- หน้าแรก
- ระบบหน้าต่างสถานะ กับเส้นทางยอดมนุษย์สายบู๊
- บทที่ 53 - ตีความสภาวะกระบี่
บทที่ 53 - ตีความสภาวะกระบี่
บทที่ 53 - ตีความสภาวะกระบี่
บทที่ 53 - ตีความสภาวะกระบี่
"สภาวะกระบี่เหรอครับ คุณปู่กงหมายถึงสภาวะกระบี่หรือเจตจำนงกระบี่แบบในนิยายพวกนั้นใช่ไหมครับ"
เมื่อได้ยินคำพูดของคุณปู่กง เฉียนตงก็ต้องรีบข่มความตื่นเต้นในใจเอาไว้แล้วเอ่ยถามรัวๆ
กงเหยียนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็มีปฏิกิริยาไม่ต่างกัน เพราะสภาวะกระบี่ในนิยายมันถูกบรรยายไว้ซะเหนือชั้นราวกับปาฏิหาริย์ แน่นอนว่าเธอย่อมอยากรู้ความจริง
"ฮ่าๆๆ ไม่ได้เว่อร์วังขนาดนั้นหรอก ไปเถอะ ไปนั่งจิบชาเดี๋ยวฉันจะค่อยๆ เล่าให้ฟัง"
เมื่อเห็นว่าสามารถกระตุ้นความสนใจของทั้งเฉียนตงและกงเหยียนได้ รอยยิ้มของคุณปู่กงก็แฝงความภาคภูมิใจเอาไว้เล็กน้อย ท่านเดินนำหน้าไปทันที
"คุณปู่ รีบเล่าเรื่องสภาวะกระบี่สิคะ"
เพิ่งจะหย่อนก้นนั่งลง กงเหยียนก็เอ่ยปากอย่างอดใจไม่ไหว เธอเองก็เป็นคนฝึกวิทยายุทธ แถมปกติติดนิยายแนวแอ็กชันสะใจอยู่ไม่น้อย ย่อมอยากรู้เรื่องสภาวะกระบี่ในตำนานเป็นธรรมดา ยิ่งได้ยินคุณปู่บอกว่าในโลกความเป็นจริงก็มีสภาวะกระบี่ เธอก็ยิ่งเก็บอาการไม่อยู่
ส่วนเฉียนตงนั้นค่อนข้างใจเย็น เขานั่งมองคุณปู่กงชงชาอย่างเงียบๆ
"สภาวะกระบี่น่ะเหรอ จริงๆ แล้วอธิบายง่ายนิดเดียว เสี่ยวตง นายสามารถใช้ฝ่ามือเดียวสับเก้าอี้ตัวนี้ให้หักได้ไหม"
ท่วงท่าการชงชาของคุณปู่กงดูลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ดูออกเลยว่าเป็นการชงชาแบบกังฟู ระหว่างที่พูดท่านก็ชี้ไปที่เก้าอี้ตัวหนึ่งข้างโต๊ะน้ำชาแล้วเอ่ยถามเฉียนตง
"เอ่อ ไม่แน่ใจครับ"
เฉียนตงขมวดคิ้วมองเก้าอี้ตัวนั้น มันเป็นเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งที่งานประกอบค่อนข้างแน่นหนา แผ่นไม้ตรงที่นั่งหนาประมาณสองเซนติเมตร ปกติเขาเน้นตบกระสอบทรายเป็นหลัก ไม่เคยไปลองสับแผ่นไม้พวกนี้เลยไม่กล้าฟันธง
"ในเมื่อไม่แน่ใจ ถ้างั้นก็ลองดูสิ ไม่เป็นไรหรอก เก้าอี้นี่ไม่ได้ราคาแพงอะไร พังไปก็แค่เรียกคนมาซ่อม"
คุณปู่กงมองเฉียนตงด้วยรอยยิ้มขำๆ จากที่ท่านประเมินพละกำลังของเขาตอนที่ประลองกับหลานสาวเมื่อวันก่อน ท่านค่อนข้างมั่นใจว่าเขาไม่น่าจะสับเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งแบบนี้ให้หักได้
"ได้ครับ"
เฉียนตงไม่ใช่คนอิดออด เมื่อรับคำเสร็จเขาก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที ลากเก้าอี้ออกไปด้านข้างแล้วย่อตัวยืนจังก้าในท่าม้า ดึงพลังจากพื้นดินส่งขึ้นมาเหมือนตอนที่ตบกระสอบทราย กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งแน่นในพริบตา ก่อนจะฟาดฝ่ามือสับลงไปสุดแรง
"ปัง... กร๊อบ!"
เฉียนตงลงมือแบบทุ่มสุดตัว เขาเคยซัดฝ่ามือใส่ต้นไม้มาแล้ว จึงรู้ดีว่ามีพลังชี่ในร่างกายคอยปกป้องอยู่ ฝ่ามือของเขาไม่มีทางได้รับบาดเจ็บแน่นอน ฝ่ามือนี้จึงสับแผ่นไม้เนื้อแข็งตรงที่นั่งจนขาดสะบั้นในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
"คุณปู่กง ผมสับหักแล้วครับ ถ้าเป็นแบบนี้ผมสับหักได้สบายเลย"
เฉียนตงก้มมองแผ่นไม้บนเก้าอี้ที่หักเป็นสองท่อน สลับกับมองฝ่ามือตัวเองที่ไร้รอยขีดข่วน เขาเดินกลับมานั่งที่โต๊ะน้ำชาแล้วเอ่ยกับคุณปู่กงด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เมื่อครู่คุณปู่กงยังมองเฉียนตงด้วยสายตาหยอกล้ออยู่เลย แต่ผลลัพธ์คือฝ่ามือของเฉียนตงสับเก้าอี้ขาดสองท่อนซะงั้น วินาทีที่ได้ยินเสียงไม้ลั่นกร๊อบ มือที่กำลังรินน้ำชาของท่านถึงกับกระตุกไปจังหวะหนึ่ง พอมองเห็นรอยฉีกขาดของเนื้อไม้ที่แหลมคมตรงรอยหัก มุมปากของคุณปู่กงก็ถึงกับกระตุกยิกๆ
"อะแฮ่ม อืม ยอดเยี่ยมมาก ถ้างั้นตอนนี้ถ้าฉันให้นายสับเก้าอี้อีกตัว นายคิดว่าจะสับหักไหม"
คุณปู่กงกระแอมเบาๆ เพื่อปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ มือก็รินน้ำชาต่อไป ทำเนียนราวกับว่าอาการมือสั่นเมื่อกี้ไม่เคยเกิดขึ้น ท่านชี้ไปที่เก้าอี้ว่างอีกตัวแล้วเอ่ยถามซ้ำ
"อ้อ น่าจะไม่มีปัญหาครับ คุณปู่กง จะให้ผมสับให้ดูอีกตัวไหมครับ"
เฉียนตงตอบกลับไปแทบจะในทันที แถมยังทำท่าจะลุกขึ้นไปโชว์ฝ่ามือสับเก้าอี้อีกรอบ
"เฮ้ยๆ พอแล้วๆ ไม่ต้องสับแล้ว มาๆ ดื่มชาๆ"
คุณปู่กงรีบโบกมือห้ามเป็นพัลวัน ขืนปล่อยให้สับต่อเก้าอี้ได้พังไปอีกตัวแน่ เอาจริงๆ ท่านไม่คิดเลยว่าเฉียนตงจะสับมันหักได้จริงๆ
"ว้าว นายทำได้ยังไงเนี่ย เขาว่าวิชาฝ่ามือแปดทิศเน้นความพริ้วไหวไม่ใช่เหรอ คนฝึกฝ่ามือแปดทิศน่าจะเน้นท่าร่างมากกว่าสิ วันก่อนที่ประลองกันนายออมมือให้ฉันจริงๆ ด้วย ขืนโดนฝ่ามือนี้สับเข้าที่ขาฉันล่ะก็... จึ๊ๆ"
ตั้งแต่เห็นเฉียนตงสับเก้าอี้หัก กงเหยียนก็ช็อกไปเลย เธอถึงขั้นเดินไปลูบๆ คลำๆ เก้าอี้ตัวนั้นเพื่อยืนยันว่ามันทำจากไม้เนื้อแข็งจริงๆ ไม่ใช่ไม้อัดสังเคราะห์ พอแน่ใจเธอก็พุ่งพรวดเข้ามาจับมือเฉียนตงพลิกดูไปมาอย่างพิจารณา
เฉียนตงกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชา แต่จู่ๆ ก็ถูกกงเหยียนคว้ามือหมับ ฝ่ามือของเขาค่อนข้างหยาบกร้าน ขอบฝ่ามือหนาเตอะ ในขณะที่มือของกงเหยียนนั้นกลับตรงกันข้าม มันนุ่มนิ่มมาก... สัมผัสนุ่มละมุนจากมือของเธอพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาเตะจมูก เมื่อเงยหน้าขึ้นก็ปะทะเข้ากับใบหน้าด้านข้างของเธอและเส้นผมที่ทัดหูอยู่อย่างพอดิบพอดี
วินาทีนี้หัวใจของเฉียนตงเต้นระรัวราวกับรัวกลอง เขารู้สึกชาหนึบไปทั้งมือ ในหัวขาวโพลนไปหมด คิดอะไรไม่ออกนอกจากสัมผัสนุ่มละมุนที่มือ
เฉียนตงไม่ใช่พวกไก่อ่อนไม่ประสีประสา เขาเคยมีแฟนมาแล้วสองสามคน แม้จะคบกันได้ไม่นานก็เลิกรากันไป แต่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขารู้สึกแบบนี้ได้เลย การจับมือกับคนพวกนั้นให้ความรู้สึกเหมือนเอามือซ้ายจับมือขวาซะมากกว่า
ส่วนความรู้สึกที่มีต่อเสี่ยวฉินนั้นมันไม่ใช่ความรัก แต่มันคือความผูกพันและโหยหาในวัยรุ่นที่แอบรักใครสักคน บวกกับสถานการณ์พิเศษของเธอ มันจึงทำให้ความรู้สึกนั้นค่อนข้างซับซ้อน
"อะแฮ่ม เหยียนเหยียน มาดื่มชาสิ"
เมื่อเห็นหลานสาวทำตัวเสียกิริยา คุณปู่กงก็อดไม่ได้ที่จะกระแอมเตือน แม้ท่านจะอยากให้กงเหยียนรีบมีแฟนและแต่งงานเร็วๆ แต่ก็ไม่อยากให้เธอทำตัวเสียมารยาท
"ว้าย ขอโทษค่ะ"
เมื่อได้ยินเสียงคุณปู่ กงเหยียนก็เงยหน้าขึ้นมาสบเข้ากับสายตาของเฉียนตงที่กำลังจ้องมองเธออยู่พอดี เธออุทานเบาๆ แล้วรีบปล่อยมือเขาทันที ก่อนจะซอยเท้ากลับไปนั่งที่เก้าอี้ของตัวเองอย่างรวดเร็ว
เฉียนตงหันไปมองเธอ แม้สีหน้าของเธอจะกลับมาเป็นปกติและกำลังประคองถ้วยชาขึ้นจิบแก้เก้อ แต่คนตาไวอย่างเขาก็ยังสังเกตเห็นใบหูของเธอที่แดงเถือกขึ้นมา เขาลอบยิ้มในใจก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจิบเพื่อสงบสติอารมณ์และจังหวะหัวใจของตัวเองเช่นกัน
"เมื่อกี้ฉันพูดถึงไหนแล้ว อ้อๆ เรื่องสับเก้าอี้ อะแฮ่ม เสี่ยวตง ตอนที่ฉันถามนายครั้งแรกว่าสับเก้าอี้ได้ไหม นายตอบว่าไม่รู้ นั่นเป็นเพราะนายไม่เคยทำมาก่อน
แต่พอนายได้ลองทำไปแล้วหนึ่งครั้ง ในใจนายก็จะเริ่มมีฐานข้อมูล พอฉันถามนายครั้งที่สอง นายเลยตอบว่า 'น่าจะได้' เพราะเมื่อนายมีประสบการณ์ครั้งแรกแล้ว ถ้านายเจอเก้าอี้แบบนี้อีก นายก็จะรู้ลิมิตของตัวเองและรู้ว่าสามารถสับมันหักได้
จริงๆ แล้วนี่แหละคือการสะสมความมั่นใจรูปแบบหนึ่ง เข้าใจความหมายไหม"
คุณปู่กงพูดพลางรินน้ำชาให้เฉียนตงเพิ่ม ท่านกลัวว่าเฉียนตงจะตามไม่ทันจึงเอ่ยถามย้ำ
"อืม เข้าใจครับ"
เฉียนตงพยักหน้ารับฟังอย่างตั้งใจ ความรู้สึกหวั่นไหวเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น
"เวลานายใช้กระบี่ฟันใส่สิ่งที่ไม่คุ้นเคย ในใจนายย่อมเกิดความลังเล ก่อนกระบี่จะฟันลงไปนายก็ต้องเดาผลลัพธ์ของมันไว้ล่วงหน้า
แต่ถ้านายฝึกฟันกระบี่ไปเรื่อยๆ ฟันครั้งแล้วครั้งเล่า นายใช้กระบี่ผ่าธูป ใช้กระบี่ฟันตอไม้ ใช้กระบี่ฟันหินหรือเสาเหล็ก หรือแม้กระทั่งใช้กระบี่โค่นยอดฝีมือคนแล้วคนเล่า ทักษะกระบี่ที่พัฒนากับร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้น มันจะไปช่วยเพิ่มความมั่นใจในตัวนาย
เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า แค่นายจับกระบี่ขึ้นมามันก็จะเกิดสภาวะบางอย่างแผ่ซ่านออกมา สภาวะที่ทรงพลังจนไม่มีอะไรหยุดยั้งได้ สภาวะที่ทำให้คนขี้ขลาดไม่กล้าแม้แต่จะสบตานาย นี่แหละคือสิ่งที่เรียกว่า สภาวะกระบี่"
คุณปู่กงพยายามอธิบายสภาวะกระบี่ด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายที่สุดเพื่อให้เฉียนตงเห็นภาพ
"หมายความว่าผมสามารถตีความแบบนี้ได้ไหมครับ ก่อนสับเก้าอี้ผมมีความสงสัย พอสับตัวที่สองผมเริ่มมีความมั่นใจ แต่ถ้าผมสับเก้าอี้จนหักไปสักร้อยตัว ก่อนจะลงมือสับตัวต่อไปผมก็จะรู้ได้ทันทีว่าเก้าอี้ตัวนี้ต้องหักสะบั้นด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว วันข้างหน้าพอผมเจอเก้าอี้แบบนี้อีกผมก็จะเต็มไปด้วยความมั่นใจ และไม่เห็นเก้าอี้พวกนี้อยู่ในสายตาอีกต่อไป"
เฉียนตงลองอธิบายซ้ำด้วยความเข้าใจของตัวเอง
[จบแล้ว]