- หน้าแรก
- ผมพกเอไอไปสอบขุนนาง ขอย้อนเวลามาสร้างตำนาน
- บทที่ 361 พะ... พวกเราน่าจะรวยแล้วล่ะ!
บทที่ 361 พะ... พวกเราน่าจะรวยแล้วล่ะ!
บทที่ 361 พะ... พวกเราน่าจะรวยแล้วล่ะ!
ตัดภาพกลับมาที่สมรภูมิ ตอนนี้ไม่มีใครอยู่แล้ว!
อู๋ตี๋ไม่ใช่คนโง่นะ อากาศหนาวๆ แบบนี้ ฆ่าคนเสร็จจะอยู่ต่อให้โง่ทำไม รอให้มีปัญหาตามมาหรือไง
ยังไงซะยุคนี้ก็ไม่มีกล้องวงจรปิด แถมรอบๆ ก็มีแต่ป่าเขาลำเนาไพร
ไม่เพียงแต่สะดวกต่อการฆ่าคนชิงทรัพย์ แต่ยังสะดวกสำหรับคนที่ฆ่าเพื่อป้องกันตัวอย่างเขาด้วย
ในเมื่อคนตายหมด ไม่มีใครรอดสักคน แล้วใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นฝีมืออู๋ตี๋
ไม่ได้กลัวว่าเรื่องจะแดงหรอกนะ เพราะยังไงเขาก็เป็นฝ่ายถูก ต่อให้เรื่องถึงศาลก็ไม่กลัว
แต่ที่อู๋ตี๋กลัวจริงๆ คือ ไม่รู้จะอธิบายวิธีฆ่าคนของตัวเองยังไงต่างหาก แถมยังกลัวจะเสียเวลาเดินทางด้วย
เวลาที่เหลือให้พวกเขาเดินทางไปสอบมันมีไม่มากแล้ว ถ้าขืนต้องไปพัวพันกับศาล ไปๆ มาๆ ก็คงเสียเวลาไปอีกเยอะ
โชคดีที่การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็ว พวกเจ้าอ้วนที่เพิ่งหนีไปได้ไม่ไกลก็ถูกตามทัน
"เดี๋ยวสิ คนตั้งเยอะแยะ ข้ามองแวบเดียวก็รู้ว่าไม่ต่ำกว่าร้อยคน แถมแต่ละคนก็มีอาวุธครบมือ ลูกพี่ ท่านจัดการพวกมันได้ยังไงวะเนี่ย"
"พี่เหยี่ยนจู่ ผลงานระดับนี้มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้วนะ ท่านอย่าบอกนะว่าท่านใช้ประทัดยักษ์น่ะ"
...
พอมาเจอกัน พวกเจ้าอ้วนพอรู้ว่าจัดการปัญหาเรียบร้อยแล้ว แต่ละคนก็อึ้งจนพูดไม่ออก มุมปากกระตุกยิกๆ
ถ้าพวกเขายังพอเดาออกบ้างว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สำหรับหัวหน้าหวังแล้ว เขาถึงกับมองอู๋ตี๋และหลานชายราวกับเห็นเทพเจ้ามาโปรด
โดยเฉพาะตอนที่รู้ว่าศิษย์พี่ศิษย์น้องของตัวเองไม่ได้ช่วยอะไรเลย คนเป็นร้อยโดนสองอาหลานนี่จัดการเรียบ เขาก็ยิ่งทำหน้าเหมือนเห็นผี
สงสัยข่าวลือคงจะเป็นจริง คุณชายอู๋ผู้นี้ไม่ได้เก่งแค่บุ๋น แต่เรื่องบู๊ฆ่าคนก็เก่งกาจไม่แพ้กัน!
"อ้อ! นี่เป็นผลงานของอาวุธชิ้นใหม่ของข้าเองแหละ อธิบายหลักการไปพวกท่านก็คงไม่เข้าใจ เอาเป็นว่ามันคือหน้าไม้ที่ล้ำสมัยกว่าปกติ เป็นขั้นสุดยอดของอาวุธโลหะ... หน้าไม้กลขงเบ้งก็แล้วกัน!"
ในเมื่อเป็นคนกันเอง อู๋ตี๋ก็ไม่ได้ปิดบังอะไร อธิบายให้ฟังคร่าวๆ
พวกเจ้าอ้วนฟังแล้วก็พยักหน้าหงึกหงัก ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อความรู้สึกทึ่งในความเก่งกาจของอู๋ตี๋
"จริงสิพี่เหยี่ยนจู่ เมื่อกี้ตอนหนีมา พวกเราลองวิเคราะห์กันดู ข้าว่าพวกโจรกลุ่มนั้นมันแปลกๆ นะ ดูไม่เหมือนโจรดักปล้นทั่วไปเลย!"
หลังจากหายตกใจ เจิ้งฉี่ซานก็ขมวดคิ้ววิเคราะห์
"ใกล้จะถึงช่วงสอบระดับเมืองหลวง ชุนเหวย แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพวกชาวยุทธ์หรือโจรป่า ปกติก็ไม่มีใครกล้าทำเรื่องอุกอาจในช่วงนี้หรอกนะ
แต่ไอ้พวกนี้กลับกล้ามาดักปล้นฆ่าคน ดูยังไงก็ทะแม่งๆ นะ"
"ใช่แล้ว คนพวกนั้นดูแปลกๆ เหมือนมารอพวกเราอยู่ก่อนแล้ว เป้าหมายของพวกมันชัดเจนมาก ไม่เหมือนพวกที่ดักปล้นแบบสุ่มๆ เลย" จางฮ่าวก็เห็นด้วย
"อืม! มีพิรุธจริงๆ นั่นแหละ หลังจากจัดการพวกมันเสร็จ ข้าก็ลองตรวจดูศพพวกมันคร่าวๆ
อาวุธของพวกมันคุณภาพดีมาก ทั้งดาบ ธนู แล้วก็ม้า ดูเหมือนอาวุธที่ใช้ปราบกบฏ ถึงจะไม่ใช่อาวุธของทางการ แต่ก็ไม่ใช่อาวุธที่ชาวบ้านทั่วไปจะมีได้แน่นอน
แถมยังมีบางคน ที่เสื้อผ้าข้างในเป็นผ้าไหมชั้นดี! นี่มันไม่ใช่สไตล์ของโจรป่าเลย!" อู๋ตี๋ลูบคางพยักหน้าเห็นด้วย
และในตอนนั้นเอง ฟางเจิ้งที่ตอบสนองช้ากว่าชาวบ้าน ก็โพล่งขึ้นมาถึงเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
"เอ่อ พี่อู๋ ข้าจำได้ว่าตอนเดินทางมา พวกเรามีหีบสินค้ามาสิบแปดหีบใช่ไหม"
"ใช่ เป็นแบบนั้นแหละ มีอะไรเหรอ" อู๋ตี๋หันไปมองด้วยความสงสัย
ฟางเจิ้งส่ายหน้าเบาๆ "งั้นก็แปลกแล้ว ก่อนหน้านี้ตอนที่แวะพักตรวจของ ข้าลองนับดู...
ดูเหมือนหีบของพวกเราจะเพิ่มขึ้นมานะ!"
"อะไรนะ" อู๋ตี๋ตกใจสุดขีด รีบไปตรวจดูหีบสินค้าทันที
ใช่แล้ว เมื่อกี้เขาไม่ได้มัวแต่หนีอย่างเดียวนะ ยังอุตส่าห์เก็บของมาด้วย
ถึงม้าที่เพิ่งซื้อมาจะโดนยิงตาย แต่พวกโจรก็ทิ้งม้าเอาไว้ให้เพียบเลยนี่นา
อู๋ตี๋ไม่ลังเลเลยที่จะยึดมาเป็นของแถม!
ม้าของพวกมันเป็นม้าพันธุ์ดีทั้งนั้น ตัวใหญ่บึกบึน
แบบนี้เขาเรียกว่าเสียม้าเพื่อได้ม้าสินะ!
แต่พอตรวจดูหีบสินค้าเท่านั้นแหละ เขาถึงได้รู้ว่าหีบของพวกเขามันเพิ่มมาสองหีบจริงๆ!
หีบสองใบนี้สีเดียวกับหีบของพวกเขาเป๊ะ ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็ไม่มีทางรู้เลยว่ามันแปลกปลอมเข้ามา!
สัญชาตญาณของอู๋ตี๋บอกว่า ไอ้พวกโจรกลุ่มเมื่อกี้ น่าจะมาเพราะของที่เพิ่มขึ้นมานี่แหละ
เป็นความรู้สึกที่ไม่มีเหตุผล แต่มันก็ค่อนข้างจะมั่นใจเลยล่ะ!
ก็แหม เรื่องแปลกๆ สองเรื่องมาบรรจบกันพอดี จะบอกว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน ใครจะไปเชื่อ
ดังนั้น อู๋ตี๋จึงไม่รอช้า รีบเปิดหีบไม้สองใบที่น่าสงสัยนี้ทันที
แต่พอเปิดปุ๊บ เขาก็ปิดปังลงทันที!
"ลูกพี่ เกิดอะไรขึ้น ในหีบสองใบนี้มันมีอะไรเหรอ"
"นั่นสิพี่เหยี่ยนจู่ ในนี้มันมีอะไรกันแน่ ทำไมท่านถึงดูตกใจขนาดนั้น"
...
พวกเจ้าอ้วนพากันเดินเข้าไปมุงดู แม้แต่อู๋หูก็ยังเข้าไปร่วมวงด้วย
"พะ... พวกเราน่าจะรวยแล้วล่ะ!"
ทุกคนรอฟังตั้งนาน สุดท้ายก็ได้ยินแค่ประโยคนี้ประโยคเดียว
หลังจากอาการตกใจผ่านพ้นไป สีหน้าของอู๋ตี๋ก็เปลี่ยนเป็นดีใจสุดขีด ทำเอาคนอื่นๆ ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
"หา รวยเหรอ หรือว่าในหีบนี้จะเป็นทองคำเพชรนิลจินดา"
"ใช่ๆ หีบสองใบนี้ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ต่อให้เป็นทองคำเพชรนิลจินดา ก็คงไม่ได้เยอะแยะอะไรหรอกมั้ง!"
จางฮ่าวกับเจิ้งฉี่ซานเกาหัวด้วยความไม่เข้าใจ
อู๋ตี๋ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ ทองคำเพชรนิลจินดามันก็ใส่ได้ไม่เยอะหรอก แต่ถ้าของพวกนี้มันเป็นตั๋วเงินล่ะ
จากนั้น อู๋ตี๋ก็เปิดหีบให้พวกเจ้าอ้วนดูอีกครั้ง แต่ไม่ได้ให้พวกหัวหน้าหวังที่ยืนคุ้มกันอยู่ไกลๆ เห็นนะ
ช่วยไม่ได้นี่นา ต่อหน้าตั๋วเงินสองหีบใหญ่ อู๋ตี๋ไม่กล้าเอาความโลภของคนมาล้อเล่นหรอก
เขาไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวหรอกนะ เงินก้อนโตที่ได้มาฟรีๆ แบบนี้ ยังไงเขาก็ต้องแบ่งให้พวกหัวหน้าหวังอยู่แล้ว แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้แน่นอน
"เชี่ย!"
"เชี่ย!"
"เชี่ย!"
วินาทีต่อมา อู๋ตี๋ก็เปิดหีบอีกใบ พอได้เห็นของที่อยู่ข้างใน ทุกคนก็ประสานเสียงอุทานออกมาพร้อมกัน
แต่แวบต่อมา พวกเขาก็รีบเอามือปิดปากตัวเองเงียบกริบ ไม่กล้าส่งเสียงดัง
หัวใจของเจ้าอ้วนเต้นรัวแรงจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด
จางฮ่าวกับเจิ้งฉี่ซานก็ทำตัวไม่ถูก ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น
ส่วนคนที่รู้เรื่องนี้คนแรกอย่างฟางเจิ้ง ตอนนี้กลับยืนนิ่งสงบสุดๆ
ช่วยไม่ได้นี่นา อาการตอบสนองช้ามันยังทำงานไม่ทัน!
มีแค่อู๋หูคนเดียวที่ยิ้มกว้างจนหุบไม่ลง
"โอ๊ย ปวดหัวจังเลยวุ้ย!"
"ท่านอาสาม ท่านว่าทำไมพวกเราถึงดวงดีขนาดนี้เนี่ย มิน่าล่ะเขาถึงบอกว่าลาภลอยมันมาเร็วไปเร็ว แต่นี่มันจะมาเร็วไปหน่อยไหมเนี่ย!"
............
ในขณะเดียวกัน ที่สมรภูมิของกลุ่มโจรป่า หน่วยอานหลงเว่ยก็มาถึงแล้ว!
คนที่นำขบวนมาไม่ใช่เซียวเช่อ แต่เป็น จางหยาง ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งเมืองหลวง และเป็นหนึ่งในคนสนิทของฮ่องเต้จีหงคุน!
ถึงหมอนี่จะชื่อจางหยาง แปลว่าอวดดีแต่จริงๆ แล้วเป็นคนใจกล้าแต่รอบคอบมาก สมัยก่อนเคยเป็นหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของฮ่องเต้จีหงคุนตอนอยู่ในกองทัพ
พอจีหงคุนได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ ลูกน้องเก่าพวกนี้ก็พลอยได้ดิบได้ดีไปด้วย
ทุกคนได้รับโอกาสที่ดีกันทั้งนั้น!
ส่วนหัวหน้าหน่วยข่าวกรองอย่างจางหยาง ถึงจะได้เลื่อนขั้น แต่ก็ยังทำงานข่าวกรองเหมือนเดิม!
แต่ทว่า ถึงจะทำงานข่าวกรองมาหลายปี พอมาเจอสภาพแบบนี้ เขาก็ยังอดอึ้งไม่ได้
ไม่มีอะไรมากหรอก แค่มันสยดสยองเกินไปน่ะสิ!
"ใต้เท้าผู้บัญชาการสูงสุด ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วขอรับ ตายหมดเกลี้ยงเลย! และจากร่องรอยในที่เกิดเหตุ คาดว่าน่าจะไม่มีใครรอดไปได้ หรือก็คือโดนกวาดล้างจนหมดสิ้นเลยขอรับ!"
"มีบางศพที่โดนอาวุธลับฆ่าตาย ลูกน้องชันสูตรศพแล้ว พบว่าเป็นอาวุธลับชนิดพิเศษที่ไม่เคยเห็นมาก่อน"
"ส่วนศพอื่นๆ โดนคนที่มีพละกำลังมหาศาลฆ่าตาย และจากบาดแผล ล้วนเป็นการโจมตีจุดตายในครั้งเดียว
คาดว่าคนที่ลงมือ น่าจะมีพละกำลังเหนือมนุษย์มนาทั่วไป"
จางหยางฟังรายงานจากลูกน้อง พลางมองดูหลุมบ่อขนาดใหญ่ในที่เกิดเหตุ ถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง เขาก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน
"แล้วพวกอู๋ตี๋ล่ะ ปลอดภัยดีไหม"
จางหยางไม่ได้สนใจเรื่องเงินสกปรกที่เซียวเช่อพูดถึงเลยสักนิด สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือความปลอดภัยของพวกอู๋ตี๋
"เรียนใต้เท้า คุณชายอู๋และคณะปลอดภัยดีขอรับ สายสืบที่คอยตามดูอยู่รายงานว่า พวกเขากำลังเร่งเดินทาง และเข้าสู่เขตมณฑลยงโจวแล้ว อีกไม่กี่วันก็น่าจะถึงเมืองหลวงขอรับ"
คนรายงานดูมีท่าทีลังเล แต่ด้วยหน้าที่ ก็จำต้องรายงานสถานการณ์ตามจริง
"แต่... จากการตรวจสอบและข้อสันนิษฐานของพวกเรา เงินสกปรกของตระกูลชุยลอตนั้น น่าจะตกไปอยู่ในมือของคุณชายอู๋และคณะแล้วล่ะขอรับ"
...