เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV –  100 การกำเนิดอุตสาหกรรมอาชาสายฟ้า !

TXV –  100 การกำเนิดอุตสาหกรรมอาชาสายฟ้า !

TXV –  100 การกำเนิดอุตสาหกรรมอาชาสายฟ้า !


TXV –  100 การกำเนิดอุตสาหกรรมอาชาสายฟ้า !

 

          หลังจากที่ทั้งคู่รับประทานอาหารเย็นเสร็จ เซี่ยเหล่ยได้ดื่มชาร้อนๆพร้อมกับหลงบิง

 

          หลงบิงนั่งอยู่บนโซฟาพร้อมกับจิบน้ำชาอย่างเงียบๆ มีแสงอ่อนๆออกจากร่างกายของเธอ ผิวสีขาวรวมกับชุดสีดำมนทุกสิ่งทุกอย่างของเธอล้วนสมบูรณ์แบบ ถ้าเธอไม่เลือดเย็นจนเกินไปเธอจะเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากๆเลยล่ะ

 

          เซี่ยเหล่ยมองไปที่ตัวของหลงบิงและเขาเห็นซองปืนอยู่ที่ต้นขาของเธอจากนั้นเขาเอ่ยคำพูดขึ้นมาเล็กน้อยว่า “เธอพกปืนตอนกินข้าวด้วยเหรอ ? พกปืนตลอดเวลา ?”

 

          “เซี่ยเสวียเป็นเด็กดีมาก เธอเป็นสาวน้อยที่เชื่อฟังฉัน ฉันรู้สึกชอบเธอนะ” หลงบิงรีบเปลี่ยนประเด็นพร้อมยกถ้วยน้ำชาขึ้น

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้ม “ใช่ เธอเป็นเด็กน่ารัก ขอบคุณที่ดูแลเธอนะ”

 

          หลงบิงมองไปที่เซี่ยเหล่ยแบบไร้ความรู้สึก “คุณจะเชื่อฟังฉันแบบเดียวกับน้องคุณรึปล่าว ?”

 

          “เอาล่ะๆ ผมจะไม่พูดขอบคุณเธออีกแล้ว” เซี่ยเหล่ยกล่าวแบบเซ็งๆ

 

          “ฉันจะไปแล้วนะ” หลงบิงพูดขณะที่เธอยืนอยู่   

 

          เซี่ยเหล่ยก็ยืนอยู่ข้างๆเธอเช่นกัน “กลับไปนั่งคุยกันมั้ย  ถ้าจะคุยกันนานขนาดนี้ ?”

 

          “ไม่ล่ะ เดี๋ยวฉันก็จะกลับแล้ว” หลงบิงเดินไปที่ประตูบ้าน

 

          เซี่ยเหล่ยรีบวิ่งไปที่ประตูก่อนที่เธอจะเดินไปถึงและเปิดประตูให้เธอ “เดินทางดีๆนะ ผมจะโทรหาคุณเมื่อมีโอกาส”

 

          หลงบิงหยุดอยู่ที่ประตูและหันกลับไปมองเซี่ยเหล่ย “จำได้ใช่ไหมฉันเคยพูดกับคุณว่ายังไง ตอนนี้เรื่องของคุณกับฮวงยี่หู่จบลงแล้วอย่าคิดจะทำอะไรให้เรื่องราวมันแย่ลงไปอีก !”

 

          เซี่ยเหล่ยพยักหน้าแล้วพูดว่า “ผมรู้ขีดจำกัดของตัวผมเอง ไม่ต้องกังวลไปหรอกว่าผมจะไปยุ่งวุ่นวายกับตระกูลกู๋”

 

          “อืม ดีมาก !” หลังจากนั้นสักครู่หนึ่ง “แล้วสิ่งที่คุณทำอยู่ อย่าคิดจะทรยศต่อประเทศ ถ้าคุณทำแบบนั้นฉันจะเป็นคนแรกที่มาจัดการคุณ !”

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้มแบบเซ็งๆ “ทำไมคุณถึงพูดกับผมแบบนี้ ? ผมเป็นคนแบบนั้นหรอในสายตาคุณ ?”

 

          “ฉันก็แค่พูด กลับเข้าบ้านไปเถอะ ไม่ต้องเดินไปส่งฉัน” หลงบิงตบไหล่เซี่ยเหล่ยก่อนเดินออกไปจากประตู

 

          เซี่ยเหล่ยยังยืนอยู่ที่ประตูหน้าบ้านก่อนที่จะเดินเข้าไปในประตูบ้าน วันนี้เขาคิดกับตัวเองว่าเจอเรื่องแปลกๆทั้งวัน ‘อย่างแรกเธอพูดถึงพ่อของเรา อย่างที่ 2 เธอบอกว่าอย่าไปยุ่งวุ่นวายกับตระกูลกู๋อีกและสุดท้ายเธอบอกว่าอย่าให้เธอรู้ว่าเรากำลังจะคิดทรยศประเทศ ? เธอกำลังสืบสวนเรื่องพ่อของเราอย่างงั้นหรอ ?’

 

          พ่อของเซี่ยเหล่ย ‘เซี่ยฉางห่าย’ โผล่เข้ามาในจิตใจของเขา เซี่ยเหล่ยเดินไปที่โทรทัศน์พร้อมกับหยิบขวดแก้วเล็กๆที่วางอยู่หลังภาพครอบครัว ยาสีขาวที่อยู่ในขวดโหลมันดูธรรมดาและเรียบง่ายดูเหมือนว่ายานี้ไม่มีพิษสงอะไรเลย….

 

           เซี่ยเหล่ยเปิดขวดเพื่อนำยาออกมาจากนั้นเขาลองดมที่ยาเม็ดนั้นกลิ่นของมันเหมือนกับกลิ่นเดิมเหมือนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว มันมีกลิ่นคล้ายกลิ่นของน้ำมันเครื่องเก่าๆ ซึ่งมันเป็นยาที่แปลกประหลาดมาก

 

          เซี่ยหล่ยจำได้ว่าครั้งแรกที่พ่อของเขากินยาเม็ดนี้ เขาเอ่ยถามว่าพ่อว่า ทำไมกลิ่นยามันแปลกๆจังแต่พ่อเขาก็ไม่ได้พูดถึงอะไรและกินยาเม็ดนั้นต่อไป....

 

          ‘พ่อ คุณกำลังทำอะไรอยู่ ? อยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ ? ถ้าคุณมีชีวิตอยู่ทำไมคุณถึงไม่ยอมกลับบ้านซะที ?’ ในหัวของเซี่ยเหล่ยตอนนี้เต็มไปด้วยคำถามมากมาย ความทรงจำของพ่อเขาลอยมาเป็นฉากๆ

         

          ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด ….. ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด

 

          เสียงโทรเข้าจากโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นหลังจากนั้นความคิดของเซี่ยเหล่ยก็หยุดลง เขาวางยากลับลงไปในขวดแก้วและวางไว้ด้านหลังรูปภาพครอบครัวของเขาดังเดิมจากนั้นเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและรับโทรศัพท์…

 

          เจียงหยู่ยี่ “เหล่ย ผู้หญิงคนนั้นออกไปแล้วรึยัง ?”

 

          “เธอเพิ่งออกไปเมื่อไม่นานมาเอง” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “ดี ! เธอมีสิทธิ์อะไรในการห้ามคุณออกมาแบบนั้น ? เธอเป็นใคร ?” เจียงหยู่ยี่พูดออกมาเล็กน้อยจากนั้นเธอพูดว่า “คุณอยากมาดูเองมั้ย ? เขาตายได้อย่างน่าขยะแขยงมาก ดวงตาถลนออกมา ลิ้นจุกปากขาเขายื่น…….”

 

          เซี่ยเหล่ยรู้สึกขยะแขยงและรีบพูดตัดบทของเจียงหยู่ยี่ “พอแล้ว ! จะโทรมาหาผมให้ผมรู้สึกกลัวเนี่ยนะ ?”

 

          “ฉันรู้สึกดีนะที่ได้แก้แค้นให้กับหม่าเสี่ยวอันและเห็นจุดจบของฮวงยี่หู่เป็นอย่างนี้” เจียงหยู่ยี่กล่าว

 

          เซี่ยเหล่ยก็ควรจะมีความสุขที่เห็นฮวงยี่หู่ตายไป แต่เขารู้สึกแบบแปลกประหลาดเขาไม่มีความสุขจากการตายของฮวงยี่หู่เลย ถึงแม้หม่าเสี่ยวอันตายไปการแก้แค้นก็ไม่ได้ส่งไปถึงคนตาย

 

          “เขาผูกคอตายจริงๆหรอ ?” เซี่ยเหล่ยนึกถึงสิ่งที่เขาได้สนทนากันบางอย่างในห้องสอบสวนเมื่อตอนเช้าตรู่ขณะที่ชายวัยกลางคนที่ชื่อฉือ พูดไว้กับฮวงยี่หู่ก่อนออกจากห้องว่า “ไอ้หน้าโง่”

 

          “เขาผูกคอตายด้วยเชือกรองเท้าของเขาเอง”

 

          “แล้ว….ลี่หยู่หลานล่ะ ?” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “ลี่หยู่หลานปลอดภัยดี แต่เรายังบอกเรื่องนี้กับคุณไม่ได้” เจียงหยู่ยี่กล่าว “คุณจะมาที่นี่มั้ย ? ถ้าไม่มาฉันจะวางสายแล้วนะ ฉันมีเวลาคุยกับคุณไม่มาก”

 

          เซี่ยเหล่ยรู้สึกลังเลแล้วพูดว่า “ช่างมันเถอะ ! นี่มันเป็นเรื่องของตำรวจ คนธรรมดาแบบผมไม่ควรเข้าไปยุ่งเรื่องนี้”

 

          “โอเค ราตรีสวัสดิ์นะ” เจียงหยู่ยี่วางสาย

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้มแบบเซ็งๆและขว้างโทรศัพท์ทิ้งไปบนเตียง เขาอยากเห็นว่าฮวงยี่หู่ตายแล้วด้วยตาเขาเองจริงๆ

 

          ใครจะสบายใจมากที่สุดหลังจากที่ฮวงยี่หู่ตายไป ? มันคงจะไม่พ้นตระกูลกู๋อย่างแน่นอนถ้าเขาตายไปแล้วก็ไม่มีใครเปิดปากและซักทอดไปถึงพวกเขาอีก ตระกูลกู๋เป็นตระกูลผู้มีอิทธิพลในเมืองนี้เขามีอำนาจทุกอย่างที่จะทำอะไรก็ได้แม้กระทั่งสั่งให้ฮวงยี่หู่ไม่สามารถพูดได้อีกตลอดไป.....

 

          ‘ตอนนี้ตระกูลกู๋น่าสงสัยที่สุด ด้วยความสามารถของหลงบิงยังไม่สามารถคาดเดาที่การทำของตระกูลนั้นกู๋ได้ ? ขนาดหลงบิงเป็นผู้หญิงที่เก่งกาจและมีเส้นสายยังไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับตระกูลกู๋เลย แล้วทำไมเราต้องมายุ่งเกี่ยวกับตระกูลนั้นด้วยล่ะ ?’ เซี่ยเหล่ยกำลังหาคำตอบให้ใจของเขาเองหลังจากที่ฮวงยี่หู่ตายไปแล้วและหม่าเสี่ยวอันได้รับการแก้แค้นแล้ว มันก็ไม่มีเรื่องที่จะต้องทำอีกแล้วหนิ ผมจะนอนหลับฝันดีที่สุดในคืนนี้ ในวันพรุ่งนี้ผมจะควรไปกังวลกับการก่อตั้งอุตสาหกรรมอาชาสายฟ้าดีกว่า !

 

          เมื่อเซี่ยเหล่ยเดินผ่านห้องนั่งเล่นเขามองไปยังภาพครอบครัวข้างโทรทัศน์อีกครั้ง ก่อนที่เขาจะเดินไปยังห้องนอนตัวเอง

 

          หลังจากที่ฮวงยี่หู่ตายไปก็ไม่มีใครมายุ่งวุ่นวายกับร้านของเขาอีก เมื่อปัญหาหมดไปการก่อสร้างบริษัทของเซี่ยเหล่ยก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วมาก...

 

          เซี่ยเหล่ยไปสถานที่ก่อสร้างทุกๆวันเพื่อตรวจสอบและยังเดินทางไปยังอาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อปที่ยังมีการทำงานอยู่และพนักงานทุกคนในร้านก็ทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง เมื่อมีการก่อตั้งอุตสาหกรรมอาชาสายฟ้าเสร็จสมบูรณ์ เซี่ยเหล่ยจะปิดร้าน อาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อปและย้ายทุกคนไปยังบริษัทแห่งใหม่ ….

 

          นอกเหนือจากการก่อตั้งบริษัทและเวิกค์ช็อปเล็กๆ เซี่ยเหล่ยยังคงไปเรียนรู้หวิงชุนอย่างต่อเนื่องทุกวันที่บ้านของหลางเฉิงชุน หลังจากที่เขาทำภารกิจที่ร้านเสร็จเขาจะไปฝึกกับหลางเฉิงชุนเสมอๆ ไม่ว่างานจะยุ่งแค่ไหนก็ตามเขาจะหาเวลาไปฝึกหวินชุนได้

 

          เมื่อเซี่ยเหล่ยอยู่บ้านหลางเฉิงชุนเขาก็ไม่หยุดการพัฒนาทักษะการทำอาหารของตัวเองจากนั้นไม่นานทักษะการทำงานของเขาก็เป็นที่ยอมรับจากหลางเฉิงชุนและหลางซือเหยา เซี่ยเหล่ยไม่ใช่ศิษย์ที่เก่งในด้านการต่อสู้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่เขายังเป็นพ่อครัวที่ดีด้วย การที่มีศิษย์เก่งกาจขนาดนี้จะมีอาจารย์คนไหนไม่ชอบบ้างล่ะ ?

 

          หนึ่งเดือนต่อมา….

 

          ที่ดินเลขที่ 13 เต็มไปด้วยวัชพืช มีการสร้างโรงงานและการติดตั้งเครื่องจักรไปพร้อมๆกันเครื่องจักรแต่ละชิ้นไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก ในบริษัทของเขายังมีคลังสินค้า สำนักงาน โรงอาหารและหอพัก ซึ่งเป็นบริษัทที่สมบูรณ์แบบเลยทีเดียว

 

          บริษัทแห่งนี้มีโครงสร้างเหล็ก 4 ชั้นชั้นที่ 3 และชั้นที่ 4 จะสถานที่ทำงานของเหล่าพนักงานส่วนชั้น 1 และชั้น 2 จะเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต เซี่ยเหล่ยจะไปกู้เงินนายกเทศมนตรีหู่จำนวน 6 ล้านหยวนเพื่อนำเงินเหล่านั้นมาลงทุนในการสร้างซุปเปอร์มาร์เก็ตและส่วนหนึ่งนำไปจ่ายค่าวัสดุการก่อสร้างที่ยังขาดอยู่…

 

          ในการก่อตั้งบริษัทจำเป็นต้องจัดตำแหน่งให้พนักงานแต่ละคน เซี่ยเหล่ยได้จัดตำแหน่งให้พนักงานเก่าที่ทำงานตั้งแต่ร้านเก่าคือ ‘อาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อป’ มาเป็นหัวหน้าในแต่ละฝ่ายเพราะว่าพวกเขาเป็นบุคคลที่มีความสามารถและมีประสบการณ์สูง พวกเขาสามารถแนะนำพนักงานในใหม่ที่พึ่งเริ่มเข้ามาทำงานที่แห่งนี้ได้อย่างแน่นอน เมื่อการจัดตำแหน่งพนักงานเสร็จสิ้นลงแล้ว ทุกคนต่างยอมรับในหน้าที่ของตัวเองจากนี้การทำงานในอนาคตจะเป็นก้าวที่สดใสของอุตสาหกรรมอาชาสายฟ้า !

 

          กรรไกรจากนายกเทศมนตรีหู่ได้ตัดสายริบบี้น หลางซือเหยาถือช่อดอกไม้อย่างสดใสเสียงปรบมือจากเหล่าพนักงานและแขกที่มาร่วมงานทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่นอย่างล้นหลาม

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้มและพูดว่า “ขอบคุณครับที่นายกเทศมนตรีหู่ มาเข้าร่วมในพิธีเปิดบริษัทของผม !”

 

          นายกเทศมนตรีหู่หัวเราะ “ทำไมต้องขอบคุณผมล่ะ ? ผมตังหากรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คุณชวนมาพิธีเปิดบริษัทของคุณ ในตอนนี้บริษัทแห่งนี้อาจจะยังไม่มีชื่อเสียงมากนัก แต่ก็ไม่แน่นะ อุตสาหกรรมอาชาสายฟ้าแห่งนี้อาจจะเป็นที่รู้จักเหมือนบูรพาอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่อยู่ในตอนนี้ก็ได้”

 

          “ท่านนายกเทศมนตรีหู่ ผมจะตั้งใจทำงานและไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอนครับ” เซี่ยเหล่ยกล่าวอย่างสุภาพขณะที่พูดกับนายยกเทศมนตรีหู่

 

          งานเลี้ยงพิธีเปิดบริษัทใหม่ของเซี่ยเหล่ยมีอาหารที่เรียบง่ายและไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่มันก็เป็นภาพที่มีชีวิตชีวาและอบอวลไปด้วยความสุข

 

          นายกเทศมนตรีหู่และเลขาของเขาเมื่อทานอาหารกลางวันเสร็จพวกเขาและฉิงเสวียงเดินไปยังซุปเปอร์มาเก็ตที่อยู่ชั้นล่างบริเวณซุปเปอร์มาเก็ตแห่งนี้ยังคงว่างเปล่าไม่มีอะไรเลยแม้แต่เคาน์เตอร์เก็บเงิน

 

          “เมื่อไหร่ที่เราจะเปิดธุรกิจนี้ล่ะ ?” ฉิงเสวียงถามอย่างเป็นกังวลเมื่อมองไปยัง ซุปเปอร์มาเก็ตแห่งนี้ที่ยังว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย “ไหนคุณบอกว่าจะให้ผมดูแลซุปเปอร์มาเก็ตไง ตอนนี้ไม่มีสินค้าอะไรเลย จะให้ผมดูแลได้ยังไงล่ะ ?”

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะ “คุณอยากได้อะไรมาวางขายล่ะ ?”

 

          “ผม…..” ฉิงเสวียงพูดอย่างเก้ๆกังๆ “ผมแค่ยกตัวอย่างให้คุณเห็นเท่านั้นแหละผมต้องการของที่เรียบง่ายและทุกคนสามารถเข้าถึงสินค้าเหล่านั้นได้แค่นั้นเอง...”

 

          “เอาล่ะๆ ผมไม่แกล้งคุณแล้ว” เซี่ยเหล่ยเริ่มพูดอย่างจริงจัง “ผมต้องการให้ ซุปเปอร์มาเก็ตของเรานั้นสามารถให้บริการได้ทันที ดังนั้นภาระทางการเงินจะต้องตกอยู่กับผม อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงซุปเปอร์มาเก็ตแห่งนี้และการนำสินค้าเข้ามาขายที่นี่จะมีราคาสูงมากกว่าล้านหยวน ผมได้คำนวณไว้หมดแล้ว ไม่มีทางที่จะเปิดซุปเปอร์มาเก็ตในตอนนี้ได้เลยเพราะเราจำเป็นต้องใช้เงินจำนวน 3 ถึง 4 ล้านหยวนในการลงทุน ผมในตอนนี้ไม่มีเงินมากมายขนาดนั้นเงินที่ผมมีเหลืออยู่มีแค่เพียงที่จะจ่ายค่าจ้างพนักงานแต่ละคนในตอนสิ้นเดือนแค่นั้น ผมไม่กล้าแตะต้องเงินส่วนนั้นซะด้วยสิ”

 

          “ยืมเงินจากนายกเทศมนตรีหู่อีกครั้งสิ” ฉิงเสวียงพูด “เขาสามารถให้ยืมให้คุณยืมเงินได้ถึง 6 ล้านแล้วทำไมจะขอยืมเพิ่มเป็น 10 ล้านไม่ได้ล่ะ ?”

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้มแบบเก้ๆกังๆ “เขาให้ผมยืมเงินเพื่อก่อตั้งบริษัทแห่งนี้เนื่องจากกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมจีนต้องการชิ้นส่วนที่มีคุณภาพสูง พวกเขาไม่ได้ให้เราก่อตั้งบริษัทมาเพื่อสร้างซุปเปอร์มาเก็ต การเปิดซุปเปอร์มาร์เก็ตบนที่ดินผืนนี้เราเป็นคนคิดขึ้นมาเองดังนั้นเราจึงไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากพวกเขาได้”

 

          “แล้วไงต่อ ?”

 

          เซี่ยเหล่ยหยุดคิดสักครู่หนึ่ง “ถ้าคุณติดต่อคนที่จะสนับสนุนพวกเราได้ผมก็ไม่มีปัญหานะ ถ้าคุณสามารถหาคนเหล่านั้นมาคุยกับผมได้เราจะตกลงเซ็นสัญญากันทันทีตอนนี้สถานะทางด้านการเงินของผมไม่ค่อยดี ผมต้องการคนที่จะมาช่วยเหลือผมในส่วนนี้”

 

          ฉิงเสวียงถอนหายใจออกมา “ตกลง ผมจะลองหาดู”

 

          “อือ แล้วก่อนจะไปคุยกับพวกเขาแต่งตัวให้ดีกว่านี้สักหน่อยนะ” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “หยาบคาย !” ฉิงเสวียงเอามือไปไว้ที่สะโพกก่อนที่จะมองเซี่ยเหล่ย

         

          เซี่ยเหล่ยนึกขึ้นมาว่า ‘เราคงเผลอพูดอะไรออกไปไม่ดีอีกแล้วใช่มั้ยเนี๊ย !’

 

          ติดตามตอนต่อไป…….

 

         

 

จบบทที่ TXV –  100 การกำเนิดอุตสาหกรรมอาชาสายฟ้า !

คัดลอกลิงก์แล้ว