- หน้าแรก
- เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นทาสโอสถ แต่ดันมีระบบเก็บเลเวลจากศพสุดโกง
- บทที่ 720 - เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว
บทที่ 720 - เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว
บทที่ 720 - เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว
บทที่ 720 - เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว
ในที่สุด เฉินเฟิงก็ได้กลับมาสัมผัสความรู้สึกเพลิดเพลินจากการขายโอสถเหมือนตอนอยู่โลกเบื้องล่างอีกครั้ง
ต่อให้หลายคนจะไม่ซื้อ แต่ก็ยังแวะเวียนเข้ามาดู
เมื่อมีคนดูเยอะเข้า ก็ย่อมมีคนตัดสินใจซื้อ
แม้ว่าโอสถที่ขายออกไปส่วนใหญ่ในครั้งนี้จะเป็นโอสถทะยานเซียนเบญจธาตุ ซึ่งมีผลเฉพาะกับผู้ฝึกตนระดับเซียน ทว่ามันก็ทำให้เฉินเฟิงรู้สึกปลื้มปิติเป็นอย่างยิ่ง
ต้นทุนในการหลอมโอสถทะยานเซียนเบญจธาตุหนึ่งเตาอยู่ที่ประมาณสิบห้าหินเซียน เมื่อหลอมสำเร็จแล้วสามารถขายได้ถึงเก้าสิบหินเซียน นี่มันกำไรมหาศาลชัดๆ
แน่นอนว่า ยิ่งโอสถมีระดับสูงเท่าไหร่ กำไรก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ทว่าก็หลอมยากขึ้นตามไปด้วย
แถมยังมีอีกหลายคนที่เข้ามาสอบถามถึงโอสถที่ใช้สำหรับบำรุงพลังประจำวันของผู้ฝึกตนระดับเทียนเซียนไปจนถึงเจินเซียน ซึ่งเฉินเฟิงไม่มีของพวกนั้นเลย
เมื่อท้องฟ้ามืดมิดลง ลานประลองอสูรก็เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองประจำวัน
เฉินเฟิงเก็บข้าวของและเดินจากไป เมื่อได้ยินเสียงโห่ร้องที่ดังออกมาจากลานประลองอสูร
เฉินเฟิงไม่ได้กลับไปยังเรือนหลังเล็กที่เขาเช่าไว้ แต่ตรงไปยังร้านขายสมุนไพร เพื่อซื้อวัตถุดิบสำหรับหลอมโอสถในคืนนี้เสียก่อน
รวมถึงต้องการซื้อสูตรยาเพิ่มเติม เพื่อที่จะหลอมโอสถสำหรับบำรุงพลังให้ผู้ฝึกตนระดับเทียนเซียน เจินเซียน ไปจนถึงเสวียนเซียนด้วย
มองดูแผ่นหลังของเฉินเฟิงที่เดินจากไป ชายชราคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นตรงจุดที่เขาเคยตั้งแผงลอย ในมือยังคงกำขวดโอสถหยั่งรู้สัจธรรมยืมวิถีเต๋าเอาไว้
"นักปรุงยาเซียนระดับสี่หรือ หึ ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้เฒ่าหน้าไหนมันมาล้อเล่นกับข้าแบบนี้"
สิ้นเสียง ร่างนั้นก็เลือนหายไปจากจุดเดิมราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน แม้แต่ผู้คนรอบข้างก็ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย
ลานประลองอสูร ภายในห้องพักอันหรูหราอลังการ
สยงขุยกำลังจับจ้องโอสถเจินเซียนในมือด้วยแววตาครุ่นคิด
ภาพใบหน้าอันอ่อนเยาว์เกินวัยของชายผู้นั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขา มุมปากของเขาปรากฏรอยยิ้มเหยียดหยาม
"นักปรุงยาเซียนระดับสี่ที่ยังหนุ่มขนาดนั้นเชียวหรือ" สยงขุยเผยรอยยิ้มดูแคลน
เขาไม่เชื่อคำพูดของเจ้านั่นเลยแม้แต่คำเดียว เขาถึงขั้นสงสัยว่าไอ้นักปรุงยาเซียนระดับสี่จอมปลอมนั่นกำลังดักรอเขาอยู่แน่ๆ
"คุณชายน้อย ท่านเรียกข้าหรือ"
ชายชราหนวดเคราขาวโพลนผู้หนึ่งเดินเข้ามาจากด้านนอก เอ่ยถามด้วยความนอบน้อม
สยงขุยยิ้มบางๆ พลางเอ่ย "ท่านหมอหวัง ท่านลองดูสิว่าโอสถเจินเซียนเม็ดนี้มีปัญหาอะไรหรือไม่"
ท่านหมอหวังรับโอสถเจินเซียนจากมือสยงขุยมาพิจารณาดูอย่างละเอียด
"ลวดลายเมฆา ถึงกับมีลวดลายเมฆาด้วย ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ ไม่คิดเลยว่าบนโลกนี้จะมีนักปรุงยาเซียนที่เก่งกาจถึงเพียงนี้" ท่านหมอหวังเอ่ยเสียงสั่น แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
เนิ่นนานผ่านไป ท่านหมอหวังถึงได้ยอมส่งโอสถเม็ดนั้นคืนให้สยงขุยด้วยความเสียดาย
"ท่านหมอหวัง สรุปแล้วโอสถเจินเซียนเม็ดนี้มีปัญหาอะไรหรือไม่" สยงขุยเอ่ยถาม
"ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน คุณชายน้อย โอสถที่ถูกหลอมออกมาจนเกิดลวดลายเมฆาได้นั้น ไม่สามารถถูกดัดแปลงหรือตุกติกอะไรได้เลยแม้แต่น้อย มิเช่นนั้นลวดลายเมฆาก็จะไม่มีทางปรากฏขึ้น ไม่ทราบว่าคุณชายน้อยไปซื้อโอสถเม็ดนี้มาจากที่ใด ข้าน้อยอยากจะขอไปคารวะปรมาจารย์นักปรุงยาท่านนี้สักหน่อย ผู้ที่สามารถหลอมโอสถเจินเซียนจนเกิดลวดลายเมฆาได้ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นนักปรุงยาเซียนระดับสาม หรือไม่ก็ระดับสี่อย่างแน่นอน" ท่านหมอหวังกล่าวด้วยความตื่นเต้น
หืม
เรื่องราวชักจะผิดไปจากที่สยงขุยคาดการณ์ไว้เสียแล้ว
เขามองหน้าท่านหมอหวัง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงขรึมว่า "ท่านหมอหวัง ข้าจำได้ว่าระดับพลังบำเพ็ญเพียรของท่านก็บรรลุถึงระดับเทียนเซียนขั้นที่เก้าแล้วสินะ โอสถเจินเซียนเม็ดนี้ ข้าขอมอบให้ท่าน ท่านจงกลืนกินมันเดี๋ยวนี้เลยเถิด"
ท่านหมอหวังมองคุณชายน้อยด้วยความปลื้มปิติ รีบกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ขอบพระคุณคุณชายน้อย ขอบพระคุณคุณชายน้อย"
ท่านหมอหวังรับโอสถเม็ดนั้นมาด้วยความดีใจจนเนื้อเต้น ทว่าในจังหวะที่กำลังจะเก็บมันลงไป กลับถูกสยงขุยห้ามเอาไว้เสียก่อน
"ข้าจำได้ว่าคนที่ขายโอสถให้ข้าเขาบอกไว้ว่า ขอเพียงบรรลุถึงขั้นที่เก้าก็สามารถกินได้เลย ไม่ต้องรอให้ถึงระดับเทียนเซียนขั้นสูงสุด ท่านจงกินมันตรงนี้เดี๋ยวนี้เลยเถิด ข้าอยากจะรู้เหมือนกันว่าปรมาจารย์นักปรุงยาที่ท่านเลื่อมใสนักหนาจะมีฝีมือสักแค่ไหน" สยงขุยกล่าวด้วยรอยยิ้ม
มีหรือที่ท่านหมอหวังจะไม่เข้าใจ นี่มันหมายความว่าคุณชายน้อยไม่ได้เชื่อใจคนผู้นั้นเลย และกำลังใช้เขาเป็นหนูทดลองยาชัดๆ
ทว่าเขาไม่สนหรอก ท้ายที่สุดแล้วนี่ก็คือโอสถเจินเซียนที่มีลวดลายเมฆาของแท้
เดิมทีเขาอาจจะต้องใช้เวลาบำเพ็ญเพียรอีกหลายสิบปีถึงจะบรรลุระดับเทียนเซียนขั้นสูงสุด และเมื่อถึงตอนนั้นก็ยังต้องมาเตรียมตัวทะลวงระดับเข้าสู่ขอบเขตเจินเซียนอีก
หากทะลวงไม่สำเร็จ เส้นลมปราณเสียหาย ชาตินี้ก็คงหมดหวัง ทว่าในยามนี้เขากลับมีทางเลือกที่สองแล้ว
"ขอรับ คุณชายน้อย" ท่านหมอหวังตอบรับด้วยรอยยิ้ม
เขาไม่รีรอ นั่งขัดสมาธิลงบนพื้น หลังจากปรับลมปราณเพียงชั่วครู่ เขาก็กลืนโอสถเจินเซียนเม็ดนั้นลงไปทันที
พลังเซียนอันมหาศาลไหลบ่าทะลักเข้ามาในร่างกาย ระดับพลังเทียนเซียนขั้นที่เก้าของเขาเกิดการสั่นคลอนในชั่วพริบตา จากนั้นก็พุ่งทะยานราวกับเขื่อนแตก มุ่งหน้าเข้าสู่ระดับเทียนเซียนขั้นสูงสุดอย่างรวดเร็ว
เพียงไม่นาน พลังอันแข็งแกร่งก็ปะทุออกมาจากร่างของเขา ก่อตัวเป็นพายุลูกย่อมๆ ภายในห้อง
สยงขุยเอาแต่จ้องมองอาการของท่านหมอหวังตาไม่กะพริบ โดยไม่สนใจสภาพความวุ่นวายภายในห้องเลยแม้แต่น้อย
"เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้น..."
"ไสหัวไป"
เสียงร้อนรนดังมาจากนอกประตู ทว่าหลังจากโดนสยงขุยตวาดใส่ เสียงนั้นก็เงียบหายไปในทันที
สีหน้าของสยงขุยเข้มขึ้น นี่คือเงินแปดแสนหินเซียนเชียวนะ แม้ที่บ้านเขาจะร่ำรวย แต่เมื่อนึกถึงจำนวนเงินมหาศาลที่ถูกตาเฒ่าคนนี้ผลาญไปต่อหน้าต่อตา เขาก็อดรู้สึกเสียดายไม่ได้
ประเด็นสำคัญคือ โอสถเม็ดนี้ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไรเลยจริงๆ
เพียงไม่นาน กลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของขอบเขตเจินเซียนก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างของท่านหมอหวัง เขาได้ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเจินเซียนแล้ว
นับตั้งแต่กลืนโอสถเจินเซียนลงไปจนกระทั่งท่านหมอหวังลืมตาขึ้น ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ทว่าท่านหมอหวังกลับก้าวกระโดดจากระดับเทียนเซียนขั้นที่เก้าทะลวงเข้าสู่ระดับเจินเซียนขั้นที่หนึ่งได้สำเร็จ
แม้ระดับพลังจะยังไม่มั่นคงนัก ทว่าขอเพียงลางานกลับไปปรับพื้นฐานพลังสักสองวันก็คงไม่มีปัญหาแล้ว
"ขอบพระคุณคุณชายน้อย ขอบพระคุณคุณชายน้อย" ท่านหมอหวังกล่าวด้วยความปลื้มปิติ
สีหน้าของสยงขุยกลับดูอึมครึมน่ากลัว เขาเอ่ยเสียงขรึมว่า "โอสถเจินเซียนเม็ดนี้ราคาแปดแสนหินเซียน หักออกจากค่าจ้างของท่านก็แล้วกัน ท่านออกไปได้แล้ว"
ท่านหมอหวังชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มขื่น ดูเหมือนว่าเขาจะสำคัญตัวเองผิดไปสินะ นึกว่าคุณชายน้อยเห็นถึงความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนักของเขาเสียอีก
หลังจากท่านหมอหวังออกไป สีหน้าของสยงขุยก็ยังคงย่ำแย่
ตามความคาดหมาย ในยามนี้เขาควรจะได้เป็นผู้ฝึกตนระดับเจินเซียนแล้ว
ดูเหมือนว่าคงต้องรอพรุ่งนี้ค่อยไปซื้อมาอีกสักเม็ดแล้วล่ะ
"เด็กๆ"
สิ้นเสียง องครักษ์ที่คอยเฝ้าอยู่หน้าประตูก็เดินเข้ามาด้านใน
"ไปสืบดูซิว่านักปรุงยาเซียนระดับสี่ที่มาตั้งแผงลอยในวันนี้เป็นใครมาจากไหน ไปจัดการมาให้เร็วที่สุด" สยงขุยสั่งการเสียงเย็น
องครักษ์รับคำสั่งแล้วรีบเดินออกไปทันที
วันนี้เป็นวันแรกที่เฉินเฟิงนำโอสถออกมาวางขายในฐานะนักปรุงยาเซียนระดับสี่ สำหรับคนที่พบเห็นเฉินเฟิงในวันนี้ ส่วนใหญ่ก็มองเป็นแค่เรื่องขบขันเท่านั้น
ทว่าพวกเขาหารู้ไม่ว่า เมืองราชันย์กระบี่แห่งนี้กำลังจะต้อนรับเศรษฐีหน้าใหม่ในเร็วๆ นี้แล้ว
[จบแล้ว]