- หน้าแรก
- เซียนอมตะเจ้าสำราญ
- บทที่ 56 โอ้อวดสักครา สำเร็จมรรคาวิถีด้วยโอสถ
บทที่ 56 โอ้อวดสักครา สำเร็จมรรคาวิถีด้วยโอสถ
บทที่ 56 โอ้อวดสักครา สำเร็จมรรคาวิถีด้วยโอสถ
บทที่ 56 โอ้อวดสักครา สำเร็จมรรคาวิถีด้วยโอสถ
ยันต์สาปวิญญาณ
จำต้องค้นหาผู้ที่มีดวงตาแห่งปรโลกโดยกำเนิด พกพาวิญญาณวัตถุที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ เดินทางรอนแรมไปทั่ว เพื่อกักเก็บดวงวิญญาณที่ตายด้วยความอาฆาตแค้นอย่างสุดแสนโดยเฉพาะ จากนั้นจึงนำมาหลอมสร้างผ่านเคล็ดวิชาลับ
ยันต์สาปวิญญาณนี้มีความอำมหิตอย่างถึงที่สุด ผู้ที่ถูกผนึกวิชาใส่จะไม่มีวันทรยศได้ชั่วกัปชั่วกัลป์ หากขัดขืน จะต้องถูกคำสาปไปชั่วลูกชั่วหลาน สายเลือดสายตรงทั้งหมดจะไม่มีใครมีรากวิญญาณ และจะมีอายุอยู่ไม่พ้นสิบสองปี ต้องตายก่อนวัยอันควรไปเสียสิ้น
ฉินอู๋เหวยถือยันต์วิญญาณที่มีกลิ่นอายความตายแผ่ซ่านอยู่ในมือ สีหน้าครุ่นคิด
ผ่านการแนะนำของร่างแยกฉินอู๋ซวง เขาก็ได้รับรู้ถึงสรรพคุณของยันต์สาปวิญญาณแล้ว และเห็นพ้องกับความเห็นของร่างแยก ว่ายันต์วิญญาณใบนี้มีความอำมหิตอย่างยิ่งยวดจริงๆ
แต่จะว่าไป ยันต์สาปวิญญาณใบนี้ก็ตรงกับความต้องการของเขาพอดี นำมาใช้ควบคุมถัวป๋าฉุนผู้นั้นนับว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว
ไม่มีความลังเลใดๆ ฉินอู๋เหวยเพียงแค่ใคร่ครวญเล็กน้อย ก็ตัดสินใจเด็ดขาดที่จะใช้งานยันต์สาปวิญญาณใบนี้
แม้จะอำมหิต แต่ขอเพียงได้ผลก็เพียงพอแล้ว
แตกต่างจากร่างแยกฉินอู๋ซวง เขาไม่ได้คร่ำครึปานนั้น
ในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด ฉินอู๋เหวยพลิกตัวลุกขึ้นอย่างเงียบงัน ยกมือขึ้นกดลงบนหน้าผากของหนานกงเหมี่ยว ผู้เป็นหมอนข้างของเขาเบาๆ เพื่อให้นางเข้าสู่ห้วงนิทราที่ลึกล้ำยิ่งขึ้น จากนั้นจึงเปิดประตูและมุ่งตรงไปยังสำนักศึกษาจู๋เมิ่ง
ตลอดทางจนมาถึงหน้าประตูห้องพักของถัวป๋าฉุน บนใบหน้าของฉินอู๋เหวยก็ปรากฏหน้ากากกระดูกสีขาวอันแสนดุร้ายขึ้นมา
นี่ไม่ใช่หน้ากากกระดูกธรรมดา แต่เป็นของวิเศษจากหอเก็บสมบัติของสำนักว่านเฉา นามว่า กระดูกมายา
แม้กระทั่งผู้ฝึกตนขั้นจินตันก็ไม่สามารถมองทะลุได้ มีเพียงผู้ฝึกตนระดับมหาอำนาจตั้งแต่ขั้นหยวนอิงขึ้นไปเท่านั้น จึงจะมีความสามารถในการมองเห็นความผิดปกติได้
ถัวป๋าฉุนอยู่เพียงขั้นรวบรวมลมปราณ ย่อมไม่สามารถมองทะลุใบหน้าที่แท้จริงของเขาได้อย่างแน่นอน
ไม่เพียงแต่ปกปิดใบหน้าเท่านั้น เมื่อฉินอู๋เหวยถ่ายเทพลังลมปราณเข้าไป กระดูกมายาก็แผ่แสงสีขาวนวลตาออกมา ส่งผลให้รูปร่างของเขาเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
เดิมทีฉินอู๋เหวยเป็นเพียงเด็กหนุ่ม แม้จะตัวสูงใหญ่ แต่รูปร่างก็ออกจะผอมบาง ท้ายที่สุดแล้วก็ยังโตไม่เต็มที่
ทว่าภายใต้การปกปิดของกระดูกมายา ตอนนี้ในสายตาของคนนอก รูปร่างของเขากลับกลายเป็นชายชราอ้วนท้วน รูปลักษณ์หลอกลวงตาสุดๆ
รวมถึงน้ำเสียงที่เปล่งออกมา ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อเปิดใช้งานกระดูกมายา ตอนนี้ต่อให้ฉินหมิงเซวียนและหลี่ม่านเหยามายืนอยู่ตรงนี้ ก็จำเสียงของบุตรชายตนเองไม่ได้เป็นแน่
"ประเสริฐยิ่งนัก!"
เมื่อสัมผัสได้ถึงสรรพคุณที่แท้จริงของกระดูกมายา ฉินอู๋เหวยก็ยิ้มออกมาอย่างไร้เสียง รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก
นี่คือข้อดีของการมีสำนักว่านเฉาคอยหนุนหลัง มีเพียงในสำนักผู้ฝึกตนระดับสูงสุดเช่นนี้เท่านั้น ที่จะสามารถแลกเปลี่ยนของวิเศษที่ใช้งานได้จริงได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องเสียเวลาและแรงกายไปกับการค้นหา
แม้เขาจะไม่ใช่ศิษย์ของสำนักว่านเฉา แต่การมีร่างแยกฉินอู๋ซวงอยู่ เขาก็สามารถดึงทรัพยากรการฝึกตนของสำนักว่านเฉามาใช้ได้เช่นกัน ไม่ได้แตกต่างอะไรกันมากนัก แถมยังสะดวกกว่าด้วยซ้ำ
เพราะมีร่างแยกฉินอู๋ซวงคอยวิ่งเต้นจัดการให้...
"ผู้ใดกัน?!"
เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวที่ฉินอู๋เหวยจงใจทำขึ้น ถัวป๋าฉุนก็ลืมตาสะลึมสะลือขึ้นมา และต้องตื่นตระหนกตกใจเมื่อเห็นชายชราอ้วนท้วนสวมหน้ากากกระดูกสีขาวอันดุร้ายยืนอยู่ข้างเตียง ที่ปลายนิ้วมือมีประกายสายฟ้าเต้นเร่า แผ่กลิ่นอายพลังลมปราณอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
เป็นผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานผู้ลึกลับ ซ้ำยังเป็นผู้ฝึกตนธาตุอัสนีอีกด้วย
"อยากได้เงินก็มีเงิน อยากได้โอสถวิญญาณก็มีโอสถวิญญาณ ขอเพียงอย่าฆ่าข้าก็พอ!"
ใบหน้าของถัวป๋าฉุนซีดเผือด ลอบโอดครวญในใจอย่างไม่หยุดหย่อน
เขาไม่กลัวที่จะต่อกรกับใครซึ่งหน้า ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับเหล่าเจ้าเมืองแห่งแคว้นเซี่ย เขาก็กล้าที่จะตะโกนด่าทอฉอดๆ เพราะมีภูมิหลังอันแข็งแกร่งของตระกูลถัวป๋าคอยหนุนหลัง เรียกได้ว่าไม่มีความเกรงกลัวอันใด
แต่สิ่งที่เขากลัวก็คือคนจำพวกที่ไม่เปิดเผยตัวตนอย่างผู้นี้ อีกฝ่ายจงใจปลอมตัวมาอย่างเห็นได้ชัด แสดงว่าได้เตรียมการรับมือกับปัญหาที่อาจจะตามมาในภายหลังไว้หมดแล้ว
ด้วยเหตุนี้ ภูมิหลังของตระกูลถัวป๋าก็คงจะใช้การไม่ได้แล้ว
"นับว่ารู้สถานการณ์ดีนี่!"
"หากหลังจากนี้ เจ้ายินดีให้ความร่วมมืออย่างแข็งขัน ข้าก็อาจจะพิจารณาไว้ชีวิตเจ้า!"
ฉินอู๋เหวยหัวเราะเบาๆ ไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบยันต์สาปวิญญาณที่แผ่กลิ่นอายความตายออกมาจากถุงเก็บสมบัติ
"ยันต์สาปวิญญาณ?!"
"ท่านต้องการจะทำอันใด?!"
ถัวป๋าฉุนมีชาติกำเนิดที่ไม่ธรรมดา ความรู้ก็กว้างขวาง เมื่อจำยันต์วิญญาณตรงหน้าได้ สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปในทันที ยากที่จะปิดบังความหวาดกลัวเอาไว้ได้
หากอีกฝ่ายไม่ใช่ผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานที่ทรงพลัง ทั้งยังเป็นผู้ฝึกตนธาตุอัสนี เขาคงจะทนไม่ไหวและเริ่มขัดขืนไปแล้ว
หากโดนยันต์สาปวิญญาณเข้าไป ไม่เพียงแต่ชีวิตของเขาจะพังทลาย แต่ยังรวมถึงลูกหลานของเขา ขอเพียงเป็นสายเลือดภายในสามรุ่น ล้วนต้องเผชิญกับคำสาป ซึ่งมันอำมหิตเป็นอย่างยิ่ง
"เจ้าเป็นคนฉลาด น่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าการเล่นลูกไม้มีแต่จะทำให้ตายเร็วขึ้นเท่านั้น!"
"อีกอย่าง ยันต์สาปวิญญาณนี้มีมูลค่ามหาศาล การที่ข้านำมาใช้กับเจ้า ย่อมไม่ใช่เพื่อสังหารเจ้า"
"อันที่จริง ข้ากับเจ้าไม่มีความแค้นเคืองอันใดต่อกัน ข้าเพียงแค่สนใจโอสถเบิกวิญญาณที่เจ้าหลอมขึ้นมา ขอเพียงเจ้าให้ความร่วมมือแต่โดยดี ยันต์สาปวิญญาณนี้ก็จะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อเจ้ามากนัก!"
ฉินอู๋เหวยแค่นเสียงเย็นชา ขณะที่เอ่ยเตือน เขาก็เร่งเร้าพลังลมปราณเพื่อกระตุ้นยันต์สาปวิญญาณ แปรเปลี่ยนเป็นควันสีดำที่แผ่กลิ่นอายความตาย ทะลวงเข้าสู่ร่างกายของถัวป๋าฉุนในชั่วพริบตา
"โอสถเบิกวิญญาณหรือ?"
"หากท่านต้องการโอสถเบิกวิญญาณก็บอกมาตรงๆ สิ!"
"ไม่ใช่แค่โอสถเบิกวิญญาณนะ แม้แต่สูตรการหลอมอย่างละเอียด ข้าก็สามารถมอบให้ท่านได้!"
ถัวป๋าฉุนมีสีหน้าสิ้นหวัง อยากจะร้องไห้แต่ก็ไร้น้ำตา
เมื่อโดนยันต์สาปวิญญาณเข้าไปแล้ว ต่อไปเขาก็คือทาสรับใช้ของบุคคลลึกลับตรงหน้า ไม่มีวันที่จะทรยศได้ชั่วกัปชั่วกัลป์
มิเช่นนั้นแล้ว ขอเพียงอีกฝ่ายระเบิดยันต์สาปวิญญาณในตัวเขา จุดจบของเขารวมถึงลูกหลานทุกคนจะต้องน่าเวทนาอย่างถึงที่สุด
หากรู้เร็วกว่านี้ว่าอีกฝ่ายมาเพื่อโอสถเบิกวิญญาณ เขาคงไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ ยกให้ไปเลยแบบประเคนถึงมือ
อย่างไรเสียโอสถเบิกวิญญาณก็ยังไม่สมบูรณ์ ยังอยู่ในระหว่างการปรับปรุง มันเป็นของที่ไร้ประโยชน์อยู่แล้ว
"สูตรโอสถขยะของเจ้านั้น ไม่เอาเสียยังจะดีกว่า!"
"อย่าทำหน้าเหมือนคนใกล้ตายไปหน่อยเลย การได้มาเป็นทาสรับใช้ของข้า หาใช่เรื่องเลวร้ายสำหรับเจ้าไม่ กลับกัน มันคือโอกาสอันยิ่งใหญ่เสียด้วยซ้ำ"
"เพราะข้าสามารถช่วยเจ้าหลอมโอสถเบิกวิญญาณขั้นสูงสุดที่ใช้ได้ผลจริงๆ ขึ้นมาได้!"
แววตาของฉินอู๋เหวยเปล่งประกายวูบวาบ โยนเหยื่อล่อออกไป
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดประสงค์หลักของเขา เมื่อหลอมวิญญาณโอสถเบิกวิญญาณสำเร็จแล้ว แน่นอนว่าจะต้องนำไปขาย
แต่หากเขานำไปขายเอง ความเสี่ยงย่อมสูงเกินไป สู้หาหุ่นเชิดมาช่วยเป็นตัวแทนขายเสียยังจะดีกว่า
และหุ่นเชิดที่ว่านี้ ก็ย่อมหนีไม่พ้นถัวป๋าฉุนผู้นี้
ท้ายที่สุดแล้ว คนผู้นี้ก็มีชื่อเสียงเหม็นโฉ่ไปไกล คนทั้งแคว้นเซี่ยต่างก็รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของเขา และรู้ว่าเจ้านี่ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับการค้นคว้าปรับปรุงโอสถเบิกวิญญาณ
หากในภายหลังการวิจัยประสบความสำเร็จ ก็ถือเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล บวกกับภูมิหลังอันแข็งแกร่งของตระกูลถัวป๋า ต่อให้มีคนจ้องตาเป็นมันอยากได้โอสถเบิกวิญญาณ ก็คงไม่กล้าลงมือแย่งชิงโดยง่าย ซึ่งช่วยลดปัญหาไปได้มากอย่างคาดไม่ถึง
หากถอยออกมาอีกก้าวหนึ่ง ต่อให้มีคนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง หรือกองกำลังผู้ฝึกตนที่ทรงพลัง ต้องการจะแย่งชิง แล้วลงมือสังหารถัวป๋าฉุนทิ้ง
นั่นก็โทษใครไม่ได้นอกจากความโชคร้ายของถัวป๋าฉุนเอง ส่วนตัวเขาที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง ย่อมไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เลย
"อย่าได้กังขาในคำพูดของข้า"
"สำเร็จมรรคาวิถีด้วยโอสถ ไม่สนระดับการฝึกตน วัดกันที่วิถีแห่งโอสถเท่านั้น ลองมองไปทั่วทั้งใต้หล้า ผู้ใดกล้าต่อกรกับข้าเล่า?!"
ฉินอู๋เหวยเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ทำมุมสี่สิบห้าองศา แหงนมองหมู่ดาวบนท้องฟ้า พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายความยิ่งใหญ่ทะลักล้น ถือโอกาสโอ้อวดบารมีไปสักหนึ่งครา
......