- หน้าแรก
- สั่งพร็อพประกอบฉาก แต่ไหงได้ลิฟต์อวกาศมาซะงั้น?!
- บทที่ 500 ประมูลโปรเจกต์ดาวอังคาร? ทุนสร้างหนังของผู้กำกับไม่ขาดแคลนแล้ว!
บทที่ 500 ประมูลโปรเจกต์ดาวอังคาร? ทุนสร้างหนังของผู้กำกับไม่ขาดแคลนแล้ว!
บทที่ 500 ประมูลโปรเจกต์ดาวอังคาร? ทุนสร้างหนังของผู้กำกับไม่ขาดแคลนแล้ว!
การเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ ของโปรเจกต์อวกาศและโปรเจกต์ยานพาหนะ สำหรับการเดินทางในเมืองรุ่นใหม่ที่ใช้ยานอวกาศเป็นพื้นฐาน ย่อมเป็นศูนย์รวมของเหล่านักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และนักออกแบบระดับแนวหน้าของประเทศหลง
ความเคลื่อนไหวนี้ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ จากชาวต่างชาติอย่างรวดเร็ว
"ทำไมชาวประเทศหลงพอขึ้นไปบนดวงจันทร์ได้แล้ว เทคโนโลยีถึงได้ระเบิดตู้มต้ามก้าวกระโดดขนาดนี้ล่ะ ให้ความรู้สึกเหมือนพวกเราไม่ได้อยู่บนดาวเคราะห์ดวงเดียวกันเลย!"
"ไม่ต้องพูดเรื่องอื่นหรอกนะ การที่พวกเขากำลังวางแผนจะไปทำเหมืองบนดาวอังคารเนี่ย เป็นอะไรที่ฉันคาดไม่ถึงจริงๆ!"
"แล้วพญาอินทรีของพวกเรา จะขึ้นไปบนดาวอังคารบ้างเมื่อไหร่ล่ะ? คนอื่นเขาเริ่มบุกเบิกกันแล้ว พวกเรายังส่งคนขึ้นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!"
"นี่น่าจะเป็นแผนงานร้อยปีใช่ไหม? ถ้าบอกว่าเป็นแผนงานในอีกสิบปีข้างหน้า ฉันคงประสาทแดกแน่!"
"ชาวประเทศหลงนี่วิวัฒนาการไปแล้วเหรอ? แล้วทำไมตอนวิวัฒนาการถึงไม่พาพวกเราไปด้วยล่ะ?"
"วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ต้องอิจฉาชาวประเทศหลง!"
ชาวเน็ตต่างชาติกำลังถกเถียงกันบนอินเทอร์เน็ต ผู้เชี่ยวชาญของพวกเขาก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ เช่นกัน
การที่ประเทศหลง ประกาศแผนการสองแผนติดต่อกัน ทำให้พวกเขามองเห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศหลง ที่จะก้าวออกไปพัฒนาระบบสุริยะในก้าวต่อไป!
เหล่าผู้เชี่ยวชาญ ที่เดิมทีกังวลเรื่องทรัพยากรบนบลูสตาร์มีจำกัด พลันมองเห็นความหวังขึ้นมา เทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชันแบบควบคุมได้ ประเทศหลงไม่มีทางยอมแชร์ให้แน่ๆ แต่จะเป็นไปได้ไหม ที่พวกเขาจะสามารถร่วมมือกันในโปรเจกต์อื่นๆ ได้?
ไม่นานนัก ตัวแทนจากประเทศต่างๆ ก็แห่กันมาขอร่วมมือจนหัวกระไดไม่แห้ง แต่ตัวแทนส่วนใหญ่กลับไม่ได้พบกับผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องเลย
เจตนาของเจียงเฉินนั้นชัดเจนมาก จะร่วมมือก็ได้ แต่กลุ่มแรกที่จะพิจารณาต้องเป็นประเทศที่เข้าร่วมหน่วยลาดตระเวนอวกาศเท่านั้น ประเทศเหล่านี้คือกลุ่มแรกที่เชื่อมั่นในตัวเขา เจียงเฉินรู้สึกว่าหากต้องร่วมมือกัน การหาพวกเขาย่อมปลอดภัยกว่า
ทว่าในบรรดาประเทศเหล่านี้ ก็จำเป็นต้องแบ่งกลุ่มในการร่วมมือตามลำดับด้วย อย่างเช่นทาเคชิ อิจิซู และเอ็ดเวิร์ดที่เพิ่งจะย้ายมาเข้าร่วมโปรเจกต์กลางคัน ลำดับของพวกเขาก็ย่อมต้องถูกปัดไปอยู่ท้ายๆ
ในเมื่อเจียงเฉินพูดมาแบบนี้ ทุกคนก็ย่อมต้องทำตามที่เขาบอกอย่างแน่นอน
ไม่นาน ประเทศที่เข้าร่วมโปรเจกต์หน่วยลาดตระเวนอวกาศ ก็ส่งกลุ่มนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของพวกเขามาทันที
กลุ่มคนเดินทางมาถึงประเทศหลง ด้วยความตื่นเต้นอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ในวันแรกของการประชุม เจียงเฉินก็ให้ MOSS แจกจ่ายไฟล์เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ "จรรยาบรรณการทำงานวิจัยของประเทศหลง" ลงไป
เพื่อรับประกันว่างานวิจัยบนเทห์ฟากฟ้าอื่นๆ จะสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น นอกเหนือจากข้อควรปฏิบัติที่ต้องปฏิบัติตามในชีวิตประจำวันแล้ว ยังมีการเขียนกฎข้อหนึ่งไว้อย่างชัดเจนเป็นพิเศษว่า—— "ห้ามรบกวนความคืบหน้าในการถ่ายทำของกองถ่ายผู้กำกับกัว"
สิ่งนี้ทำให้กลุ่มนักวิชาการต่างชาติถึงกับตกตะลึง บนเทห์ฟากฟ้าอื่นๆ ถึงกับมีฐานถ่ายทำภาพยนตร์ด้วย ดูเหมือนว่าข่าวลือจะไม่ใช่เรื่องโกหก ศักยภาพทางเทคโนโลยีของประเทศหลงฮาร์ดคอร์ถึงขั้นที่ว่า จะต้องไปถ่ายทำภาพยนตร์กันจริงๆ บนเทห์ฟากฟ้าดวงอื่นแล้ว!
ถ้าไม่ใช่เพราะประเทศมีอำนาจและทุนทรัพย์มหาศาล ใครจะกล้าเล่นใหญ่ขนาดนี้!
หลังจากเหล่านักวิชาการวิจัยเห็นกฎข้อนี้ ความเคารพที่พวกเขามีต่อประเทศหลงและเจียงเฉินก็ยิ่งลึกซึ้งมากขึ้นไปอีก!
ทางฝั่งพญาอินทรีเมื่อเห็นโปรเจกต์ของพวกเขา ก็เริ่มตาร้อนผ่าวขึ้นมาเช่นกัน โดยเฉพาะพอได้ยินว่าเจียงเฉินจะให้กัวฝานไปถ่ายหนังบนดาวอังคาร นักวิทยาศาสตร์ของพญาอินทรีก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
"สถานที่ที่พวกเราไปไม่ได้ พวกเขากลับเอามาใช้ถ่ายหนังเนี่ยนะ? นี่มันใช้ของเสียของชัดๆ!"
"แล้วตอนนี้จะทำยังไงดี? มีวิธีสร้างยานแม่อวกาศที่เหมือนกับยานจู้หรงของพวกเขาออกมาอย่างรวดเร็วบ้างไหม?"
"จะสร้างบ้าอะไรล่ะ ยานสตาร์ชิปคราวที่แล้วก็บินจนพังไม่เป็นท่าไปแบบนั้น ตอนนี้ใครจะมีปัญญาไปสร้าง?"
"ถ้าไม่ได้จริงๆ พวกเราก็ส่งคนไปขอร่วมมือด้วยเลยสิ! แบบนี้จะช่วยประหยัดเวลาในการวิจัยของพวกเราไปได้เยอะเลยนะ!"
"ไอเดียก็ไม่เลวหรอก แต่เขาจะยอมเหรอ?"
ในขณะที่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์กำลังคิดหน้าคิดหลัง มาร์กก็พิจารณาเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้ว เขารู้สึกว่าเวลาแบบนี้ยังจะห่วงหน้าตาไปทำไม ตอนนี้โปรเจกต์อวกาศของประเทศหลงมีกว่าห้าสิบประเทศที่มีโอกาสได้เข้าร่วมแล้ว
ตั้งแต่เริ่มพัฒนาด้านอวกาศ ระดับการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศหลงก็กลายเป็นตัวตนที่ประเทศอื่นต่อให้ควบม้าตามก็ยังตามไม่ทัน ในเวลานี้หากชาวพญาอินทรียังขยับตัวช้าไปอีกก้าว มาร์กกังวลว่าพวกเขาคงจะขอแบ่งส่วนแบ่งทรัพยากรอวกาศได้ยากแล้ว
ดังนั้นในเวลานี้ การไปขอความร่วมมือด้วยตัวเองจึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุด
ในเมื่ออีกฝ่ายมีเทคโนโลยีสำเร็จรูปอยู่แล้ว งั้นพวกเขาก็สามารถใช้โอกาสนี้ไปวิจัยของอย่างอื่นได้เลย พอเป็นแบบนี้ ปัญหาเรื่องระยะเวลาการวิจัยที่ยาวนานในช่วงแรกก็จะได้รับการแก้ไข แถมยังจะได้ส่วนแบ่งทรัพยากรอวกาศมาอีกนิดหน่อยด้วย
มาร์กประกาศต่อสาธารณชนว่า ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีความมั่นใจในยานสตาร์ชิปที่บริษัทของตัวเองพัฒนาขึ้นมา แต่รู้สึกว่าต่อให้ตอนนี้จะเร่งเครื่องวิจัยเต็มกำลัง กลับจะเป็นเรื่องที่ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย เขาจึงหวังว่าจะได้ร่วมมือกับเจียงเฉิน
ความเคลื่อนไหวนี้ได้รับการสนับสนุนจากทุกแวดวงของพญาอินทรีทันที
มีเทคโนโลยีสำเร็จรูปให้ใช้แต่ไม่ใช้ ดันจะไปวิจัยเอง แบบนั้นไม่ใช่คนโง่เหรอ?
ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่ทำให้พญาอินทรีใส่ใจมากก็คือ ขนาดอุปกรณ์อวกาศระดับยานจู้หรงยังเปิดเผยออกมาแล้ว เทคโนโลยีที่เจียงเฉินยังไม่ได้เปิดเผยเป็นการส่วนตัวจะมีอีกตั้งเท่าไหร่?
เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ตรงหน้า หลังจากพญาอินทรีปรึกษากับมาร์กแล้ว พวกเขาก็ตัดสินใจไปขอร่วมมือกับเจียงเฉินอย่างเป็นทางการ
หลังจากเจียงเฉินได้รับอีเมลของมาร์ก เขาก็รู้ล่วงหน้ามาตั้งนานแล้วว่าอีกฝ่ายจะมาขอร่วมมือ
แต่การอยากจะร่วมมือกับเจียงเฉิน มันจะไปง่ายดายขนาดนั้นได้ยังไง
"ศาสตราจารย์เจียง ตอนนี้มาร์กมาขอร่วมมือ พวกเราจะปฏิเสธไปตรงๆ เลยไหมครับ?" กัวฝานที่มาหาเจียงเฉินถามขึ้นมาลอยๆ เขายื่นชาเขียวเย็นให้เจียงเฉินหนึ่งแก้ว ช่วงนี้เจียงเฉินชอบดื่มชาเขียวเย็น กัวฝานก็เลยพลอยชอบตามไปด้วย
ตอนนี้แทบจะไม่ห่างมือเลยในแต่ละวัน
"ปฏิเสธไปตรงๆ มันก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ ยังไงซะเขาก็ยอมทิ้งหน้าตามาขอร่วมมือ จะไม่ไว้หน้าอีกฝ่ายเลยก็คงไม่ได้ ประเทศอื่นอีกร้อยกว่าประเทศก็จ้องดูอยู่"
"ก็จริงครับ ถ้าจัดการเรื่องนี้ไม่ดี ก็จะโดนคนพวกนั้นใส่ร้ายเอาอีก ศาสตราจารย์เจียงตั้งใจจะทำยังไงครับ?"
"การดำเนินโปรเจกต์ดวงจันทร์ และดาวอังคารสองโปรเจกต์ไปพร้อมๆ กัน พูดตามตรง ถึงแม้ทุนจะไม่ขาดแคลน แต่มันก็ไม่ได้มีเหลือเฟือ ในเมื่อประเทศอื่นมีความตั้งใจอยากจะมาร่วมกับเรา พวกเราก็สู้ให้พวกเขามาแย่งโควตากันเอาเองเลยดีกว่า"
"ขายโควตาเหรอครับ?"
"เปล่า ให้ประมูลต่างหากล่ะ ใครให้ราคาสูงสุดก็รับไป ถ้าตั้งราคาขายตายตัว พอขายถูกไปพวกเราเองก็จะรู้สึกไม่คุ้ม เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คือการประมูล อิงจากสถานการณ์ตอนนี้ มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะปั่นราคาจนสูงลิ่วได้"
"โควตาหนึ่งอาจจะสูงถึงหลักแสนล้านเลยมั้ง" เจียงเฉินประเมิน
กัวฝานตกใจกับตัวเลขนี้ เดิมทีเขาคิดว่าโปรเจกต์ถ่ายทำภาพยนตร์ เงินทุนที่ผ่านมือเขามาก็มีเยอะมากพอแล้ว ผลปรากฏว่าเขานึกไม่ถึงเลยว่าแวดวงวิจัยทางวิทยาศาสตร์ต่างหากที่เป็นตัวผลาญเงินที่แท้จริง!
"แล้วจะจัดประมูลเมื่อไหร่ล่ะครับ?"
"น่าจะจัดขึ้นในเร็วๆ นี้นะ เพียงแต่ตอนนี้เรื่องเวลายังไม่ค่อยแน่ชัดเท่าไหร่ ผมอยากให้พวกเขาทุกคน ได้เห็นความประจักษ์ของยานจู้หรงซะก่อน แล้วค่อยให้ไปประมูล"
กัวฝานสมองแล่นปรู๊ด เข้าใจความคิดของอีกฝ่ายในพริบตา
"นี่คือการให้พวกเขาเข้าใจถึงมูลค่าก่อนแล้วค่อยเสนอราคาเหรอครับ?"
"ใช่ ทำแบบนี้ถึงจะเสนอราคาสูงๆ ตอนประมูลได้ไง!"
"ผู้กำกับกัวลองคิดดูสิ เงินที่พวกเราใช้ถ่ายหนังมาจากไหน? ก็ต้องพึ่งพาทางการคอยหนุนหลังให้ทั้งนั้น ด้วยเงื่อนไขของกองถ่ายพวกเราในตอนนี้ ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางรับเงินลงทุนจากต่างชาติได้หรอก"
"ยกเว้นแต่จะเป็นธุรกิจของพวกเราเอง แบบนั้นถึงจะยังมีโอกาสรับเงินลงทุนจากคนอื่นได้ แต่ถ้ายกตัวอย่างแอปเปิลเนี่ย ต่อให้อีกฝ่ายยอมให้ฝั่งตัวร้ายใช้มือถือของพวกเขา เพื่อแลกกับโอกาสในการร่วมลงทุน สุดท้ายก็ถูกปัดตกไปอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?"
(จบบท)