เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 240 เซียนไร้ยางอาย

บทที่ 240 เซียนไร้ยางอาย

บทที่ 240 เซียนไร้ยางอาย


ในระยะไกล ชายผู้สวมชุดดำทั้งตัว รูปร่างสมส่วนและแข็งแกร่ง ยืนอยู่บนต้นไม้ ดวงตาสีม่วงของเขาเปล่งประกายเย็นชา แม้จะอยู่ห่างไกล แต่เขาก็สามารถมองเห็นชายหญิงที่ดูเหมือน "คู่ที่ฟ้าประทานมาให้กัน" ได้อย่างชัดเจน

เขายกมือขึ้นแตะใบหน้าของตัวเอง พร้อมกับพึมพำเบาๆ

“ในเมื่อเราหน้าตาเหมือนกันขนาดนี้ ทำไมนางถึงแยกออกได้รวดเร็วขนาดนั้น”

ทันใดนั้น เขาก็ตระหนักถึงความรู้สึกแปลกๆในใจของตัวเอง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะกลับคืนสู่ความสงบพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเหมือนเคย

แต่ลึกๆในดวงตาที่มองไปยังคู่ชายหญิงนั้น กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ทันได้สังเกตเห็น…

อีกด้านหนึ่ง หลงเจี้ยนใช้ข้ออ้างเรื่องที่เทพมารอาจจะกลับมาล้างแค้นตระกูลมังกรขาว เขาจึงขออยู่ในดินแดนของพวกเขาต่ออย่างถูกต้องตามเหตุผล

เมื่อได้หัวหน้าหลักกลับมาควบคุมสถานการณ์ ชาวมังกรก็ทำงานอย่างมีแรงฮึดมากขึ้น

ไม่กี่วันต่อมา ในดินแดนของเหล่าเซียนเบื้องบน ก็เกิดเหตุการณ์การโจมตีอย่างต่อเนื่องโดยเผ่ามาร! ข่าวการหลบหนีของเทพมารแพร่สะพัดออกไปทั่ว ทำให้ทั้งดินแดนเบื้องบนตกอยู่ในความหวาดกลัว…

เพราะทุกคนรู้ดีว่า เผ่ามารไม่มีวันถูกฆ่าให้ตายได้ และผู้เดียวที่สามารถจัดการกับพวกมันได้ ก็คือ หลงเจี้ยน เทพมังกรแห่งเผ่ามังกร และ ไป๋ฮวาฮวา มังกรขาวเพศเมีย เท่านั้น! คนอื่นล้วนหมดหนทางรับมือ!

ไม่นานนัก เซียนที่นำโดยตระกูลกงเจวี๋ยก็พากันมาถึงเขตแดนของเผ่ามังกร เพื่อขอร้องให้หลงเจี้ยนออกมาช่วยเหลืออีกครั้ง

เผ่ามังกรแดง ซึ่งมีนิสัยใจร้อนอยู่แล้ว รู้สึกหงุดหงิดอย่างมาก เพราะเหล่าเซียนที่หน้าด้านมาขอร้องให้ช่วย ต่างผลัดเปลี่ยนกันมารบกวนทุกวัน!

พวกเขารู้สึกว่าเผ่ามังกรเองก็เพิ่งจะผ่านสงครามมา ต้องการเวลาเพื่อฟื้นฟูตัวเองเหมือนกัน

และที่สำคัญที่สุด ผู้ที่ต้องเสียหายหนักที่สุดในสงครามครั้งก่อน ก็คือเผ่ามังกรแดงนี่แหละ!

พวกเซียนพวกนั้นคิดว่าชีวิตของมังกรไม่ใช่ชีวิตหรือยังไง

แม้แต่จินเป่าเอ๋อที่ยืนฟังอยู่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา แม้นางจะเป็นมนุษย์ในชาติก่อน แต่ตอนนี้ก็ไม่มีข้อแก้ต่างให้เซียนพวกนั้นได้ เพราะในอดีต…

เหตุผลที่ทำให้เผ่ามังกรยอมช่วยเหล่าเซียนจัดการกับเผ่ามาร ก็เพราะเซียนเหล่านั้นสัญญาว่าจะจ่ายค่าตอบแทนเป็น ผลึกจิตวิญญาณนับสิบล้านเม็ด ซึ่งเป็นสิ่งที่เผ่ามังกรหลงใหล และผลึกจิตวิญญาณยังช่วยเติมเต็มพลังให้พวกเขาได้อีกด้วย เมื่อรวมกับเหตุผลที่พวกมังกรไม่ต้องการให้เผ่ามารมาอยู่ใกล้ๆดินแดนของพวกเขาเอง พวกเขาจึงยอมช่วยเหลือ

แต่พอสงครามจบลง เหล่าเซียนที่เคยสัญญาไว้ก็หายตัวไปแทบจะทันที คนที่โผล่มาบ้างก็มีแค่พวกเซียนหญิงจากตระกูลหลินหลางที่ดูอ่อนแอ และไม่เคยเอ่ยถึงผลึกจิตวิญญาณสิบล้านเม็ดที่สัญญาไว้เลยสักคำ

แถมเซียนพวกนั้นยังเอาเทพมารที่อันตรายที่สุดมากักขังไว้ในดินแดนของตระกูลมังกรขาวอีก นี่เท่ากับผลักความเสี่ยงทั้งหมดมาให้พวกเขารับแทน!

และตอนนี้ เมื่อเผ่ามารหันไปโจมตีเซียนโดยตรง พวกเซียนก็กลับมาขอร้องให้พวกมังกรช่วยอีกครั้ง…แถมยังหน้าด้านมาแบบไม่มีข้อเสนอตอบแทนอะไรอีก!

มังกรแดงที่ขึ้นชื่อเรื่องนิสัยดุเดือดอยู่แล้วทนไม่ไหวอีกต่อไป พวกเขาแปลงร่างเป็นมังกรขนาดมหึมา และบินมาโอบล้อมเหล่าเซียนที่มาขอความช่วยเหลือด้วยความโกรธจัด พลางคำรามเสียงดังสนั่น

“พูดพอหรือยัง! ช่วงนี้ข้าไม่พูดอะไร เจ้าคิดว่าเผ่ามังกรของข้าไม่มีความอดทนหรืออย่างไร!”

เสียงคำรามที่ดังกึกก้องไปทั่วพร้อมกับลมหายใจมังกรอันร้อนแรงถาโถมลงมา ทำให้เหล่าเซียนจากตระกูลกงเจวี๋ยที่อยู่บนพื้นดินหน้าซีดเผือด พวกเขาใช้เวลาครู่หนึ่งก่อนจะตั้งสติกลับมาได้ และกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง

“พวกเราไม่ได้มีเจตนามารบกวนแต่อย่างใด แต่เพราะเผ่ามารนั้นเหิมเกริมเกินไป ในเวลาเพียงไม่กี่วัน มันได้กลืนกินผู้บำเพ็ญเพียรและเซียนไปแล้วมากมาย หากปล่อยไว้อีกไม่นาน…เผ่าของพวกเราคงถึงกาลวิบัติ!”

เมื่อมีคนแรกเอ่ยขึ้น คนที่สองก็รีบตั้งสติได้เช่นกัน และเสริมขึ้นทันที

“หลังจากสงครามครั้งก่อน พวกท่านเองก็มีเรื่องบาดหมางกับเผ่ามารอยู่แล้ว เทพมารก็ย่อมต้องมาโจมตีเผ่ามังกรในที่สุด ในสถานการณ์เช่นนี้ มีเพียงสองเผ่าของเราที่ร่วมมือกันเท่านั้นจึงจะสามารถเอาชนะภัยครั้งนี้ได้!”

น้ำเสียงและถ้อยคำที่เปี่ยมด้วยความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยว ทำให้เหล่าเซียนที่ยืนอยู่รอบๆ ต่างเผยความชื่นชมในดวงตา พวกเขามองผู้ที่พูดด้วยความนับถือ จนเจ้าตัวที่พูดไปถึงกับแอบยิ้มอย่างภาคภูมิใจในใจ

นี่แหละคือเหตุผลที่เซียนพวกนั้นเลือกให้เขามาเป็นผู้เจรจา ไม่ใช่เพราะเขามีพลังสูงส่ง หรือรูปลักษณ์โดดเด่น แต่เพราะ “ฝีปาก” ของเขาเรียกได้ว่าเก่งกาจที่สุด!

มังกรแดงที่ได้ยินคำพูดถึงกับเบิกตากว้าง แม้จะเต็มไปด้วยความโกรธ แต่คำพูดของเซียนผู้นั้นก็ทำให้เขาเริ่มรู้สึกว่ามีส่วนที่สมเหตุสมผลอยู่บ้าง…

เหล่ามังกรตัวอื่นๆที่อยู่รอบข้างก็เช่นกัน แม้พวกเขาจะไม่อยากยอมรับ แต่ถ้อยคำของเซียนก็ทำให้พวกเขาเถียงไม่ออกเช่นกัน เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงความอยู่รอดของเผ่ามังกร หากพวกเขาไม่ช่วย…จะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ความลังเลเริ่มปรากฏขึ้นในหมู่มังกร…

เมื่อเห็นว่ามังกรแดงที่อยู่ตรงหน้าเริ่มสงบลง เซียนผู้นั้นก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก พลางหัวเราะเยาะในใจ 'ว่ากันว่าเผ่ามังกรมีกล้ามแขนล่ำแต่สมองกลวง ตอนนี้ดูเหมือนจะจริง! โง่แบบนี้ สมควรแล้วที่ถูกหลอกใช้เหมือนเป้าเคลื่อนที่!'

เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ยังแฝงด้วยเจตนาโน้มน้าวอย่างชัดเจน

“พวกเรารู้ว่าเหล่ามังกรนั้นไม่ใช่พวกขี้ขลาด ท่านทั้งหลายทรงพลังและยิ่งใหญ่ เป็นเผ่าที่สง่างามและภูมิฐานที่สุด! ไม่เคยสนใจสิ่งของธรรมดาอย่างผลึกจิตวิญญาณอยู่แล้ว แต่ข้าขอยืนยันว่า เผ่าของเราที่เคยสัญญาไว้ จะส่งผลึกจิตวิญญาณให้อย่างแน่นอน เพียงแต่…หลังสงครามครั้งนั้น พวกเราสูญเสียอย่างหนักจนไม่มีเวลาเตรียมการ…”

ขณะที่พูดนั้น ชายวัยกลางคนหยิบมิติออกมา และสะบัดมือเบาๆ เพียงครู่เดียว แสงสว่างก็ส่องวูบขึ้นและกองผลึกจิตวิญญาณจำนวนมหาศาลปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน!

เพียงแค่ชำเลืองมองก็เห็นได้ว่ามีจำนวนมากมายมหาศาล!

“ขอให้ทุกท่านโปรดให้อภัย หากจำนวนยังไม่ครบถ้วน แต่เผ่าของเรากำลังถูกเผ่ามารรุกรานอย่างหนัก จึงไม่มีเวลาสะสมเพิ่มเติม… แต่หากพวกท่านช่วยเกลี้ยกล่อมเทพมังกรให้ช่วยพวกเราได้ ส่วนที่เหลือเรายินดีมอบให้ด้วยความเต็มใจ!”

มังกรแดงที่ยืนอยู่ตรงหน้าถึงกับตาเป็นประกาย ร่างใหญ่กำยำสั่นสะท้านเล็กน้อย มองผลึกจิตวิญญาณกองใหญ่ตรงหน้าจนแทบละสายตาไม่ได้ ความชื่นชอบและอยากได้ปรากฏเด่นชัดเสียจนเก็บไม่มิด ถึงกับอยากกระโจนเข้าไปนอนกลิ้งกับกองผลึกตรงนั้นให้หายอยากในทันที จนแทบไม่สนใจคำพูดของอีกฝ่ายเสียด้วยซ้ำ

ต้องยอมรับว่าชายวัยกลางคนที่เหล่าเซียนส่งมาครั้งนี้เจ้าเล่ห์ยิ่งนัก แผนการของเขาจับจุดอ่อนของมังกรได้อย่างตรงจุด!

แต่ในขณะเดียวกัน…

จินเป่าเอ๋อซึ่งนั่งอยู่ห่างออกไป เฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเย็นชา

นางไม่ได้เป็นมังกร และไม่เคยหลงใหลในผลึกหรือทองคำใดๆ ดังนั้นนางเพียงแค่เหลือบมองกองผลึกจิตวิญญาณแวบเดียวก่อนจะจดจ้องไปยังชายวัยกลางคนคนนั้นแทน!

ดูจากรูปลักษณ์ของเขา มีส่วนคล้ายคลึงกับผู้นำตระกูลฝานหยินที่นางเคยพบในความทรงจำ…

เมื่อเห็นว่ามังกรแดงหลายตัวใกล้จะตอบรับข้อเสนอของอีกฝ่าย จินเป่าเอ๋อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจบินตรงไปยังที่เกิดเหตุ!

“พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันอยู่”

เสียงเย็นชาดังขึ้นพร้อมกับร่างในชุดขาวบริสุทธิ์ที่ลอยลงมาอย่างสง่างาม ดึงดูดสายตาของทุกคนในที่นั้น รวมถึงเหล่ามังกรแดงด้วย!

แต่เหตุผลที่ทำให้พวกเขาหันมามองอย่างไม่วางตา ไม่ใช่เพราะอะไรอื่นเลย… หัวหน้ามังกรแดงที่เกือบถูกหลอกไปเมื่อครู่ ก็คือ อาชิว มังกรหนุ่มที่เคยไปขอแต่งงานกับตระกูลมังกรขาวเมื่อไม่นานนี้!

เมื่อเห็นมังกรขาวสาวงามที่เขาหมายปองปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า อาชิวถึงกับลืมผลึกจิตวิญญาณที่อยู่บนพื้นไปเสียสนิท ร่างขนาดใหญ่โตมหึมาหดเล็กลงในทันที กลายร่างเป็นมนุษย์พร้อมเสียง “ฮวาฮวา”

ชายหนุ่มร่างกำยำที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เดินเข้ามาด้วยฝีเท้าที่หนักแน่น สีหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความดีใจและพยายามเอาอกเอาใจอย่างชัดเจน!

“ฮวาฮวา! ในที่สุดเจ้าก็ออกมา ข้าไปหาที่ตระกูลเจ้าครั้งก่อน แต่หัวหน้าตระกูลไม่ยอมให้ข้าเข้าไป…”

พูดจบ เขาก็แสดงสีหน้าเศร้าสร้อยอย่างน่าสงสาร กล้ามเนื้อของเขาแม้จะเต็มไปด้วยพละกำลัง แต่ท่าทางกลับดูอ้อนวอนอย่างน่าเห็นใจ

มือใหญ่ของเขาค่อยๆบีบชายเสื้อของจินเป่าเอ๋อเบาๆราวกับกลัวว่านางจะโกรธ พร้อมกับทำสีหน้าแสนน่าสงสารราวกับเด็กน้อยที่ถูกต่อว่า

จินเป่าเอ๋อนิ่งค้างไปชั่วขณะ “….”

บางทีวันนี้อาจเป็นความผิดพลาดที่นางออกมา…

และที่แย่ยิ่งกว่านั้น ตอนนั้นที่นางเห็นเขาในร่างมนุษย์ นางยังไม่คุ้นเคยกับกลิ่นอายของมังกรเท่าไหร่ จึงไม่รู้เลยว่ามังกรแดงตัวนั้นคือชายคนนี้!

ถ้ารู้มาก่อนล่ะก็ นางไม่มีทางออกมาให้เขาเห็นแน่นอน!

จบบทที่ บทที่ 240 เซียนไร้ยางอาย

คัดลอกลิงก์แล้ว