เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV –  117 ร่องรอยบนแก้วกาแฟ !

TXV –  117 ร่องรอยบนแก้วกาแฟ !

TXV –  117 ร่องรอยบนแก้วกาแฟ !


TXV –  117 ร่องรอยบนแก้วกาแฟ !

 

          ขณะที่เซี่ยเหล่ยเดินเข้าไปมีหญิงสาวผมบลอนด์นัยน์ตาสีฟ้าเดินมาตัดหน้าเขาทำให้เซี่ยเหล่ยเดินชนกับหญิงสาวคนนั้นอย่างแรง….....

 

          “อะไรว่ะเนี๊ย ?” สาวผมบลอนด์ไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก เธอบ่นพึมพัมออกมาเป็นภาษารัสเซีย

 

          “ขอโทษครับ” เซี่ยเหล่ยกล่าวขอโทษเธออย่างรวดเร็วด้วยภาษารัสเซียเช่นกันและเขาก็รีบเดินตรงไปข้างในโดยทันที

 

          สาวผมบลอนด์คนนั้นดึงตัวเซี่ยเหล่ยไว้แล้วพูดว่า “คุณทำของฉันเสียหายแล้วคุณจะเดินหนีไปเนี่ยน๊ะ ?”

 

          เซี่ยเหล่ยรู้ได้ทันทีเลยว่ามีเศษบางอย่างกระเด็นมาติดที่เสื้อของเขา มันเป็นเปลือกหอยราคาแพงที่แตกออกมาอาจเป็นเพราะว่าเขาได้ชนกับเธอจนทำให้ของเปลือกหอยอันเป็นที่รักของเธอเสียหาย

 

          “แค่คำขอโทษ ?” สาวสาวผมบลอนด์กล่าว เธอจับแขนเซี่ยเหล่ยไว้แน่นและไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยให้เขาไปง่ายๆ

 

          เซี่ยเหล่ยรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากและไม่อยากที่จะโต้เถียงกับเธอต่อ เขาจึงหยิบกระเป๋าเงินขึ้นมาจากนั้นหยิบเงินให้เธอไปจำนวน 300 หยวน…..

 

 

          สาวรัสเซียคนนั้นก็ปล่อยมือจากแขนของเซี่ยเหล่ยทันทีแล้วพูดขึ้นมาว่า “คุณไม่ต้องจ่ายให้ฉันมากขนาดนี้ก็ได้ มันไม่ได้มีราคาแพงขนาดนั้น”

 

          ในตอนนี้เซี่ยเหล่ยรีบร้อนมาก เขาก้าวเดินเข้าไปในร้านกาแฟอย่างรวดเร็วแต่ผู้ชายคนนั้นออกไปจากร้านนี้ซะแล้วแต่สือจิงชิวกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวเดิมเธอกำลังล้วงกระเป๋าเพื่อหยิบเอกสารบางอย่างออกมา….

 

          เซี่ยเหล่ยรีบกวาดสายตาไปมองรอบๆ ร้านกาแฟแห่งนี้มีลูกค้าจำนวนมากและผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้อยู่ในร้านนี้แล้วเขาค่อยๆเดินหาจนทั่วร้านและเขาก็คิดขึ้นมาได้ว่า ‘เราควรออกไปหาจากประตูหลังร้านบางทีเขาอาจจะเดินออกไปจากประตูร้านแห่งนี้แล้ว’

 

          “ลูกค้าคุณไม่สามารถเข้ามาที่นี่ได้มันเป็นที่สงวนของพนักงานเท่านั้น” พนักงานเสิร์ฟออกมาขวางทางเซี่ยเหล่ยไว้

 

          “ขอโทษนะครับ ผมกำลังหาใครบางคนอยู่” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “คุณไม่สามารถเข้าไปข้างในได้” พนักงานเสิร์ฟพูดอีกครั้ง

 

          เซี่ยเหล่ยผลักพนักงานคนนั้นออกไปแล้วรีบเดินไปที่ประตู......

 

          ภายในนั้นมันเป็นสถานที่ทำงานของเหล่าพนักงานในร้านกาแฟแห่งนี้ พนักงานแต่ละคนกำลังชงกาแฟกำลัง ทำขนมเค้กและทำไอศครีมอยู่ ที่แห่งนี้มีความคึกคักของพนักงานแต่ละคนที่ขยันทำงานกันอย่างขยันขันแข็งและเมื่อเซี่ยเหล่ยเดินเข้ามาบริเวณแห่งนี้เขาก็สังเกตเห็นประตูข้างหลังร้านยังคงกวัดแกว่งไปมาเหมือนมีใครบางคนรีบออกไปจนลืมปิดประตู……

 

          เซี่ยเหล่ยวิ่งออกไปทางประตูด้านหลังแต่ก็มีพนักงานเสิร์ฟคนก่อนหน้านี้พยายามที่จะหยุดเขาแต่ก็ช้าไปซะแล้วเซี่ยเหล่ยรีบวิ่งออกไปจากประตูก่อนที่พนักงานคนนั้นจะพูดอะไรซะอีก !

 

          มีซอยเปลี่ยวเล็กๆอยู่ด้านหลังประตู ที่แห่งนั้นมืดมากแต่ปลายด้านหนึ่งของซอยมีแสงเล็กๆน้อยๆนั่นก็คือแสงไฟสัญญาณจราจรที่สาดส่องเข้ามาสลัวๆทำให้ซอยแห่งนี้มองเห็นอะไรขึ้นมาบ้าง เซี่ยเหล่ยไม่รอช้าเขารีบวิ่งเข้าไปในซอยนั้นทันทีโดยไม่ลังเล…..

 

          ตาข้างซ้ายของเซี่ยเหล่ยเริ่มมีปฎิกริยา เขาใช้ตาซ้ายมองลงไปยังพื้นเพื่อหารอยเท้าของชายคนนั้น พื้นแห่งนี้มีรอยเท้ามากมายไม่รู้ว่ารอยเท้าไหนเป็นของใครแต่เซี่ยเหล่ยคิดว่ารอยเท้าที่ใหม่ที่สุดคงจะเป็นรอยเท้าของชายคนนั้นอย่างแน่นอน

 

          หลังจากที่เซี่ยเหล่ยสามารถแยกแยะรอยเท้าของชายคนนั้นได้ เขาได้สะกดรอยตามไปจนถึงสุดซอยเมื่อออกมาบนถนน ที่แห่งนี้มีผู้คนเดินไปเดินมามากมายและจราจรค่อนข้างคับคั่งรอยเท้าของชายคนนั้นถูกลบหายไปจากรอยเท้าของบุคคลอื่นจนไม่สามารถแยะยะรอยเท้าของชายคนนั้นได้อีก…….

 

          ‘มันเป็นไปได้ยังไง ? เขาเคลื่อนไหวเร็วขนาดนี้เลย ? หรือว่าเขารู้ว่าเรากำลังสะกดรอยตามเขาอยู่ ? ตัวตนที่แท้จริงของเขาคือใครกันแน่ ?’ เซี่ยเหล่ยกำลังครุ่นคิดกับตัวเองแต่ก็มีเหตุอะไรบางอย่างทำให้เขานึกขึ้นมาได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาจึงหันหลังกลับวิ่งไปที่ร้านกาแฟแห่งนั้น

 

          เมื่อเซี่ยเหล่ยคิดถึงเรื่องสาวรัสเซียผมบลอนด์คนนั้น ‘มันก็มีบางอย่างผิดปกติ เธอไม่เคยเดินมาทางนี้มาก่อนหรือว่าเธอตั้งใจที่จะเดินชนเราดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องบังเอิญแต่เราคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ รู้สึกว่าหญิงสาวรัสเซียคนนั้นจะต้องเป็นคนรู้จักของชายที่เรากำลังตามหาอยู่อย่างแน่นอนและเธอไม่ต้องการให้เราไปพบกับชายลึกลับคนนั้นน่ะสิ !’

 

          “มันต้องเป็นอย่างนี้แน่ๆ แล้วทำไมเราถึงไม่ไปหาสือจิงชิวที่นั่งอยู่ที่โต๊ะเลยล่ะ ?”

 

          หลังจากที่เซี่ยเหล่ยกลับมาที่ร้านกาแฟ สือจิงชิวตกใจมากเมื่อเห็นเซี่ยเหล่ยปรากฏตัวต่อหน้าเธอ เมื่อเธอกำลังจะเอ่ยทักทายเซี่ยเหล่ยแต่เซี่ยเหล่ยรีบวิ่งผ่านไปยังหน้าร้านกาแฟและทำเป็นเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ว่าเธอมีตัวตนอยู่……

 

          เซี่ยเหล่ยรีบวิ่งไปหน้าร้านกาแฟแต่ก็ไม่เห็นร่องรอยของสาวรัสเซียคนนั้นแล้ว

 

          สาวรัสเซียคนนั้นจะต้องเป็นคนรู้จักของชายลึกลับอย่างแน่นอนและเธอถูกส่งมายืนรักษาการณ์อยู่หน้าประตูเพื่อสังเกตการณ์หากมีเหตุการณ์ผิดปกติเธอจะทำการขัดขวางทันที หลังจากที่เธอได้ทำภารกิจสำเร็จแล้ว ทำไมจะต้องอยู่ที่นี่อีกล่ะ ? เธอเป็นใครกันแน่ ?

 

          เซี่ยเหล่ยเดินกลับไปที่ร้านกาแฟและเดินไปโต๊ะที่สือจิงชิวนั่งกับชายลึกลับก่อนหน้านี้

 

          “เหอะ ! คุณสะกดรอยตามฉัน !” สือจิงชิวพูดต่อว่า “คุณจะใช้วิธีนี้เพื่อมาแอบเจอกับลูกค้าของฉันและคุณพยายามที่จะแย่งลูกค้าของฉันไปอีกครั้งใช่ไหม ?”

 

          เซี่ยเหล่ยสงบสติอารมณ์ก่อนที่จะพูดกับเธอว่า “จิงชิว ผมไม่เคยคิดที่จะแย่งลูกค้าของคุณเลย ผมแค่อยากรู้ว่าลูกค้าที่กำลังติดต่ออยู่คือใคร ผมแค่อยากรู้ว่าชายคนนั้นเป็นใคร ได้โปรดบอกผมเถอะว่าชายคนนั้นเป็นใคร ?”

 

          สือจิงชิวหัวเราะออกมา “คุณสะกดรอยตามฉันมา ฉันยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้กับคุณเลยนะ แถมคุณยังกล้าถามฉันเกี่ยวกับข้อมูลการเจรจากับลูกค้าของฉันอีกหรอ ?คุณคิดว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ห๊ะ ? แล้วทำไมฉันต้องทำตามคำขอร้องของคุณด้วย ?”

 

          “จิงชิว ผมขอร้องละบอกผมหน่อย” เซี่ยเหล่ยกำลังอ้อนวอน.......

 

          สือจิงชิวหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง “ไม่คาดคิดเลยนะ ว่าคนอย่างคุณจะมาขอร้องฉัน ?”

 

          “บอกผมมาเถอะ” เซี่ยเหล่ยพยายามเก็บความรู้สึกของเขาเอาไว้แม้ว่าเขากำลังถูกหัวเราะเยาะเย้ยแต่เขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากขอร้องอ้อนวอนให้สือจิงชิวพูดความจริงออกมา……

 

          สือจิงชิวเงียบและมองไปที่เซี่ยเหล่ยดูเหมือนว่าเธอกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่จากนั้นไม่นานมีรอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอและพูดขึ้นมาว่า “คุณขอร้องฉัน ? คุณจะขอร้องยังไงล่ะ ?”

 

          “จิงชิว ! ผู้ชายคนนั้น…….” เซี่ยเหล่ยกำลังจะบอกว่าชายคนนั้นรูปร่างหน้าตาเหมือนกับพ่อของเขาที่หายตัวไปแต่เขาก็กลืนคำพูดตัวเองก่อนที่จะพูดออกมาเพราะว่าสือจิงชิวเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขาแต่พ่อของเขาไม่เคยไปโรงเรียนเลยเพราะฉะนั้นแล้วเธอจึงไม่เคยเห็นหน้าพ่อของเขามาก่อนในชีวิต เขาไม่ต้องการให้สือจิงชิวรับรู้เรื่องนี้เขาจึงเปลี่ยนคำพูดของเขาไปว่า “บอกผมมาสิว่าคุณต้องการอะไร ?”

 

 

          “ฉันต้องการอะไรงั้นหรอ ? …….อืม…..ขอคิดแปปนะ” สือจิงชิวมองไปที่เซี่ยเหล่ยใต้โต๊ะตัวนั้นเธอกำลังถอดรองเท้าส้นสูงของเธอจากนั้นเธอใช้ขาที่เรียวยาวของเธอค่อยๆเคลื่อนไปที่เท้าของเซี่ยเหล่ย

 

          เซี่ยเหล่ยแข็งทื่อชั่วครู่หนุ่งในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่า สือจิงชิวต้องการอะไร…..

 

          “ฉันจะบอกว่า...สือจิงชิว...ต้องการ...” เธอหัวเราะออกมาแล้วพูดต่อว่า “มีโรงแรมอยู่ใกล้ๆบริเวณนี้เราไปคุยกันที่นั่นเถอะ”

 

          เซี่ยเหล่ยรู้สึกเบื่อกับการกระทำของเธอมากแต่ตอนนี้เขาต้องควบคุมยับยั้งอารมณ์โกรธของเขาเอาไว้ “จิงชิว ผมไม่สามารถทำแบบนั้นได้ บอกผมมาเถอะว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ? แล้วคุณรู้จักกับเขาได้อย่างไร ?”

 

          “ไหนล่ะที่คุณขอร้องฉัน ? คุณก็รู้หนิว่าฉันต้องการอะไร ?” เท้าของสือจิงชิวใต้โต๊ะในตอนนี้เหมือนกับพุดดิ้งหน้าร้อนที่นุ่มนิ่มและอ่อนโยนขาของเธอค่อยๆเคลื่อนไปโดนจุดอ่อนไหวของเซี่ยเหล่ย ในตอนนี้เธอรู้สึกตื่นเต้นมากและดูเหมือนว่าเธอพร้อมที่จะกลืนกินเซี่ยเหล่ยทั้งตัวเลยทีเดียว……

 

          คำตอบนะหรอ มาหลับนอนกับฉันสิ !

 

          นี่เป็นคำตอบของสือจิงชิวโดยที่เธอไม่ต้องพูดออกมา............

 

          เราควรจะทำตามคำขอของเธอหรอ ? เซี่ยเหล่ยรู้สึกลังเลใจ

 

          การมีอะไรครั้งแรกกับผู้หญิงแบบสือจิงชิวเนี่ยนะ ? ไม่มีทาง ! ถึงแม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะมีลักษณะเหมือนพ่อของเขามากแต่ถ้าแลกมากับข้อเสนอแบบนี้ มันก็ไม่ยุติธรรมกับเขาเลย …….

 

          ในขณะที่พวกเขากำลังคุยกันนั้นตาซ้ายของเซี่ยเหล่ยเหลือบไปเห็นถ้วยกาแฟที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ ดูผิวเผินเหมือนจะไม่มีอะไรแต่ถ้าสักเกตดีๆถ้วยกาแฟแก้วนั้นไม่มีร่องรอยการการถูกสัมผัสเลย แก้วกาแฟใสสะอาดเหมือนแก้วใหม่ที่เพิ่งยกออกมาเสริร์ฟไม่มีผิด !

 

 

          เมื่อเซี่ยเหล่ยมองไปยังแก้วกาแฟใบนั้นพบตัวอักษรปริศนาอยู่ข้างๆ ว่าосторожно’ หมายถึง ‘ระวังตัว’

 

          ‘เขากำลังบอกให้ใครระวัง ?’ ความรู้สึกของเซี่ยเหล่ยในตอนนี้เหมือนค้นพบความจริงอะไรบางอย่าง ‘เป็นพ่อของเราจริงๆงั้นหรอ ?’

 

          ขาของสือจิงชิวยังคงขยับไปขยับมาบริเวณท่อนล่างของเซี่ยเหล่ย “เหล่ย ฉันรู้นะว่าคุณยังชอบฉันอยู่ไปนอนโรงแรมด้วยกันเถอะ ฉันจะบอกทุกอย่างที่คุณอยากรู้ คุณยังรักฉันอยู่ไม่ใช่หรอ ? ฉันจะให้ทุกอย่าง ฉันจะให้คุณสัมผัสในส่วนที่สามีของฉันอยากสัมผัสมาตลอดชีวิต !”

 

          สือจิงชิวพยายามจะเย้ายวนเซี่ยเหล่ยด้วยการแกว่งขาของเธอไปมาบริเวณจุดอ่อนไหวของเซี่ยเหล่ย……….

 

          ทันใดนั้นเซี่ยเหล่ยคว้าขาของสือจิงชิวไว้แล้วหยิกไปที่ขาของเธอ....

 

          “โอ๊ย….” สือจิงชิวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและรีบดึงขาของเธอกลับไปอย่างรวดเร็วจากนั้นเธอหันไปมองที่เซี่ยเหล่ยอย่างหงุดหงิด “ทำอะไรของคุณหน่ะ ?”

 

          เซี่ยเหล่ยส่ายหัวแล้วพูดว่า “คุณไม่ทราบข้อมูลของลูกค้าคนนี้จริงๆใช่มั้ย ?”

 

          สือจิงชิวอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “อย่าบอกนะว่าคุณรู้แล้วว่าเขาเป็นใคร ?”

 

          “ช่างมันเถอะ เชิญไปโรงแรมคนเดียวเลย ผมไม่สนใจล่ะ” เซี่ยเหล่ยลึกขึ้นจากเก้าอี้ทันทีหลังจากที่เขาพูดจบ

 

          สือจิงชิวจ้องมองไปที่เซี่ยเหล่ยแล้วบ่นพึมพัมว่า ‘เขารู้ได้ยังไงว่าเราไม่รู้จัก ? จะหยามกันเกินไปแล้วนะ เวรเอ๊ยยยยย !’

 

          หลังจากนั้นไม่นานสือจิงชิวก็หุบขาของเธอลงแต่เธอยังคงอารมณ์ดีและมีความสุขหลังจากที่ได้สัมผัสตัวเซี่ยเหล่ยเมื่อครู่นี้

 

          เหตุผลง่ายๆเลยที่เซี่ยเหล่ยเปลี่ยนใจ ตัวอักษรรัสเซียที่ชายลึกลับทิ้งไว้มันเป็นวิธีการของพวกมืออาชีพที่จะอำพรางตัวไม่ให้ผู้อื่นรู้ถึงตัวตนของตัวพวกเขาเอง ! สิ่งนี้แหละทำให้เซี่ยเหล่ยรู้เลยว่าชายคนนั้นไม่มีทางเปิดเผยตัวให้สือจิงชิวรู้แน่นอน

 

          เซี่ยเหล่ยข้ามถนนและเดินไปหาฉิงเสวียงที่รออยู่อีกฟากหนึ่ง

 

          “เป็นไง ? ผมเห็นคุณไล่ตามชายลึกลับคนนั้น จับตัวเขาได้รึปล่าว ?” ฉิงเสวียงถามอย่างเป็นกังวล

 

          เซี่ยเหล่ยส่ายหัว “เขาดูเหมือนรู้ว่าผมกำลังมุ่งหน้าไปหาเขา เขาจึงซ้อนแผนกลับตลบหลังผม”

 

          “เขา….เขาเป็นพ่อคุณจริงๆหรอ ?”

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้มแบบเซ็งๆ “ผมไม่สามารถบอกคุณได้ในตอนนี้ แต่ผมคิดว่าจะเจอคนนั้นอีกในเร็วๆนี้”

 

          เซี่ยเหล่ยเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ฉิงเสวียง คุณอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับใครนะ”

 

          “ผมรู้ว่าคุณกำลังหมายถึงอะไร อย่ากังวลไปเลยผมไม่บอกใครหรอก” ฉิงเสวียงกล่าว

 

          “กลับกันเถอะ” เซี่ยเหล่ยถอนหายใจออกมา เขารู้สึกว่าวันนี้เหนื่อยมากเพราะมีเรื่องมากมายถาโถมมาใส่เขาพร้อมๆกัน

 

          “อือ อย่าคิดมากไปเลย” ฉิงเสวียงสตาทรถมอเตอไซค์ยามาฮ่าของเขาและขี่ลับสายตาไปอย่างรวดเร็ว

 

          ในขณะที่เซี่ยเหล่ยเดินกลับไปที่รถยนต์คู่ใจของเขาแม้ว่าเวลาจะผ่านมาสักระยะหนึ่งแล้วเขายังจำรูปร่างลักษณะของชายลึกลับคนนั้นได้อย่างแม่นยำ

 

          ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด …….. ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด

 

          เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นมาขัดจังหวะความคิดของเซี่ยเหล่ย เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาและกดรับสาย “สวัสดี ฉันเอง” นั่นเป็นเสียงของหลงบิง “ฉันได้จัดการทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยแล้วฉันจะรอคุณอยู่ที่สนามบินอีก 2 ชั่วโมงเจอกัน”

 

          “กะทันหันขนาดนี้เลย ?” เซี่ยเหล่ยพูดด้วยความตกใจ

 

          แต่หลงบิงวางสายไปแล้ว…….

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้มออกมาเก้ๆกังๆและขับรถไปที่บ้านของหลางเฉิงชุน มีเวลาตั้ง 2 ชั่วโมงคงจะมากพอที่ให้เราได้กล่าวอำลาหลางเฉิงชุนและหลางซือเหยาก่อนออกเดินทาง

 

          ติดตามตอนต่อไป……..

 

         

         

 

จบบทที่ TXV –  117 ร่องรอยบนแก้วกาแฟ !

คัดลอกลิงก์แล้ว