เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 104 เปิดห้องศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 104 เปิดห้องศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 104 เปิดห้องศักดิ์สิทธิ์


[ราชสีห์ทองคำ ชิกิ: นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไม่มีใครเข้ามาท้าทายชายชราคนนี้เลย? ไอ้พวกคนขี้ขลาดเอ้ย พวกแกทุกคนเป็นนักดาบแบบนี้กันหมดเลยใช่ไหม? หรือว่า… พวกนายไม่กล้าที่จะต่อสู้กับชายชราคนนี้? ]

[ราชสีห์ทองคำ ชิกิ: แล้วก็คุณทหารเรือทั้งหลาย พวกนายต้องการดูฉันได้รับอาวุธอย่าง [ เทย์กุ ยาสุฮุซะ ] สินะ? ถ้าเป็นแบบนั้นฉันก็จะยินดีมาก รอให้ฉันได้รับมันมาก่อน แล้วฉันจะไปเยี่ยมพวกนายทุกคนที่กองบัญชาการทัพเรืออย่างแน่นอน ]

[ราชสีห์ทองคำ ชิกิ: ว่าแต่ ถ้าฉันฆ่าเก็กโค โมเรียแล้วทำให้เขากลายเป็นตุ๊กตาศพของฉัน ฉันจะสามารถสร้างกองทัพซอมบี้ได้รึเปล่านะ? เดี๋ยวก่อน! ความคิดนี้ดูเหมือนจะเลวเลยทีเดียว… ]

“ไอ้สารเลวนั่น มันต้องการทำให้ฉันกลายเป็นตุ๊กตาศพของมันงั้นเหรอ!” โมเรียจ้องมองไปที่รายการทองคำบนท้องฟ้าอย่างโกรธเคือง

เขาเป็นผู้ที่โขมยเงาของคนอื่นมาโดยตลอด และได้ใช้เงาเหล่านี้สร้างกองทัพซอมบี้ขึ้นมา แต่ตอนนี้ กลับมีคนวางแผนที่จะทำให้เขากลายเป็นตุ๊กตาศพ และใช้ความสามารถของเขาเพื่อสร้างกองทัพซอมบี้ขึ้นมาแทนแบบนี้

เก็กโค โมเรียผู้หยิ่งผยองจะทนได้อย่างไร?

แต่เมื่อเขาคิดถึงพลังของราชสีห์ทองคำ ชิกิ โมเรียก็ย่อร่างของเขาให้กลายเป็นลูกบอลในพริบตา

“อย่ามายุ่งกับฉัน คนบ้าคนนี้จะต้องไม่มาหาฉัน!”

โมเรียกระซิบกับตัวเอง ถ้าชิกิมาหาเขาจริงๆ มันก็เพียงพอแล้วสำหรับเขา ที่จะทิ้งเกาะลอยฟ้าลงมาสักสองสามเกาะ เพื่อทำลายเรือทิลเลอร์ ปาร์คของเขา

ในขณะนี้ โมเรียกำลังพิจารณาอยู่ว่า เขาจะหนีไปเก็บตัวและอยู่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จักดีหรือไม่

“ฉันกำลังคิดอะไรอยู่ ผู้ชายคนนั้นยังไม่ได้ [ เทย์กุ ยาสุฮุซะ ] เลย ฉันจะกลัวอะไร?”

ทันใดนั้น สีหน้าของมอเรียก็ดูดีขึ้นมา เขาละอายใจกับความกลัวที่พึ่งจะก่อกำเนิดขึ้นมาเมื่อกี้

ใบหน้าที่แต่เดิมดำคล้ำด้วยความกังวล ได้แปลเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะความโกรธและความละอาย

“ดูเหมือนว่านักดาบทุกคนจะระมัดระวังตัวกันมาก” นั่งอยู่บนดาดฟ้า โรเจอร์ดูจะเสียใจเล็กน้อย

“ฉันคิดว่าฉันจะได้เห็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่อีกสักสองถึงสามครั้งซะอีก แต่หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง มันก็ยังไม่มีใครที่เริ่มต้นการท้าทายเลยสักคน”

“พูดถึงเรื่องนี้ นายตาเหยี่ยวคนนั้น อยากจะท้าทายหลี่ฟานมากไม่ใช่หรอ? ทำไมเขายังไม่เริ่มอีกล่ะ?”

โรเจอร์บ่นกับตัวเอง เขาไม่มีเวลามากพอที่จะอยู่ในโลกใบนี้ ตอนนี้เขาเหลือเวลาอีกเพียงประมาณ 5 ชั่วโมงเท่านั้น

ถ้าเขายังไม่ได้เห็นแม้แต่การต่อสู้สักครั้งเดียวภายในห้าชั่วโมงนี้ โรเจอร์ก็รู้สึกว่าตัวเขาอาจจะเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ที่จะกลับไปยังนรก

“เฮ้ เข้าหนูแชงค์ ทำไมนายไม่ไปท้าทายหลี่ฟาน และแสดงให้ฉันเห็นพลังของเขาสักหน่อยล่ะ?”

“ไม่ได้สิ! ม้วนคัมภีร์ฟื้นคืนชีพขั้นกลางเป็นสิ่งจำเป็นในการชุบชีวิตภรรยาของฉัน และมันก็ไม่สามารถเสี่ยงได้ ถึงแม้ว่านายจะสามารถเอาชนะหลี่ฟานได้ แต่อันดับของนายก็จะเปลี่ยนแปลงไป และไม่ได้รับของรางวัลในอันดับนี้อีกต่อไป”

“ใช่แล้ว ต้องให้เรย์ลี่เป็นคนท้าทายหลี่ฟาน!!” โรเจอร์กำหมัดด้วยมือขวา และเคาะลงไปที่ฝ่ามือซ้ายของเขา

“รองกัปตันเรย์ลี่จะไม่เห็นด้วยแน่นอน ถ้าเขาได้ยินคำพูดนี้ของคุณน่ะกัปตัน” แชงค์ยิ้มขึ้นพร้อมกับส่ายหัว

“แต่ฉันรู้จักคนอย่างตาเหยี่ยวเป็นอย่างดี”

“ผู้ชายคนนั้นพึ่งได้รับซันเงสึไป และเขาจะต้องท้าทายหลี่ฟานอีกครั้งอย่างแน่นอน”

“เหตุผลที่ตาเหยี่ยวยังไม่ได้ไปท้าทายหลี่ฟานในตอนนี้ มันก็อาจจะเป็นเพราะว่า เขาอาจจะยังไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุดของเขาก็ได้”

หลังจากที่ได้ฟังการวิเคราะห์ของแชงค์ โรเจอร์ก็เหลือบมองที่ข้อความในรายการทองคำ และมุมปากของเขาก็ผงะขึ้น

“จริงๆแล้ว นักดาบเหล่านี้คงกำลังต้องเตรียมการ และหารือเกี่ยวกับอะไรบางอย่างอยู่สินะ? ตอนนี้พวกเขากำลังต่อสู้กันด้วยคำพูด”

“แค่ตราบใดที่พวกเขายังไม่ตาย พวกเขาก็ยังสามารถที่จะทำการท้าทายต่อไปในภายหลังได้”

“สิ่งที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่มันฟังดูยิ่งใหญ่จริงๆ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องต่อสู้จริง ฉันก็อยากรู้จริงๆว่า ฝีมือของพวกเขาจะยิ่งใหญ่เหมือนกับคำพูดไหม?”

“ใช่ครับ ทุกคนกำลังรอการท้าทายครั้งแรกๆจากนักดาบคนอื่นๆอยู่ เพื่อที่พวกเขาขจะสามารถได้รับข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับนักดาบในรายการทุกคนได้อย่างง่ายดาย” แชงค์ถอนหายใจ

“อาจารย์หลี่ฟาน ทำไมตอนนี้ ถึงไม่มีใครสักคนที่เริ่มต้นการท้าทายเลยล่ะ?” นามิถามหลี่ฟานด้วยความสงสัย

“นักดาบทั่วโลก คงกำลังรอให้เหล่านักดาบคนอื่นๆ เข้าไปท้าทายก่อนพงกเขา เพื่อที่พวกเขาจะได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับพลังของนักดาบที่อยู่ในรายการทองคำนะสิ” หลี่ฟานลูบผมที่นุ่มของนามิ และตอบข้อสงสัยของเธอ

“แม้ว่า [ อันดับนักดาบ ] นี้ จะจัดอันดับขึ้นโดยอิงจากข้อมูลของนักดาบแต่ล่ะคน แต่หากได้ลองทำการต่อสู้กันจริงๆ มันก็จำเป็นเสมอไปที่นักดาบที่มีอันดับสูงกว่าจะเป็นผู้ชนะ”

“อีกอย่างหนึ่ง หากพวกเขามีข้อมูลของคู่ต่อสู้เอาไว้มากๆ โอกาสที่จะได้รับชัยชนะก็จะยิ่งสูงมากขึ้น”

“แต่ถ้าพวกเขาเป็นคนที่เริ่มต้นการท้าทายตั้งแต่แรกๆ พวกเขาก็อาจจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เพราะไม่รู้อะไรเลยก็ได้”

“ยังไงซะ ระยะเวลาการท้าทายก็คือหนึ่งเดือน การที่เหล่านักดาบทั่วโลกระมัดระวังตัวมากขึ้นแบบนี้ มันก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้”

นามิผู้ซึ่งถูกหลี่ฟานขยี้ผมอยู่ กำลังเหล่มองไปที่เขาด้วยสายตาเหมือนลูกแมว จากนั้นเธอพยักหน้าเล็กน้อย และพึมพำอะไรบางอย่างในปากของเธอ

“ถ้าอย่างนั้นอาจารย์หลี่ฟาน เรามาเริ่มการฝึกกันก่อนดีไหม?”

“ตอนนี้ฉันอยู่ในอันดับที่ 5 เพราะงั้น ฉันคงจะไม่ถูกท้าทายในเร็วๆนี้หรอก”

หลี่ฟานลูบคางหลัง จากครุ่นคิดเล็กน้อยเขาก็ตอบเธอ

“ฉันสามารถเปิดห้องศักดิ์สิทธิ์ให้เธอเข้าไปฝึกฝนได้ แต่เธอจะสามารถเข้าไปใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น”

“ถ้าเธอถูกขัดจังหวะ เธอก็อาจจะไม่สามารถเข้าไปฝึกได้อีกในภายหลัง”

“ก่อนหน้านี้ฉันกังวลว่า ในช่วงเวลาที่เธอกำลังฝึกอยู่ในห้องศักดิ์สิทธิ์ มันอาจจะมีใครบางคนที่เข้ามาท้าทายเธอ และทำให้เธอเสียโอกาสที่จะฝึกฝนอยู่ในห้องศักดิ์สิทธิ์ไป แต่ว่า… ฉันคงต้องเปลี่ยนความคิดนี้แล้วล่ะ”

“เอาล่ะ ไม่ต้องมานั่งบนตักฉันเลย ฉันจะพาเธอไปที่ห้องศักดิ์สิทธิ์เพื่อเริ่มต้นการฝึกฝนเดี๋ยวนี้เลย” หลี่ฟานพูดขึ้น ในขณะที่ตบไปที่หลังของนามิ

หลังจากที่ได้ยินคำพูดของลี่ฟาน นามิก็ลุกออกจากตักของหลี่ฟานอย่างไม่เต็มใจ และยืนอยู่ข้างๆเขาอย่างเชื่อฟัง

จบบทที่ ตอนที่ 104 เปิดห้องศักดิ์สิทธิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว