- หน้าแรก
- หนึ่งวินาที สิบขั้นพลัง เริ่มต้นจากทหารเล็กๆ ที่ชายแดนสู่ผู้พิชิตทุกสรรพสิ่ง
- บทที่ 520 ห้าอาณาจักรเบื้องบนรวมตัว! เทือกเขาซานหยวนที่ครึกครื้น!
บทที่ 520 ห้าอาณาจักรเบื้องบนรวมตัว! เทือกเขาซานหยวนที่ครึกครื้น!
บทที่ 520 ห้าอาณาจักรเบื้องบนรวมตัว! เทือกเขาซานหยวนที่ครึกครื้น!
เทือกเขาซานหยวน ครึกครื้นไปด้วยเสียงผู้คน
ท่ามกลางป่าเขาและขุนเขา ทุกหนแห่งถูกปกคลุมไปด้วยเงาผู้คนหนาตา เสียงอื้ออึงดังกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น
ในบรรดาคนเหล่านี้ มีมิน้อยที่จ้องมองหลิวเก้าชั้นฟ้าด้วยความโลภ และมาเพื่อช่วงชิงหลิวเก้าชั้นฟ้าโดยเฉพาะ
ทว่าก็มิได้ขาดผู้ที่ตั้งใจมาเพียงเพื่อร่วมชมความครึกครื้น เพราะการที่ห้าอาณาจักรเบื้องบนจะมารวมตัวกันในสถานที่เดียวนั้น มิใช่ภาพเหตุการณ์ที่จะหาชมได้ง่ายๆ!
เสียงวิพากษ์วิจารณ์นับไม่ถ้วนดังระงมมาจากทั่วทุกสารทิศ:
"เทือกเขาซานหยวนแห่งนี้ช่างครึกครื้นเสียจริง! เกรงว่าคงจะมีผู้คนมาที่นี่นับหมื่นคนแล้วกระมัง?"
"ย่อมเป็นเช่นนั้น! เจียงเป่ยในครั้งนี้สร้างกระแสได้ยิ่งใหญ่เหลือเกิน! การจะสร้างความตื่นตระหนกได้ถึงเพียงนี้จนดึงดูดผู้คนมามหาศาล มีเพียงเสน่ห์ของศาสตราเจตจำนงสวรรค์เท่านั้นที่ทำได้!"
"ยอดฝีมือที่มาในครั้งนี้มีมิน้อยเลยจริงๆ ได้ยินว่าแม้แต่ยอดคนเร้นกายและพวกยอดฝีมือเฒ่ามิกี่ท่านก็ยังออกจากด่านมาเข้าร่วม ในจำนวนนั้นคงมิขาดตัวตนที่ยุเหนือกว่าขั้นฮว่าเทียนแน่นอน!"
"การแข่งขันครั้งนี้ช่างยิ่งใหญ่เกินไป ข้ามิกล้าเพ้อฝันหรอก เพียงแค่ได้ยืนมองยุไกลๆ ชมความครึกครื้นก็นับว่าพอใจแล้ว ข้าอยากจะเห็นนักว่าสุดท้ายแล้วหลิวเก้าชั้นฟ้าจะตกมายุในมือผู้ใด!"
"นอกจากจะมีผู้ที่มีพละกำลังแข็งแกร่งอย่างยิ่งยวดปรากฏกาย มิเช่นนั้นแล้ว มิว่าผู้ใดจะได้หลิวเก้าชั้นฟ้าไป เกรงว่าคงต้องแลกมาด้วยความสูญเสียมหาศาล การจะจากเทือกเขาซานหยวนไปอย่างปลอดภัยคงมิใช่เรื่องง่ายอย่างนั้นแน่นอน!"
ท่ามกลางเสียงพูดคุยที่ดังระงมนั้นเอง มิล่วงรู้ว่าผู้ใดแผดเสียงตะโกนขึ้นมา: "รีบดูบนท้องฟ้าสิ! คนจากห้าอาณาจักรเบื้องบนมาถึงแล้ว! นั่นคือเรือวิญญาณของอาณาจักรอู่จี๋!"
"ฟิ้ว!"
วินาทีต่อมา สายตานับหมื่นทั่วทั้งหุบเขาก็พลันจับจ้องไปที่เส้นขอบฟ้าเป็นตาเดียว
เห็นเพียงเรือวิญญาณขนาดมหึมาลำหนึ่งฉีกกระชากหมู่เมฆ พุ่งทะยานข้ามความว่างเปล่ามาอย่างองอาจ
บนดาดฟ้าเรือวิญญาณ เต็มไปด้วยเงาร่างที่มีกลิ่นอายพลังแข็งแกร่งยืนเรียงรายยุหนาแน่น แต่ละคนมีแววตาคมกริบยิ่งนัก
และที่ด้านหน้าสุดของเรือวิญญาณ มีธงผืนใหญ่โบกสะบัดไปตามแรงลม บนผืนธงมีตัวอักษรขนาดใหญ่สองตัวสลักไว้ว่า—อู่จี๋!
ที่ริมดาดฟ้าด้านหน้าสุด ชายร่างกำยำที่มีร่างกายใหญ่โตประดุจหอคอยเหล็กยืนไพล่มือไว้ข้างหลัง แผ่ซ่านกลิ่นอายพลังอันหนักแน่นออกมา
เพียงแค่เขายืนยุตรงนั้น แรงกดดันมหาศาลก็แผ่กระจายไปทั่วบริเวณทันที
"ซู่ว! นั่น... นั่นคือรองประมุขเขตอาณาจักรอู่จี๋ เฮ่อฉิง!"
"ถึงขนาดที่ตัวตนระดับรองประมุขเขตยังเสด็จมาด้วยตนเองเชียวรึ?! นี่คือยอดขุนพลระดับแนวหน้าของดินแดนเทพจุติเลยนะ!"
"ดูท่าครั้งนี้พวกมันคงจะเอาจริงแล้ว พวกเจ้าดูที่เบื้องหลังของเฮ่อฉิงสิ ยุยังมีอดฝีมือจากอาณาจักรอู่จี๋อีกมิน้อย!"
"พ่นวาจาไร้สาระ! นั่นคือศาสตราเจตจำนงสวรรค์หลิวเก้าชั้นฟ้านะ! ระหว่างห้าอาณาจักรเบื้องบนเดิมทีก็มิต่างจากหนามยอกอกกันยุแล้ว หากบ้านใครมีของสิ่งนี้เพิ่มมาอีกชิ้น ย่อมสามารถข่มอีกสี่อาณาจักรที่เหลือได้ทันที! โอกาสเช่นนี้พวกมันจะยอมปล่อยไปได้อย่างไร?!"
"เอ่ยได้ถูกต้อง! ดูจากท่าทางของอาณาจักรอู่จี๋แล้ว พวกมันคงตั้งเป้าว่าจะต้องได้มาครอบครองให้จงได้!"
...
ในขณะเดียวกัน เรือวิญญาณของอาณาจักรอู่จี๋ก็มาหยุดนิ่งยุกลางอากาศ เฮ่อฉิงที่ยุบนดาดฟ้าค่อยๆ กวาดสายตามองลงไปยังกลุ่มคนหนาตาเบื้องล่าง มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาแล้วเอ่ยว่า:
"เหอะ ช่างครึกครื้นเสียจริง มิได้ยืดเส้นยืดสายมามิล่วงรู้กี่ปีแล้ว ดูท่าวันนี้คงต้องออกแรงสู้ศึกใหญ่สักคราเสียแล้ว"
ผู้อาวุโสท่านหนึ่งรีบก้าวเท้าเข้ามาหา ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มประจบสอพลอ: "ท่านรองประมุขเขตล้อเล่นแล้ว มีท่านคอยประจำการยุที่นี่ หลิวเก้าชั้นฟ้าย่อมมิพ้นเงื้อมมือท่านแน่นอน ใครหน้าไหนจะบังอาจมาแข่งขันกับท่านได้?"
เฮ่อฉิงหาได้ใส่ใจคำเยินยอไม่ สายตาของเขายังคงกวาดมองไปเบื้องล่างพร้อมเอ่ยถามเสียงหนัก: "ใกล้ถึงกำหนดเวลาแล้ว เจ้าเด็กเจียงเปี่ยนั่น... ยุยังมิปรากฏตัวอีกหรือ?"
ผู้อาวุโสท่านนั้นรีบกล่าวตอบ: "ท่านรองประมุขเขตโปรดวางใจ ยามเที่ยงวันมันต้องมาถึงแน่นอน! ต่อให้มันจะมีความกล้าเทียมฟ้าเพียงใด ก็มิบังอาจเบี้ยวนัดคนทั้งดินแดนเทพจุติแน่นอน! เพียงแค่คนละคำถ่มน้ำลายก็เพียงพอจะจมเมืองหลักเทียนหยางของมันให้มิดได้แล้ว! อีกอย่าง... อีกสี่อาณาจักรที่เหลือก็ยุยังมามิครบ บางทีพวกมันอาจจะเกรงกลัวบารมีของอาณาจักรอู่จี๋จนมิกล้ามาแล้วก็ได้ครับ!"
ในวินาทีนั้นเอง แววตาของเฮ่อฉิงพลันหดวูบลง และเอ่ยออกมาเรียบๆ คำหนึ่ง: "มาแล้ว"
ยังมิสิ้นเสียง ที่เส้นขอบฟ้าก็บังเกิดเสียงฉีกกระชากอากาศดังสนั่นหวั่นไหวตามมา!
"โครมมม!!!"
เสียงแวกอากาศดังอื้ออึงระเบิดขึ้น
วินาทีต่อมา เรือวิญญาณที่มีความยิ่งใหญ่และโอ่อ่ามิแพ้กันลำหนึ่ง ก็พุ่งทะยานมาจากสุดขอบฟ้า
บนตัวเรือมีธงโบกสะบัด สลักตัวอักษรขนาดใหญ่สองตัวว่า—ชางหลาน!
"รีบดูสิ! คนจากอาณาจักรชางหลานมาแล้ว!"
"ให้ตายเถอะ พิธีการนี้มิได้ด้อยไปกว่าอาณาจักรอู่จี๋เลยแม้แต่น้อย!"
"คนที่นำขบวนมานั่น... คือรองประมุขเขตอาณาจักรชางหลาน อินเลี่ยหั่ว! สวรรค์ช่วย รองประมุขเขตมาลงสนามเองอีกคนแล้ว! วันนี้ต้องมีเรื่องสนุกให้ดูแน่นอน!"
เรือวิญญาณของอาณาจักรชางหลานพุ่งมาถึงอย่างรวดเร็ว และหยุดลงอย่างมั่นคงห่างจากเรือวิญญาณอู่จี๋มไกลนัก
ที่ริมดาดฟ้าด้านหน้า รองประมุขเขตอินเลี่ยหั่วยืนไพล่มือยุเช่นกัน กลิ่นอายพลังลึกล้ำประดุจมหาสมุทร
ที่ข้างกายของเขา ปรมาจารย์อู๋เฉินมีใบหน้าที่มืดมน สายตากวาดมองไปเบื้องล่างมิหยุดหย่อนพร้อมเอ่ยอย่างอาฆาต: "เจ้าเด็กนรกเจียงเป่ย เหตุใดถึงยุยังมิปรากฏหัวออกมาอีก? ข้ามิอาจสะกดกลั้นโทสะนี้ไว้ได้จริงๆ!"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงหัวเราะเยาะเย้ยสายหนึ่งพลันดังกึกก้องมาจากที่ไกล และเข้าสู่โสตประสาทของอินเลี่ยหั่ว:
"โอ้! นี่มิใช่รองประมุขเขตอินเลี่ยหั่วหรอกหรือ? อายุก็ปูนนี้แล้ว มิยุบ้านเลี้ยงหลานหาความสุขใส่ตัวเสียเล่า ยุยังจะอุตส่าห์ถ่อมาถึงป่าเขากันดารแห่งนี้เพื่อร่วมวงครึกครื้นอันใดกัน? มิเกรงว่าหลังเดี้ยงบ้างหรือไร?"
อินเลี่ยหั่วหันขวับไปมองทันที พบว่าเป็นเฮ่อฉิงที่ยุบนเรือวิญญาณของอาณาจักรอู่จี๋กำลังเยาะเย้ยเขาอยู่
สีหน้าของอินเลี่ยหั่วพลันมืดมนลงทันควัน เขาแผดเสียงตะโกนตอบโต้กลับไปอย่างมิเกรงใจ เสียงดังกัมปนาทไปถึงชั้นเมฆ: "เฮ่อฉิง! จงหุบปากที่สามหาวของเจ้าเสีย! ผู้ที่สมควรไสหัวกลับบ้านไปพักผ่อนคือเจ้าต่างหาก! มิกี่วันก่อนอาณาจักรอู่จี๋ของเจ้ามิใช่ส่งยอดฝีมือระดับแนวหน้านับร้อย บุกไปถึงเมืองหลักเทียนหยางอย่างเอิกเกริกหรอกหรือ? แล้วผลลัพธ์เป็นอย่างไรเล่า? แม้แต่เส้นขนเส้นเดียวของเจียงเป่ยพวกเจ้าก็มิอาจแตะต้องได้ ทว่ากลับถูกเขาสังหารจนเรียบมิมิเหลือแม้แต่คนเดียว! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! เรื่องนี้ลือกันไปทั่วดินแดนเทพจุติแล้ว! เฮ่อฉิง หน้าตาของพวกเจ้าอาณาจักรอู่จี๋ คงป่นปี้มิเหลือชิ้นดีแล้วกระมัง! ศักดิ์ศรีของห้าอาณาจักรเบื้องบนถูกพวกเจ้าทำป่นปี้ไปจนสิ้น!"
"หุบปาก! เจ้าคนแซ่อิน!"
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ใบหน้าของเฮ่อฉิงก็พลันเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ เขาแผดเสียงตะคอกลั่น: "อย่ามาวางท่าทางยุที่นี่! อย่าคิดว่าความตั้งใจอันต่ำช้าของเจ้าจะมิมิผู้ใดล่วงรู้! อาณาจักรชางหลานของเจ้ามิใช่ก็อุตส่าห์ส่งคนไปยังอาณาเขตเทียนหยาง เพื่อหวังจะใช้คำลวงเรื่องความร่วมมือที่แม้แต่เด็กสามขวบยุยังมิเชื่อ ไปหลอกชิงหลิวเก้าชั้นฟ้ามาจากเจียงเป่ยหรอกหรือ? เหอะ คิดว่าผู้อื่นโง่เขลาหรืออย่างไร? กลอุบายชั้นต่ำเช่นนี้ มีเพียงอาณาจักรชางหลานของพวกเจ้าเท่านั้นที่ทำออกมาได้ ซ้ำยังคิดว่าตนเองฉลาดล้ำเลิศนัก!"
อินเลี่ยหั่วถูกเปิดโปงต่อหน้าสาธารณชนจนเสียหน้า ใบหน้าพลันแดงก่ำด้วยโทสะ แววตาฉายรังสีอำมหิตออกมา: "ดี! ดีมาก! เฮ่อฉิง วันนี้ข้าจะให้เจ้าได้เห็นแจ้ง ว่าสิ่งใดคือพละกำลังที่แท้จริง! หลิวเก้าชั้นฟ้านี้ ถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องตกมาเป็นของอาณาจักรชางหลานของข้า!"
เมื่อเห็นภาพการโต้เถียงนี้ เหล่าผู้คนที่มามุงดูต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมาอีกครั้ง:
"ซู่ว! ยุยังมิเห็นแม้แต่เงาของหลิวเก้าชั้นฟ้าเลย สองอาณาจักรเบื้องบนก็เริ่มเปิดศึกน้ำลายกันเสียแล้ว!"
"อาณาจักรอู่จี๋และอาณาจักรชางหลานเดิมทีก็มิลงรอยกันยุแล้ว ครั้งนี้เพื่อหลิวเก้าชั้นฟ้า เกรงว่าคงต้องสู้กันจนตายไปข้างหนึ่งแน่!"
"ประเดี๋ยวตอนเริ่มช่วงชิงกันจริงๆ คงได้เห็นการต่อสู้ที่ฟ้าถล่มแผ่นดินทลายแน่นอน!"
ทว่า ในจังหวะที่เฮ่อฉิงและอินเลี่ยหั่วกำลังเผชิญหน้ากันอย่างดุเดือดจนสถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงหัวเราะอันองอาจสายหนึ่งก็พลันดังกึกก้องขึ้น:
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ท่านทั้งสอง ไยต้องมีโทสะรุนแรงถึงเพียงนี้? อย่างไรเสียหลิวเก้าชั้นฟ้าก็มีเพียงชิ้นเดียว การเสียมิตรภาพไปมันจะดีได้อย่างไร?"
สายตาของทุกคนพากันจับจ้องไปยังต้นเสียงนั้นทันที
เห็นที่ขอบฟ้ามีเรือวิญญาณขนาดมหึมาและดูน่าเกรงขามอีกหนึ่งลำแหวกหมู่เมฆพุ่งทะยานเข้ามา!
เหนือเรือวิญญาณ มีธงผืนยักษ์โบกสะบัดอย่างสง่างาม บนนั้นสลักตัวอักษรที่ทรงพลังไว้สองตัวคือ—เสินหย่ง!
"อาณาจักรเสินหย่ง! คนจากอาณาจักรเสินหย่งมาถึงแล้ว!"
"รีบดูคนที่เอ่ยปากยุบนดาดฟ้านั่นสิ! นั่นคือรองประมุขเขตอาณาจักรเสินหย่ง จั่วเผยเย่ว์!"
"รองประมุขเขตมาลงสนามเองอีกคนแล้ว! คราวนี้ยิ่งครึกครื้นเข้าไปใหญ่!"
สายตาของอินเลี่ยหั่วและเฮ่อฉิงหันไปมองเรือวิญญาณของอาณาจักรเสินหย่งพร้อมกัน และหยุดนิ่งอยู่ที่จั่วเผยเย่ว์ในชุดหรูหราที่มีรอยยิ้มเป็นมิตรประดับบนใบหน้า
อินเลี่ยหั่วแค่นยิ้มเย็นที่มุมปากพลางประชดประชันว่า: "ข้านึกว่าผู้ใดมาช่วยไกล่เกลี่ย ที่แท้ก็คือท่านรองประมุขเขตจากตระกูลหลักจั่วนี่เองที่ให้เกียรติมาเยือน!"
เฮ่อฉิงเองก็แค่นเสียงหึออกมาพลางกล่าวว่า: "สหายจั่วช่างใจกว้างนัก วางท่ามิต่างจากคนนอกที่มิเกี่ยวข้อง ทว่า หากจะเอ่ยถึงผู้ที่ถูกเจียงเป่ยไอ้โจรนั่นสังหารไปมากที่สุดและสูญเสียหนักที่สุด เกรงว่าคงมิพ้นตระกูลหลักจั่วของเจ้ากระมัง? ข้ามิเชื่อหรอกว่าประเดี๋ยวพอเจียงเป่ยปรากฏตัว เจ้าจะสะกดกลั้นอารมณ์มิให้พุ่งเข้าไปสังหารมันเป็นคนแรกได้!"
เมื่อได้รับฟังคำพูดของทั้งสองคน สีหน้าของจั่วเผยเย่ว์ก็พลันเปลี่ยนเป็นมืดมนและอำมหิตทันควัน เขากำหมัดแน่นและตะคอกเสียงหนัก: "หึ! เรื่องนี้มิรบกวนให้ท่านทั้งสองต้องเป็นกังวล! ในวันนี้หลิวเก้าชั้นฟ้า ถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องเป็นของอาณาจักรเสินหย่งของข้า! ใครหน้าไหนก็อย่าหวังจะได้แตะต้อง!"
ในระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังสนทนากันอยู่นั้น ก็มีเสียงหัวเราะร่าอีกสายหนึ่งดังสนั่นขึ้นมา มิต่างจากอสนีบาตที่กึกก้องไปทั่ว:
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ช่างครึกครื้นจนหาที่เปรียบมิได้จริงๆ! นับตั้งแต่ข้าเก็บตัวออกจากโลกภายนอก ดินแดนเทพจุติก็มิได้เกิดเหตุการณ์ยิ่งใหญ่เช่นนี้มานานมิล่วงรู้กี่ปีแล้ว!"
ทุกคนต่างหันไปมองตามเสียงนั้นอย่างรวดเร็ว
เห็นเรือวิญญาณขนาดมหึมาที่มีสง่าราศีมิได้ด้อยไปกว่าสามลำก่อนหน้านี้เลย พุ่งทะลวงอากาศเข้ามา!
ธงที่โบกสะบัดยุเหนือเรือวิญญาณลำนั้น สลักตัวอักษรขนาดใหญ่ไว้สองตัวเช่นกัน—เฉียนกุน!
ที่ส่วนหน้าของเรือวิญญาณ มีชายสวมชุดคลุมสีแดงเพลิงผู้มีกลิ่นอายพลังลึกล้ำประดุจมหาสมุทรยืนยุ เขาคือรองประมุขเขตเจ้าม่อนั่นเอง!
เขายืนไพล่มือและกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณ
"อาณาจักรเฉียนกุน! คนจากอาณาจักรเฉียนกุนมาแล้ว!"
"คนที่ยุหน้าสุดของดาดฟ้านั่น... คือท่านรองประมุขเขตเจ้าม่อ!"
"รองประมุขเขตมาเพิ่มอีกหนึ่งท่านแล้ว!"
เมื่อเห็นการปรากฏตัวของอาณาจักรเฉียนกุน กลุ่มฝูงชนก็เริ่มโกลาหล เสียงร้องตะโกนด้วยความตกใจดังระงมมิขาดสาย
และในขณะที่ทุกคนยุยังมิทันได้ตั้งตัว ที่เส้นขอบฟ้าไกลออกไป ก็ปรากฏเรือวิญญาณขนาดมหึมาอีกหนึ่งลำพุ่งทะยานข้ามมิติมา พร้อมกับกลิ่นอายพลังอันบ้าคลั่ง!
บนธงของเรือวิญญาณลำนั้น มีตัวอักษรขนาดใหญ่สลักไว้สองตัว—ไท่ฮ่าว!
ผู้ที่ยืนยุริมดาดฟ้าด้านหน้า คือชายสวมชุดคลุมสีน้ำเงินผู้มีกลิ่นอายพลังอันแข็งแกร่งยิ่งนัก!
"อาณาจักรไท่ฮ่าว! คืออาณาจักรไท่ฮ่าว!"
"อาณาจักรไท่ฮ่าวก็มาถึงแล้ว! ผู้ที่เป็นหัวหน้าขบวนมาคือ... รองประมุขเขตจงเย่า!"
"คราวนี้ห้าอาณาจักรเบื้องบนมากันครบถ้วนแล้ว! อีกทั้งรองประมุขเขตของแต่ละอาณาจักรต่างก็เสด็จมาด้วยตนเอง วันนี้เทือกเขาซานหยวนช่างครึกครื้นถึงขีดสุดจริงๆ!"
"มิอาจจินตนาการได้เลยว่า ประเดี๋ยวตอนช่วงชิงหลิวเก้าชั้นฟ้าจะดุเดือดถึงเพียงไหน! เกรงว่าคงต้องสู้กันจนฟ้าดินมืดมนแน่นอน!"
"นั่นน่ะสิ! ศึกในวันนี้ เกรงว่าคงต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์แน่นอน!"
...
และเมื่อเรือวิญญาณของอาณาจักรไท่ฮ่าวมาถึง บรรยากาศที่เร่าร้อนทั่วทั้งเทือกเขาซานหยวนก็พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างมิเคยเป็นมาก่อน เสียงร้องอุทานและเสียงฮือฮาดังระงมซ้อนทับกันสายแล้วสายเล่า!!
อารมณ์ของทุกคนพลันพุ่งพล่านถึงขีดสุด ความตื่นเต้น ความคาดหวัง และความโลภ ต่างพากันถาโถมยุภายในใจของแต่ละคนอย่างบ้าคลั่ง!
ทุกคนต่างล่วงรู้แจ้งแก่ใจดีว่า การแย่งชิงที่สั่นสะเทือนฟ้าดินซึ่งเพียงพอจะจารึกยุในหน้าประวัติศาสตร์ของดินแดนเทพจุติ และแม้แต่จะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของดินแดนเทพจุติทั้งแผ่นดิน กำลังจะระเบิดศึกขึ้น ณ เทือกเขาซานหยวนเล็กๆ แห่งนี้ในมิช้า!
(จบบท)
แจ้งนักอ่านทุกท่านครับ ตอนนี้ผมแปลถึงบทที่520 ต้นฉบับตอนนี้อัพถึงบทที่521 (29/4/69) ผมจะแปลแล้วอัพเดทให้ทุก5บทนะครับ
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านครับ ^^