เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 242 เทพมาร คือส่วนหนึ่งของเทพมังกร!

บทที่ 242 เทพมาร คือส่วนหนึ่งของเทพมังกร!

บทที่ 242 เทพมาร คือส่วนหนึ่งของเทพมังกร!


หากเป็นเพราะเหตุผลเหล่านี้ เหตุใดสนามรบเซียนมารถึงห้ามผู้ใดเข้าไปตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่กลับยอมให้นางเข้ามาล่ะ

ต้องรู้ว่า ถ้าไม่ใช่เพราะสนามทดสอบเปิดเส้นทางขึ้นมา ต่อให้นางฆ่าสัตว์อสูรกลายพันธุ์ทั้งหมดในสนามทดสอบก็ไม่มีทางเข้าไปได้!

ขณะที่นางกำลังครุ่นคิด เทพมังกรหลงเจี้ยนก็เดินเข้ามา สายตาเย็นชาที่มองกวาดไปรอบๆทำให้เหล่าหัวหน้าตระกูลมังกรต่างพากันแสดงความเคารพ ท่าทางเคร่งขรึมและยืดหลังตรง พร้อมเอ่ยอย่างนอบน้อม

“ท่านเทพมังกร!”

เมื่อจินเป่าเอ๋อเห็นดังนั้น นางก็ลุกขึ้นตามพร้อมเอ่ยคำตามคนอื่นโดยไร้สีหน้าใดๆ ในแววตาไม่มีทั้งความเคารพหรือความตื่นเต้นแม้แต่น้อย

หลงเจี้ยนมองท่าทีของนางอย่างละเอียด สังเกตทุกอย่างโดยไม่แสดงอารมณ์ แต่ในใจกลับรู้สึกเหนื่อยใจอย่างมาก!

ทั้งเผ่ามังกรล้วนยกย่องเขาเป็นอย่างยิ่ง แต่แม่มังกรขาวตัวนี้กลับดูไม่รู้สึกอะไรกับเขาเลย

ตั้งแต่ตอนแรกที่พยายามแสร้งแสดงความเคารพ ไปจนถึงการทำหน้าไร้อารมณ์ และตอนนี้ยืนอยู่ตรงหน้าเขาโดยเหม่อลอยออกนอกเรื่อง…

สิ่งนี้ทำให้หลงเจี้ยนอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามกับตัวเองว่า…หรือว่าเขาอายุมากเกินไปจนเสน่ห์ลดลง หรือว่าแม่มังกรตัวนี้มีมังกรตัวอื่นในดวงใจอยู่แล้ว

ก่อนที่บรรยากาศจะเริ่มน่าอึดอัด หัวหน้ามังกรขาวคนเก่าก็พูดขึ้นมา!

“ไม่ทราบว่าท่านเทพมังกรเรียกพวกเรามาที่นี่เพราะมีคำสั่งใดหรือไม่”

หลงเจี้ยนเรียกสติกลับมา ก่อนจะเริ่มเข้าสู่หัวข้อสำคัญด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด

“คาดว่าพวกท่านคงได้เห็นรูปร่างและตัวตนของเทพมารแล้ว ข้าก็เรียกพวกท่านมาที่นี่เพราะเรื่องนี้!”

เมื่อได้ยินชื่อ "เทพมาร" จินเป่าเอ๋อที่กำลังเหม่ออยู่ก็ได้สติทันที ดวงตาเป็นประกาย เงยหน้าขึ้นมองเทพมังกรด้วยความตั้งใจ ในใจคิดว่าคำพูดต่อไปของเขาน่าจะสำคัญมาก!

หลงเจี้ยน: ……ทำไมพอพูดถึงเทพมาร นางถึงได้แสดงท่าทีสนใจขนาดนี้ หรือว่า…นางชอบเจ้าปีศาจนั่น!

ขณะที่เหล่ามังกรกำลังเตรียมฟังอย่างตั้งใจ พวกเขาก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศอันเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากเทพมังกรโดยไม่ทันตั้งตัว

หัวหน้ามังกรทองถึงกับสะดุ้ง รีบทำหน้าจริงจังยิ่งกว่าเดิม!

ยังไม่ทันจะพูดอะไร บรรยากาศกลับตึงเครียดถึงเพียงนี้ ชัดเจนว่าสถานการณ์ต้องร้ายแรงมาก! จากนั้นเสียงอันเยือกเย็นของหลงเจี้ยนก็ดังขึ้น

“เทพมาร…คือส่วนหนึ่งของข้า!”

เพียงคำพูดประโยคนั้นหลุดออกมา เทพมังกรหลงเจี้ยนก็หันไปมองจินเป่าเอ๋อโดยไม่ตั้งใจ

เมื่อสังเกตเห็นความตกใจและความซับซ้อนที่แวบผ่านดวงตาของนาง ใบหน้าของเขาก็เริ่มมืดมนลงทันที...

ผิดหวังมากหรือ เจ้ามารนั่นไม่ใช่ตัวตนที่เป็นอิสระ แต่เป็นอีกครึ่งหนึ่งที่เขาได้แยกออกไปตั้งแต่เมื่อครั้งอดีตกาล!

เหล่าหัวหน้าตระกูลมังกรที่ได้ยินเรื่องนี้ต่างพากันตกใจ แต่พวกเขาก็เข้าใจถึงความร้ายแรงของสถานการณ์

ใบหน้าของแต่ละคนจึงแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

ในขณะเดียวกัน จินเป่าเอ๋อกลับเหมือนปริศนาในหัวได้รับการไขกระจ่าง! นางรีบเรียบเรียงเรื่องราวทั้งหมดในหัวอย่างรวดเร็ว

ไม่น่าแปลกใจเลยที่นางรู้สึกว่าเทพมังกรหลงเจี้ยน มีบางสิ่งที่คล้ายคลึงกับ "หลงหลี่ซิง" แต่ก็ยังแตกต่างกันไป...

ก่อนหน้านี้นางสงสัยว่าพลังของหลงหลี่ซิงน่าจะอยู่ในตัวของหลงเจี้ยน แต่เมื่อเข้าใกล้กลับไม่พบพลังนั้น!

จากนั้นนางได้พบเทพมาร ผู้ที่มีบุคลิกคล้ายคลึงกับหลงหลี่ซิงอย่างมาก ความรู้สึกคุ้นเคยและแปลกใหม่ในเวลาเดียวกันทำให้นางเกือบเข้าใจผิดอยู่หลายครั้ง!

ตอนนี้ เมื่อคิดย้อนกลับไป หากนำพลังของเทพมังกรและเทพมารมารวมกันเข้า…มันก็คือ "หลงหลี่ซิง" ตัวจริงไม่ผิดแน่!

ยิ่งไปกว่านั้น พลังของหลงเจี้ยนเป็นสีทองอ่อน ในขณะที่พลังของเทพมารเป็นสีดำบริสุทธิ์ แต่พลังของหลงหลี่ซิงกลับเป็นสีดำทอง

ลักษณะพลังสีดำที่ถูกเคลือบด้วยแสงสีทองนั่น...

เมื่อคิดตามแนวทางนี้ พลังที่สัมผัสได้อย่างแผ่วเบาเมื่อเข้าใกล้หลงเจี้ยน คงเป็นเพราะพลังนั้นถูกแบ่งแยกออกไป!

นี่จึงเป็นเหตุผลที่นางไม่สามารถมองเห็นหรือจับต้องพลังทั้งหมดได้!

เมื่อคิดเรื่องทั้งหมดได้อย่างกระจ่างชัด ความซับซ้อนก็ปรากฏในแววตาของนางอีกครั้ง

หากเป็นเช่นนี้ แล้วนางจะทำอย่างไรเพื่อรวมพลังเหล่านั้นเข้าด้วยกัน เพราะเมื่อถูกแยกออก นางไม่สามารถมองเห็นหรือสัมผัสได้โดยตรง จึงย่อมไม่สามารถนำพลังนั้นออกไปได้เช่นกัน

แต่ทว่า ความซับซ้อนและความตกใจเหล่านั้น ในสายตาของเทพมังกรหลงเจี้ยนกลับถูกตีความว่า เป็นความกังวลและความใส่ใจที่จินเป่าเอ๋อมีต่อเทพมาร!

ดังนั้น…บรรยากาศรอบตัวหลงเจี้ยนยิ่งเย็นยะเยือกลงไปอีก

เหล่าหัวหน้าตระกูลมังกรพากันรู้สึกถึงไอเย็นที่แทรกซึมเข้าไปถึงกระดูกและต่างพากันกระชับเสื้อคลุมแน่นขึ้น พร้อมอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเบาๆ

'เขตของเผ่ามังกรขาวอากาศผิดปกติหรือเปล่า ทำไมมันถึงหนาวขนาดนี้ล่ะ'

ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งพันปีดังก้องเข้ามาในหูของเหล่ามังกร ทุกคนรู้สึกว่าความหนาวยิ่งทวีคูณ!

“ข้ากับเขาถูกแบ่งแยกออกตั้งแต่กำเนิด พวกเจ้าสามารถมองได้ว่าเราเป็น ‘แฝดผู้กำเนิดร่วมกัน’ ระดับพลังและพรสวรรค์ไม่แตกต่างกันแม้แต่น้อย ร่างกายภายนอกและกลิ่นอายของโลหิตยังเหมือนกันอย่างสมบูรณ์แบบ…”

จินเป่าเอ๋อพยักหน้าเบาๆหลังจากได้ยินคำพูดของหลงเจี้ยน นางพอจะเข้าใจความหมายของเขา สายตาเต็มไปด้วยความสงบนิ่ง

หลงเจียนชะงักไปเล็กน้อย ทำไมนางถึงได้สงบนิ่งขนาดนี้อีกแล้ว

หัวหน้าตระกูลมังกรแดงครุ่นคิดสักพักก่อนจะเอ่ยขึ้น

“ท่านหมายความว่า จะรวมตัวเขาเข้าด้วยกันหรือกำจัดเขาทิ้ง แบบนั้นจะส่งผลกระทบต่อท่านหรือไม่ขอรับ”

คำถามนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนอยากรู้เช่นกัน จินเป่าเอ๋อเงยหน้าขึ้น และสบสายตากับหลงเจี้ยนพอดี!

ในดวงตาสีม่วงเข้มของเขา มีแววเย็นชาและความตั้งใจที่ยากจะอธิบายปรากฏอยู่

แต่เพียงแวบเดียวเท่านั้นที่นางก็เหมือนจะมองเห็นแววอิจฉาริษยาที่ซ่อนอยู่ลึกๆในดวงตาคู่นั้น…

อืม เดี๋ยวนะ! อิจฉาหรือ!

นางกระพริบตาอย่างสงสัย แต่เมื่อมองอีกครั้ง หลงเจี้ยนกลับเบือนสายตาออกไปแล้ว จนนางเริ่มคิดว่าภาพเมื่อครู่เป็นเพียงจินตนาการของนางเอง

หลงเจี้ยนเหลือบมองหัวหน้าตระกูลมังกรแดงด้วยสีหน้าสงบนิ่ง กลบเกลื่อนความกังวลเล็กน้อยในใจ

“ข้าจะไม่รวมตัวกับเขา และข้าเองก็ไม่มีทางทำได้ ส่วนการกำจัดเขา…ข้าทำไม่ได้ และไม่มีใครในแดนสวรรค์นี้ที่สามารถทำได้เช่นกัน!”

หมายความว่า…สิ่งที่ทำได้คือการกักขัง การผนึก หรือไม่ก็…ทำให้เขายอมสวามิภักดิ์หรือ

เหล่าหัวหน้าตระกูลมังกรต่างสบตากัน ทุกคนล้วนเข้าใจถึงความหมายนี้ แต่ก็รู้ว่านั่นแทบเป็นไปไม่ได้!

ครั้งที่แล้วที่สามารถจับตัวเขาไว้ได้ ก็เป็นเพราะเขาได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับหลงเจี้ยน ท้ายที่สุดเขาก็หนีรอดไปได้อยู่ดี แสดงให้เห็นว่า "กักขัง" ไม่ใช่ทางเลือกที่ยั่งยืน

สำหรับการ "ผนึก" แม้จะไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ด้วยความเจ้าเล่ห์และมากเล่ห์เหลี่ยมของเผ่ามาร การผนึกเทพมารนั้น…ด้วยสติปัญญาของเผ่ามังกร บอกได้เลยว่าเป็นเรื่องที่เกินความสามารถอย่างแน่นอน!

ส่วนการ "ทำให้เขายอมสวามิภักดิ์" …หึ! นั่นมันเรื่องเพ้อฝัน! เทพมารผู้หยิ่งทะนง เย่อหยิ่งดื้อรั้น และเต็มไปด้วยความอำมหิต ใครกันที่จะสามารถทำให้เขายอมสวามิภักดิ์ได้ นั่นมันแทบไม่ต่างอะไรกับการฝันลมๆแล้งๆ!

จินเป่าเอ๋อเองก็เข้าใจเรื่องนี้ดี จากที่เห็นตอนนี้ หากต้องการให้ทั้งสองรวมกันเป็นหนึ่ง เกรงว่าคงต้องใช้แผนการที่แยบยล เพราะนางเองก็ไม่มีทางสู้เขาได้ ติดแค่ว่า…นางทำได้เพียงพอที่จะฉุดรั้งเขาไว้ชั่วคราวเท่านั้น…

“แล้วความหมายของท่านเทพมังกรคือ…” หัวหน้าตระกูลมังกรทองเอ่ยถามอย่างสงบนิ่ง ดวงตาจับจ้องไปที่หลงเจี้ยนด้วยความคาดหวัง

อีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีตอบสนองอะไรมากนัก เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ข้าตั้งใจจะใช้ค่ายกลกักขังเทพมาร จากนั้นจึงผนึกเขาไว้!”

ส่วนเรื่องที่ว่าค่ายกลจะมาจากไหน หรือจะวางแผนอย่างไรให้เทพมารตกเข้าไปในกับดักนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องคิด!

เมื่อมองเห็นความหมายที่ชัดเจนในสายตาของหลงเจี้ยน หัวหน้าตระกูลมังกรทองอดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองเพื่อนหัวหน้ามังกรอีกสามคนที่ดูเหมือนจะซื่อพอกัน ในใจก็อดรู้สึกพูดไม่ออกไม่ได้

ชัดเจนว่าเรื่องทั้งหมดนี้ถูกโยนมาให้เขาจัดการอีกแล้ว!

เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไร ตระกูลมังกรทองก็มักเป็นตัวแทนของความมั่นคงและความชาญฉลาดที่สุดในหมู่มังกร

เมื่อคิดได้ดังนั้น ใบหน้าของเขาก็เริ่มจริงจังขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทันใดนั้นเขาก็สบตากับจินเป่าเอ๋อที่มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างกัน…

แล้วจู่ๆความคิดหนึ่งก็แวบขึ้นมาในหัวของเขา!

แผนการลับสุดยอดเริ่มก่อตัวขึ้นในความคิดของเขา!

เมื่อมองดูแม่มังกรสาวน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขารู้สึกว่าจินเป่าเอ๋อนับวันก็ยิ่งสวยขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะใบหน้าที่งดงามจนเหมือนเทพเซียน ประกอบกับสายตาของเทพมังกรหลงเจี้ยนที่มักจะเหลือบมองนางอยู่ตลอดเวลา… หัวหน้าตระกูลมังกรทองมั่นใจเต็มร้อยว่า แผนนี้ไม่มีทางพลาด!

ขณะเดียวกัน จินเป่าเอ๋อยังคงนิ่งเงียบมาตลอด ทั้งหมดนี้นางใช้เวลาคิดหาวิธีแก้ปัญหาเกี่ยวกับค่ายกล

ในฐานะที่นางมีความรู้ด้านนี้อยู่ไม่น้อย แต่นางยังไม่มั่นใจว่าจะใช้ค่ายกลใดเพื่อกักขังเทพมาร อีกทั้งยังไม่แน่ใจว่าจะล่อลวงเขาให้เข้ามาติดกับได้อย่างไร!

ในขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น นางรู้สึกได้ถึงสายตาที่ร้อนแรงจ้องมาทางนางอย่างจัง ทำให้นางสะดุ้งตื่นจากความคิดและหันไปมองตามสัญชาตญาณ…

จบบทที่ บทที่ 242 เทพมาร คือส่วนหนึ่งของเทพมังกร!

คัดลอกลิงก์แล้ว