- หน้าแรก
- ทะลุมิติเข้าสู่นิยาย กลายเป็นพระเอกสายกาม
- ตอนที่ 41 เจ้าของบาร์คนสวย
ตอนที่ 41 เจ้าของบาร์คนสวย
ตอนที่ 41 เจ้าของบาร์คนสวย
ตอนที่ 41 เจ้าของบาร์คนสวย
ติงส่วงเห็นมิสคอลจากพี่อวี๋ที่โทรมาตอนเขาอาบน้ำพอดี เขาแอบคิดในใจว่าถ้าไม่มีระบบช่วยไว้ ป่านนี้พี่อวี๋คงต้องมาเคลียร์ศพให้เขาแน่ๆ พอโทรกลับไป รอสายไม่นานพี่อวี๋ก็รับ ติงส่วงเลยทักไปว่า “ฮัลโหลพี่ เมื่อกี้ผมอาบน้ำอยู่ พี่มีไรป่ะครับ?”
“อ้าว เสี่ยวติง เรื่องที่พี่ฝากไว้อะถึงไหนแล้ว? เห็นว่าเราชอบนอนตื่นสายเลยไม่ได้โทรหาแต่เช้า”
“เรื่องไรอะพี่?” ติงส่วงถามไปตามสัญชาตญาณ ใครจะไปจำเรื่องเมื่อสี่ปีที่แล้วได้ล่ะ
“เฮ้ย น้องชาย อำป่ะเนี่ย? พี่เพิ่งบอกไปเมื่อวานเอง ลืมแล้วเหรอ?”
“เอ่อ โทษทีพี่ พอดีเมื่อกี้ตอนอาบน้ำแก๊สมันรั่วอะ เกือบขิตเหมือนกัน ตอนนี้สมองยังเบลอๆ อยู่เลย พี่ช่วยทวนหน่อยดิว่าเรื่องไร”
“เห้ย! แรงป่ะเนี่ย? อยู่ห้องนะ เดี๋ยวพี่รีบไปหาเดี๋ยวนี้แหละ!”
“พี่อวี๋ ไม่เป็นไรแล้วพี่ ไม่ต้องลำบากมาหรอก ฮัลโหล?” ติงส่วงมองหน้าจอ พี่แกวางสายไปเฉยเลย พี่อวี๋คนนี้ยังทำอะไรไวเหมือนเดิมจริงๆ
เขารีบกลับเข้าห้องไปหาขาสั้นกับเสื้อกล้ามมาใส่ จะให้เจอพี่อวี๋สภาพเปลือยล่อนจ้อนได้ไง พี่อวี๋หรือ อวี๋ซิงเหวิน เป็นพี่ชายของ อวี๋สุ่ยหลาน เพื่อนร่วมห้องของติงเฟย ตอนติงเฟยเข้าเรียน พี่อวี๋เลี้ยงข้าวทุกคนในหอเลยได้รู้จักกัน พี่แกทำงานบริษัทประกัน เป็นคนใจดีมาก ห้องที่เขาอยู่นี่พี่อวี๋ก็เป็นคนหาให้
ออฟฟิศของพี่อวี๋อยู่ฝั่งตรงข้ามหอพัก เดินมาแค่ 10 นาทีก็ถึง ไม่นานติงส่วงก็ได้ยินเสียงเคาะประตู พี่อวี๋ตะโกนมาจากข้างนอก “น้อง! เปิดประตูเร็ว! ไปโรงพยาบาลกับพี่เดี๋ยวนี้!”
พอเปิดประตู พี่อวี๋ก็คว้ามือเขาจะลากไปลูกเดียว ติงส่วงรีบเบรก “พี่ ผมโอเคจริงๆ! พอดีไหวตัวทัน ตอนนี้แค่หัวหมุนนิดหน่อย ผมปิดวาล์วแล้วก็เปิดหน้าต่างระบายอากาศเรียบร้อยแล้ว”
พี่อวี๋จ้องหน้าเขาอย่างสงสัย ดูแล้วก็ไม่เหมือนคนโดนแก๊สรมจนแย่เท่าไหร่ แต่เขารู้ว่าติงส่วงเป็นคนซื่อๆ ไม่โกหก พอเดินเข้าห้องไปได้กลิ่นแก๊สจางๆ พี่แกก็ขมวดคิ้ว “เรานี่นะ ชะล่าใจว่ะ! แก๊สรั่วไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะเว้ย ไปเช็กที่โรงพยาบาลกับพี่เหอะ”
ติงส่วงรีบปิดประตูแล้วถามกลับ “ไม่เป็นไรจริงๆ พี่ แล้วสรุปที่พี่บอกคือเรื่องไรนะ?”
“น้องชาย อย่าเพิ่งสนเรื่องอื่น ไปหาหมอกับพี่ก่อน!”
ติงส่วงรู้สึกซึ้งใจมาก พี่อวี๋เป็นถึงหัวหน้าทีม ดูแลลูกน้องเป็นร้อยคน แต่กลับทิ้งงานมาพาเขาไปโรงพยาบาล เดี๋ยววนะ? ทีมงาน? ใช่แล้ว เรื่องเอ้าท์ติ้งนี่หว่า! ติงส่วงตบหัวตัวเองทันที เมื่อวานพี่อวี๋ฝากให้เขาไปคุยกับเจ้าของบาร์เรื่องจะเหมาที่จัดปาร์ตี้บริษัท เขาไปคุยมาแล้วเหมือนเถ้าแก่เนี้ยจะโอเคด้วย เขาเลยรีบบอก
“พี่ เรื่องบาร์เจ้าของร้านตกลงแล้วนะ พรุ่งนี้คืนนึงยกให้ทีมพี่เลย ยอดขั้นต่ำแสนนึง” จริงๆ ยอดขั้นต่ำเขาเดาเอา จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่แน่ เลยบอกตัวเลขกลมๆ ไปก่อน คืนนี้ค่อยไปคอนเฟิร์มอีกที
“เรื่องนั้นเรื่องเล็ก ไปโรงพยาบาลก่อน! เชื่อพี่ดิ! รู้ว่าเราไม่ชอบโรงพยาบาลแต่นี่มันเรื่องใหญ่ ถ้ามีผลข้างเคียงขึ้นมาจะทำไง? แล้วใครจะดูแลเฟยเฟย?” พี่อวี๋พูดเสียงซีเรียสมาก
สุดท้ายติงส่วงก็ต้านทานความหวังดีไม่ไหว ต้องยอมไปหาหมอ พี่อวี๋รอจนผลตรวจออกมาว่าปกติถึงจะยอมปล่อยวาง “น้อง พี่ขอโทษจริงๆ ว่ะ ที่หาห้องนี้ให้จนเกือบทำให้เราเป็นอันตราย”
ติงส่วงส่ายหน้า “พี่พูดไรเนี่ย ผมสะเพร่าเองแหละ นายหน้าเขาก็เคยเตือนแต่ผมไม่ได้สนใจ เดี๋ยวสองสามวันนี้ผมงดใช้แก๊สก่อน แล้วจะเปลี่ยนชุดใหม่ยกเซ็ตเลย”
“เออ ดีแล้วที่ไม่เป็นไร ไม่งั้นพี่จะไปสู้หน้าเฟยเฟยได้ไง! สองสามวันนี้ไม่ต้องไปทำงานนะ พักผ่อนอยู่บ้านไปก่อน” พี่อวี๋ขับรถมาส่งถึงที่พักแล้วก็รีบกลับไปทำงานต่อ
พี่อวี๋แก่กว่าเขา 5 ปี มาจากหมู่บ้านบนดอย เรียนไม่จบมัธยมปลายก็เข้ามาลุยงานในเมือง G ตอนนั้นพี่แกเรียนเก่งนะ แต่ที่บ้านส่งไม่ไหว พี่อวี๋เลยเสียสละให้น้องสาวได้เรียนต่อ เขาคิดว่าตัวเองเป็นผู้ชาย ลำบากข้างนอกได้ แต่น้องสาวถ้าไม่ได้เรียนคงต้องติดอยู่ในหมู่บ้านไปตลอดชีวิต
โชคดีที่พี่อวี๋สู้ชีวิตจนตอนนี้รายได้ปีละเจ็ดหลัก พอเขารู้เรื่องของพี่น้องติงส่วง เขาก็ดูแลอย่างดีมาตลอด ช่วงปีใหม่ก็ชวนไปฉลองที่บ้านเหมือนเป็นคนในครอบครัว ติงส่วงรู้จักพี่อวี๋มาปีนึงแล้ว และรู้สึกได้เลยว่าพี่แกคือพี่ชายแท้ๆ ของเขาจริงๆ
ติงส่วงดูเวลา บ่ายสี่โมงครึ่ง ไปบาร์ตอนนี้ยังทัน เขาเลยบิดมอเตอร์ไซค์ไปที่ร้าน เปลี่ยนชุดทำงานแล้วไปหาเจ้าของร้านทันที
เจ้าของบาร์ชื่อ ชิวเสวี่ยหลิว เป็นสาวสวยอายุประมาณสามสิบ บ้านเธอรวยมาก มีพี่ชายสี่คน เธอเป็นน้องเล็กคนเดียว ทุกคนในบ้านเลยตามใจสุดๆ เธอชอบดื่มเหล้ามากเลยมาเปิดบาร์ ไม่ได้หวังกำไรหรอก แค่อยากมีที่ดื่มส่วนตัว
บาร์ “ป้าหลิวเฟิงเสวี่ย” มีกฎเหล็กคือ พนักงานห้ามกิ๊กกับลูกค้าเด็ดขาด ใครฝ่าฝืนโดนไล่ออกทันที คนเก่าที่ติงส่วงมาแทนก็โดนไล่ออกเพราะไปจีบลูกค้าที่เมาจนมีเรื่องตามมาถึงร้าน พี่หลิวแกส่งตัวบาร์เทนเดอร์คนนั้นเข้าโรงพักเองเลย
ส่วนติงส่วงได้งานนี้เพราะความบังเอิญ ตอนหางานเขารู้สึกว่าชื่อบาร์มันดูอาร์ตๆ ดีเลยลองสมัคร พี่หลิวให้เขาลองชงเครื่องดื่มสามแก้ว พอชิมเสร็จเธอก็เซ็นสัญญาจ้างทันที ด้วยความที่พี่หลิวพิถีพิถันเรื่องเหล้ามาก ทำให้ร้านนี้เริ่มดังและธุรกิจดีขึ้นเรื่อยๆ
ติงส่วงรวบรวมความกล้าเคาะประตูห้องทำงาน “พี่หลิว อยู่ป่ะครับ?” เมื่อกลางวันเขาบอกพี่อวี๋ไปว่าขั้นต่ำแสนนึง แต่แอบเสียวว่าตัวเองบอกราคาต่ำไป เลยกะมาต่อรองกับพี่หลิวอีกรอบ
“อืม เข้ามา” เสียงพี่หลิวตอบกลับมา
ติงส่วงเปิดประตูเข้าไปพร้อมยิ้มแหยๆ “พี่หลิว เรื่องที่คุยกันเมื่อวาน ยอดขั้นต่ำขอลดลงอีกนิดได้ป่ะพี่?”
พี่หลิวอึ้งไปแป๊บ “เสี่ยวติง ยอดแสนห้านี่ก็ถูกสุดๆ แล้วนะ เราก็รู้ว่ารายได้คืนนึงของพี่เท่าไหร่”
ติงส่วงถอนหายใจโล่งอก ดีนะที่แค่แสนห้า เขาเลยลองต่อรองดู “พี่ นั่นเพื่อนสนิทผมเลยนะ พี่ดูดิ ผมบอกเขาไปแสนเดียวเอง ถ้าไม่ถึงแสนห้า ส่วนต่างผมควักกระเป๋าจ่ายเองก็ได้ แบบนี้โอเคไหมพี่?”
พี่หลิวหลุดขำ “เรานี่มามุกเดิมอีกแล้วนะ เมื่อวานยังบอกพี่เลยว่าแจ้งราคาไปแสนห้า ถ้าไม่ถึงสองแสนจะจ่ายส่วนต่างให้เอง”
ติงส่วงหน้าร้อนผ่าวเลย! สำหรับคนอื่นมันแค่ผ่านไปวันเดียว แต่สำหรับเขาคือผ่านไปห้าปีแล้วนะเรื่องนี้! ใครจะไปจำรายละเอียดได้หมดวะ
ติงส่วงเกาหัวแก้เขิน “ขอโทษทีพี่ เมื่อกี้ตอนอาบน้ำเจอแก๊สรั่ว สมองเลยตื้อๆ แสนห้าก็ได้ครับพี่ ขอบคุณมากครับ!”
พี่หลิวหัวเราะร่า “แสนเดียวก็แสนเดียวเหอะ พี่เปิดร้านไม่ได้กะรวยอยู่แล้ว แต่ถามจริง เมื่อกี้โดนแก๊สรมจริงดิ?”
ติงส่วงพยักหน้าซีเรียส “จริงพี่ พี่อวี๋เป็นคนส่งผมไปโรงพยาบาลเอง คนที่จะมาเหมาบาร์เรานี่แหละ ดีนะผมรู้ตัวทัน ไม่งั้นวันนี้คงไม่ได้มาทำงานแล้ว”
พี่หลิวเริ่มสีหน้าจริงจัง “ไม่เป็นไรแน่นะ? หรือจะพักก่อนไหม?”
“ไหวพี่ ถ้าไม่ไหวผมไม่เกรงใจพี่หรอก ลาหยุดไปแล้ว”
“ร่างกายเรา เราน่าจะรู้ดีที่สุดนะ มีไรก็บอกพี่ละกัน” พี่หลิวเนี่ย ถึงตอนรับสมัครจะเฮี้ยบ แต่ถ้าได้เป็นพวกเดียวกันแล้ว เธอดูแลลูกน้องดีมาก ไม่ทำตัวเป็นลูกคุณหนูเลย แถมใจกว้างสุดๆ
“ขอบคุณครับพี่ ผมไปที่บาร์ก่อนนะ เดี๋ยวชงสูตรใหม่ที่เพิ่งคิดได้ให้ลอง รับรองติดใจชัวร์”
พี่หลิวโบกมือส่งให้เขาออกไป
---