัง

เมื่อเฉินอวี่จัดการงานในครัวเสร็จและเดินออกมา เขาเห็นจงเสี่ยวฉินยืนเหม่ออยู่กลางห้องนั่งเล่น จึงเดินเข้าไปถามใกล้ๆ "เป็นอะไรไป? ยืนเหม่อเชียว คิดอะไรอยู่เหรอ?"

"อ๋อ... เปล่า ไม่มีอะไร" เธอสะดุ้งเล็กน้อยพลางรีบแก้ตัว "ฉันแค่... แค่เพิ่งคุยกับแม่เสร็จน่ะ"

"อ้อ จริงสิ วันเสาร์นี้แม่จะมา เราควรจะต้อนรับท่านให้ดีหน่อยนะ"

ทั้งสองนั่งลงบนโซฟาดูละครโทรทัศน์ด้วยกันครู่ใหญ่ แม้เฉินอวี่จะไม่ได้สนใจเนื้อหาในละครนัก แต่เขาก็เลือกที่จะนั่งอยู่เคียงข้างเธอ

ในระหว่างนั้น เขาขยับตัวเข้าไปใกล้แล้วบรรจงปอกสตรอว์เบอร์รีป้อนถึงปากภรรยา

ใบหน้าของจงเสี่ยวฉินเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำขณะอ้าปากรับผลไม้รสหวานฉ่ำ หัวใจของเธอพองโตด้วยความรู้สึกอิ่มเอม เธอค่อยๆ เอียงศีรษะซบลงบนไหล่ของเฉินอวี่อย่างเป็นธรรมชาติ

ร่างกายของเฉินอวี่แข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนคลายลง ‘ให้ตายเถอะ จะกลัวอะไรวะก็นี่เมียเราแท้ๆ’ เขาจึงถือวิสาสะโอบไหล่ของเธอไว้หลวมๆ

สัมผัสที่อ่อนนุ่มและอบอุ่นในอ้อมแขน พร้อมกลิ่นหอมจางๆ จากกายเธอ ทำให้หลินตงในร่างเฉินอวี่รู้สึกพึงพอใจอย่างที่สุด

‘ดูเหมือนการพิชิตใจจงเสี่ยวฉินจะไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด แค่ใส่ใจและแสดงความห่วงใยเพิ่มขึ้นนิดหน่อย เธอก็หวั่นไหวได้ง่ายๆ แล้ว’

เมื่อถึงเวลาพักผ่อนราวเก้าโมงเศษ เสียงสายน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำดังแว่วมา ทำให้หัวใจของเฉินอวี่เริ่มเต้นผิดจังหวะด้วยความกระสับกระส่าย

ครั้นจงเสี่ยวฉินเดินออกมาในชุดนอนเนื้อนุ่ม ผมที่ยังเปียกชื้นทิ้งตัวลงบนบ่า กลิ่นสบู่และไอน้ำจางๆ ผสมผสานกับผิวแก้มที่ขึ้นสีชมพูปลั่งจากความร้อน ทำให้เธอดู "น่าทาน" จนเกินคำบรรยาย

ดวงตาของเฉินอวี่เข้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์พลางคว้าไดร์เป่าผมมาถือไว้ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าเล็กน้อย "เมียจ๋า... มา เดี๋ยวผมเป่าผมให้"

จงเสี่ยวฉินชะงักกึก ความร้อนผ่าวแล่นขึ้นสู่ใบหน้าอีกครั้ง "...ไม่เป็นไร ฉันทำเองได้"

"มาเถอะน่า" เฉินอวี่ไม่ยอมให้ปฏิเสธ เขากดไหล่เธอให้นั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วเริ่มเปิดเครื่องเป่าผม ลมร้อนที่พัดผ่านเส้นผมและปลายนิ้วที่สอดแทรกผ่านปอยผมอย่างระมัดระวัง แม้จะดูเก้ๆ กังๆ ไปบ้างก็ตาม

ในกระจกเงา จงเสี่ยวฉินก้มหน้างุด ใบหูแดงก่ำไปหมด นิ้วมือเรียวของเธอขยำชายเสื้อนอนแน่นด้วยความเขินอาย

เมื่อผมแห้งสนิท จงเสี่ยวฉินแทบจะกระโจนลงเตียงและมุดตัวเข้าไปในผ้าห่มทิ้งไว้เพียงศีรษะที่โผล่พ้นออกมา

เห็นภาพอันน่าเย้ายวนนั้น เฉินอวี่ก็รีบเข้าไปจัดการตัวเองทันที ‘โว้ยยย ตื่นเต้นฉิบ!’ เขาอาบน้ำอย่างรวดเร็วแล้วกลับเข้าห้องนอนมาพร้อมกับกลิ่นอายความชื้นจางๆ

โคมไฟหัวเตียงส่องแสงสีนวลตา จงเสี่ยวฉินนอนหันหลังให้เขา ร่างกายของเธอดูเกร็งเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเธอยังไม่ได้หลับ

เฉินอวี่เลิกผ้าห่มขึ้นแล้วแทรกตัวลงนอน ความนุ่มของฟูกยุบตัวลงตามแรงกด

ระยะห่างระหว่างเขาทั้งคู่สั้นลงจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน กลิ่นหอมหวานอ่อนๆ จากร่างข้างกายช่างเย้ายวนใจเกินจะห้าม

เขาตะแคงข้างลง วางท่อนแขนลงบนเอวบางของจงเสี่ยวฉินอย่างเป็นธรรมชาติ

"เมียจ๋า... คืนนี้... ได้ไหม?" เฉินอวี่กระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดทำให้ติ่งหูเล็กๆ ของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มในพริบตา

เขารุกต่อโดยการรั้งร่างของเธอเข้ามากอดไว้ในอ้อมอก กายของเธอนุ่มนิ่มราวกับปุยเมฆ ผ่านเนื้อผ้าชุดนอนบางเบา เขาเชัมผัสได้ถึงส่วนเว้าส่วนโค้งและอุณหภูมิในร่างกายของเธอ

‘ตื่นเต้น! โคตรตื่นเต้นเลยโว้ย!’ หัวใจของเฉินอวี่กู่ร้องด้วยความสะใจ ‘มิน่าล่ะ ใครๆ ถึงอยากสวมบทบาทเป็นมหาเสนาบดีโจโฉ (ผู้ชอบภรรยาคนอื่น) กันทั้งนั้น!’

จงเสี่ยวฉินรู้สึกเหมือนตัวจะระเบิด หัวใจเต้นรัวเป็นกลองรบ แผ่นอกที่ซ้อนอยู่ด้านหลังช่างกว้างขวางและอบอุ่น ความเร่าร้อนที่ไม่คุ้นเคยทำให้เธอทำอะไรไม่ถูก... แต่กลับปฏิเสธไม่ได้ เธอพยักหน้าเบาๆ พลางส่งเสียงอือออในลำคอ

เสียงนั้นเปรียบเสมือนเสียงสวรรค์ที่จุดชนวนความต้องการที่อัดอั้นอยู่ภายในให้ปะทุออกมา

เขาไม่รอช้าอีกต่อไป พลิกกายดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอดอย่างเต็มรัก แล้วก้มลงปิดประทับริมฝีปากนุ่มที่เผยอขึ้นด้วยความตกใจนั้นทันที

"อื้อ..." เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมา มือเล็กพยายามดันหน้าอกเขาไว้ตามสัญชาตญาณ แต่กลับไร้เรี่ยวแรงจะต้านทาน

เฉินอวี่ดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์แห่งความตื่นเต้น ทุกเสียงครวญครางแผ่วเบาในอ้อมอกเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ

โคมไฟหัวเตียงถูกกระแทกจนดับวูบลง

ในความมืดมิด ประสาทสัมผัสอื่นกลับถูกขยายให้ชัดเจนขึ้น เสียงเสียดสีของเสื้อผ้าที่ถูกสลัดทิ้ง เสียงลมหายใจหอบกระชั้นที่แสนหวาน...

หลินตงรู้สึกราวกับว่าเขากำลังเล่นเกมสวมบทบาทที่เร้าใจที่สุด ร่างกายนี้คือ เฉินอวี่ วิญญาณคือเขา หลินตง และสตรีที่กำลังครวญครางอยู่ใต้ร่างก็คือ จงเสี่ยวฉิน

ความรู้สึกที่คาบเกี่ยวระหว่างตัวตนนี้ทำให้เขารู้สึกซาบซ่านจนหนังศีรษะชาหนึบด้วยความตื่นเต้น

หนึ่ง... สอง... สาม... และแล้วทุกอย่างก็จบลง...

เมื่อมองเห็นความแปลกใจในดวงตาของจงเสี่ยวฉินที่ยังอยู่ในอ้อมแขน เฉินอวี่ก็รู้สึกอับอายขายหน้าอย่างบอกไม่ถูก

‘แม่แม่งเอ๊ย! ฉันก็ไม่ได้อยากให้มันจบเร็วแบบนี้สักหน่อย...’

แต่เขาไม่ยอมแพ้... เขาเปิดเกมรุกรอบสองทันที... คราวนี้ทุกอย่างราบรื่นขึ้น อย่างน้อยก็สำหรับเฉินอวี่ละนะ

หลังพายุอารมณ์สงบลง จงเสี่ยวฉินก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปในทันที พวงแก้มของเธอยังคงทิ้งร่องรอยของความกระสันซ่าน ลมหายใจสม่ำเสมอและยาวนาน

ส่วนเฉินอวี่นั้นกลับตาสว่าง เขาเอนหลังพิงหัวเตียง อาศัยแสงจันทร์จางๆ ที่ลอดผ่านหน้าต่างลอบสำรวจสตรีข้างกาย

ใบหน้ายามหลับใหลของเธอดูสงบนิ่ง แฝงไปด้วยความอ่อนหวานที่ชวนให้หลงใหลยิ่งกว่ายามกลางวันเสียอีก

เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มเนียนเบาๆ สัมผัสนั้นช่างลื่นละมุนราวกับผ้าไหม

‘เหอะ... คุ้มค่าชะมัด’

ถึงแม้การทะลุมิติมาเข้าร่างไอ้เฉินอวี่ผู้โชคร้ายคนนี้จะน่าหงุดหงิดไปบ้าง แต่การได้เมียสวยมาฟรีๆ พร้อมบ้าน รถ และงานการที่มั่นคง... ก็นับว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่ไม่เลวเลยทีเดียว

ส่วนเรื่องอนาคตจะเป็นอย่างไร... ก็ค่อยว่ากันอีกที

เขาล้มตัวลงนอนพลางรั้งร่างเธอกลับมากอดไว้อีกครั้ง การได้นอนกอดสาวสวยที่ทั้งอุ่นและหอมกรุ่นแบบนี้... มันรู้สึกดีเกินคาดจริงๆ

จบบทที่ บทที่ 3 ชีวิตคู่พึ่งเริ่มต้น

คัดลอกลิงก์แล้ว