เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 450 - ข้าจะคืนให้เจ้า

บทที่ 450 - ข้าจะคืนให้เจ้า

บทที่ 450 - ข้าจะคืนให้เจ้า


เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาภายในห้อง

หลินลั่วเฉินตื่นขึ้นมา เมื่อก้มหน้าลงก็มองเห็นกู้ชิงหานกำลังขดตัวอยู่ภายในอ้อมกอดของเขาประดุจลูกแมวน้อย

ที่หางตาของนางยังมีหยาดน้ำตาที่ยังไม่แห้งเหือดเกาะติดอยู่ ใบหน้ายามหลับใหลเผยให้เห็นความอ่อนแอที่หาดูได้ยาก ชวนให้รู้สึกทะนุถนอม

หลินลั่วเฉินสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางสภาพจิตใจของตนเอง เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา

นี่มันกินของเขาปากย่อมหวาน รับของเขามือย่อมอ่อนเสียจริงๆ!

กู้ชิงหานดูเหมือนจะตื่นขึ้นมาเพราะความเคลื่อนไหวของเขา นางลืมตาขึ้นด้วยอาการเหม่อลอย

เมื่อมองเห็นหลินลั่วเฉินที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม นางก็ได้สติกลับมาในทันที ราวกับกระต่ายที่กำลังตื่นตระหนก นางรีบผุดลุกขึ้นไปหลบมุมอยู่ตรงมุมเตียง!

วินาทีต่อมา ความรู้สึกเย็นวาบตามร่างกายก็ทำให้กู้ชิงหานตระหนักได้ถึงบางสิ่ง นางรีบยกมือขึ้นมาปกปิดหน้าอกเอาไว้ด้วยความลุกลี้ลุกลน

หลินลั่วเฉินเห็นแล้วก็รู้สึกขบขัน เขาอดไม่ได้ที่จะกลอกตา

"มาปิดเอาตอนนี้ไม่คิดว่ามันสายไปหน่อยหรือ เมื่อคืนนี้ส่วนที่ควรดูและไม่ควรดู ข้าก็ดูไปจนหมดแล้วล่ะ"

พวงแก้มของกู้ชิงหานแดงซ่านขึ้นมาในทันที ทว่านางก็ยังคงดึงดันที่จะปิดบังเอาไว้ พร้อมกับยื่นขาเรียวยาวออกไป หมายจะเกี่ยวเอาชุดชั้นในที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นขึ้นมา

หลินลั่วเฉินตาไวรีบคว้าเอาเอี๊ยมบังทรงที่ถูกมารผจญในใจถอดออกแล้วไม่ได้สวมกลับเข้าไปมาถือไว้ในมือได้ก่อน

"เอาคืนมานะ!" กู้ชิงหานทั้งร้อนรนและโกรธเคือง

หลินลั่วเฉินนำเสื้อผ้าชิ้นบางเบานั้นมาหมุนเล่นในมือ ยิ้มพลางกล่าว "เช่นนี้คงไม่ได้หรอก ของชิ้นนี้ต้องเก็บไว้เป็นของแทนใจสิ"

"เจ้า ... !"

กู้ชิงหานโกรธจนพูดไม่ออก นางกระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิดใจ ทำให้เกิดความสั่นไหวอย่างรุนแรงตามมา

เมื่อเห็นว่าหลินลั่วเฉินกำลังถูกความสั่นไหวนั้นดึงดูดสายตาไป นางก็รีบหันหลังกลับ มือไม้ปั่นป่วนรีบนำเสื้อผ้าชุดอื่นออกมาสวมใส่อย่างรวดเร็ว

หลินลั่วเฉินเก็บของสะสมชิ้นนั้นเข้าแหวนมิติไปพลาง ส่ายหน้าอย่างจนใจไปพลาง

ผู้หญิงนี่นะ สัมผัสได้แต่มองไม่ได้ ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดเสียจริง!

ครู่ต่อมา กู้ชิงหานสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย นางมองดูหลินลั่วเฉินที่ยังคงเปลือยท่อนบนอยู่ด้วยความรู้สึกขัดเขินและหงุดหงิดใจ

"เจ้ายังไม่ยอมสวมเสื้อผ้าอีกหรือ"

หลินลั่วเฉินถึงค่อยๆ สวมใส่เสื้อผ้าอย่างอ้อยอิ่ง กู้ชิงหานเบือนหน้าหนีไม่กล้ามอง เมื่อนึกถึงเรื่องราวเมื่อคืน นางก็รู้สึกอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี!

เมื่อคืนยังไม่ทันรู้สึกอะไร ทว่ายามนี้พอนึกย้อนกลับไป ใบหน้าของนางก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่!

ตนเองไปทำเรื่องที่น่าละอายเช่นนั้นได้อย่างไรกัน ตกลงแล้วตนเองเป็นอะไรไปกันแน่

มารผจญในใจที่ถูกหลินลั่วเฉินเล่นงานก็ค้นพบว่า แม้เมื่อคืนตนเองจะพลาดท่า ทว่าผู้หญิงคนนี้กลับทำสำเร็จนี่นา!

หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนที่ผ่านมา กู้ชิงหานดูเหมือนจะตัดสินใจแน่วแน่ ยอมรับให้หลินลั่วเฉินกลายเป็นด่านเคราะห์แห่งรักของตนเองไปเสียแล้ว!

นางยอมจำนนแล้ว ไม่คิดจะขัดขืนอีกต่อไป!

เรื่องนี้ทำให้มารผจญในใจดีใจจนแทบคลั่ง รีบเอ่ยขึ้น "แหมๆ ทาสหานยังรู้จักขัดเขินอีกด้วยหรือ ... เมื่อคืนนี้ออกจะร้อนแรงขนาดนั้นแท้ๆ!"

กู้ชิงหานตวาดด้วยความโกรธจัดอยู่ภายในใจ "หุบปาก!"

"ฮึ ยัยคนขี้งกแอบกินของอร่อยคนเดียว!"

มารผจญในใจคิดแล้วก็โมโห ตนเองอุตส่าห์ยอมลงทุน ทว่ากลับถูกรังเกียจเสียได้!

กู้ชิงหานไม่ได้สนใจนาง นางกดเสียงต่ำเอ่ยถามหลินลั่วเฉิน "เรื่องที่เจ้าตกลงกับข้าเอาไว้เล่า"

"วางใจเถอะ ข้ารับปากใครแล้ว ไม่เคยผิดคำพูด!"

หลินลั่วเฉินนำสูตรโอสถแผ่นหนึ่งออกมา เอ่ยถาม "โอสถชนิดนี้ไม่ใช่ว่ามีสูตรแล้วจะสามารถปรุงขึ้นมาได้เลยนะ เจ้ามีเตาหลอมโอสถหรือไม่"

กู้ชิงหานส่ายหน้าปฏิเสธ นางมีรากวิญญาณธาตุน้ำแข็ง เดิมทีก็ไม่เหมาะกับการปรุงโอสถอยู่แล้ว บนตัวของนางจะมีของพรรค์นั้นได้อย่างไร

หลินลั่วเฉินเอ่ยอย่างจนใจ "ไปเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปซื้อเตาหลอมโอสถสักใบ"

กู้ชิงหานร้องอ้อขึ้นมา นางมีท่าทีไม่ค่อยเต็มใจนัก เกรงว่าจะถูกผู้อื่นจำหน้าได้

มุมปากของหลินลั่วเฉินปรากฏรอยยิ้มบางๆ เขาเอ่ยขึ้น "หากเจ้าสามารถปรุงโอสถด้วยมือเปล่าได้ ข้าก็จะถือว่าไม่ได้พูดก็แล้วกัน"

กู้ชิงหานย่อมไม่มีความสามารถเช่นนั้น นางทำได้เพียงนำหน้ากากออกมาสวม ซ้ำยังจงใจสวมเสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่เพื่อปกปิดร่างกายให้มิดชิดที่สุด

หลินลั่วเฉินอดหัวเราะไม่ได้ ทว่าเขาก็ทำแบบเดียวกัน สวมหน้ากากและเสื้อคลุมสีดำ

สถานการณ์ของเขาในสถานที่แห่งนี้ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากู้ชิงหานสักเท่าไรนัก เผลอๆ อาจจะอันตรายกว่าเสียด้วยซ้ำ

ครู่ต่อมา หลินลั่วเฉินก็โอบเอวกู้ชิงหานเดินไปตามท้องถนนอย่างเป็นธรรมชาติ มุ่งหน้าไปยังหอเจินเป่าภายในเมือง

แม้จะสวมเสื้อคลุมสีดำ ทว่าทรวดทรงอันงดงามของกู้ชิงหานก็ไม่อาจปิดบังเอาไว้ได้มิด ยังคงดึงดูดสายตาของผู้คนสัญจรไปมาได้ไม่น้อย

หลังจากผ่านไปหนึ่งปี กู้ชิงหานก็ถูกเขาโอบกอดอย่างใกล้ชิดเช่นนี้อีกครั้ง นางรู้สึกราวกับว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเหลือเกิน ทั้งร่างแข็งเกร็งไม่เป็นธรรมชาติ

สายตาที่จ้องมองมาของคนรอบข้าง ยิ่งทำให้นางรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนเข็ม นางรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าผู้อื่นมองทะลุตัวตนของนางออกแล้ว

หากมีผู้ใดล่วงรู้ว่าท่านเจ้าสำนักสตรีหยกผู้สูงส่ง แอบเดินทางมายังอาณาเขตของฝ่ายมาร เพื่อลักลอบพบปะกับศิษย์ฝ่ายมาร ...

ภาพเหตุการณ์เช่นนั้นนางไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการ!

หลินลั่วเฉินกลับดูเคยชินเป็นอย่างมาก เขาพานางเดินเข้าไปภายในหอเจินเป่าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอย่างคุ้นเคย

ที่นี่คือสถานที่รับซื้อสินค้าและเป็นจุดแลกเปลี่ยนที่เขามักจะแวะเวียนมาเป็นประจำทุกครั้งก่อนที่จะเดินทางกลับไปยังยุคบรรพกาล นับว่าเป็นลูกค้าประจำเลยก็ว่าได้

เมื่อเถ้าแก่เนี้ยที่ยังมีรูปร่างหน้าตางดงามมองเห็นเขา นางก็รีบฉีกยิ้มกว้างต้อนรับ และเป็นคนเดินนำทางพาทั้งสองขึ้นไปยังห้องรับรองส่วนตัวบนชั้นสองด้วยตนเอง

"ท่านผู้อาวุโสหลิน ครั้งนี้ท่านมีของดีอันใดมานำเสนออีกหรือเจ้าคะ"

ท่านผู้อาวุโสหลินผู้ลึกลับท่านนี้มีพลังฝีมือที่ลึกล้ำคาดเดายาก ทุกครั้งที่ลงมือล้วนเป็นของหายากและมีระดับสูงทั้งสิ้น

หอเจินเป่าได้กำไรจากเขาไปไม่น้อย ย่อมต้องให้เกียรติหลินลั่วเฉินในฐานะลูกค้าคนสำคัญ

แน่นอนว่าพวกเขาเคยคิดจะเล่นตุกติก เคยพยายามส่งคนสะกดรอยตามหลินลั่วเฉิน ทว่าก็ถูกสลัดหลุดได้อย่างง่ายดาย นับตั้งแต่นั้นมาก็ไม่กล้าคิดจะทำเรื่องนอกลู่นอกทางอีกเลย

หลินลั่วเฉินเทเอาสมุนไพรและของวิเศษที่ตนเองไม่ได้ใช้จำนวนมากออกมาจากแหวนมิติ ซึ่งล้วนเป็นของที่เขาเพิ่งจะจัดระเบียบเอาไว้เมื่อหลายวันก่อน

"ช่วยจัดการของพวกนี้ให้ข้าที ตีราคามาให้สมน้ำสมเนื้อหน่อย แล้วช่วยนำเตาหลอมโอสถที่ดีที่สุดของที่นี่ขึ้นมาให้ข้าดูที"

เถ้าแก่เนี้ยพยักหน้ารัวๆ ยิ้มพลางกล่าว "ท่านผู้อาวุโสโปรดรอสักครู่!"

ในระหว่างที่รอสินค้า หลินลั่วเฉินก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ช่วยนำโอสถทะลวงระดับของทุกระดับขั้นมาให้ข้าดูหน่อยสิ"

เถ้าแก่เนี้ยเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "โอสถทะลวงระดับของทุกระดับขั้นเลยหรือเจ้าคะ"

หลินลั่วเฉินตอบรับในลำคอ น้ำเสียงของเขาดูเรียบเฉย ทว่ากลับแฝงไปด้วยความห้าวหาญที่ไม่อาจปฏิเสธได้

"ใช่ ตั้งแต่ระดับสร้างรากฐานไปจนถึงระดับสุญตา ของทุกระดับขั้น ขอเพียงเป็นโอสถระดับสูงและระดับสุดยอด ก็นำมาให้ข้าดูทั้งหมดเลย"

เมื่อเถ้าแก่เนี้ยได้ยินเช่นนั้น หัวใจของนางก็เต้นระรัว เมื่อเหลือบมองกู้ชิงหานที่สวมเสื้อคลุมสีดำปิดบังมิดชิดอยู่ข้างกายหลินลั่วเฉิน นางก็เข้าใจในทันที

ท่านผู้อาวุโสท่านนี้ คงตั้งใจจะเตรียมทรัพยากรบำเพ็ญเพียรให้แก่อนุภรรยาของตนนี่เอง!

บุรุษในช่วงเวลาเช่นนี้มักจะใจป้ำที่สุด!

กู้ชิงหานไม่ได้คิดไปไกลถึงเพียงนั้น นางคิดเพียงว่าหลินลั่วเฉินตั้งใจจะซื้อไปใช้เอง

ไม่นานนัก เถ้าแก่เนี้ยก็ให้คนนำโอสถหลากหลายชนิดขึ้นมา

หลินลั่วเฉินขมวดคิ้วพลางกล่าว "ไม่มีโอสถสุญตาระดับสุดยอด และโอสถผสานวิญญาณระดับสุดยอดหรือ"

เถ้าแก่เนี้ยปาดเหงื่อด้วยความประหม่า "ท่านผู้อาวุโสหลิน โอสถผสานวิญญาณระดับสุดยอด ทางเรายังมีในคลังสินค้าอยู่สามเม็ด ทว่าโอสถสุญตาระดับสุดยอดนี่สิ ... "

"ทางเราไม่มีสินค้าจริงๆ ทว่า พวกเรารู้จักสหายนักพรตท่านหนึ่งที่มีโอสถชนิดนี้อยู่ในมือ เพียงแต่เขาเสนอราคามาค่อนข้างสูง ... "

หลินลั่วเฉินไม่ได้กะพริบตาเลยแม้แต่น้อย เขาเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ "เรียกเขามา ข้าจะเจรจากับเขาเอง"

เถ้าแก่เนี้ยรีบรับคำ ก่อนจะมองดูโอสถที่วางอยู่ตรงหน้า เอ่ยอย่างลังเล "แล้วโอสถเหล่านี้ล่ะเจ้าคะ"

หลินลั่วเฉินเอ่ยถามด้วยความสนใจ "พวกเจ้ามีในคลังสินค้าอยู่เท่าใด มีจำนวนที่แน่นอนหรือไม่"

เถ้าแก่เนี้ยรีบยื่นสมุดบัญชีเล่มหนึ่งให้ พร้อมกับอธิบายรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน

หลินลั่วเฉินเปิดดูคร่าวๆ ก่อนจะโบกมืออย่างใจป้ำ "โอสถทะลวงระดับของทุกระดับขั้นที่มีอยู่ในคลังสินค้าของพวกเจ้า ข้าเหมาหมด!"

"นำของเมื่อครู่มาหักลบกับค่าสินค้าไปบางส่วน ส่วนที่เหลือข้าจะจ่ายเป็นศิลาวิญญาณ เสนอราคาที่ยุติธรรมมาให้ข้าด้วย อย่าให้มันแพงจนเกินไปล่ะ!"

เถ้าแก่เนี้ยรู้สึกราวกับหูอื้ออึงไปหมด นางไม่เคยพบเจอลูกค้าที่ใจป้ำถึงเพียงนี้มาก่อนเลย!

นี่มันเทพเจ้าแห่งโชคลาภชัดๆ!

หรือว่าท่านผู้อาวุโสท่านนี้จะเป็นผู้อาวุโสจากสำนักใดสำนักหนึ่ง มิฉะนั้นไฉนถึงได้กว้านซื้อโอสถมากมายถึงเพียงนี้

กู้ชิงหานก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าหลินลั่วเฉินจะซื้อโอสถมากมายถึงเพียงนี้ นางจ้องมองเขาด้วยความตกตะลึง

ภายในใจของนางเกิดความคาดเดาบางอย่าง ทว่าก็ไม่อยากจะเชื่อ และไม่อยากจะรู้สึกอับอายหากตนเองคิดเข้าข้างตัวเอง

มารผจญในใจยิ่งตื่นเต้นดีใจ "ทาสหาน เขาต้องตั้งใจซื้อมาให้เจ้าอย่างแน่นอน!"

กู้ชิงหานเอ่ยเสียงเรียบ "เจ้าคิดมากไปแล้ว!"

เวลานี้ เถ้าแก่เนี้ยดีดลูกคิดในใจอย่างรวดเร็ว ท้ายที่สุดนางก็เอ่ยปากอย่างระมัดระวัง

"ท่านผู้อาวุโสหลิน หักลบกับของมีค่าเหล่านั้นแล้ว ท่านยังต้องจ่ายเพิ่มอีกสามล้านศิลาวิญญาณระดับล่างเจ้าค่ะ"

หลินลั่วเฉินมีสีหน้าเรียบเฉย พยักหน้าพลางกล่าว "เดี๋ยวข้าจะจ่ายให้รวดเดียวเลย!"

ในตอนนั้นเอง ผู้อาวุโสของหอเจินเป่าก็รีบร้อนนำเตาหลอมโอสถคุณภาพดีสิบใบขึ้นมา

เตาหลอมโอสถเหล่านั้นถูกวางลงบนลานกว้าง แสงประกายวาววับ พลังวิญญาณอัดแน่น

ในจำนวนนั้นมีเตาหลอมโอสถสามใบที่ทอแสงประกายแผ่วเบา ซึ่งเป็นถึงอาวุธเซียนระดับล่าง นับว่าเป็นของหายากยิ่งในหมู่เตาหลอมโอสถ!

หลินลั่วเฉินกวาดตามองเตาหลอมโอสถเหล่านั้น ก่อนจะตบมือเบาๆ ลงบนเตาหลอมโอสถใบที่คุณภาพธรรมดาที่สุด

"ใบนี้ ... "

เถ้าแก่เนี้ยรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ทว่าก็ยังคงฝืนยิ้ม "ใบนี้สามหมื่นศิลาวิญญาณระดับล่างเจ้าค่ะ ... "

หลินลั่วเฉินกล่าวต่อ "ใบนี้ไม่เอา ส่วนอีกเก้าใบที่เหลือ ข้าเหมาหมด เสนอราคาที่แท้จริงมาได้เลย!"

เถ้าแก่เนี้ยถึงกับอึ้งไปในทันที นางมองหลินลั่วเฉินด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ตื่นเต้นจนแทบจะกระโดดตัวลอย!

กู้ชิงหานก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกแขนเสื้อของเขา เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "เจ้าซื้อเตาหลอมโอสถไปมากมายถึงเพียงนี้เพื่ออันใดกัน"

หลินลั่วเฉินชะโงกหน้าไปกระซิบข้างหูของนาง "ทำไม เจ้าอยากจะหลอมโอสถทั้งหมดนี่คนเดียวหรืออย่างไร"

"เจ้าสามารถหลอมออกมาได้สักกี่เม็ดกัน จะพอขายหรือ ข้าไม่ใช่คนตระหนี่ถี่เหนียวที่จะมานั่งเสียเวลากับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรอกนะ"

กู้ชิงหานถึงกับพูดไม่ออก นางเอ่ยอย่างลังเล "เตาหลอมโอสถ ข้า ... ข้าสามารถซื้อเองได้ ... "

หลินลั่วเฉินเอ่ยอย่างไม่ยอมให้ปฏิเสธ "หากคุณภาพของโอสถเกิดมีปัญหาขึ้นมา จะทำอย่างไรเล่า"

กู้ชิงหานถึงกับเงียบไป หลินลั่วเฉินพากู้ชิงหานเดินกว้านซื้อของภายในงานต่อไป

ก่อนหน้านี้เลิ่งเยวี่ยซวงได้เล่าสถานการณ์ของสำนักสตรีหยกให้เขาฟังแล้ว สิ่งของเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่สำนักสตรีหยกกำลังขาดแคลนอย่างหนักในเวลานี้

การจับจ่ายใช้สอยอย่างใจป้ำของเขา ทำเอาเถ้าแก่เนี้ยตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำ แทบจะหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ

นี่มันเทพเจ้าแห่งโชคลาภชัดๆ!

กู้ชิงหานแม้จะรู้ดีว่าหลินลั่วเฉินมีฐานะร่ำรวย ทว่าก็ไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะร่ำรวยถึงขั้นใช้จ่ายเงินทองเป็นเบี้ยเช่นนี้

เขาไปนำของวิเศษล้ำค่ามากมายถึงเพียงนี้มาจากที่ใดกัน

หลินลั่วเฉินมองดูกู้ชิงหานที่กำลังตกตะลึงอ้าปากค้าง เขาชี้ไปที่ชุดคลุมขนนกที่เปล่งประกายงดงามอยู่ภายในร้าน

"ลองดูสิว่ามีชุดที่พอดีตัวหรือไม่ หรือมีสิ่งใดที่พอจะใช้ประโยชน์ได้ ก็หยิบมาให้หมดเลย ข้าจะซื้อให้เจ้าเอง!"

"ไม่ต้องหรอก ... "

กู้ชิงหานปฏิเสธตามสัญชาตญาณ ทว่าเถ้าแก่เนี้ยก็รีบนำชุดกระโปรงสตรีที่ตัดเย็บอย่างประณีตงดงามมาเสนอขายอย่างกระตือรือร้น

"แม่นางท่านนี้มีรูปร่างอรชรอ้อนแอ้น กิริยาท่าทางโดดเด่น ชุดเซียนเมฆาล่องไหลชุดนี้ช่างเหมาะสมกับท่านยิ่งนัก ... "

นางพูดจาไหลลื่นราวกับสายน้ำ ทำเอากู้ชิงหานทำตัวไม่ถูก

หลินลั่วเฉินแอบขำอยู่เงียบๆ กู้ชิงหานถูกห่อหุ้มจนมิดชิดเป็นข้าวต้มมัดขนาดนี้ เถ้าแก่เนี้ยผู้นี้ก็ยังสรรหาคำมาเยินยอได้สารพัดรูปแบบ ช่างมีความสามารถจริงๆ

กู้ชิงหานไม่เคยพบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน ทว่าหลินลั่วเฉินนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญในการอ่านสีหน้า เขาดูออกว่านางชอบสิ่งใด จึงเหมาซื้อสิ่งที่นางสนใจมาจนหมด

สิ่งนี้ทำให้นางถึงกับอึ้งไปเลย เจ้านี่ล่วงรู้ความต้องการของตนเองได้อย่างไรกัน

มารผจญในใจยิ่งเอ่ยด้วยความหึงหวง "ช่างใจสื่อถึงกันเสียจริง นายท่านลำเอียง ข้าเองก็อยากได้เหมือนกันนะ!"

กู้ชิงหานทั้งขัดเขินและร้อนรนใจ ในเวลานั้นเอง ยอดฝีมือผู้ครอบครองโอสถสุญตาระดับสุดยอดก็ถูกเชิญตัวมาถึงพอดี

ในตอนแรกคนผู้นั้นมีท่าทีหยิ่งยโสโอหังเป็นอย่างมาก ทว่าหลินลั่วเฉินก็ทุ่มเงินซื้อจนอีกฝ่ายไม่อาจปฏิเสธได้

ไม่นานนัก เขาก็นำศิลาวิญญาณอันสกปรกโสมมเดินจากไปอย่างพึงพอใจ ทิ้งโอสถสุญตาระดับสุดยอดเอาไว้ให้แก่หลินลั่วเฉิน!

ภายใต้การโจมตีด้วยเงินตราอย่างเด็ดขาดและไร้ความปรานี เขาก็รีบหอบศิลาวิญญาณจำนวนมหาศาลจากไปอย่างพึงพอใจ

ยามนี้ เมื่อเถ้าแก่เนี้ยมองดูหลินลั่วเฉิน สายตาของนางก็แทบจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว

นางพยายามหาข้ออ้างในการหยิบจับสิ่งของต่างๆ เพื่อจงใจอวดทรวดทรงองค์เอว หวังจะเรียกร้องความสนใจจากท่านผู้อาวุโสผู้ร่ำรวยและทรงพลังท่านนี้

น่าเสียดายที่หลินลั่วเฉินกลับทำเป็นมองไม่เห็น ทำให้นางรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก ทำได้เพียงทอดสายตามองกู้ชิงหานด้วยความอิจฉาริษยา

ในระหว่างการสนทนา นางก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยด้วยความอิจฉา "แม่นางช่างมีวาสนายิ่งนัก ท่านผู้อาวุโสช่างรักใคร่และตามใจท่านเหลือเกิน!"

กู้ชิงหานอยากจะอธิบาย ทว่าก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี

ถึงอย่างไร นางก็นับว่าเป็นคนของเขาแล้วไม่ใช่หรือ

หลินลั่วเฉินและกู้ชิงหานภายใต้การจัดการของเถ้าแก่เนี้ย ได้ลอบเดินทางออกจากหอเจินเป่าผ่านทางประตูหลังอย่างเงียบเชียบ

ในระหว่างทางกลับ หลินลั่วเฉินก็นำแหวนมิติที่บรรจุโอสถหายากจำนวนมากยัดใส่มือของกู้ชิงหาน

"นี่ รับของพวกนี้กลับไปใช้แก้ขัดก่อนก็แล้วกัน"

แม้กู้ชิงหานจะคาดเดาเอาไว้แล้ว ทว่าเมื่อพบว่าเขาตั้งใจจะซื้อมามอบให้นางจริงๆ ความรู้สึกภายในใจของนางก็ซับซ้อนจนถึงขีดสุด

เจ้านี่ก็ล่วงรู้ดีว่าสำนักสตรีหยกกำลังขาดแคลนทรัพยากร รู้ดีว่าบรรดาศิษย์ไม่มีโอสถทะลวงระดับใช้

ในยามที่นางนำโอสถทะลวงระดับของตนเองไปขาย เขากลับเป็นฝ่ายซื้อมันกลับมามอบให้นาง ...

มารผจญในใจยังคงส่งเสียงเชียร์ไม่หยุด "เห็นไหมล่ะ เห็นไหมล่ะ ข้าบอกแล้วไงว่าเขาตั้งใจซื้อมามอบให้เจ้า!"

แม้กู้ชิงหานจะรู้สึกหวั่นไหว ทว่านางก็ยังคงส่งแหวนวงนั้นคืนให้แก่เขา

"ข้าไม่อาจรับไว้ได้ ของพวกนี้มีค่ามากเกินไป โดยเฉพาะโอสถสุญตาระดับสุดยอดเม็ดนั้น ... "

หลินลั่วเฉินยัดแหวนวงนั้นกลับไปให้นางด้วยความแข็งกร้าว เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "เจ้าไม่ได้บอกหรือ ว่าเจ้าคือคนของข้าแล้ว"

"ข้าไม่เคยตระหนี่ถี่เหนียวกับคนของตนเอง สิ่งเหล่านี้ก็ถือเสียว่าเป็นการลงทุน ข้ายังหวังให้เจ้ามาช่วยงานข้าในวันข้างหน้าอยู่นะ"

สีหน้าของกู้ชิงหานแปรเปลี่ยนไปมา โอสถสุญตาอันแสนล้ำค่าเช่นนี้ เขากลับยอมมอบให้นางอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้เชียวหรือ

ด้วยฐานะของนาง หากนางปรารถนาที่จะทอดกายให้แก่บุรุษผู้ใด นางก็ย่อมสามารถแลกเปลี่ยนโอสถเช่นนี้มาได้อย่างแน่นอน

ทว่าหลินลั่วเฉินทั้งที่สมปรารถนาไปแล้ว ทว่าเขากลับยังคงเตรียมการสิ่งเหล่านี้ให้แก่นาง ทำให้นางรู้สึกสับสนวุ่นวายใจเป็นอย่างยิ่ง

กู้ชิงหานยังคงอยากจะปฏิเสธ ทว่าหลินลั่วเฉินกลับแย้มยิ้มบางๆ สร้างทางลงให้นางอย่างแยบยล

"หากรู้สึกผิดนัก รอให้สถานการณ์ของสำนักสตรีหยกดีขึ้นแล้ว ค่อยนำศิลาวิญญาณมาคืนให้ข้าก็แล้วกัน"

กู้ชิงหานถึงได้กำแหวนมิติวงนั้นเอาไว้แน่น เอ่ยด้วยความจริงจัง "ข้าจะคืนให้เจ้าอย่างแน่นอน!"

ทว่าภายในใจของนางก็ตระหนักดีว่า ศิลาวิญญาณนั้นยังพอหามาคืนได้ ทว่าหนี้น้ำใจในครั้งนี้ เกรงว่าจะชดใช้คืนได้ยากยิ่งนัก

มารผจญในใจแค่นเสียงดูแคลน "ยังจะคืนอะไรอีกล่ะ รีบเอาตัวเองเข้าแลกไปเลยสิ!"

ราวกับได้ยินคำพูดของนาง หลินลั่วเฉินโอบเอวกู้ชิงหานเอาไว้ แย้มยิ้มเจ้าเล่ห์พลางกล่าว "เช่นนั้นก่อนที่จะถึงเวลานั้น ข้าขอเก็บดอกเบี้ยไปพลางๆ ก่อนได้หรือไม่"

กู้ชิงหานหูแดงระเรื่อ มีหรือที่นางจะไม่ล่วงรู้ถึงความหมายแฝงของเขา นางพยักหน้ารับอย่างไม่เป็นธรรมชาติ พร้อมกับส่งเสียงอืมเบาๆ ในลำคอ

ตนเองกับเขาก็เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันเท่านั้น เขาให้ศิลาวิญญาณแก่นาง นางก็สนองความต้องการให้แก่เขา

ถูกต้องแล้ว มันก็แค่นั้นแหละ!

หลินลั่วเฉินกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ การได้เห็นท่านเจ้าสำนักสตรีหยกผู้สูงส่งและเยือกเย็นเผยให้เห็นท่าทีเช่นนี้ ช่างเป็นภาพที่ชวนให้รู้สึกเบิกบานใจยิ่งนัก

กู้ชิงหาน สิ่งที่เจ้าติดค้างข้ามาตั้งแต่ชาติที่แล้ว ชาตินี้เจ้าก็ค่อยๆ ชดใช้คืนมาก็แล้วกัน!

เขาโอบเอวกู้ชิงหานเดินมุ่งหน้าไปยังหอวั่งเยวี่ย ทว่าจู่ๆ ก็รู้สึกได้ว่ามีคนกำลังจ้องมองมา เขาจึงหันกลับไปมองด้วยความสงสัย

คนผู้นั้นสวมใส่เสื้อคลุมสีดำ รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น ทรวดทรงดูคุ้นตากันเป็นอย่างดี!

เมื่อมองเห็นนาง หลินลั่วเฉินก็ตกใจจนแทบจะหัวใจหยุดเต้น

เยวี่ยซวง?

ช่วงเวลาที่ผ่านมาเลิ่งเยวี่ยซวงก็สวมใส่ชุดคลุมสีดำเพื่อปกปิดร่องรอยมาโดยตลอด หลินลั่วเฉินจึงคุ้นเคยกับการแต่งกายเช่นนี้ของนางเป็นอย่างดี

ยามนี้ เลิ่งเยวี่ยซวงก็กำลังมองมาทางพวกเขาด้วยความสงสัยเช่นเดียวกัน แววตาของนางแฝงไปด้วยความเคลือบแคลงใจ ราวกับกำลังพยายามนึกว่าเคยพบเจอคนทั้งสองมาก่อนหรือไม่

กู้ชิงหานถูกจ้องมองจนรู้สึกอึดอัดใจ ทว่านางกลับจดจำลูกศิษย์ของตนเองไม่ได้ นางคิดเพียงว่าอาจจะเป็นคนรู้จักของตนเองหรือของหลินลั่วเฉิน

นางคงไม่คาดคิดหรอกว่า ลูกศิษย์ที่นางอุตส่าห์ปกป้องคุ้มครองมาอย่างยากลำบาก จะเป็นฝ่ายมาส่งเดลิเวอรี่ให้ถึงที่ด้วยตนเอง

ยามนี้ กู้ชิงหานร่างกายแข็งเกร็ง นางเอนกายซบหลินลั่วเฉินแล้วเดินตรงไปข้างหน้า เกรงว่าจะถูกคนจดจำได้

หลินลั่วเฉินเองก็แอบลุ้นจนเหงื่อตก เขาจงใจปรับเปลี่ยนท่าทางการเดินและจังหวะก้าวเดินของตนเอง

เลิ่งเยวี่ยซวงไม่ได้จดจำหลินลั่วเฉินได้ ทว่าเมื่อมองดูแผ่นหลังของกู้ชิงหาน สีหน้าของนางก็ยิ่งดูแปลกประหลาดมากยิ่งขึ้น

หญิงสาวผู้นี้ไฉนจึงดูคล้ายคลึงกับท่านอาจารย์ยิ่งนัก

ทว่าท่านอาจารย์จะมาปรากฏตัวในสถานที่เช่นนี้ได้อย่างไร ซ้ำยังถูกบุรุษโอบกอดอย่างใกล้ชิดอีกต่างหาก

ข้าคงจะจำคนผิดไปเองกระมัง!

นางเดินตามคนทั้งสองมา และเข้าพักที่หอวั่งเยวี่ยเช่นเดียวกัน ทำเอาหลินลั่วเฉินถึงกับพูดไม่ออก

ไม่ใช่สิ ภายในเมืองนี้ไม่มีสถานที่อื่นให้พักแล้วหรืออย่างไร

จบบทที่ บทที่ 450 - ข้าจะคืนให้เจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว