เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV  –  93 ผู้บุกรุก !

TXV  –  93 ผู้บุกรุก !

TXV  –  93 ผู้บุกรุก !


TXV  –  93 ผู้บุกรุก !

 

          ฮวงยี่หู่มีธุรกิจมากมายที่อยู่ภายใต้ชื่อของเขาแต่ธุรกิจที่ใหญ่โตและร่ำรวยมากที่สุดก็คือ ธุระกิจกลุ่มพระจันทร์เสี้ยว แต่การที่เขาต้องสูญเสียที่ดินหมายเลขที่ 13 ไปทำให้ความฝันของเขาดับไปทันที ที่ดินส่วนนี้เขาจะมาทำเป็นคอนโดมิเนียมเพื่อจะสร้างรายได้ให้กับตัวเขาและครอบครัวทวีคูณมากขึ้นไป แต่การที่เขาโดนเซี่ยเหล่ยฉกที่ดินนี้ไปต่อหน้าจะให้ฮวงยี่หู่อยู่เฉยๆได้ยังไง ?

 

          ฮวงยี่หู่ ต้องการที่จะแสดงพลังอำนาจของตัวเขาให้เซี่ยเหล่ยได้เห็นว่าเมื่อมีใครสักคนกล้าขัดใจเขาผลที่ตามมาจะเป็นแบบนี้…

 

          ในเวลา 1 นาฬิกา เกรทส์วอร์ H6ได้จอดอยู่นอกกำแพงสำนักงานกลุ่มพระจันทร์เสี้ยวซึ่งมีแผ่นพลาสติกปกปิดป้ายทะเบียนรถคันนั้นอยู่ประตูรถได้เปิดออกและมีชายหนุ่มสองคนปิดบังใบหน้าพวกเขากำลังปีนไปยังหลังคารถและกระโดดข้ามกำแพงไปลงที่สวนของสำนักงานแห่งนี้

 

          หนึ่งในนั้นคือ ฉิงเสวียงและอีกคนก็คือเซี่ยเหล่ย.....

 

          ในสวนแห่งนี้พวกเขาอยู่ติดกับกำแพงและค่อยๆขยับตัวไปยังอาคารที่มีขนาด 4 ชั้นสำนักงานแห่งนี้มีระบบความปลอดภัยหนาแน่นมาก วงจรปิดทุกตัวจะถูกส่องไปยังบริเวณหน้าทางเข้าของสำนักงานแต่ไม่มีกล้องตัวใดที่ส่องด้านหลังตึกสำนักงานเลยสักตัว เซี่ยเหล่ยใช้ตาซ้ายเพ่งมองเข้าไปในล็อบบี้และเขาเห็นทุกอย่างในล็อบบี้อย่างชัดเจน

 

          มีแสงไฟเล็กๆเล็ดลอดออกมาจากล็อบบี้แห่งนั้นและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกำลังนั่งอยู่บนโซฟากำลังเล่นโทรศัพท์ของเขาอย่างเพลิดเพลิน

 

          ฉิงเสวียงทำสัญญาณบอกเซี่ยเหล่ยให้ก้มต่ำลงแล้วชี้ไปยังหน้าต่างของบริเวณชั้น 2

 

          เซี่ยเหล่ยเงยหน้ามองไปยังฉิงเสวียงที่กำลังยืนอยู่บริเวณหน้าต่างและกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง

 

          ฉิงเสวียงตอบรับด้วยสัญญาณมือและใช้เศษโลหะสอดเข้าไปยังบริเวณหน้าต่างจากนั้นพยายามปลดล็อคหน้าต่างออกเขากระโดดเข้าไปข้างในห้องนั้นจากนั้นส่งเชือกออกมาจากชั้น 2 ให้เซี่ยเหล่ย

 

          เซี่ยเหล่ยรีบคว้าเชือกทันทีจากนั้นเขาใช้ขาทั้งสองข้างถีบไปยังผนัง เขารีบปีนขึ้นไปชั้น 2 และลอดผ่านหน้าต่างเพื่อเข้าไปยังในตึกอย่างรวดเร็ว

 

          ชั้น 2 แห่งนี้เป็นสำนักงานธรรมดามีตู้เก็บเอกสารและตู้กดน้ำ มันเป็นของบุคคลธรรมดาทั่วไปเท่านั้น ชั้นนี้คงจะไม่มีค่าอะไรมากมายสำหรับฮวงยี่หู่

 

          “คุณรู้หรือรึเปล่าว่าห้องทำงานของฮวงยี่หู่อยู่ชั้นไหน ?” เซี่ยเหล่ยพูดด้วยเสียงเบาๆ เขารู้แค่ว่ากลุ่มพระจันทร์เสี้ยว เป็นธุรกิจที่ใหญ่โตและสำคัญที่สุดของฮวงยี่หู่แต่เขาไม่ทราบเลยว่าห้องทำงานของฮวงยี่หู่อยู่ที่ไหนในตึกแห่งนี้

 

          “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมก็เพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกเหมือนกัน คนอย่างฮวงยี่หู่ชอบอยู่เหนือคนอื่นๆและควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ ผมเดาว่าห้องทำงานหลักของเขาน่าจะอยู่สูงกว่าคนอื่นนั่นก็คือชั้น 4” ฉิงเสวียงกล่าว

 

          เซี่ยเหล่ยเงยหน้าไปด้านเพื่อมองเพดานที่อยู่เหนือศีรษะเขา

 

          “คุณจะไม่เห็นห้องทำงานหลักของเขาหรอกถ้าคุณทำแบบนั้นวิธีที่ดีกว่านั้นก็คือเราช่วยกันหาทีละชั้นโดยเริ่มจากชั้นนี้เราสามารถเจอห้องทำงานหลักของฮวงยี่หู่ได้อย่างแน่นอน” ฉิงเสวียงกล่าว

 

          เซี่ยเหล่ยยังคงจ้องมองเพดาน…….

 

          ฉิงเสวียงค่อยๆย่องไปที่ประตูจากนั้นเปิดประตูเบาๆและเขาจะชะเง้อคอออกไปดูสถานการณ์ภายนอกตึกแห่งนี้

 

          ทันใดนั้นเซี่ยเหล่ยพูดขึ้นมาว่า “อย่าออกไป ! ทางเดินด้านหน้ามีกล้องอยู่เราจะถูกกล้องตรวจจับถ้าเดินออกไปข้างนอก”

 

          ฉิงเสวียงรีบหดคอของตัวเองกลับมาแล้วปิดประตูเบาๆจากนั้นมองไปที่เซี่ยเหล่ยด้วยความสงสัยว่า “มีกล้องวงจรปิดอยู่จริงๆหรอ แล้วคุณรู้ได้ยังไงล่ะ ?”

 

          เซี่ยเหล่ยไม่ตอบคำถามเขาแต่เขาพูดว่า “ห้องทำงานหลักของฮวงยี่หู่อ่ที่ชั้น 4 เราสามารถเข้าไปยังห้องนั้นได้จากการไต่กำแพงเท่านั้น !”

 

          “คุณ….” ฉิงเสวียงอึ้งในความสามารถของเซี่ยหเหล่ย “คุณรู้ได้ยังไงเนี๊ย ?”

 

          “ผมพึ่งจำได้ว่าผมเคยเห็นแบบแปลนของตึกนี้แล้ว” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          คำอธิบายนี้หลุดออกมาจากปากเซี่ยเหล่ยทำให้ฉิงเสวียงถึงกับส่ายหัวและเดินบ่นพึมพำไปทางหน้าต่างว่า “คุณบอกผมช้ากว่านี้ผมคงโดนลากคอไปอยู่ในคุกแล้วล่ะ”

 

          ทั้งเซี่ยเหล่ยและฉิงเสวียงเดินไปทางหน้าต่าง ฉิงเสวียงไม่ได้ถามอะไรเซี่ยเหล่ยเพิ่มเติม เขากระโดดข้ามไปที่กำแพงและคว้าท่อน้ำที่ห้อยลงมาไว้จากนั้นเขาก็ค่อยไต่ไปตามท่อน้ำและปีนขึ้นไป

 

          เซี่ยเหล่ยกลัวว่าท่อน้ำจะไม่สามารถรับน้ำหนักของคนสองคนได้ เขาจึงรอให้ฉิงเสวียงปีนขึ้นไปข้างบนก่อนจากนั้นเขาก็ค่อยปีนขึ้นไปตามขึ้นไป การทำแบบนี้เขาทำเป็นครั้งแรก ในชีวิตเขาเคยทำแค่เพียงปีนขึ้นไปยังรางเหล็กในไซต์งานก่อนก่อสร้างเท่านั้น แต่เขาก็ไม่รีรอให้เสียเวลาขาปีนไปท่อน้ำไปอย่างรวดเร็วและรีบเข้าไปยังตึกชั้น 4

 

          ฉิงเสวียงใช้ความสามารถของเขาอีกครั้งเขาใส่เหล็กเข้าไปยังล็อคประตูจากนั้นยกสลักประตูเบาๆเพื่อทำให้หน้าต่างเปิดและพวกเขาก็รีบเข้าไปในชั้น 4 ทันที

         

          เซี่ยเหล่ยตามเข้าไปในชั้น 4 ตามฉิงเสวียงทางหน้าต่าง

 

          ชั้นนี้คงเป็นสำนักงานหลักของฮวงยี่หู่ ชั้นนี้มันมีขนาดใหญ่กว่าชั้นเดิมหลายเท่าและมีอุปกรณ์สำนักงานราคาแพง มีภาพวาดที่แขวนอยู่บนผนังอย่างหรูหราและรูปภาพตรงหน้าโต๊ะทำงานของฮวงยี่หู่เป็นภาพการจับมือกับผู้นำของประเทศ ในรูปนี้เขายิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจและมีความสุข

 

          ในห้องทำงานของเขาเป็นห้องที่ใหญ่โตมากและมีชั้นวางหนังสือขนาดใหญ่แต่ละชั้นเต็มไปด้วยหนังสือนานาชนิด หนังสือเหล่านี้เป็นหนังสือที่ใหม่เอี่ยมไม่มีร่องรอยการเปิดอ่านเลยสักนิดเดียว ดูเหมือนฮวงยี่หู่ไม่มีนิสัยชอบการอ่านสักเท่าไหร่แต่หนังสือเหล่านี้ถูกนำมาเพื่อทำการตกแต่งห้องให้สวยงามเท่านั้นเอง.......

 

          นอกจากนี้ในห้องทำงานแห่งนี้ยังมีเตียงคู่ขนาดใหญ่ มีโซฟาใหญ่โตมโหฬารและยังมีตู้เย็นขนาดใหญ่ที่มีประตูเปิดถึง 3 ประตู

 

          ฉิงเสวียงเดินไปยังโต๊ะด้านหลังและเปิดลิ้นชักเพื่อหาอะไรบางอย่างแต่เขากลับเจอชุดชั้นในของผู้หญิง ถุงเท้า ยกทรงลายลูกไม้ ชุดชั้นใน กล่องถุงยางอนามัยและเขาก็บ่นอย่างเงียบๆว่า  “ไอ้สารเลว ! เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าทำชั่วมากกว่าที่คิดไว้ซะอีก !”

 

          จากสิ่งที่เขาเห็นในตอนนี้เขาคิดได้เพียงอย่างเดียวว่าฮวงยี่หู่คงไม่ได้แค่ทำงานอย่างเดียวคงจะทำอะไรบางอย่างกับเลขาฯคนนี้อย่างแน่นอน…..

 

          ฉิงเสวียงยังคงค้นหาสิ่งที่มีประโยชน์สำหรับเซี่ยเหล่ย ในขณะที่เขายืนดูสังเกตการณ์อยู่ที่ประตู

 

          “เฮ้ ! มานี่หน่อย” ฉิงเสวียงกล่าว “ผมเจอเอกสารบางอย่าง ผมคิดว่าผมเจอหลักฐานการติดสินบนของฮวงยี่หู่ ผมว่าเป็นความคิดที่ดีนะถ้าเราจะนำเรื่องนี้ไปเปิดเผยทุกคนได้รับรู้ ?”

 

          “งั้นคุณมาดูลาดลาวที่นี่นะ เดี๋ยวผมจะเข้าไปดูข้างในเอง” เซี่ยเหล่ยเดินออกมาจากประตูทางเข้าและเดินเข้ามาในห้องทำงานของฮวงยี่หู่

 

          ทันทีที่เขามาถึงเขาใช้ตาซ้ายสำรวจทั่วๆห้อง แต่สิ่งที่เขาเจอไม่ใช่เป็นเอกสารลับแต่เขาเจอ USB ที่ซ่อนยู่ด้านใน

 

          ในห้องทำงาน เซี่ยเหล่ยพักเอาแรงเล็กน้อยก่อนจะใช้พลังของตาซ้ายให้มากกว่าเดิม เขาใช้สายตากวาดไปทั่วห้องทำงานของฮวงยี่หู่จากนั้นไม่นานสายตาของเขาหยุดลงตรงที่โต๊ะทำงานของฮวงยี่หู่.....

 

 

          ใต้โต๊ะทำงานของฮวงยี่หู่มีตู้นิรภัยถูกฝังอยู่ในพื้น…

 

          ก่อนที่จะถึงตู้นิรภัยใบนั้นมีคอนกรีตประมาณ 1 เมตรปกปิดเอาไว้อยู่ ในตู้นิรภัยตู้นั้นมีระบบรักษาความปลอดภัยเป็นรหัสลับที่ล็อคตู้นิรภัยไว้อย่างแน่นหนา

 

          เซี่ยเหล่ยมองไปยังตู้นิรภัยนั้นด้วยตาซ้ายของเขา ความสามารถในการเจาะทะลุทะลวงพื้นซีเมนต์ เขาสามารถเห็นของที่อยู่ในตู้นิรภัยหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วินาที

 

          ในตู้นิรภัยในแห่งนี้เป็นที่เก็บทรัพย์สมบัติมากมายมีทั้งสกุลเงินดอลลาร์ มีสกุลเงินเหรียญนอกจากนี้ยังมีทองคำแท่งกว่า 10 ชิ้นอยู่ในนั้นและนอกจากนี้ยังมีเอกสารและใบรับรองอื่นอีกมากมาย ...

 

          “เจอแล้ว !” เซี่ยเหล่ยพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น

 

          มันดูไม่สมเหตุสมผลซะเลยที่ฮวงยี่หู่จะนำสิ่งสำคัญเหล่านี้มันเก็บไว้ในสำนักงานของเขาแต่อย่างไรก็ตามเมื่อตัวตนของเขาเผยออกมามากขึ้น ศัตรูของเขาพร้อมจะทําร้ายเขาทุกเมื่อ เขาจึงเปลี่ยนที่อยู่อาศัยอยู่บ่อยๆและเขาก็ไม่สามารถนำทุกสิ่งทุกอย่างไปพร้อมกับเขาได้ การเก็บสิ่งสำคัญเหล่านี้ไว้ในตู้นิรภัยเป็นความคิดที่ดี ตู้นิรภัยนี้ไม่สามารถปลดล็อคได้หากไม่มีรหัสแถมยังฝังอยู่ใต้พื้นซีเมนต์กว่า 1 เมตรถึงแม้ว่าจะมีใครปลดล็อคได้ก็ดูเหมือนว่าจะยกตู้นิรภัยนี้ออกไปไม่ง่ายเลยเพราะมีน้ำหนักอย่างน้อย 1000 ปอนด์

 

          ฉิงเสวียงเดินออกจากประตูและรีบเดินมาอย่างรวดเร็ว “ผมไม่เห็นเจออะไรเลย คุณเจอมันได้ยังไง ?”

 

          เซี่ยเหล่ยไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาเดินตรงไปที่โต๊ะแล้วดึงประตูไม้ออกมา..

 

          ทันที่ทีฉิงเสวียงเห็นตู้นิรภัยเขาก็นิ่งไปสักครู่ก่อนจะพูดว่า “เวรเอ๊ย ! นี่เป็นตู้นิรภัยที่นำเข้ามาจากประเทศเยอรมนี แม้แต่อาจารย์ของผมก็ไม่สามารถปลดล็อตตู้นิรภัยนี้ได้”

 

          “อาจารย์ของคุณ ?” เซี่ยเหล่ยถามขณะที่นั่งยองๆอยู่หน้าตู้นิรภัย

 

          ฉิงเสวียงนั่งอยู่ด้านหน้าของเซี่ยเหล่ย “คุณจะไม่มีทางรู้ถึงแม้ว่าคุณจะอยากรู้ชื่ออาจารย์ของผมแค่ไหนก็ตาม ผมแนะนำนะล้มเลิกความคิดที่จะเปิดมันซะ ตู้นิรภัยนี้ต้องใช้รหัสถึง 2 ขั้นรหัส 1 เป็นการปลดล็อคด้วยระบบเสียงอีกขั้นหนึ่งเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ คุณรู้ไหมว่าตู้นิรภัยนี้ราคาเท่าไหร่ 3,500,000 ฮวงยี่หู่ เขาต้องเก็บสิ่งสำคัญมากๆไว้ในนี้แน่แต่.......”  เขากระทืบพื้นด้วยความโกรธความลับของฮวงยี่หู่อยู่หน้าเขาแล้วแต่ไม่สามารถเปิดออกมาได้แค่นั้นเอง !

 

          “คุณเชี่ยวชาญในด้านนี้คุณไม่สามารถเปิดมันได้หรอ ?” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          ฉิงเสวียงส่ายหัว “ผมจะให้คุณล้มเลิกความคิดที่จะเปิดทำไมล่ะ ? ถ้าผมเปิดมันได้”

 

          เซี่ยเหล่ยเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ผมขอลองเปิดเอง !”

 

          “คุณ ?” ฉิงเสวียงมองไปที่เซี่ยเหล่ยอย่างประหลาดใจ

 

          เซี่ยเหล่ยเอื้อมมือไปยังตู้นิรภัย

 

          ฉิงเสวียงคว้ามือของเซี่ยเหล่ยไว้ “หยุดล้อเล่นได้แล้ว ตอนนี้คุณสามารถเปิดมันได้หรอ ? ขนาดผมไม่สามารถเปิดมันได้เลย อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามอีก เราไปหาวิธีอื่นกันเถอะ”

 

          “จะต้องรหัสเสียงหรือรหัสทางอิเล็กทรอนิกส์ก่อน ?” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          ฉิงเสวียงยิ้มแบบเซ็งๆ “ทำไมคุณถึงดื้อด้านนัก ? งั้น….ใส่รหัสอิเล็กทรอนิกส์ก่อน”

 

          เซี่ยเหล่ยจ้องไปที่แป้นพิมพ์ตัวเลข แป้นพิมพ์นั้นค่อยๆขยายออกเรื่อยๆจากตาซ้ายของเขาจากนั้นเขาขยายภาพลงไปจนมองเห็นฝุ่นละอองเล็กๆได้ เขาสามารถเห็นละอองฝุ่นเล็กๆที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า รอยนิ้วมือมีต่อมเหงื่อและมีรอยเหงื่อขณะที่พวกเขาสัมผัสลงไป มันไม่สามารถหลีกเลี่ยงข้อนี้ไปได้…

 

          เซี่ยเหล่ยเห็นตัวเลขจำนวน 6 ตัวเลขซึ่งตัวเลขเหล่านี้มีรอยเหงื่อที่ปรากฏออกมาอย่างชัดเจน ‘ 9 7 3 2 1 5’

 

          จำนวนตัวเลข 6 ตัวนี้มีการจัดเรียงสลับไปมากันอย่างซับซ้อน เซี่ยเหล่ยลองผสมชุดตัวเลขตลอดทั้งคืนแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย.....

 

          อย่างไรก็ตามเซี่ยเหล่ยพยายามไขตัวเลขชุดนี้เพียงลำพัง

 

          ติดตามตอนต่อไป……..

 

จบบทที่ TXV  –  93 ผู้บุกรุก !

คัดลอกลิงก์แล้ว