- หน้าแรก
- เซียนอมตะเจ้าสำราญ
- บทที่ 37 มดปลวกก็ยังริอ่านอยากเป็นเทพ?
บทที่ 37 มดปลวกก็ยังริอ่านอยากเป็นเทพ?
บทที่ 37 มดปลวกก็ยังริอ่านอยากเป็นเทพ?
บทที่ 37 มดปลวกก็ยังริอ่านอยากเป็นเทพ?
"ข้าเว่ยปาฮวงทำสำเร็จแล้ว!"
"สักวันหนึ่ง ข้าจะกลับไป ทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่สมควรจะเป็นของข้ากลับมา!"
"มีเพียงเลือดและการเข่นฆ่าเท่านั้นที่จะสามารถชำระล้างทุกสิ่งได้!"
เฒ่าเว่ยที่แย่งชิงร่างได้สำเร็จแหงนหน้าขึ้นฟ้ากู่ร้องคำรามด้วยความคลุ้มคลั่ง ถ้อยคำแฝงไว้ด้วยความเคียดแค้นชิงชังฝังลึกถึงกระดูก
นับตั้งแต่การวางแผนเริ่มต้น จนกระทั่งประสบความสำเร็จในวันนี้ เขาต้องแลกมาด้วยสิ่งต่างๆ มากมาย จนถึงขั้นเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด
แต่ทุกอย่างล้วนคุ้มค่า!
หลังจากแย่งชิงโครงกระดูกมารเทวะร่างนี้ได้สำเร็จ พรสวรรค์ในการฝึกตนของเขาก็ได้รับการยกระดับขึ้นถึงขีดสุด ทำให้เขามีความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด
ขอเพียงได้รับเลือดเนื้อและทรัพยากรการฝึกตนที่มากพอ เขาก็อาจจะมีโอกาสกลายตัวตนที่ทัดเทียมกับมารเทวะจิ่วโยวได้เลยทีเดียว
เมื่อถึงเวลานั้น เขาจะไปทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่สมควรจะเป็นของเขากลับมา
เทพขวางสังหารเทพ พุทธะขวางสังหารพุทธะ
แต่ทว่าต่างจากเฒ่าเว่ยที่กำลังตื่นเต้นยินดี ฉินอู๋เหวยและองค์ชายสามเซี่ยซิวเสียนที่อยู่ริมสระเลือดกลับมีความรู้สึกที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อเห็นเฒ่าเว่ยแย่งชิงร่างได้สำเร็จ พวกเขาแทบจะหัวเราะไม่ออกเลยทีเดียว
เพราะนั่นหมายความว่า พวกเขากำลังจะทิ้งชีวิตไว้ที่นี่แล้ว
ท้ายที่สุด พวกเขาต่างก็เป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตาตนเอง เพื่อเป็นการปิดปาก เฒ่าเว่ยย่อมต้องกำจัดพวกเขาทิ้งอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น เฒ่าเว่ยเป็นผู้ที่เข่นฆ่าผู้คนราวกับผักปลา ตั้งแต่แรกเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยพวกเขารอดชีวิตไปอยู่แล้ว
และก็เป็นดังคาด เมื่อเฒ่าเว่ยระงับความตื่นเต้นลงได้ เขาก็หันขวับกลับมา
"เจี๊ยก เจี๊ยก!"
"เกือบลืมพวกเจ้าสองคนไปเสียสนิทเลย"
"ในฐานะพยานผู้รู้เห็นเส้นทางการเป็นเทพของข้า พวกเจ้าสมควรจะรู้สึกเป็นเกียรติเสียด้วยซ้ำ เพื่อเป็นการตบรางวัลให้แก่พวกเจ้า ข้าจะสงเคราะห์ให้พวกเจ้าตายอย่างรวดเร็วก็แล้วกัน!"
เฒ่าเว่ยแสยะยิ้มเย็นชา ในยามนี้เขาเป็นเพียงร่างกระดูกขาวโพลน ไม่มีเลือดเนื้อใดๆ ดูแล้วชั่วร้ายแปลกประหลาดยิ่งนัก
"ต้องสู้ตายเท่านั้น!"
แตกต่างจากองค์ชายสามเซี่ยซิวเสียนที่สั่นเป็นเจ้าเข้า ฉินอู๋เหวยที่ดูเหมือนตื่นตระหนก แท้จริงแล้วกลับเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง
มือขวาของเขาแอบสอดเข้าไปในแขนเสื้อ ยันต์กักเก็บวิญญาณขั้นสูงสุดแผ่นหนึ่งถูกกำไว้แน่นในมือ พร้อมที่จะเปิดใช้งานและเปิดฉากโจมตีได้ทุกเมื่อ
แต่ในขณะที่ฉินอู๋เหวยเตรียมจะชิงลงมือก่อนนั้น เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีกครา!
"เพียงแค่มดปลวกก็ยังริอ่านกำเริบเสิบสานอยากเป็นเทพ? ช่างน่าขันสิ้นดี!"
"ขุมนรกจิ่วโยวต่างหากคือจุดหมายปลายทางของเจ้า"
"ราคาของการทรยศ ก็คือวิญญาณของมดปลวกเช่นเจ้า จะต้องถูกเผาผลาญด้วยเพลิงผีโยวหมิงไปนับหมื่นปี!"
ห้วงมิติสั่นสะเทือน นิ้วมือสล้างดุจหยกขาวโพลนนิ้วหนึ่งค่อยๆ ยื่นออกมาจากความว่างเปล่า ชี้ตรงไปยังเฒ่าเว่ย
น้ำเสียงสายหนึ่งดังแว่วมา ราวกับส่งมาจากขุมนรกจิ่วโยว แฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันดูแคลน
"มารเทวะจิ่วโยว มหาจักรพรรดิหมิงหุน?!"
เฒ่าเว่ยตื่นตระหนกตกใจ สัญชาตญาณสั่งให้เขารีบหลบหนี
ทว่าโครงกระดูกมารเทวะที่เขาเพิ่งแย่งชิงมาได้ กลับไม่เชื่อฟังคำสั่งเอาดื้อๆ มันคุกเข่าล้มลงกับพื้นดังตึง
ส่วนดวงวิญญาณของเขา เมื่อต้องเผชิญกับนิ้วมือกระดูกขาวที่ยื่นออกมาจากความว่างเปล่านั้น ก็ไม่อาจก่อเกิดความคิดที่จะต่อต้านขัดขืนได้เลยแม้แต่น้อย
นี่แหละคืออานุภาพที่แท้จริงของมารเทวะ
เฒ่าเว่ยสัมผัสได้ถึงช่องว่างอันมหาศาล อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสิ้นหวังในใจ ทั้งยังไม่ยินยอมพร้อมใจอย่างถึงที่สุด
ต้องรู้ว่าเพื่อทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้ เขาได้ยอมจ่ายค่าตอบแทนไปมากเพียงใด เขาไม่อยากให้ความพยายามทั้งหมดต้องมาพังทลายลงไปในพริบตาเช่นนี้
แต่ก็เปล่าประโยชน์ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมารเทวะจิ่วโยวตัวจริง ผู้ฝึกตนขั้นจินตันอย่างเขากลับกลายเป็นเพียงมดปลวก ไร้ซึ่งพลังในการต่อต้านใดๆ
ในขณะที่เฒ่าเว่ยกำลังสิ้นหวังอย่างถึงที่สุดอยู่นั้น คลื่นความผันผวนในห้วงมิติก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง นิ้วมือกระดูกขาวที่กำลังจะจิ้มลงบนหน้าผากของเขาก็ค่อยๆ โปร่งแสงและเลือนลางลง
"บัดซบ! สักวันหนึ่ง ข้าจะทำลายค่ายกลปิดผนึกนี้ให้แหลกเป็นผุยผง แล้วไปเข่นฆ่าล้างบางโลกมนุษย์ให้สิ้นซาก!"
มารเทวะจิ่วโยว มหาจักรพรรดิหมิงหุน แผดเสียงคำรามลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด เดิมทีเขากะจะดึงโครงกระดูกมารเทวะร่างนี้ลงไปยังขุมนรกจิ่วโยว เพราะท้ายที่สุด ร่างแยกนี้ก็ผ่านการหล่อหลอมด้วยเพลิงผีโยวหมิงจนมีกลิ่นอายแห่งความเป็นเทพติดมาอยู่สายหนึ่ง นับว่าเป็นของล้ำค่าหาได้ยากยิ่ง
แต่ตอนนี้ เมื่อถูกขัดขวางโดยค่ายกลปิดผนึก พลังที่เขาส่งผ่านมาก็ใกล้จะสลายตัวเต็มที หมดหนทาง จึงจำต้องเปลี่ยนแผนชั่วคราว
"เจ้ามดปลวก ถือว่าเจ้าโชคดีนักที่รอดตายมาได้"
"แต่เจ้าก็โชคร้ายเช่นกัน เพราะเจ้าจะถูกข้าผนึกไว้ชั่วนิรันดร์ ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีกต่อไป"
"ไม่มีใครสามารถช่วยเจ้าได้ เว้นเสียแต่ว่าผู้นั้นจะมีอายุขัยเป็นนิรันดร์ แต่นั่นมันเป็นไปไม่ได้!"
มหาจักรพรรดิหมิงหุนแห่งขุมนรกจิ่วโยวประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนที่นิ้วมือกระดูกขาวจะโปร่งแสงจนสลายไปอย่างสมบูรณ์ ในท้ายที่สุด มันก็ยังคงจิ้มลงบนหน้าผากของเฒ่าเว่ยจนได้
ห้วงมิติสั่นสะเทือนจนแตกสลาย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า กลับคืนสู่ความสงบเงียบดังเดิม
แต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ไม่ใช่ภาพลวงตาอย่างแน่นอน เห็นเพียงอักขระมารอันสลับซับซ้อนจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นทั่วร่างของเฒ่าเว่ย กลิ่นอายแห่งความตายอันน่าสะพรึงกลัวสายแล้วสายเล่าก็แผ่ซ่านออกตามมา
เฒ่าเว่ยพยายามหยัดกายลุกขึ้นยืน แต่กลับพบด้วยความตื่นตระหนกว่า แม้เขาจะแย่งชิงร่างเนื้อได้สำเร็จ แต่กลับสูญเสียอำนาจการควบคุมโครงกระดูกมารเทวะไปแล้ว กลายเป็นเพียงศพเดินได้เท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น พลังฝึกตนขั้นจินตันของเขาก็ถูกปิดผนึกไว้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีทางที่จะใช้การได้อีกต่อไป เหลือเพียงสติสัมปชัญญะที่ยังตื่นรู้ แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย
ในเวลานี้ เฒ่าเว่ยเพิ่งตระหนักได้อย่างลึกซึ้งว่า คำพูดของมารเทวะจิ่วโยวนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด หากต้องตกอยู่ในสภาพศพเดินได้ ถูกฝังอยู่ใต้ดินเป็นเวลานานนับปีหรืออาจจะถึงหมื่นปี สำหรับเขาแล้ว นั่นคือความทรมานอย่างหาที่สุดไม่ได้
"ช่วยข้าด้วย!"
เฒ่าเว่ยพยายามหันศีรษะ มองไปยังฉินอู๋เหวยและองค์ชายสามเซี่ยซิวเสียนที่อยู่ริมฝั่ง ร้องขอความช่วยเหลือ
"อย่าเข้าไปใกล้เด็ดขาด!"
"มารเทวะจิ่วโยวไม่เพียงแต่สามารถกลืนกินเลือดเนื้อได้เท่านั้น แต่ยังสามารถช่วงชิงอายุขัยของผู้คนได้อีกด้วย"
"ก่อนหน้านี้ เพื่อตามหาถ้ำมารยุคโบราณแห่งนี้ ข้าเคยใช้กระดูกนิ้วของโครงกระดูกมารเทวะชิ้นนั้นไป ทำให้ถูกช่วงชิงอายุขัยไปอย่างน้อยสิบปีในพริบตาเดียว!"
องค์ชายสามเซี่ยซิวเสียนรีบเอ่ยขัดขวาง
ขณะที่กล่าววาจาเหล่านี้ ตัวเขาเองก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าจะเป็นแบบนี้ ตีให้ตายเขาก็คงไม่ยอมย่างกรายเข้ามาในสถานที่อัปมงคลแห่งนี้แน่ การเดินทางครั้งนี้ช่างขาดทุนย่อยยับจริงๆ
ป้ายคำสั่งหมื่นบรรพกาลกับโอสถหวนกำเนิดก็ไม่ได้มาครอบครอง แถมยังต้องมาสูญเสียอายุขัยไปตั้งสิบปีเปล่าๆ
เดิมทีในฐานะองค์ชายที่อายุน้อยที่สุดในเมืองหลวง เขามีศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัด และเป็นที่จับตามองของผู้คนมากมาย แต่ตอนนี้เมื่อสูญเสียอายุขัยไปสิบปี ย่อมหมายความว่าศักยภาพของเขาถูกลดทอนลงไปอย่างมหาศาล ความได้เปรียบด้านอายุแต่เดิมได้สูญสิ้นไปอย่างมาก
สำหรับเขาที่ต้องการแย่งชิงบัลลังก์องค์รัชทายาท นี่ไม่ใช่ข่าวดีเลยสักนิด
"ช่วยหรือ? ฝันไปเถอะ!"
"เฒ่าเว่ย เจ้านี่มันฉลาดแกมโกงเกินไป สุดท้ายก็ขุดหลุมฝังตัวเองจนได้"
"เมื่อครู่นี้มารเทวะจิ่วโยวก็บอกไว้ชัดเจนแล้ว ว่าไม่มีใครสามารถช่วยเจ้าได้!"
แววตาของฉินอู๋เหวยทอประกายวูบไหว ส่ายหน้าพร้อมกับหัวเราะเยาะ
เว้นเสียแต่ว่าจะมีอายุขัยเป็นนิรันดร์หรือ?
นั่นหมายความว่า จะต้องแบกรับคำสาปของมารเทวะจิ่วโยว ทั้งยังต้องยอมเสี่ยงต่ออันตรายครั้งใหญ่ในการถูกช่วงชิงอายุขัย เพื่อที่จะช่วยเหลือเฒ่าเว่ย
เขาเองก็สามารถทำเช่นนั้นได้ แต่หากทำเช่นนั้น ความลับที่สำคัญที่สุดของเขาก็จะถูกเปิดเผย
ประเด็นคือมันไม่มีความจำเป็นเลยสักนิด
ต้องรู้ว่าเฒ่าเว่ยไม่ใช่คนดีอะไร เข่นฆ่าผู้คนราวกับผักปลา จิตใจตกสู่มรรคาแห่งมารไปแล้ว โหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งกว่าพวกจอมมารตัวฉกาจเสียอีก
อีกอย่างก็คือ เมื่อพิจารณาจากการที่เฒ่าเว่ยไม่เคยมีความคิดที่จะปล่อยพวกเขาไปตั้งแต่ต้น การที่จะให้กลับไปช่วยเฒ่าเว่ยในเวลานี้ นอกเสียจากว่าสมองจะกระทบกระเทือน ถึงจะได้ทำเรื่องโง่ๆ แบบนั้น
แต่ก็อย่างว่าแหละนะ เฒ่าเว่ยหลังจากที่แย่งชิงร่างโครงกระดูกมารเทวะได้สำเร็จ แถมยังมีระดับพลังฝึกตนขั้นจินตันติดตัวอยู่ ว่ากันตามตรง นับว่าเป็นตัวเลือกร่างแยกที่ไม่เลวเลยทีเดียว!
......