เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 122 หญิงสาวผู้ร่าเริง

TXV – 122 หญิงสาวผู้ร่าเริง

TXV – 122 หญิงสาวผู้ร่าเริง


TXV – 122 หญิงสาวผู้ร่าเริง 

 

            เซี่ยเหล่ยเปิดประตูเข้ามาพบหลงบิงกำลังนั่งดูทีวีที่ห้องนั่งเล่น

 

           “กลับมาดึกเชียวนะ” หลงบิงหันมามองเซี่ยเหล่ย

 

           “เพื่อนร่วมงานชวนไปดื่ม ผมจึงกลับช้า” เซี่ยเหล่ยเริ่มพูดถึงประเด็นที่อเลน่าไปขัดใจสมาชิกแก๊งค์อันธพาล

 

           เซี่ยเหล่ยเล่าว่าเขาได้ช่วยอเลน่าไว้จากแก๊งอันธพาล หลงบิงขมวดคิ้วใส่ก่อนตะคอกว่า “คุณทำอะไรทำไมไม่ทันคิดให้ดีก่อน !”

 

           เซี่ยเหล่ยพูดอย่างเก้ๆกังๆ “ผมรู้ว่ามันจะทำให้เป็นที่สนใจ แต่ถ้าผมไม่ช่วยเธอไว้ เธออาจจะโดนจับไปขายตัวที่ซ่อง มันจะทำลายเธอไปทั้งชีวิต เรื่องแบบนี้ผมปล่อยผ่านไม่ได้จริงๆ”

 

           “ฉันเข้าใจว่าคุณหวังดี แต่ภารกิจที่เรากำลังทำมันสำคัญกว่า”

 

           เซี่ยเหล่ยพยักหน้า “ผมจะไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีก”

 

           “นี่เธอมาส่งคุณหรือเปล่า”

 

           “ตอนแรกเธออยากจะมาส่ง แต่ผมก็บอกไปว่าอยู่ไกล เธอเลยส่งผมถึงแค่สถานีรถไฟใต้ดิน”

 

           “จริงหรอ ?” หลงบิงนิ่งสักพักแล้วถามต่อ “คุณแน่ใจนะว่าพวกวัยรุ่นพวกนั้นไม่เห็นหน้าคุณ”

 

           “ผมแน่ใจ ผมรีบจัดการภายในสองนาทีแล้วรีบวิ่งอ้อมบาร์ไปหลบที่ห้องน้ำ อเลน่ากลับมาโดยไม่ทันเห็นว่าผมช่วยเธอ” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

           “ก็ดีแล้ว วันนี้คุณมีอะไรคืบหน้าบ้าง”

 

           เซี่ยเหล่ยยิ้มให้หลงบิงพร้อมกับพูดว่า “รีบจังนะ ก็ครูซสั่งให้ผมไปเป็นผู้ช่วยอเลน่า และผมก็ช่วยซ่อมมอเตอร์ไซค์ของเธอ แล้วในห้องเก็บของเครื่องจักรที่ล้ำหน้ามาก ผมพยายามเข้าใจมันนะ แต่ก็ยังไม่เข้าใจทั้งหมด”

 

           หลงบิงกล่าวต่อว่า “หาโอกาสแยกส่วนมันซะ”

 

           “แยกส่วนมันหรือ?” เซี่ยเหล่ยมีสีหน้าตกใจ

 

           “ถ้าคุณไม่แยกส่วนมัน แล้วจะเข้าใจโครงสร้างภายในได้ยังไงล่ะ” หลงบิงพูด

 

           เซี่ยเหล่ยหยุดคิดสักครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า ความสามารถมองทะลุของตาซ้ายของเขาแค่มองเครื่องจักรก็เห็นถึงโครงสร้างภายในหมดแล้ว

 

           “เอาล่ะ ถึงเวลานอนแล้ว !” หลงบิงปิดทีวี

 

           เสียงของเธออ่อนนุ่มชวนง่วงดูเหมือนคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันจะชวนกันไปนอนในห้องอย่างอบอุ่น

 

           เซี่ยเหล่ยพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว

 

           หลงบิงขยับตัวมายืนข้างเซี่ยเหล่ย เธอดมเสื้อเขาเล็กน้อยก็ทำหน้าบึ้ง “กลิ่นอะไรเนี่ย”

 

           “กลิ่นขยะ… ผมไปหลบอยู่หลังถังขยะตลอดเวลาเลย” เซี่ยเหล่ยตอบแบบเขินอาย

 

           “ไปล้างตัวไป ฉันไม่อยากดมแบบกลิ่นนี้บนตัวคุณทั้งคืน !” หลงบิงกล่าว

 

           ประโยคนี้ทำให้เซี่ยเหล่ยจินตนาการไปถึงมือท่าทางรูปกรรไกรของหลงบิง ถึงจะนอนด้วยกัน เขาก็ไม่กล้าแตะตัวเธอ เขาก็เป็นผู้ชายคนนึงนะ จะคิดอะไรเลยเถิดก็เป็นเรื่องปกติ

 

           “ไปเร็วๆไป” หลงบิงผลักเซี่ยเหล่ยเบาๆ

 

           เซี่ยเหล่ยเดินๆปห้องน้ำในใจคิดว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับร่างกายเขาแน่ๆ

 

           หลังจากอาบน้ำ เซี่ยเหล่ยกลับเข้าห้องนอนไปปรึกษาหลงบิงเรื่องโปรแกรมควบคุมเชิงตัวเลขที่สามารถควบคุมเครื่องจักรที่เขาเซฟในหัวของเขา ซึ่งเขาพยายามเข้าใจมันเพิ่มเติม เขาคิดว่าเจอซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรเหล่านั้นแล้วแต่มันยังไม่ใช่อยู่ดี จากนั้นเขาเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับวงจรภายในและการประมวลผลของเครื่องจักรประสิทธิภาพสูงเพิ่มขึ้นไปอีก

 

           ถึงเซี่ยเหล่ยจะจดจำทุกอย่างได้ทันทีแต่การเข้าใจความรู้นี้มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เขาใช้เวลาศึกษาทั้งหมดเป็นระยะเวลาสองชั่วโมงแต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะเช้าใจกลไกการทำงานของเครื่องจักรทั้งหมดได้

 

           “พรุ่งนี้เราจะแยกย่อยรายละเอียดข้อมูลอีกที” เซี่ยเหล่ยบิดขี้เกียจแล้วกลับห้องนอน

 

           หลงบิงนอนหลับตาพริ้ม หายใจช้าๆ อากาศคืนนี้ร้อนมากเธอจึงไม่ใช้ผ้าห่ม ขาเว้าสูงใต้กระโปรงช่างเย้าย้วนใจเซี่ยเหล่ยยิ่งนัก.........

 

           เซี่ยเหล่ยคลานขึ้นเตียงเงียบๆแล้วนอนนิ่งๆโดยไม่กล้าไม่ขยับตัว

 

           หลงบิงพลิกตัวมาทางเขาพอดี ขาเรียวยาวขยับทับน่องของเซี่ยเหล่ย กระโปรงเธอเผยให้เห็นต้นขานวลขาวและกางเกงในลูกไม้สีม่วง กลิ่นน้ำหอมเธอก็ยิ่งช่วยปลุกเร้าอารมณ์เพิ่มไปอีก

 

           เซี่ยเหล่ยอยากจะขยับขาของเธอออกไป แต่เมื่อเขากำลังเอื้อมมือ เขาเห็นปืนพกสีดำอยู่ในซองอาวุธบนต้นขาหลงบิง ใกล้กับกางเกงในสีม่วง !

 

           ถ้าเราจะขยับขาเธออกก็ต้องจับน่องของเธอยกสูงขึ้น แล้วถ้าปืนมันบังเอิญลั่นล่ะ ?

 

           ปล่อยเลยตามเลยละกัน เซี่ยเหล่ยพยายามอดทนกับขาที่ก่ายบนตัวเขา ผ่านไปไม่กี่นาทีเขาเริ่มผ่อนคลายขึ้นแต่ทันใดนั้นเข่าของหลงบิงก็ขยับมาโดนกับจุดอ่อนไหวของเขา !

 

           ทันใดนั้นเซี่ยเหล่ยตัวเกร็ง เหงื่อตก เริ่มสติแตกซ่าน !

 

           หลงบิงหลับลึกจริงๆแต่ขาของเธอก็อยู่คาบนตัวเขาอยู่ในตอนนี้

 

           เซี่ยเหล่ยขมวดคิ้วแล้วเขาคิดในใจว่า “ชีวิตเรามันช่างซวยจริงๆ นี่มันก็ช่างทรมานสำหรับเรา”

 

           เซี่ยเหล่ยไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตอนไหน แล้วก็ไม่รู้ว่าหลงบิงลุกออกจากเตียงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เขารู้สึกไม่สบายตัวเลยเหมือนนักมวยจะไปแข่งขันแต่ก็ไม่มีพลังจนแทบอยากจะล้มมวย

 

           เช้าวันต่อมาเซี่ยเหล่ยมาถึงที่ทำงานก่อนเวลา 30 นาที เขาไม่เจอกับใครเลย ที่นี่เงียบสงัดราวกับว่าเป็นโรงงานร้าง

 

           สายตาของเซี่ยเหล่ยหันไปมองเครื่องจักรขนาดใหญ่ในห้องซึ่งโครงสร้างซับซ้อนหลายส่วน เขาคิดจะไปตรวจสอบใกล้ๆแต่เห็นว่ามีกล้องวงจรปิดติดที่กำแพงเลยล้มเลิกความคิดนี้ไป

 

           เหตุผลที่เซี่ยเหล่ยมาก่อนเวลาเพราะจะไปหาอุกรณ์ในห้องแล็บค้นคว้าเพิ่มอีกแต่เมื่อไม่มีใครในห้องก็เป็นโอกาสดีในการบุกเข้าไปแต่ก็เสี่ยงที่จะโดยระบุตัวได้โดยง่ายเช่นกัน

 

           เซี่ยเหล่ยเดินเข้าไปใกล้เครื่องจักรอย่างช้าลงเรื่อยๆ เขาใช้ความสามารถมองไกลและมองทะลุพร้อมกันเพื่อศึกษาโครงสร้างภายในเครื่องจักร แต่วิธีนี้เขาจะต้องใช้พลังงานเยอะในการใช้ความสามารถทั้ง 2อย่างนี้พร้อมกัน มันเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดและไม่มีใครสามารถจับพิรุธของเขาได้

 

           เซี่ยเหล่ยเดินผ่านแถวเครื่องจักรทั้งหลาย เขาหันมองไปทุกทิศทาง เพราะตอนนี้มันเสี่ยงโดนจับได้ง่ายมาก เขาเริ่มติดนิสัยหวาดระแวงมาจากหลงบิง เธอชอบคอยสังเกตรายละเอียดเล็กๆน้อยๆรอบตัวตลอดเวลา

 

           เขามาถึงห้องทำงานอเลน่าซึ่งเธอยังมาไม่ถึง ห้องนี้ไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด เขาจึงใช้สายตาส่องดูแผงวงจรไฟฟ้าและจดจำข้อมูลทั้งหมด

 

           หลังจากนั้นห้านาที อเลน่าเดินเข้ามาพร้อมเสื้อยืดรัดรูปสีดำ กางเกงขาสั้นแนวคาวบอย

 

           “สวัสดียามเช้า ลูคัส” อเลน่าพูดจาเย้ายวน เซี่ยเหล่ยยิ้มกลับไป

 

           “สวัสดีครับ คุณอเลน่า”

 

           “ไม่ต้องสุภาพหรอก เรียกอเลน่าเฉยๆก็พอ” อเลน่าพูด

 

           “ฉันยังไม่เรียกลูคัสว่าคุณเลย ฉันอยากเป็นเพื่อนกับเธอ เพื่อนเค้าไม่ถือตัวกันนะ”

 

           เธอเป็นคนร่าเริง ใครๆเห็นก็รู้ตั้งแต่แรกเจอ

 

           เซี่ยเหล่ยมีใบหน้ายิ้มแย้มขณะที่คุยกับเธอ “ได้ครับ ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นเพื่อนกับคุณ”

 

           “ฉันเปลี่ยนเป็นชุดทำงานก่อนนะ” อเลน่าเปิดตู้เสื้อผ้าอย่างไม่สนใจเซี่ยเหล่ย เธอถอดเสื้อและกางเกงออก เหลือแต่ชุดชั้นในบิกินี่สีดำ

 

           ถึงอเลน่าจะสวมชุดชั้นในอยู่ เซี่ยเหล่ยก็เขินอายหันหน้าหนีทันที

 

           อเลน่าทำตัวเป็นธรรมชาติ เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเธอก็พาเซี่ยเหล่ยไปซ่อมเครื่องจักรที่ชำรุดต่อ เซี่ยเหล่ยนึกถึงแผงวงจรที่เขาจำเมื่อสักครู่มาประยุกต์ใช้กับสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ !

 

           วิธีการเรียนทางลัดแบบนี้มีแค่เซี่ยเหล่ยเท่านั้นที่ทำได้

 

           “ลูคัส จำได้ไหมที่ฉันเล่าว่ามีคนช่วยฉันไว้” อเลน่าพูดแทรกขึ้นมาเพื่อไม่ให้บรรยากาศในห้องอึดอัด

 

           เซี่ยเหล่ยดึงสติกลับมาตอบว่า “ผมจำได้ คุณบอกว่าเขาเก่งมากๆเลยใช่มั้ยล่ะ !”

 

           อเลน่ามองเซี่ยเหล่ยด้วยสายตาแปลกๆ “ตอนฉันเห็นการต่อสู้ของเขา ฉันคิดว่าเขาน่าจะเป็นคนจีน คุณคิดเหมือนกันมั้ย ?”

 

           เซี่ยเหล่บตอบกลับไปว่า “วิธีการต่อสู้แบบกังฟูอาจจะไม่ใช่คนจีนก็ได้ มันยากที่จะบอกนะ คนที่ช่วยคุณอาจจะเป็นคนญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนจีนหนิ”

 

           “หรือว่า...” อเลน่าพูดต่อ “ถ้าเป็นคุณล่ะ ? ลูคัส”

 

           เซี่ยเหล่ยรู้สึกกังวลใจแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ “ผมน่ะหรือ? ฮ่าๆ ถ้าผมเป็นเขา ผมคงรีบไปช่วยคุณ ผมมัวแต่อยุ่ในห้องน้ำเลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมรู้สึกผิดจริงๆที่ไม่สามารถช่วยอะไรคุณได้เลย”

 

           อเลน่าเบ้ปากเหมือนว่าจะไม่พอใจในคำตอบของเซี่ยเหล่ย

 

           เซี่ยเหล่ยเบือนหน้าหนี เขารู้อยู่แก่ใจว่าเธอกำลังลองใจเขาหรือแกล้งหลอกถามเขาว่าจริงๆแล้วคนที่ช่วยคือเซี่ยเหล่ยนั่นเอง

 

           ทันใดนั้นมีชายหนุ่มเดินเข้ามาป่าวประกาศว่า “อเลน่า วันนี้เป็นวันเกิดผม มีงานปาร์ตี้บาร์บีคิวที่บ้านผมตอนหนึ่งทุ่ม มาด้วยนะ”

 

           อเลน่าเงยหน้าสบตา “สุขสันต์วันเกิดนะโจเซฟ ฉันไม่พลาดงานนี้แน่นอน”

 

           ชายหนุ่มชื่อโจเซฟหันมองเซี่ยเหล่ยเหมือนเป็นส่วนเกินแล้วเดินออกไป..........

 

           อเลน่าแอบกระซิบว่า “เขาเป็นวิศกรไฟฟ้าที่โรงงานสาขานี้ เขาไม่น่าเสียมารยาทกับคุณเลย อันที่จริงเขาน่าจะชวนคุณด้วยนะ”

 

           “ผมไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่แปลกหรอกที่เขาจะไม่ชวนผม” เซี่ยเหล่ยพูดแต่ในใจก็คิดว่า ‘เขาเป็นวิศกรไฟฟ้าน่าจะมีแบบแปลนของอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด เราต้องไปศึกษาจากเขาคนนี้ให้ได้เพื่อภารกิจของพวกเรา !’

 

           เซี่ยเหล่ยจำชื่อชายที่ชื่อว่า ‘โจเซฟ’ ไว้ขึ้นใจ.......

 

ติดตามตอนต่อไป.........

 

จบบทที่ TXV – 122 หญิงสาวผู้ร่าเริง

คัดลอกลิงก์แล้ว