เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV –  98 คุกเข่าต่อหน้าเพื่อนผมซะ !

TXV –  98 คุกเข่าต่อหน้าเพื่อนผมซะ !

TXV –  98 คุกเข่าต่อหน้าเพื่อนผมซะ !


TXV –  98 คุกเข่าต่อหน้าเพื่อนผมซะ !

          “เดินไป!” ในไซต์ก่อสร้าง เจ้าหน้าที่ตำรวจผลักฮวงยี่หู่ให้เร่งเดินไปข้างหน้าอีกครั้ง

 

          ฮวงยี่หู่หันไปถลึงตาใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ “กูจะจำหน้าพวกมึงเอาไว้ ถ้ามึงกล้าผลักกูอีกครั้งล่ะก็ กูจะ…”

 

          ก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบประโยค เจียงหยูยี่ก็ตบหัวเขาจากทางด้านหลัง

 

          “ฮวงยี่หู่ มาถึงขั้นนี้แล้วคุณยังกล้าข่มขู่เจ้าหน้าที่ตรวจอีกหรือ? คุณนี่มันหน้าด้านจริงๆเลยนะ ถ้าคุณยังไม่หยุดพูดมากฉันจะให้เจ้าหน้าตำรวจเพิ่มข้อหาให้คุณ!”

 

          ฮวงยี่หู่จ้องเจียงหยูยี่อย่างไม่พอใจแต่เขาก็ยอมปิดปากเงียบ

 

          เจียงหยูยี่ผลักฮวงยี่หู่และทำให้เขาสะดุดล้มลงไปข้างหน้า ลูกน้องทั้งหมดของเขาต่างก็ล้มลงบนพื้นรวมกับลูกน้องสี่คนเสียชีวิต ลูกน้องคนที่เหลือที่ยังรอดชีวิตยังคงนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว

 

          หลงบิงเป็นคนฆ่าลูกน้องทั้งสี่คนนั้นและไว้ชีวิตอีกคนหนึ่งด้วยเหตุผลง่ายๆคือ เพื่อให้เขาเป็นคนให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำผิดกฏหมายฮวงยี่หู่

 

          “ทำไมคุณถึงมาช้านักล่ะ?” เซี่ยเหล่ยบ่น

 

          เจียงหยูยี่กลอกตามองเซี่ยเหล่ย “คุณก็ดูเอาเองสิว่านี่มันง่ายตรงไหนกัน นี่เป็นข้อตกลงของเธอ เธอเป็นคนรับผิดชอบในส่วนนี้และฉันก็รับผิดชอบในการจับกุมฮวงยี่หู่เท่านั้น คุณควรไปบ่นใส่เธอสิไม่ใช่ฉัน”

 

          “เอาเถอะ ผมขอยืมตัวฮวงยี่หู่สักครู่หนึ่งได้ไหม?” เซี่ยเหล่ยพูด “ผมต้องการคุยกับเขาแบบส่วนตัว”

 

          เจียงหยูยี่รู้สึกลังเล เธอดึงตัวเซี่ยเหล่ยมาด้านข้างและกระซิบถามใกล้หูเขา “คุณคิดจะทำอะไร? จะทำร้ายเขางั้นหรือ? นั่นมันขัดกับขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจนะ”

 

          “ผมพนันกับฮวงยี่หู่ไว้ ถ้าผมได้เป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้ เขาจะต้องคุกเข่าและก้มลงขอขมาหม่าเสี่ยวอันสามครั้ง หม่าเสี่ยวอันถูกลูกน้องของฮวงยี่หู่ฆ่า ผมแค่อยากให้ดวงวิญญาณของหม่าเสี่ยวอันจากไปอย่างสงบสุข”

 

          “ได้ ฉันจะให้เวลาคุณสักสองสามนาที แต่คุณห้ามทำร้ายเขานะ…อืม แต่ถ้าคุณจะทำ ก็อย่าทำร้ายใบหน้าเขาล่ะ คุณเข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม?” เจียงหยูยี่พูด

 

          เซี่ยเหล่ยตบไหล่เจียงหยูยี่เบาๆ “ขอบคุณมาก”

 

          “ขอบคุณอะไร?” เจียงหยูยี่พูด “หม่าเสี่ยวอันเองก็เป็นเพื่อนฉันเหมือนกัน นี่มันเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับการที่ดวงวิญญาณของเขาจะได้รับการปลดปล่อยและจะได้จากไปอย่างสงบ”

 

          สองนาทีหลังจากนั้นเซี่ยเหล่ยก็พาตัวฮวงยี่หู่ไปยังจุดสูงสุดของไซต์ก่อสร้าง นี่เป็นจุดอับสายตาและคนภายนอกจะไม่สามารถมองเห็นได้ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นที่นี่

 

          “คุณมีแผนจะทำอะไร?” ฮวงยี่หู่รู้สึกกระวนกระวายใจแต่เขาก็ยังปากดี “ถ้าคุณทำร้ายร่างกายผม คุณและเจ้าหน้าที่หญิงคนนั้นจะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้! ผมจะจ้างทนายที่ดีที่สุดในประเทศและฟ้องร้องพวกคุณ!”

 

          เซี่ยเหล่ยไม่พูดอะไร เขาเดินวนรอบๆตัวฮวงยี่หู่ และเดินไปข้างหน้าเพื่อหยิบแผ่นไม้กระดานขึ้นมาและเขียนลงไปว่า ‘หลุมฝังศพของหม่าเสี่ยวอัน’ และออกแรงหักไม้กระดานแผ่นนั้นให้ปักลงบนพื้นตรงหน้าฮวงยี่หู่

 

          ฮวงยี่หู่เข้าใจทันทีว่าเซี่ยเหล่ยต้องการอะไรเมื่อเขาเห็น ‘หลุมฝังศพของหม่าเสี่ยวอัน’ รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา “อะไรน่ะ? คุณยังยึดติดกับเดิมพันนั้นอยู่อีกหรือ? คุณอยากให้ผมคุกเข่าและขอขมาเขางั้นหรือ? ฝันไปเถอะ! ผมคือฮวงยี่หู่ที่อยู่เหนือกว่าทุกคนเสมอ และไม่เคยคุกเข่าให้กับใครหน้าไหนทั้งนั้น!”

 

          เซี่ยเหล่ยก้าวไปข้างหน้าและปล่อยหมัดใส่หน้าท้องของฮวงยี่หู่

 

          ฮวงยี่หู่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและก้มตัวลง เลือดไหลออกมาจากมุมปาก แต่ดวงตาของเขากลับเหมือนกับดวงตาของสัตว์ร้าย มีแต่ความเกลียดชังและไม่มีความหวาดกลัวใดๆ

 

          “ถุย!” ฮวงยี่หู่ถ่มน้ำลายที่เต็มไปด้วยเลือดลงบนพื้น “คุณรู้ไหมว่าใครเป็นคนคอยสนับสนุนผม พวกเขาไม่มีทางยอมให้มีเกิดอะไรขึ้นกับผมแน่ ผมจะต้องออกจากที่นี่ได้ในเร็วๆนี้ และคุณจะต้องเสียใจกับทุกๆเรื่องที่คุณทำ!”

 

          เซี่ยเหล่ยต่อยหน้าท้องเขาอีกครั้ง

 

          ฮวงยี่หู่ก้มลงกุมหน้าท้องของเขาเอาไว้อย่างเจ็บปวด แต่อย่างไรก็ตามเขายังคงส่งเสียงขู่คำรามใส่เซี่ยเหล่ย

 

          “ฆ่าผมซะเลยสิถ้าคุณกล้า! มาฆ่าผมเลย!”

 

          เซี่ยเหล่ยปล่อยหมัดไปต่อยที่แก้มของฮวงยี่หู่

 

          ฮวงยี่หู่หลับตาลงและไม่ยอมหลบ

 

          หมัดของเซี่ยเหล่ยอยู่ห่างจากศีรษะของฮวงยี่หู่เพียงแค่หนึ่งเซ็นติเมตรเท่านั้น และทันใดนั้นเขาก็หัวเราะออกมา “คุณกล้าหาญสมกับที่เป็นลูกผู้ชายมาก ผมจะฆ่าคุณแน่ แต่ผมต้องบอกคุณไว้ก่อนนะว่าถ้าคุณไม่ยอมคุกเข่าขอขมาเพื่อนผม ลูกชายคุณจะต้องชดใช้แทน ลูกชายคุณเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นใช่ไหมล่ะ? ผมแทบไม่ต้องทำอะไรด้วยตัวเองด้วยซ้ำไป ผมก็แค่ต้องบอกศัตรูของคุณว่าลูกชายคุณหน้าตาเป็นยังไง และคนพวกนั้นก็จะแก้แค้นแทนผมเอง คุณไม่คิดอย่างนั้นหรือ?”

 

          “มึงกล้าท้าทายกู !” ฮวงยี่หู่ดูเหมือนกับสัตว์ร้ายที่ได้รับบาดเจ็บ

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะอย่างเย็นชา “คุณไม่มีทางชนะแม้ว่าจะออกไปจากที่นี่ได้ คุณคิดว่าผมจะกลัวคุณงั้นหรือในเมื่อคุณถูกขังอยู่ในคุก? คุณอยากให้ลูกชายของคุณเป็นยังไง? คุณไม่กลัวว่าคนอื่นๆจะไปทำร้ายลูกชายคุณงั้นหรือ? ผมจะให้โอกาสคุณเป็นครั้งสุดท้าย คุกเข่าขอขมาเพื่อนผมและสำนึกผิดซะ ถ้าไม่อย่างนั้นผมเองก็ไม่รับประกันเหมือนกันว่าลูกชายคุณจะมีจุดจบเหมือนคุณ !”

 

          “คุณ!” ดวงตาของฮวงยี่หู่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

 

          “ดูเหมือนคุณจะไม่ยอมคุกเข่าสินะ โอเค ผมคงต้องไปตามหาความยุติธรรมจากลูกชายของคุณ” เซี่ยเหล่ยพูดและเตรียมตัวจะเดินออกไป

 

          “เดี๋ยวก่อน!” ฮวงยี่หู่เรียก เขาลังเล แต่ทันใดนั้นก็ยอมคุกเข่าลงต่อหน้า ‘หลุมฝั่งศพของหม่าเสี่ยวอัน’ และก้มหัวลงขอขมาสามครั้ง เขาพูดในขณะที่โขกศีรษะลงกับพื้น

 

          “หม่าเสี่ยวอัน ผมขอโทษ ผมมาคุกเข่าให้คุณ ผมมาขอขมาคุณ ผมไม่ได้จะขอให้คุณอโหสิให้ผม ผมแค่อยากให้คุณไว้ชีวิตลูกชายผม”

 

          คำพูดเหล่านี้ถูกพูดต่อหน้าหม่าเสี่ยวอันแต่มันกลับหมายถึงเซี่ยเหล่ย

 

          เซี่ยเหล่ยมองขึ้นไปบนท้องฟ้า มันเป็นสีน้ำเงิน กลุ่มก้อนเมฆบนท้องฟ้าดูเหมือนใบหน้าของคนและเขาก็รู้สึกว่ามันเหมือนกับใบหน้าที่กำลังยิ้มแย้มของหม่าเสี่ยวอัน

 

          ตำรวจมานำตัวฮวงยี่หู่ ลี่หยู่หลาน ลูกน้องของเขาและศพหมดออกไป เซี่ยเหล่ยก็เช่นกัน เขาเข้ามาในรถตำรวจของเจียงหยูยี่เพื่อไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ

 

          บรรดาพนักงานของอุตสาหกรรมอาชาสายฟ้า ออกมายืนและมองรถตรวจขับออกไป ...

 

          “ผู้หญิงที่ใส่เสื้อคลุมคนนั้นเป็นใคร?” หยินฮ่าวดูเหมือนจะยังอึ้งๆ เขายังคงนึกถึงฉากที่หลงบิงฆ่าผู้ชายสี่คนนั้นอย่างรวดเร็ว เขาคิดออกเพียงคำเดียวเท่านั้นที่จะสามารถให้นิยามเธอได้ ‘โครตเจ๋งเลย !’

 

          “ใครจะไปรู้ ผมขอแนะนำให้คุณเลิกคิดเรื่องนี้” ฮานบั๋วยิ้ม “เธอเป็นคนของประธานเซี่ย ไม่ใช่คุณ”

 

          “คุณกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไรอยู่?” หลางซือเหยาขัดจังหวะการสนทนาของสองหนุ่ม “พวกคุณไม่มีงานทำกันแล้วหรือ? พวกคุณออกแบบกันเสร็จแล้วหรือไง?”

 

          ฮานบั๋วและหยินฮ่าวหยุดคุยกันและกลับไปทำงาน

 

          หลางซือเหยาพึมพำกับตัวเอง “ผู้หญิงคนนั้นไม่แม้แต่จะกระพริบตาด้วยซ้ำตอนที่ยิงคนพวกนั้น ใครจะกล้าแต่งงานกับผู้หญิงแบบนั้นกัน? ใครก็ตามที่คิดจะแต่งงานกับเธอต้องเป็นคนที่โง่มากแน่ๆ”

 

          ภายในรถตำรวจ ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังมองมาที่เซี่ยเหล่ยพร้อมกับส่งยิ้มให้เขา

 

          “เหล่ย ตอนนี้ฉันได้จัดการเรื่องสำคัญให้คุณเสร็จแล้ว คุณจะขอบคุณฉันยังไงดี?”

 

          เซี่ยเหล่ยหันมามองเจียงหยูยี่ “ผมหาคดีที่ดีมากมาให้คุณทำขนาดนี้แล้ว คุณยังขอให้ผมขอบคุณคุณอีกหรือ?”

 

          “ฉันได้ยินมาว่าคุณจะเลี้ยงอาหารคุณหลงบิง เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?” เจียงหยูยี่เปลี่ยนประเด็นอย่างรวดเร็ว “ฉันไปด้วยได้ไหม?”

 

          “ถ้าคุณอยากมาก็มาเถอะ ที่ต้องทำก็แค่เพิ่มจำนวนจานและตะเกียบเอง” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          เจียงหยูยี่นิ่งคิดนิดหน่อยและส่ายหน้า “วันนี้ฉันไม่ไปแล้วดีกว่า ไว้ทำอาหารให้ฉันกินวันหลังแล้วกัน”

 

          “ผมจะหาเวลาว่างเลี้ยงคุณแล้วกัน” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “อย่าใจแคบไปหน่อยเลยน่า ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคุณถึงยังหาแฟนไม่ได้” เจียงหยูยี่จ้องหน้าเซี่ยเหล่ย

 

          ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งที่นั่งข้างหลังก็ตะโกนมา “หัวหน้า ไฟแดง!”

 

          เจียงหยูยี่รีบเหยียบเบรค ทำให้ทุกคนในรถพุ่งไปข้างหน้าและศีรษะชนกับกระจกรถ

 

          ในสถานีตำรวจทางเหนือ เจียงหยูยี่ได้บันทึกการให้ปากคำของเซี่ยเหล่ยด้วยตัวเอง

 

          หลังจากพวกเขาสอบปากคำเสร็จสิ้น เซี่ยเหล่ยก็ถาม “ฮวงยี่หู่ถูกพาตัวไปไว้ที่ไหน?”

 

          “อยู่ในห้องสอบสวน เจ้าหน้าที่บางคนกำลังบันทึกคำให้การณ์ของเขาอยู่ เราจับคนมามากแต่ที่นี่มีเจ้าหน้าที่สอบสวนน้อย ที่จริงฉันไม่อยากจะบันทึกคำให้การณ์ของคุณด้วยตัวเองหรอกนะ อีกอย่างการเห็นหน้าคุณมันก็ทำให้ฉันหงุดหงิด” เจียงหยูยี่พูด

 

          “พาผมไปดูที่นั่นหน่อยสิ” เซี่ยเหล่ยพูดพร้อมรอยยิ้ม

 

          เจียงหยูยี่กลอกตามองเขา “ตามฉันมาสิ”

 

          เซี่ยเหล่ยมาถึงประตูห้องสอบสวนกับเจียงหยูยี่ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกกับเธอว่าทนายของ ฮวงยี่หู่มาหาเขา และกำลังพูดคุยกับฮวงยี่หู่อยู่ในห้องสอบสวนในขณะนี้

 

          “พวกเขากำลังคุยอะไรกันอยู่ในนั้น” เจียงหยูยี่ถามขึ้นมา

 

          “ทนายความคนนั้นเขาเก่งมาก เขาขอใช้สิทธิ์ให้เราหยุดการเฝ้าระวังตัวผู้ต้องหาตอนที่เขาเดินทางมาถึง พวกเราเองก็ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังคุยอะไรกันอยู่ภายในห้องนั้น” เจ้าหน้าที่พูด

 

          เจียงหยูยี่ขนาดคิ้ว “แล้วคุณก็ทำตามที่เขาบอก?”

 

          “เราลักลอบสังเกตุการณ์ครั้งหนึ่ง แต่ทนายคนนั้นออกมาจากห้องเพื่อเจรจาต่อรอง และเขายังบอกอีกว่าจะเรียกผู้กำกับซูมา ดังนั้นเราจึงต้องหยุดการเฝ้าระวังตัวผู้ต้องหา” เจ้าหน้าที่พูด

 

          ในขณะที่เจียงหยูยี่และลูกน้องของเธอกำลังคุยกัน ตาซ้ายของเซี่ยเหล่ยก็ค่อยๆทำงานอย่างเงียบๆ ในการมองเห็นของเขาตอนนี้ ผนังของห้องสอบสวนได้หายไป และเขาสามารถมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายใน

 

          ผู้ชายวัยกลางคนกำลังคุยกับฮวงยี่หู่ เขาสวมชุดสูทที่ดูดีและเรียบร้อย เซี่ยเหล่ยไม่เคยเห็นคนๆนี้ แต่ฮวงยี่หู่ดูเหมือนจะให้ความเคารพแก่ชายคนนี้มาก เซี่ยเหล่ยกำลังคิดว่า ชายคนนี้อาจจะถูกคนตระกูลกู๋ส่งมาเพื่อช่วยเหลือฮวงยี่หู่?

 

          สายตาของเซี่ยเหล่ยจ้องไปที่ปากของพวกเขาเพื่ออ่านบทสนทนาเหล่านั้น

 

          “ได้โปรดบอกเจ้านายว่าขอให้เขาไม่ต้องกังวล ผมจะไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ” ฮวงยี่หู่พูด

 

          “นั่นคือการคิดที่ถูกต้อง เจ้านายจะไม่ทอดทิ้งคุณ ไม่ต้องกังวลและขอให้คุณอดทนอยู่ในนี้ไปสักพัก มันไม่นานนักหรอกก่อนที่คุณจะได้ออกไปจากที่นี่” ชายวัยกลางคนพูด

 

          “ขอบคุณมากครับ” ฮวงยี่หู่พูดอย่างเคารพ

 

          “เจ้านายสั่งให้ผมมาถามว่า มีข้อมูลอะไรที่คุณเก็บเอาไว้แล้วมันเชื่อมโยงไปถึงตระกูลกู๋อยู่ในข้อมูลที่เซี่ยเหล่ยได้เอาไปเปิดเผยหรือเปล่า?” ชายวัยกลางคนสอบถาม

 

          ฮวงยี่หู่ดูท่าทางกระวนกระวายและพูด “ไม่ ไม่มีจริงๆ ผมสาบานได้ ข้อมูลทั้งหมดที่เซี่ยเหล่ยเอาไปเปิดเผยคือข้อมูลที่ผมได้ติดสินบนเจ้าหน้าที่เอาไว้ ผมเก็บข้อมูลเหล่านั้นไว้เพื่อใช้ข่มขู่พวกเขาในอนาคตเท่านั้น”

 

          “ตอนนี้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่คุณเคยร่วมงานด้วยกำลังอยู่ในอันตราย เจ้าหน้าที่บางคนก็มีความเกี่ยวข้องกับเจ้านาย ดังนั้นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้มันทำให้เจ้านายของเราหนักใจ หลังจากนี้จะมีใครกล้ามาทำงานกับเรา?” ชายวัยกลางคนพูด

 

          “ผม…ผมทำให้เจ้านายลำบาก” ฮวงยี่หู่กังวลเป็นอย่างมาก

 

          “ตอนนี้เราต้องปล่อยให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ไปก่อน ไม่ต้องห่วง เจ้านายจะรับประกันความปลอดภัยของคุณ ทำงานให้ดีหลังจากคุณออกไปจากที่นี่ อย่าทำให้เขาผิดหวังอีก” ชายวัยกลางคนพูด

 

          ฮวงยี่หู่ถอนหายใจ “ผมจะพยายาม ได้โปรดบอกหัวหน้าว่าผมจะตั้งใจทำงานอย่างหนักเพื่อชดใช้ให้กับเขา หลังจากผมออกไปจากที่นี่”

 

          รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายวัยกลางคน “ดี ก็แค่นั้นแหละ ตอนนี้ผมต้องไปแล้ว”

 

          “เดินทางปลอดภัยครับ คุณ ฉือ” ฮวงยี่หู่ยืนขึ้นเพื่อกล่าวลา

 

           ชายวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่า คุณฉือ เดินไปที่ประตูและปากของเขาก็ขยับเป็นคำพูดที่ไม่มีใครได้ยิน ‘ไอ้หน้าโง่เอ้ย !’

 

          เซี่ยเหล่ยหยุดใช้ความสามารถจากดวงตาของเขา

 

          ชายวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่า คุณฉือ เดินออกมาและเขามีท่าทางเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นเซี่ยเหล่ยและเจียงหยูยี่ที่ประตูทางออก แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรและเดินออกไปพร้อมกับกระเป๋าเอกสารในมือ

 

          เซี่ยเหล่ยเกิดความสงสัยในขณะที่เขากำลังมองตามหลังคุณฉือ ไป ทำไมเขาต้องเรียกฮวงยี่หู่ว่า ‘ไอ้หน้าโง่’ ?

 

          ติดตามตอนต่อไป.........

จบบทที่ TXV –  98 คุกเข่าต่อหน้าเพื่อนผมซะ !

คัดลอกลิงก์แล้ว