- หน้าแรก
- คนจริงนิ่งสยบโลก ภารกิจมังกรกำมะลอ
- บทที่ 47 - หูตากว้างไกล (ตอนจบ)
บทที่ 47 - หูตากว้างไกล (ตอนจบ)
บทที่ 47 - หูตากว้างไกล (ตอนจบ)
บทที่ 47 - หูตากว้างไกล (ตอนจบ)
สโมสรกอล์ฟนานาชาติซีอานที่ตั้งอยู่ที่ทุ่งหญ้าฉ่าวทานทางทิศเหนือ ถือเป็นคลับเฮาส์ระดับไฮเอนด์แห่งแรกของมณฑลส่านซีอย่างแท้จริง มีพื้นที่กว้างขวางกว่าสองพันหมู่ สภาพแวดล้อมโดยรอบสนามกอล์ฟเงียบสงบสวยงาม ทิศตะวันตกติดกับสวนตงจิ้นเถาหยวนและสวนเว่ยสุ่ย ทิศตะวันออกติดกับทะเลสาบเว่ยยาง และทิศเหนือติดกับแม่น้ำเว่ยเหอ อากาศสดชื่นและห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองหลวง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งคลับส่วนตัวและโรงแรมหรู ที่สำคัญที่สุดคือสนามกอล์ฟมาตรฐานสากล 18 หลุม พาร์ 72 ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษชื่อดัง
จ้าวชูซีเดินตามซูซีลู่เข้ามาพลางสังเกตสิ่งที่เห็นรอบตัวอย่างเงียบๆ เมื่อถึงสนามกอล์ฟและมองไปเห็นผืนหญ้าอันกว้างใหญ่ดุจทุ่งหญ้า จ้าวชูซีก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่ง โลกภายนอกช่างน่าอัศจรรย์ใจเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ในช่วงเวลาอันสั้นจริงๆ
การปรากฏตัวของสวีเส้าชิงทำให้จ้าวชูซีต้องเตรียมพร้อมรับมือ ชายคนนี้คือบุคคลอันตรายอันดับหนึ่งที่มีผลกระทบต่อเขา เพราะเขาเข้าใกล้ซูซีลู่ได้มากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันจ้าวชูซีก็ต้องยอมรับว่า ทั้งบุคลิก ท่าทาง และการเจรจาของชายคนนี้ช่างยอดเยี่ยม สมกับที่เป็นทายาทเศรษฐีที่เรียนจบจากต่างประเทศ แตกต่างจากชาวนาอย่างเขาอย่างสิ้นเชิง
"ซีลู่ ชุดสีเทาชุดนี้เหมาะกับบุคลิกของคุณมากจริงๆ มันส่งเสริมกันได้อย่างลงตัว" ในฐานะเพื่อนเก่าที่รู้จักกันมานาน แม้จะไม่เป็นที่ต้อนรับ แต่สวีเส้าชิงก็ไม่เคยพลาดโอกาสที่จะชื่นชมซูซีลู่ เพราะผู้หญิงทุกคนย่อมรักความงาม อีกทั้งเมื่อเขายิ้มให้ก็ยากที่อีกฝ่ายจะทำรุนแรงด้วย
ซูซีลู่จ้องสวีเส้าชิงแล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า "ดูเหมือนคุณจะลืมไปว่าเมื่อก่อนฉันเคยเรียนด้านการออกแบบเสื้อผ้าที่อังกฤษนะคะ?"
"นึกออกแล้วครับ คุณเคยบอกว่าความฝันสูงสุดของคุณคือการสร้างแบรนด์สั่งตัดสำหรับผู้หญิงระดับไฮเอนด์ภายใต้ชื่อซีลู่ เป็นไงครับ ตอนนี้ยังอยากทำตามความฝันอยู่ไหม ให้ผมช่วยไหมครับ?" สวีเส้าชิงหยอกล้อ ตลอดเวลาเขาไม่ได้สนใจจ้าวชูซีเลยแม้แต่นิดเดียว เมินเฉยราวกับเขาไม่มีตัวตน ความรู้สึกนี้ทำให้จ้าวชูซีรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูกแต่ก็ต้องอดทนไว้
เพราะเมื่อเทียบกันแล้ว เขากับสวีเส้าชิงนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน ไม่มีอะไรจะไปเปรียบได้เลย พวกหล่อรวยนี่มันต่างกันจริงๆ แค่โบกมือเบาๆ ก็ช่วยคนอื่นทำความฝันให้เป็นจริงได้แล้ว จ้าวชูซีอดไม่ได้ที่จะสบถในใจเบาๆ ว่า บัดซบเอ๊ย มีเงินมันดีจริงๆ...
"รอให้เบื่อเรื่องงานก่อนแล้วค่อยว่ากันค่ะ ตอนนี้ฉันยังไม่มีความคิดนั้น" สิ่งที่ยังไม่ได้มามักจะดูสวยงามเสมอ รวมถึงความฝันด้วย หากความฝันเป็นจริงขึ้นมาแล้ว บางทีมันอาจจะไม่สวยงามเหมือนที่เคยคิดไว้ในใจก็ได้ ซูซีลู่ยิ้มบางๆ พลางส่ายหัว
สวีเส้าชิงยิ้มจางๆ แล้วพูดเสียงต่ำว่า "ไปกันเถอะครับ จะเจรจาขอร่วมมือได้สำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณเองแล้ว ผมช่วยได้เท่านี้" พูดจบสวีเส้าชิงกับซูซีลู่ก็เดินเคียงคู่กันไปหาบรรดาบิ๊กบอสที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน จ้าวชูซีพยายามจะเดินตามไปแต่กลับถูกสวีเส้าชิงขวางไว้ เขาใช้นิ้วชี้ไปอีกทางด้วยท่าทางดูถูกพลางบอกว่า "นายไปทางโน้น"
จ้าวชูซีมองไปตามทางที่เขาชี้ มันคือโซนพักผ่อนที่มีกลุ่มคนนั่งอยู่เช่นกัน มีทั้งชายและหญิงปะปนกันไป ดูแล้วน่าจะเป็นพวกเลขานุการหรือผู้ช่วยของบรรดาบิ๊กบอสเหล่านั้น ซูซีลู่ส่งสายตาบอกจ้าวชูซี เขาจึงพยักหน้าให้สวีเส้าชิงพลางยิ้มหน้าเป็น แล้วหมุนตัวเดินไปทางกลุ่มคนเหล่านั้นพลางพึมพำด่าในใจว่า "รอให้ข้ารวยเมื่อไหร่ จะซื้อไอ้ที่เส็งเคร็งนี่ให้หมดเลย"
โซนพักผ่อนข้างสนามไม่ได้คึกคักน้อยไปกว่าด้านนอกเลย มีทั้งสาวงาม หนุ่มหล่อ และผู้ชายวัยกลางคน ต่างพูดคุยสร้างความสัมพันธ์กัน ทุกคนต่างเป็นมืออาชีพที่ผ่านโลกมาโชกโชน ย่อมไม่พลาดโอกาสที่จะถักทอเครือข่ายความสัมพันธ์ของตัวเอง อีกอย่างทุกคนก็อยู่ในแวดวงเดียวกัน เดินไปเดินมาก็ต้องเจอกันอยู่ดี ไม่แน่วันหน้าอาจจะมีเรื่องให้ต้องช่วยเหลือกัน พวกเขาเกือบทุกคนดูเหมือนจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว เมื่อจ้าวชูซีที่เป็นคนหน้าใหม่เดินเข้าไปในวงสังคมนี้ จึงได้รับการต้อนรับที่ชัดเจน พวกตัวเป้งๆ ไม่ได้ใส่ใจและรอให้จ้าวชูซีเป็นฝ่ายแนะนำตัวก่อน ส่วนพวกที่ฐานะธรรมดาหรือคนใหม่ๆ ก็ทักทายอย่างสุภาพเพื่อทำความคุ้นเคย จ้าวชูซีเองก็เช่นกัน เขาพยายามเข้าไปทักทายทุกคนเท่าที่จะทำได้ ผู้ชายเขาเรียกพี่ ผู้หญิงเขาเรียกเจ๊ แนะนำตัวพร้อมรอยยิ้ม จนกระทั่งเขากวาดคนเกือบทั้งโซนพักผ่อนไปรอบหนึ่ง จนไปหยุดอยู่ที่ชายคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ตรงมุมสุดของโซน
ชายคนนั้นสวมแว่นตากรอบทอง ผมสั้น อายุประมาณสามสิบห้าสามสิบหกปี สิ่งที่ทำให้จ้าวชูซีรู้สึกประหลาดใจคือ บนใบหน้าของชายคนนั้นมีรอยแผลเป็นทางยาวที่ดูน่ากลัวมาก มิน่าล่ะคนอื่นๆ ในโซนพักผ่อนถึงได้แบ่งแยกขอบเขตกับเขาอย่างชัดเจน
ชายคนนั้นไม่ได้ทำหน้าบึ้งตึงใส่คนรอบข้างเหมือนคนอื่น เขาหันมาพูดเสียงเรียบว่า "มาจากสู่ตูกรุ๊ปเหรอ?"
จ้าวชูซีประหลาดใจ "คุณรู้ได้ยังไงครับ?"
"คนที่สามารถดึงดูดความสนใจจากคนสำคัญอย่างสวีเส้าชิงได้ ก็มีแต่ซูซีลู่ผู้บริหารคนสวยของสู่ตูกรุ๊ปเท่านั้นแหละ ตอนที่พวกคุณคุยกัน บรรดาบิ๊กบอสในสนามนั่นเกือบครึ่งหนึ่งต่างก็แอบชำเลืองมองเธออย่างเงียบๆ นี่แหละคือเสน่ห์ของสาวสวย ผู้ชายเป็นสัตว์ที่แพ้ความสวยงาม ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม" ชายคนนั้นขยับแว่นตากรอบทอง รอยแผลเป็นที่น่ากลัวนั่นลากตั้งแต่ริมฝีปากไปถึงหางตาซ้าย พาดผ่านซีกหน้าทั้งหมด หากไม่มีรอยแผลเป็นนี้ ชายคนนี้ก็ดูเหมือนคนธรรมดาทั่วไป
จ้าวชูซีจ้องมองชายคนนั้นด้วยความทึ่ง ไม่คิดว่าเขาจะสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ จึงรีบพูดทักทายอย่างสุภาพว่า "ผมชื่อจ้าวชูซี เป็นผู้ช่วยของคุณซูจากสู่ตูกรุ๊ปครับ"
ชายคนนั้นไม่ได้สนใจการแนะนำตัวของจ้าวชูซี แต่พูดต่อว่า "ถ้าฉันเดาไม่ผิด นายกับสวีเส้าชิงนั่นดูจะไม่ค่อยถูกกันนะ? ต่างฝ่ายต่างมีท่าทีเป็นศัตรูต่อกัน สวีเส้าชิงเป็นศัตรูกับนายเพราะนายเข้าใกล้ซูซีลู่มากเกินไป ส่วนนายเป็นศัตรูกับเขาเพราะอย่างแรกคือนายหมั่นไส้พวกลูกเศรษฐี และอย่างที่สองก็เพราะซูซีลู่นั่นแหละ ยัยซูซีลู่นี่ก็ไม่เบานะ เอาตัวนายมาใช้เป็นไม้กันหมา ด้วยศักยภาพระดับนาย การเป็นศัตรูกับสวีเส้าชิงไม่ใช่เรื่องดีสำหรับนายเลย"
คราวนี้จ้าวชูซีถึงกับอ้าปากค้าง ความสามารถในการสังเกตอันละเอียดลออของชายคนนี้ทำให้เขาทึ่งจนพูดไม่ออก นี่ไม่ใช่ฝีมือระดับธรรมดาๆ แล้ว
"ผมก็กลัวว่าเขาจะสั่งเก็บผมเพราะเรื่องคุณซูนี่แหละครับ ชายคนนี้เล่ห์เหลี่ยมลึกซึ้ง แถมยังมีกำลังและอิทธิพลพร้อม ผมไม่ได้อยากยืนอยู่ตรงข้ามเขาจริงๆ หรอกครับ" จ้าวชูซีพูดความจริง
ชายคนนั้นหัวเราะ "คุยกับคนแปลกหน้าอย่างเปิดใจขนาดนี้ ไม่กลัวฉันไปบอกสวีเส้าชิงเหรอ?"
"ไม่กลัวครับ สัญชาตญาณบอกว่าคุณไม่ใช่คนแบบนั้น ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่พูดเรื่องพวกนี้กับผมหรอก" จ้าวชูซีส่ายหน้า ทั้งคู่ดูแปลกแยกจากผู้คนรอบข้าง และต่างคนต่างคุยกันไปเรื่อยๆ
ชายคนนั้นถอดแว่นตากรอบทองออกมา หยิบผ้าเช็ดแว่นจากกระเป๋าแล้วค่อยๆ เช็ดเลนส์อย่างตั้งใจ พลางยิ้มและส่ายหน้า "ถ้าอยากจะรักษาตัวให้รอด ให้มีทางถอย ทางถอยหนึ่งคืออยู่ห่างๆ ซูซีลู่ ทางเดินหน้าหนึ่งคือคว้าตัวซูซีลู่ไว้ให้แน่น กุญแจสำคัญของสวีเส้าชิงอยู่ที่ซูซีลู่ นายจะเลือกทางไหน?"
"คว้าตัวซูซีลู่ไว้ครับ เธอคือแท่นกระโดดของผม ถ้าผมห่างจากเธอ ผมก็ต้องกลับไปอยู่ที่เดิม" จ้าวชูซีเลือกโดยไม่ต้องลังเล
"ผู้ชายที่มีความทะเยอทะยานน่ะดีนะ แต่บางครั้งก็ต้องรู้จักปกปิดมันไว้บ้าง แข็งเกินไปย่อมหักง่าย แต่ก็นั่นแหละ เข้าใจได้ว่าคนตัวเล็กๆ ที่อยู่ล่างสุดย่อมอยากจะลืมตาอ้าปาก" ชายคนนั้นใส่แว่นตากลับเข้าไป และหันมามองจ้าวชูซีอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก เขาสังเกตตั้งแต่บนลงล่างอย่างละเอียด และทั้งคู่ก็สบตากันครู่หนึ่ง
จ้าวชูซีพูดตามตรง "เพราะผมจนมามากแล้วครับ เลยไม่อยากไม่มีเงินอีก"
"มางานแบบนี้ครั้งแรกสินะ? ฉันเดาว่านายคงไม่มีแม้แต่นามบัตรด้วยซ้ำ" ความคิดของชายคนนี้รวดเร็วมาก เขาไม่ได้พูดตามรูปแบบตายตัว แต่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง
จ้าวชูซีไม่สะทกสะท้าน "คุณรู้ได้ยังไงครับว่าผมมาครั้งแรก?"
"มีแต่คนใหม่เท่านั้นแหละที่เที่ยวทักทายพยายามคุยกับคนนั้นคนนี้ไปทั่ว พวกคนที่มีฐานะหรือมีอิทธิพลจริงๆ เขาจะรอให้คนอื่นเข้ามาหาโดยอาศัยบารมีของเจ้านายพวกเขา" ชายคนนั้นชี้ไปที่บรรดาบิ๊กบอสในสนามแล้วพูดต่อ "อีกอย่างฉันไม่เคยได้ยินว่าซูซีลู่จะมีผู้ช่วยหน้าใหม่แบบนี้ ปกติฉันจะเห็นแต่เลขาสาวสวยคนนั้น และที่สำคัญคำพูดเมื่อกี้ของนายมันเปิดเผยไพ่ในมือของนายออกมาจนหมดแล้ว"
จ้าวชูซีถึงกับพูดไม่ออก เขาชื่นชมชายคนนี้จนแทบจะถวายหัว ดูเหมือนพี่ชายคนนี้จะไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปจริงๆ...
"พี่ครับ จะให้ผมเรียกว่าอะไรดี?" จ้าวชูซียิ้มหน้าเป็น
"สวี่หลิน" ชายผู้ดูสุขุมหนักแน่นพูดเสียงต่ำ "ปลูกต้นไม้สิบปี ปลูกคนร้อยปี แต่ฉันไม่ขอปลูกคน ขอแค่ยี่สิบปีสร้างป่า (หลิน) ก็พอ"
จ้าวชูซีถามอย่างสนใจ "พี่สวี่ทำงานอยู่บริษัทไหนครับ?"
สวี่หลินชี้ไปที่ชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยที่ดูเหมือนกำลังจะคลอดลูกในสนามกอล์ฟ "ก็ไอ้เจ้าของเหมืองถ่านหินจอมงกจากส่านซีเหนือนั่นไง ฉันช่วยให้เขาหาเงินมาได้ไม่น้อยเลยล่ะ"
บรรดาบิ๊กบอสในสนามกอล์ฟกำลังคุยกันอย่างออกรส บรรดาเลขานุการและผู้ช่วยในโซนพักผ่อนก็พากันรวมกลุ่มหาพวกพ้อง ผู้ช่วยสาวสวยย่อมเป็นสมบัติล้ำค่า ผู้ชายก็เป็นสัตว์ที่แพ้ความสวยอย่างที่สวี่หลินว่า ต่างคนต่างก็เข้าไปรุมล้อมใช้ความสามารถที่มีเพื่อ 'ล่าเหยื่อ'
ส่วนจ้าวชูซีและสวี่หลินที่เป็นพวกแปลกแยกสองคน ก็นั่งคุยกันไปหยอกล้อกันไปอยู่ที่มุมห้อง
"นี่เหรอคือชีวิตของสังคมชั้นสูง?" จ้าวชูซีมองไปที่กลุ่มชายหญิงที่กำลังตีพอลฟ์อยู่ไม่ไกล แล้วมองไปที่พวกบิ๊กบอสพลางพึมพำเบาๆ
สวี่หลินแค่นหัวเราะและส่ายหน้า "ก็แค่พวกพยายามเลียนแบบแต่ทำได้ไม่ดีนัก อย่างมากก็เป็นได้แค่ชีวิตของคนรวย ชีวิตชั้นสูงจริงๆ เป็นยังไง พวกคนระดับนี้ไม่มีวันเข้าถึงหรอก รอให้วันไหนนายได้ก้าวเข้าไปในวงสังคมแถวปักกิ่ง เทียนจิน ต้าเหลียน หรือแถบปากแม่น้ำแยงซีเกียง ถึงจะเข้าใจ"
จ้าวชูซีฟังแล้วก็กึ่งเข้าใจกึ่งไม่เข้าใจ สวี่หลินพูดต่อ "นายลองไปถามพวกนั้นดูเถอะ ร้อยทั้งเก้าสิบแปดไม่รู้เรื่องกอล์ฟด้วยซ้ำ รู้ไหมว่าไม้กอล์ฟแต่ละเบอร์ต่างกันยังไง? รู้ไหมว่ามุมเอียงและความแข็งของก้านไม้มีผลต่อการตีอย่างไร? รู้ไหมว่าไม้กอล์ฟสายอเมริกาและสายญี่ปุ่นมีเอกลักษณ์และข้อแตกต่างกันยังไง? ท่าพื้นฐานยังทำกันไม่ค่อยจะถูกเลย บอกว่ามาเสพสุขกับชีวิต ความจริงก็แค่มาโชว์เหนือกันเท่านั้นแหละ"
เมื่อสวี่หลินอธิบายแบบนี้ จ้าวชูซีก็เริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้าง ความจริงคนพวกนี้ไม่ได้ชอบกอล์ฟ และก็ไม่ได้รู้เรื่องกอล์ฟเลยด้วยซ้ำ แค่มาทำเท่กันเท่านั้นเอง
จ้าวชูซีรู้สึกอึ้งไปเลย จำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ? สำหรับเขาแล้วมันไม่จำเป็น แต่สำหรับคนพวกนี้มันจำเป็นมาก
"ชีวิตนี้มีแต่เรื่องโชว์เหนือจริงๆ นะครับ" สวี่หลินรำพึงออกมา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความผ่านโลกและรอยอดีตที่ผิดหวัง ซึ่งจ้าวชูซีก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
"แล้วพวกเขาล่ะครับ?" จ้าวชูซีชี้ไปที่บรรดาบิ๊กบอสในสนาม
สวี่หลินยิ้มจางๆ และขยับแว่นตากรอบทองโดยสัญชาตญาณ "พวกนี้คือพวกโชว์เหนือระดับสูง สนามกอล์ฟสำหรับพวกเขามันเป็นแค่เวที พวกเขาต้องการหาโอกาสทางธุรกิจบนเวทีนี้ นี่แหละคือเหตุผลที่ทำไมหลายคนถึงพยายามแทรกตัวเข้าไปในสิ่งที่เรียกว่าสังคมชั้นสูง คนที่ไม่มีเงินหรือเงินน้อยก็อยากหาโอกาสหาเงินก้อนโต ส่วนคนที่มีเงินแล้วก็ต้องการสถานะและตำแหน่งทางสังคมที่คู่ควรกับฐานะของตัวเอง ความจริงวงการอสังหาริมทรัพย์นี่แหละคือวงการโชว์เหนือที่แท้จริง ในนี้มีเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงมากมาย พวกระดับล่างก็เล่นเรื่องเวนคืนที่ดิน พวกระดับกลางก็เล่นเรื่องกว้านซื้อที่ดินเก็งกำไรและระดมทุน พวกระดับสูงก็เล่นเรื่องเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อกวาดเงิน ส่วนพวกระดับเก๋าเกมถ้าไม่จับเสือมือเปล่าก็เป็นพวกพึ่งบารมีพ่อทั้งนั้น จำไว้นะไอ้หนู น้ำตื้นมักจะมีเต่าเยอะและมีแต่คนทำตัวเป็นลูกพี่ใหญ่ พอระดับน้ำลดลงนั่นแหละ ถึงจะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่กำลังว่ายน้ำแก้ผ้าอยู่"
สวี่หลินพูดจามีหลักการจนจ้าวชูซีฟังจนเคลิ้ม พี่ชายที่ดูธรรมดาๆ คนนี้ดูเหมือนจะเป็นคนผ่านโลกมาโชกโชนจริงๆ จ้าวชูซีพูดด้วยความเคารพ "พี่สวี่ที่เคยเห็นโลกมามากนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ เลยครับ"
โลก? สวี่หลินยิ้มเยาะตัวเอง หากพูดถึงเรื่องการเห็นโลก เขาก็ยังเป็นเพียงคนบ้านนอกเข้ากรุงอยู่ดี ไม่อย่างนั้นผ่านเรื่องราวรุ่งเรืองและตกต่ำมาหลายปีขนาดนี้ ทำไมสุดท้ายเขายังถูกคนอื่นเล่นงานจนปางตายแบบนี้ได้ล่ะ?
"โลกคืออะไร โลกก็คือวิสัยทัศน์ ถ้าวันๆ นายมัวแต่สนใจว่าสุนัขของป้าจางข้างบ้านหายไป หรือหลานสะใภ้แอบไปมีชู้ ไข่ไก่กำลังขึ้นราคาหรือกระเทียมกำลังลดราคา นายจะไปมีวิสัยทัศน์อะไรได้?" สวี่หลินหันมาพูดอย่างราบเรียบ
"พี่ครับ พี่ทำงานอยู่ที่ไหน เดี๋ยวผมขอไปทำงานกับพี่ด้วยคนได้ไหม" ในตอนนี้จ้าวชูซีมีความศรัทธาในตัวชายคนนี้จนหมดหัวใจ
สวี่หลินชี้ไปที่กลุ่มคนในโซนพักผ่อนด้านหลัง แล้วพูดเบาๆ "ก็เหมือนนายนั่นแหละ อยู่ในวงการนี้นี่แหละ"
จ้าวชูซีไม่เข้าใจ...
(จบแล้ว)