- หน้าแรก
- เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอครองโลกแห่งเซียน
- บทที่ 103 วิญญาณอันน่าทึ่งของเด็กน้อย
บทที่ 103 วิญญาณอันน่าทึ่งของเด็กน้อย
บทที่ 103 วิญญาณอันน่าทึ่งของเด็กน้อย
จินเป่าเอ๋อไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าจะมีสิ่งของใดที่สามารถคงพลังวิญญาณไว้ได้หลังจากถูกเผาให้แก่ผู้ล่วงลับในดินแดนภูติผี ต่อให้มี ในดินแดนที่เต็มไปด้วยพลังหยินเช่นนี้ พลังวิญญาณก็น่าจะหมดไปอย่างรวดเร็ว
แต่สิ่งที่นางเห็นตรงหน้ากลับเป็นการสั่นไหวของพลังวิญญาณที่ชัดเจน…
เมื่อคิดอะไรบางอย่างได้ จินเป่าเอ๋อรีบคว้ามือเด็กหญิงไว้ เด็กน้อยตกใจปล่อยปิ่นปักผมหลุดจากมือทันที
“แปะ…”
เสียงปิ่นกระทบพื้น พร้อมกับแสงที่หายไปในทันที และพลังวิญญาณในปิ่นก็เลือนหายไปเช่นกัน
เด็กหญิงเห็นดังนั้นก็เริ่มรู้สึกน้อยใจ ริมฝีปากสั่นระริกเหมือนจะร้องไห้ออกมา…
จินเป่าเอ๋อพูดขึ้นทันทีโดยไม่ทันคิด “เจ้าสัญญากับข้าแล้วไม่ใช่หรือว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก?”
คำพูดนี้ทำให้เด็กน้อยกลืนก้อนสะอื้นกลับไปทันที ใบหน้าแดงระเรื่อ แสดงสีหน้าน้อยใจสุด ๆ
“พี่สาวใจร้าย!”
หากนางรู้จักคำด่า คงจะสรรหาคำมาต่อว่าจินเป่าเอ๋อไม่ขาด
จินเป่าเอ๋อไม่สนใจนางนัก หยิบปิ่นปักผมขึ้นมาพลิกดู แต่กลับไม่พบการตอบสนองใด ๆ จึงขมวดคิ้วสงสัย
“หรือว่า…พลังวิญญาณในปิ่นหมดลงแล้ว”
บางทีแสงเมื่อครู่คงเป็นพลังวิญญาณสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในปิ่น นางคาดหวังจะใช้พลังนี้วางค่ายกล แต่มันกลับหมดลงเสียก่อน
ขณะที่นางรู้สึกผิดหวังนั้น ก็สัมผัสได้ถึงกระแสพลังวิญญาณที่แรงขึ้นกว่าครั้งก่อน นางรีบหันไปดูพบว่าเด็กหญิงกำลังถือเสื้อคลุมที่ปล่อยพลังวิญญาณออกมาสว่างไสว!
“นี่…นี่…”
จินเป่าเอ๋อตกตะลึง นึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ก็พอจะเข้าใจได้ทันที! ที่แท้พลังวิญญาณไม่ได้มาจากสิ่งของเหล่านี้ แต่มาจากตัวเด็กน้อย! นางไม่ใช่คริสตัลวิญญาณของดินแดนภูติผีหรอกหรือ เหตุใดจึงมีพลังวิญญาณได้
นางหันไปมองเด็กน้อยด้วยสายตาซับซ้อน
“เด็กน้อย…บอกข้าตามตรงเถอะ ที่ปิ่นปักผมเรืองแสงเมื่อครู่ เจ้าทำให้มันเกิดขึ้นใช่หรือไม่”
เด็กหญิงได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นมอง นางเข้าใจไปว่าจินเป่าเอ๋อไม่ชอบให้ตนแตะต้องของเหล่านี้ จึงรีบวางเสื้อคลุมลงแล้วเอ่ยขอโทษอย่างนอบน้อม
"พี่สาว ข้าขอโทษ! ข้าแค่อยากลองดูเฉยๆ ต่อไปจะไม่แตะต้องอีกแล้วเจ้าค่ะ!"
เด็กหญิงแอบเหลือบมองจินเป่าเอ๋ออย่างกลัวๆ ก่อนจะก้มหน้างุด มือเล็กๆ ของนางดึงชุดสีแดงเล่นด้วยท่าทางสำนึกผิด
จินเป่าเอ๋อเห็นดังนั้นก็อดขำไม่ได้ นางเข้าใจจริงๆหรือว่าตนกำลังโกรธเพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยนี้ ความรู้สึกตื่นเต้นแปลกๆ ท่วมท้นจิตใจ รวมทั้งความประหลาดใจ สงสัย และเอ็นดูปนๆ กัน นางยื่นมือไปลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ
"ข้าไม่ได้โกรธเจ้าหรอก ไม่ต้องคิดมากนะ ถ้าชอบของพวกนี้ก็ยกให้ได้ทั้งหมดเลย!"
เด็กหญิงแหงนหน้าขึ้นมองจินเป่าเอ๋อ พอเห็นว่านางไม่ได้โกรธก็ยิ้มร่าเริง แววตาไร้กังวลเปี่ยมไปด้วยความสุข
"พี่สาวใจดีจัง! ไม่โกรธก็ดีแล้ว ข้าชอบพี่สาวมากเลย"
ระหว่างนั้นจินเป่าเอ๋อสังเกตเห็นเสื้อคลุมที่กลับมาหม่นแสงลงบนพื้นแล้ว นางมั่นใจว่าเด็กน้อยคนนี้มีพลังพิเศษบางอย่างที่สามารถสร้างพลังวิญญาณได้ ไม่ว่าจะอย่างไร นางคงไม่ใช่คริสตัลวิญญาณของดินแดนภูติผีเป็นแน่!
"เด็กน้อย เจ้ารู้จักคริสตัลใสที่มีสีบ้างหรือไม่ มันคล้ายคริสตัลภูติผี แต่ต่างกันอยู่เล็กน้อย"
จินเป่าเอ๋อถามด้วยความหวัง แม้จะเป็นไปได้น้อยมากที่จะมีคริสตัลวิญญาณในดินแดนแห่งนี้ แต่ก็ขอลองถามดู
เด็กหญิงเอียงคอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนแบมือออก เผยให้เห็นคริสตัลใสบริสุทธิ์ที่แผ่พลังวิญญาณออกมาอย่างเข้มข้น เป็นคริสตัลคุณภาพสูงที่มีพลังวิญญาณบริสุทธิ์! ในโลกบำเพ็ญเซียน คริสตัลเหล่านี้จะแสดงสีตามคุณสมบัติพิเศษ สีขาวบริสุทธิ์เป็นสีดั้งเดิมของคริสตัลซึ่งหายากมาก
"พี่สาวหมายถึงอันนี้หรือเปล่า พี่สาวชอบสิ่งนี้หรือ"
เด็กหญิงถามด้วยใบหน้างุนงง ในใจสงสัยว่าพี่สาวที่เพิ่งบอกให้ตนไม่ร้องไห้กลับชอบคริสตัลซึ่งเป็นเหมือนน้ำตาของนางหรือนางจะชอบให้ตนร้องไห้กันแน่
จินเป่าเอ๋อมองคริสตัลในมือด้วยความยินดี
“เด็กน้อย ข้าต้องการสามเม็ด!”
เด็กหญิงรีบหยิบคริสตัลออกมาอีกสามเม็ดอย่างว่าง่าย นางมั่นใจแล้วว่าพี่สาวชอบน้ำตาของตนจริงๆ! ต่อไปจะร้องไห้ตอนไหนก็คงร้องได้เต็มที่!
“ดีมาก เจ้ารออยู่ตรงนี้นะ เราจะได้ออกไปจากที่นี่กันเสียที!”
จินเป่าเอ๋อเริ่มดำดิ่งเข้าสู่การวางค่ายกลตามขั้นตอนที่ผุดขึ้นในหัวโดยไม่สนใจเด็กหญิงที่กำลังเล่นสนุกอยู่ใกล้ๆ
ขณะเดียวกัน ด้านนอกเหมืองคริสตัลภูติผี เหล่าภูติผีกว่าพันนายเฝ้าระวังปากทางอย่างเข้มงวด หวังจับตัวใครบางคนหากนางกล้าออกมา ขณะที่ราชาผีซาเหลิ่งได้กลับไปยังตำหนักของตนเรียบร้อยแล้ว
พิธีคัดเลือกชายากำลังจะเริ่มต้นขึ้น ในห้องโถงของผู้เข้าร่วม หญิงสาวภูติผีหลายร้อยนางที่งดงามจนยากจะละสายตาได้ยืนรออยู่
บนเวทีสูงด้านนอก ชายร่างผอมบางใบหน้าเคร่งขรึม นั่งอยู่เงียบๆ ท่ามกลางหมอกเทาจางๆ ที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่รอบกาย ดูลึกลับน่าสะพรึงกลัว โดยมีสาวงามในชุดขาวบริสุทธิ์ที่นั่งข้างๆ ใบหน้านางอ่อนหวานเย้ายวนทันทีที่ปรากฏตัว เหล่าภูติผีก็จับจ้องไปที่นางเป็นตาเดียว
“นี่ใช่หญิงสาวที่ท่านราชาผีเจอข้างนอกเมืองเมื่อวันก่อนหรือเปล่านะ นางไม่เหมือนใครจริงๆ ขนาดกล้าใส่ชุดขาวสว่างมาที่นี่…”
“เจ้าคิดว่านางจะใช่คนเดียวกับที่ผู้ทำนายเมื่อร้อยปีก่อนพูดถึงหรือเปล่า ที่ว่าผู้กล้าสวมชุดขาวจะมาปรากฏตัว นางมาถึงในชุดขาวพอดี อีกทั้งอายุแค่สิบกว่าปี แต่แข็งแกร่งถึงขั้นจินตัน คงหาได้ยาก”
“คำทำนายน่ะหรือ ไม่น่าจะใช่กระมัง! นั่นมันก็แค่เพ้อเจ้อของคนแก่ตอนใกล้ตายเท่านั้นเอง”
เหล่าภูติผีต่างพากันพูดคุยไปมาจนสาวงามชุดขาวกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนในทันที!
ซูเซียนจือใบหน้าซีดเผือด ขณะกำชายเสื้อแน่น แววตาฉายความหวาดกลัวสุดขีด
ไม่มีใครรู้ว่าในใจนางหวาดหวั่นมากเพียงใด!
เมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนที่นางถูกพาตัวมาที่นี่ นางรู้ตัวว่าตนได้ตายไปแล้ว ความรู้สึกเคียดแค้นยังอัดแน่นอยู่ในใจ
แต่ถึงอย่างนั้น นางก็รู้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือต้องวางแผนให้รอดในดินแดนภูติผี
แต่สิ่งที่นางคิดผิดมหันต์ก็คือ ราชาผีผู้นี้ช่างเป็นคนวิปลาสโดยแท้! ในคืนแรกที่นางมาถึงเมืองภูติผีนี้ เขาก็แสดงนิสัยวิปริตโดยดูดกลืนวิญญาณของผู้บำเพ็ญเพียรขั้นจินตันต่อหน้าต่อตานาง จนพวกเขาสลายหายไปหมดสิ้น
ที่น่าหวาดกลัวไปกว่านั้นคือในวันถัดมา เขาได้ชำแหละภูติผีขั้นฮว่าชินต่อหน้าต่อตานางอีกครั้ง ควักแก่นกายของภูติผีนั้นออกมาแล้วเคี้ยวกินเป็นๆ! ภาพที่เห็นนั้นช่างสยดสยองจนยากจะลืมเลือน
แม้นางจะไม่รู้ว่าราชาผีผู้นี้ต้องการสื่อสิ่งใดจากการกระทำวิปลาสเช่นนี้ แต่ใจของนางก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนแทบเสียสติไปหลายครั้ง!
เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบจากเหล่าภูติผี นางก็เริ่มสังหรณ์ใจขึ้นมาว่าบางที…
หรือว่าที่เคยมีคำทำนายว่า ผู้กล้าชุดขาวจะปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อคุกคามราชาผีผู้นี้ นั่นจะหมายถึงนางหรือ