เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 131 การเย้ายวนที่ปฎิเสธไม่ได้ !

TXV – 131 การเย้ายวนที่ปฎิเสธไม่ได้ !

TXV – 131 การเย้ายวนที่ปฎิเสธไม่ได้ !


TXV – 131 การเย้ายวนที่ปฎิเสธไม่ได้ !

 

          ที่หน้าบ้านของอเลน่าเซี่ยเหล่ยยืนอยู่ตรงประตูเปิดเข้าไป แล้วเขาก็ค้นพบว่าอเลน่าได้เตรียมห้องไว้ให้เขา ที่เตียงมีชุดนอนวางอยู่ ข้างเตียงมีรองเท้าสลิปเปอร์ ในห้องเต็มไปด้วย โคมไฟแขวนสีชมพู, ตุ๊กตาหมีมันดูเหมือนห้องของเด็กหญิงอายุ 17 หรือ 18 ปี มันดูไม่ใช่ห้องของสาววัยทำงานเลย

 

          เซี่ยเหล่ยยืนอยู่ตรงหน้าห้องเขายิ้มแล้วพูดคนเดียวว่า "ผมไม่เคยคิดว่าคุณจะเป็นผู้หญิงที่มีด้านอบอุ่นน่ารักๆ ...... แต่ถึงอย่างนั้นเราจะนอนบนเตียงเดียวกันได้ยังไง มันไม่เหมาะสม ผมจะไปหาห้องใหม่"

 

          เซี่ยเหล่ยออกจากห้องของอเลน่า เขาเจออีกห้องหนึ่ง เขาได้อาบน้ำในห้องนั้นและกำลังจะเข้านอน แต่จู่เขาก็พบว่าข้างเตียงของเขามีผู้หญิงนั่งอยู่

 

          ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่อเลน่าที่กลับมาจากสอบปากคำกับตำรวจ แต่เป็นหลงบิง !

 

          เมื่อมองไปที่เธอจู่ๆเซี่ยเหล่ยก็ทำท่าตกใจและยกมือขึ้นมาปิดส่วนสำคัญของร่างกาย จากนั้นรีบวิ่งไปหยิบกางเกงมาใส่

 

          จากเหตุการณ์ทั้งหมด หลงบิงที่เยือกเย็น มองไปที่เซี่ยเหล่ยอย่างไร้อารมณ์ ในตอนที่เซี่ยเหล่ยยกมือออกมาเพื่อปกปิดสิ่งนั้น ดวงตาของเธอไม่ได้กระพริบเลยและมองเห็นอะไรบางอย่างที่ดูคล้ายแตงกวา……

 

          "คุณ ... " เซี่ยเหล่ยลุกขึ้นมานั่งอยู่ข้างเตียง พร้อมหยิบกางเกงในที่วางอยู่ใกล้ๆไปซ้อนอยู่ด้านหลัง "คุณไม่รู้จักวิธีเคาะประตูอย่างนั้นเหรอ...?"

 

          "ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังอาบน้ำอยู่" หลงบิงพูดอย่างไม่แยแส

 

          เซี่ยเหล่ยรู้สึกหดหู่และไม่รู้ว่าจะพูดยังต่อกับเธอดี

 

          หลงบิงพูดว่า "ฉันน่าจะมาให้เร็วกว่านี้จะได้ไม่พลาดการยิงกัน"

 

          เซี่ยเหล่ยได้ยินและไม่พอใจท่าทีที่เธอพูดและแสดงออกมา เซี่ยเหล่ยหันหน้าไปแล้วพูดว่า "ผมจัดการได้...มันจะไม่มีเป็นครั้งที่สอง"

 

          "คุณจำคำพูดที่ฉันเคยบอกไปได้ไหม? คุณต้องจำมันและรู้ว่าเรากำลังทำงานของเรา ไม่ไช่มาเจ้าชู้กับสาวๆ "

 

          เซี่ยเหล่ยพูดอะไรออกมาไม่ออก

 

          "ฉันคอยเตือนเพื่อให้คุณตระหนัก แต่คุณดันไปช่วยสาวเยอรมันจากแก๊งอาชญากรซะงั้น มันจะไม่เป็นผลดีกับงานที่เราทำอยู่ตอนนี้ เราอาจจะถูกจับตามองโดยพวกเยอรมนีหรือสหรัฐอเมริกา คุณอยากจะถูกจับไปขังงั้นหรอ?” หลงบิงยังคงสั่งสอนออกมาเรื่อยๆ

 

          เซี่ยเหล่ยพยายามยิ้มแล้วตอบว่า "ผมรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ คุณไม่จำเป็นต้องเตือนผมบ่อยๆ ผมรู้ว่ามันเสี่ยง แต่คุณจะให้ผมอยู่เฉยๆแล้วกลายเป็นคนเลือดเย็นอย่างนั้นเหรอ? หากคนที่ผมรู้จัก คนสนิทหรือครอบครัวของผมได้รับความเดือดร้อนคุณจะไม่ให้ผมยื่นมือเข้าไปช่วยพวกเขาเลยอย่างนั้นเหรอ?

 

          หลงบิงถลึงตามองไปที่เซี่ยเหล่ยและทำท่าทางเหมือนจะเตะเขา

 

          เซี่ยเหล่ยยักไหล่แล้วพูดว่า "คุณมองผมว่าทำไม่ถูกต้อง แต่ผมมีวิธีการของผม ผมรู้ว่าอเลน่าจะมีส่วนให้เราได้ในสิ่งที่เราต้องการ"

 

          หลงบิงพูดว่า "คุณได้อะไรมาบ้างหล่ะ?"

 

          "อเลน่ามีเพื่อนชื่อโจเซฟ เขาเป็นวิศวกรไฟฟ้าที่เชี่ยวชาญมาก เขากำลังศึกษาเครื่องจักรอัจฉริยะ ผมเคยตรวจสอบเครื่องจักรอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วมั่นใจว่าตอนนี้มันเป็นเครื่องมือเครื่องจักรที่ทันสมัยที่สุดในโลก "เซี่ยเหล่ยอธิบายรวมถึงเรื่องที่ช่วยชีวิตของโจเซฟ

 

          "คุณเอากระสุนออกจากร่างของเขาด้วยคีมงั้นเหรอ...?" ฟังเซี่ยเหล่ยพูดถึงตรงนี้ทำให้หลงบิงแทบจะลืมเรื่องเครื่องจักรประสิทธิภาพสูงไปทันที

 

          แต่ไม่ทันไรเซี่ยเหล่ยก็พูดขยายความเรื่องของเครื่องจักรต่อว่า "ที่ผมพูดหมายความว่าเครื่องจักรนี้มันยังไม่สมบูรณ์ โปรแกรมการควบคุมเชิงตัวเลขยังใช้การได้ไม่ดีเท่าที่ควร ถ้าโจเซฟตายในตอนนี้ใครจะทำให้มันสมบูรณ์หล่ะ? "

 

          หลงบิงไม่ได้พูดตอบแต่อย่างไร แต่เธอกลับจี้คำถามต่อไป "คุณหาพิมพ์เขียวเจอไหม?"

 

          เซี่ยเหล่ยตอบว่า "ผมเจอพิมพ์เขียวของเครื่องจักรอยู่ในโกดังที่บ้านเขารวมทั้งวงจรไฟฟ้าของพิมพ์เขียว ผมใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปมาแล้ว ผมจะให้การ์ดหน่วยความจำกับคุณ แต่สิ่งที่ผมได้ทำไปมันไม่เพียงพอที่จะเรียกว่าสำเร็จ" เขาเอาโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกง แล้วนำการ์ดหน่วยความจำให้กับหลงบิง จากนั้นเขาไปเปิดกระเป๋าแล้วหยิบสบู่ให้อีกครั้งหนึ่ง

 

          เซี่ยเหล่ยพูดว่า "ในสบู่นี้มีกุญแจอยู่ ตอนนี้คุณเอามันกลับไปก่อนเราจะใช้มันในภายหลังเพื่อเปิดประตูโกดังของโจเซฟ"

 

          ในที่สุดหลงบิงก็มีท่าทีกลับเป็นปกติ เธอเก็บการ์ดหน่วยความจำและกล่องสบู่แล้วมองไปที่เซี่ยเหล่ย "คืนนี้คุณจะไม่กลับไปกับฉันเหรอ?"

 

          เซี่ยเหล่ยตอบว่า "อเลน่าไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ ผมจะรอเธอ ผมต้องรู้สถานการณ์ของเธอและโจเซฟก่อน ดังนั้นผมจะยังไม่กลับตอนนี้"

 

          หลงบิงแสดงออกท่าทางที่แปลกใจ "คุณไม่ควรจะมีสถานะพิเศษกับสาวเยอรมันคนนั้น !"

 

          "คุณพูดเรื่องไร้สาระอะไรกัน? ผมทำแบบนี้ก็เพื่องาน "เซี่ยเหล่ยพูดด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์นิดหน่อย " ผมได้ข้อมูลและรู้สถานการณ์ของโจเซฟได้ก็เพราะอเลน่า ครั้นเมื่อโจเซฟทำเครื่องจักรประสิทธิภาพสูงให้สมบูรณ์ได้แล้วผมก็จะรู้ ผมจะขโมยมันทันที และเราก็จะกลับไปรายงานว่างานสำเร็จลุล่วง แผนนี้มีอะไรผิดพลาดงั้นเหรอ? เครื่องจักรประสิทธิภาพสูงแทบจะบอกได้เลยว่ามันเป็น ‘เครื่องจักรอัจฉริยะ’เป็นสิ่งสำคัญสำหรับโลกในตอนนี้ถ้าเราเป็นคนผลิตและขายมันเป็นเจ้าแรกได้มันจะเป็นยังไงหล่ะคุณไม่รู้หรอ?"

 

          หลงบิงรู้สึกผิดนิดหน่อยแต่ก็พูดไปด้วยท่าท่างเย็นชาว่า "ดี...ฉันจะส่งพิมพ์เขียวไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้าดูจากที่คุณพูดว่าความได้เปรียบของเราที่เรามาเยอรมนีในครั้งนี้คือโอกาสที่ยิ่งใหญ่ ในอนาคตฉันจะไม่ลืมบุญคุณ "

 

          "ผมไม่ต้องการให้ใครต้องติดบุญคุณผม ! " เซี่ยเหล่ยพูด

 

          "ดี...ก็ดี ฉันจะกลับแล้วไม่งั้นคงได้เจอแฟนสาวชาวเยอรมันของคุณ”

 

          "คุณ ...... หมายความว่ายังไง?" เซี่ยเหล่ยพูดด้วยท่าทางซังกะตาย

 

          หลงบิงพูดอย่างเรียงง่ายว่า "ฉันเป็นภรรยาของคุณ แต่หลายๆคนเห็นคุณอยู่กับเธอตลอด มันจะไม่เป็นการดีสำหรับเราหรอกมั้ง?

 

          เซี่ยเหล่ยไม่ได้พูดอะไร

 

          "คุณคิดจะหลับนอนกับเธองั้นเหรอ?" จู่ๆหลงบิงก็โผล่งขึ้นมา

 

          เซี่ยเหล่ยไม่พอใจนิดๆแล้วพูดไปว่า "คุณยังไม่รู้จักผมงั้นเหรอว่าผมเป็นคนยังไง? ตอนที่ผมนอนกับคุณ...ผมได้ทำอะไรคุณมั้ย? "

 

          "เธอไม่เหมาะกับคุณหรอก...เชื่อฉันสิ" หลงบิงทิ้งท้ายคำพูดไว้แล้วก็กลับไป

 

          หลังจากที่หลงบิงเดินออกไป เซี่ยเหล่ยจึงไปล็อกประตูให้สนิท แล้วกลับมาคิดถึงคำพูดของหลงบิงที่ว่า ‘อเลน่าไม่ได้เหมาะกับเรา? เธอรู้ได้ยังไงว่าอเลน่าไม่เหมาะกับเรา ? งั้นใครกันหล่ะที่เหมาะสม’

 

          หลังจากให้ของไปกับหลงบิง เซี่ยเหล่ยรู้สึกผ่อนคลายขึ้น เขานอนลงไปบนเตียงด้วยความเหนื่อยเพราะต้องใช้พลังในการรักษาไปก่อนหน้านี้ ในหัวของเขาตอนนี้เริ่มจะว่างเปล่าและไม่ได้คิดอะไรและสุดท้ายเขาก็หลับลงเพียงเวลาแค่ไม่กี่นาที

           

          เขาไม่รู้เลยว่าหลับไปนานแค่ไหน เขาค่อยๆลืมตาและใช้มือควานหาอะไรบางอย่างโดยอัตโนมัติ แต่เขาบังเอิญคว้าไปโดนอะไรบางอย่างที่แปลกๆ ไม่รอช้าเขาลืมตาขึ้น จากนั้นเขาก็ต้องตกใจตาค้างและอ้าปากค้างกับสิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้า เพราะสิ่งที่เขาจับไปโดนคือใบหน้าของอเลน่านั่นเอง !

 

          อเลน่าพบว่าเซี่ยเหล่ยได้ตื่นขึ้นแล้ว เธอจึงชิงจูบเซี่ยเหล่ย พร้อมยิ้มและพูดกับเซี่ยเหล่ยว่า "คุณไม่รู้หรอกว่าตอนคุณหลับคุณเหมือนลูกหมูมากแค่ไหน......"

 

          เซี่ยเหล่ยต้องการที่จะลุกขึ้น แต่อเลน่ากดเขาไว้ไม่ให้ไปไหน

 

          อเลน่ายังพูดต่ออีกว่า "ฉันรู้ว่าคุณต้องการถามเกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่ตำรวจสอบปากคำ เห็นได้ชัดเจนว่าตำรวจหลายคนสมควรที่จะถูกตำหนิ พวกเขาได้ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องสำหรับอาชีพตำรวจเลย ใช่...คุณอาจไม่รู้ว่าทำไม แต่คุณจะรู้เองในภายหลัง"

 

          เซี่ยเหล่ยประหลาดใจแล้วพูดว่า "มันเป็นไปได้เหรอ?"

 

          อเลน่าพูดว่า "ทำไมจะเป็นไปไม่ได้หล่ะ? ตำรวจที่ตรวจข้อมูลของฮันส์ในโทรศัพท์ของนาเวส ได้เก็บบันทึกประวัติสนทนาของเขาไปแล้วจึงรู้ความจริง !"

 

          "นี่มันอะไรกัน..? เขาต้องการให้เราตาย เขาเป็นคนชั่วและโหดร้ายมาก"เซี่ยเหล่ยได้แต่ถอนหายใจ ถ้าไม่ได้อเลน่าบอกเขาในเรื่องนี้ เขาจะไม่รู้เลยมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

          "ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นคนดีเหมือนคุณ" อเลน่าพูดด้วยรอยยิ้ม "นอกจากนี้ฉันไปโรงพยาบาลเพื่อจะดูอาการของโจเซฟ เขาได้รับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ฉันบอกเขาว่าคุณช่วยชีวิตเขาไว้ เขารู้สึกละอายมาก เขาจึงฝากฉันมาบอกกับคุณว่าขอบคุณและขอโทษ "

 

          เซี่ยเหล่ยพูดว่า "ก็ดีแล้วแหละ..."

 

          "ฉันจะบอกทุกอย่างกับคุณ คุณต้องรู้ว่าเรา.... " อเลน่าพูดขึ้นมาแต่จู่ๆก็หยุดไปและเธอมองไปที่เซี่ยเหล่ย

 

          เซี่ยเหล่ยรู้ว่าเธอต้องการจะพูดอะไร พวกเขาหันหน้าเข้าหากัน เซี่ยเหล่ยต้องการรักษาความเป็นเพื่อนนี้เอาไว้เพราะมันยั่งยืน แต่หากว่ามันกลายเป็นความสัมพันธ์ระหว่างชายและหญิง หากตอนนั้นเขาต้องออกจากประเทศเยอรมนี แล้วทิ้งเธอไว้ เขาไม่สามารถทำแบบนั้นได้อย่างแน่นอน

 

          "คุณชอบฉันแล้วใช่ไหม?" อเลน่ามองไปที่เซี่ยเหล่ยแต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ "ฉันสามารถ ...... " แล้วเธอก็เอามือเลื่อนไปจับหน้าอกของเซี่ยเหล่ย

 

          ความรู้สึกของเซี่ยเหล่ยในตอนนี้เขาต้องการที่จะเอามือของเธอออกไปแล้วจากตัวแล้วพูดขึ้นว่า "อเลน่า ผม..ผมขอโทษ ผมมีภรรยาแล้ว "

 

          "หา...?" อเลน่าตะลึง

 

          เซี่ยเหล่ยยังพูดต่อว่า "เธอชื่อลอร่า เธอยังอยู่ในเยอรมนี เราพักอยู่ที่บ้านเช่าด้วยกัน"

 

          ดวงตาของอเลน่าเต็มไปด้วยความผิดหวังและเศร้าใจก่อนจะถามว่า "เธอมีเสน่ห์มากงั้นเหรอ...?"

 

          "เธอเป็นคนที่น่าสนใจมาก" เซี่ยเหล่ยตอบ

 

          "แต่ ...... " อเลน่าหันไปหาเซี่ยเหล่ยแล้วจู่ๆเธอก็จูบแก้มและริมฝีปากของเซี่ยเหล่ยอย่างเมามัน เธอหยุดและพูดอีกว่า "ฉันจะต้องทำให้คุณเป็นของฉันแทนที่จะเป็นของเธอ!"

 

          เซี่ยเหล่ยพยายามตั้งสติ แต่ในเวลานี้มันไม่เหลือแล้ว

 

          “ปัง...!!” จู่ๆ ก็มีเสียงดังมาจากข้างนอก

 

          ทั้งสองคนตกใจ

 

          "เกิดอะไรกันขึ้นกันเนี่ย?" อเลน่าถามด้วยความกังวลว่าแล้วต่อว่า "คนร้ายกำลังจะมาที่นี่งั้นหรอ?"

 

          "ผมจะออกไปดู !" เซี่ยเหล่ยใส่เสื้อผ้าแล้วเดินไปดู ที่จริงแล้วมันดีสำหรับเขามาก เขาต้องการที่จะสงบสติอารมณ์ แต่เขามองว่าเวลาอเลน่าอยู่บนเตียงแล้วเธอเซ็กซี่เหลือเกิน ‘ออกห่างจากเธอคงจะดีที่สุด’ เซี่ยเหล่ยคิดอยู่ในหัว

 

          เซี่ยเหล่ยออกไปจากห้อง และมองขึ้นไปบนหลังคา ดวงตาข้างซ้ายของเขาเปิดขึ้นเล็กน้อย เขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนหลังคา

 

          ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ใคร เธอคือหลงบิง เธอยังไม่ได้กลับไป

 

          หลงบิงหยิบหินขึ้นมาและเตรียมพร้อมที่จะขว้างเป็นครั้งที่สองอยู่ตลอดเวลา

 

          "ลูคัส...คุณเห็นอะไรหรือป่าว?" อเลน่าเอ่ยถาม

 

          จู่ๆเซี่ยเหล่ยก็กลายเป็นคนบ้าๆบอๆ

 

          "ผม... " ปฏิกิริยาการตอบสนองของเขาเริ่มช้าลงแล้วพูดว่า "ไม่เห็นมีอะไรเลย คงจะเป็นแมวหละมั้ง"

 

          อเลน่าได้ยิ้มแล้วพูดว่า "แน่นอน มันคงเป็นแมวที่ซนมาก กลับเข้ามาในห้องเร็ว"

 

          เซี่ยเหล่ยยังคงไม่ขยับไปไหน

 

          ในเวลานั้นอเลน่าชะโงกหน้าออกมาจากประตูอย่างช้าๆ เธอชูกางเกงในลายลูกไม้สีดำขึ้นมา นิ้วของเธอควงกางเกงในของเธอไปมา แล้วจู่ๆมันก็ได้ปลิวไปตกอยู่ที่เท้าของเซี่ยเหล่ย

 

          "ลูคัส...คุณยืนรออะไรหล่ะ" อเลน่าถามด้วยท่าทีที่กำลังยั่วยวน เธอยังขยับตัวออกมาอีกอย่างช้าๆ แต่ยังไม่ได้เปิดเผยให้เห็นส่วนสำคัญที่ลึกลับ

 

          การยั่วยวนดังกล่าวมันร้อนแรงจนสามารถทำให้เหล็กที่ตรงแข็งงอเป็นเส้นโค้ง ไปจนถึงสามารถทำให้พุทธศาสนิกชนที่กำลังเดินทางธรรมอยู่ตบะแตกได้เลยทีเดียว

 

          เซี่ยเหล่ยเห็นภาพที่เธอกำลังยั่วยวนจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้...

 

          ติดตามตอนต่อไป..............

 

 

จบบทที่ TXV – 131 การเย้ายวนที่ปฎิเสธไม่ได้ !

คัดลอกลิงก์แล้ว