เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 80  ข้อเสนอที่ปฎิเสธไม่ได้ !

TXV – 80  ข้อเสนอที่ปฎิเสธไม่ได้ !

TXV – 80  ข้อเสนอที่ปฎิเสธไม่ได้ !


TXV – 80  ข้อเสนอที่ปฎิเสธไม่ได้ !

          จู้งเหว่ยกลับเข้ามาที่สำนักงานพร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือ

 

          “โทรแล้วหรือ? หรือมันไม่มีสัญญาณตอบรับ บางทีบริษัทของคุณอาจจะอยู่ไกลเกินไปและหัวหน้าของคุณก็คงจะไม่มีอำนาจที่นี่  ใช่ไหมล่ะ?” ลี่หยู่หลานพูดเยาะเย้ย

 

จู้งเหว่ยมองไปที่ลี่หยู่หลานแล้วยิ้ม “คุณคือลี่หยู่หลานใช่ไหม? ผมจะจำชื่อคุณไว้”

 

          ลี่หยู่หลานยักไหล่ “แล้วคุณจะทำอะไรถ้าหากจำชื่อฉันได้?”

 

          “รอดูล่ะกัน !” จู้งเหว่ยพูด

 

          ทันใดนั้นเองโทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้น

 

          เหลี่ยวเตอเชิงกำลังจะหยิบมันขึ้นมา แต่จู้งเหว่ยก็ชิงหยิบก่อนและกดปุ่มเปิดลำโพง

 

          เสียงของผู้ชายดังออกมาจากลำโพง “เหลี่ยวเตอชายหนุ่มชื่อเซี่ยเหล่ยอยู่ที่นั่นไหม?”

 

          ท่าทางของลี่หยู่หลานเปลี่ยนไปในทันที

 

          “เซี่ยเหล่ยได้จดทะเบียนอุตสาหกรรมอาชาสายฟ้าไว้ที่สำนักงานการค้าและพาณิชย์หรือไม่?” เสียงของนายกเทศมนตรีหู่ กล่าว

 

          “ชะ ใช่ครับ” เหงื่อมากมายซึมออกมาบนหน้าผากของเหลี่ยวเตอเชิง

 

           “คุณกำลังขัดขวางเขาและไม่ยอมปล่อยให้เอกสารของเขาได้รับการอนุมัติใช่ไหม?”

 

          “ผม…”

 

          “ไอ้บ้าเอ๊ย! ผมจะให้เวลาคุณครึ่งชั่วโมงเพื่ออนุมัติขั้นตอนทั้งหมด รีบจัดการเรื่องให้เสร็จแล้วให้ใบอนุญาตของบริษัทกับเซี่ยเหล่ยซะ!”

 

          “ครับ ครับ ผมจะรีบดำเนินการทันที”

 

          “มาที่สำนักงานของผมหลังจากที่คุณจัดการเรื่องทั้งหมดเสร็จแล้วด้วยล่ะ ผมต้องคุยกับคุณ!” นายกเทศมนตรีหู่วางสายไปด้วยการวางโทรศัพท์เสียงดังขณะที่เขาพูดจบ

 

          เหลี่ยวเตอเชิงเช็ดเหงื่อและหันไปพูดกับเซี่ยเหล่ย “คุณเซี่ย ได้โปรดรอสักครู่ ผมจะรีบจัดการให้คุณโดยทันที ใช้เวลาแค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง”

 

          เซี่ยเหล่ยไม่พูดอะไร เขาเอาแต่จ้องมองเหลี่ยวเตอเชิง ฟังจากสิ่งที่นายกเทศมนตรี หู่พูด เหลี่ยวเตอเชิงคงได้ทำงานที่นี่ถึงแค่วันนี้เท่านั้น......

 

          เหลี่ยวเตอเชิงคงถูกไล่ออก สถานที่นี้เคยเป็นที่ๆเขาเป็นเจ้านายของหลายๆคนแต่มันกำลังจะกลายเป็นสถานที่ๆเขาไม่สามารถทนทำงานอยู่ได้อีกต่อไป.....

 

          ลี่หยู่หลานหยิบกระเป๋าของเธอขึ้นมาและเดินไปที่ประตู

 

          เซี่ยเหล่ยขวางทางเธอไว้และพูดอย่างเย็นชา “รอก่อนสิ”

 

          ลี่หยู่หลานถอยกลังกลับด้วยความวิตกกังวล “คุณต้องการอะไร?”

 

          “ส่งข้อความไปบอกสามีของคุณ ถึงแม้ว่าเขาจะหลบซ่อนตัวได้ดีแต่ผมจะตามจับเขาให้ได้ เพื่อนของผมจะต้องไม่ตายเปล่า เขาและคุณจะต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกคุณทำ !” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “ฉัน ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร” สีหน้าของเซี่ยเหล่ยทำให้ลี่หยู่หลานรู้สึกหวาดกลัวอย่างไม่สามารถอธิบายได้

 

          “รีบไปซะสิ” เซี่ยเหล่ยไล่ และปล่อยเธอไป

 

          “คุณ!!” ความโกรธปรากฏขึ้นบนใบหน้าของลี่หยู่หลาน เธอเกลือกตาใส่เซี่ยเหล่ยก่อนจะหยิบกระเป๋าและเดินออกไปจากสำนักงาน

 

          เธอมาเพื่อขัดขวางและทำลายความหวังของเซี่ยเหล่ยที่จะก่อตั้งบริษัทใหม่ภายใต้คำสั่งของฮวงยี่หู่และนี่มันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก ยังไงก็ตามเซี่ยเหล่ยสามารถพลิกเกมกลับได้ และไม่ใช่เพียงแค่นั้น เรื่องที่เขาทำยังสามารถตบหน้าเธอและฮวงยี่หู่ได้อีกด้วย...

 

          เซี่ยเหล่ยมองจู้งเหว่ยและเจียงซิน เขายิ้มและพูด “ขอบคุณมาก ผมคงจะไม่ได้ใบอนุญาตของบริษัทถ้าไม่ได้พวกคุณช่วยเอาไว้”

 

          “อย่าพิธีรีตองอะไรมากเลยเซี่ยเหล่ย เป็นเกียรติของเรามากที่สามารถช่วยคุณได้” จู้งเหว่ยพูด

 

          เจียงซินยิ้ม “คุณเซี่ย คุณเป็นคู่ค้าที่สำคัญมากต่อบริษัทของเรา และตัวคุณเองก็เป็นคนที่มีพรสวรรค์อย่างมากในประเทศของเรา คำขอของคุณถูกต้องและยังเป็นไปตามกฏหมาย เพราะฉะนั้นแล้วเหลี่ยวเตอเชิงก็ไม่ควรมีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาขัดขวางคุณ”

 

          “พวกคุณเมตตาผมมาก ผมขอขอบคุณจากใจจริง แต่ผมคงต้องขอความกรุณาจากพวกคุณอีกครั้งหลังจากได้ใบอนุญาตแล้ว” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          จู้งเหว่ยและเจียงซินมีท่าทางที่เปลี่ยนไป

 

          “คุณต้องการให้พวกเราช่วยเรื่องอะไรคุณเซี่ย? กรุณาบอกความต้องการของคุณมาได้เลย” เจียงซินพูด

 

          “หลังจากที่บริษัทได้จดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ผมได้มองหาที่ดินสำหรับสร้างบริษัทไว้ที่หนึ่งอยู่ติดกับถนนเติสริงส์ ขนาด 13 แปลง ผมอยากจะขอให้พวกคุณช่วยติดต่อซื้อที่ดินผืนนั้นให้ผม” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “เรื่องนี้มัน…” จู้งเหว่ยและเจียงซินมีท่าทางลำบากใจ

 

          “ผมขอแค่เรื่องนี้ และผมจะไม่สร้างปัญหาให้กับพวกคุณหรือบริษัทของพวกคุณอีก ถ้าคุณช่วยผม ผมจะผลิตชิ้นส่วนทุกชิ้นที่พวกคุณต้องการให้ผมทำ” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          จู้งเหว่ยยิ้มอย่างเป็นกังวล “คุณเซี่ย พวกเราไม่มีปัญหาอะไรกับการที่ช่วยให้คุณได้รับใบอนุญาตของบริษัท แต่กับเรื่องที่ดินนี่มัน…”

 

          เจียงซินพูดขึ้นมาเช่นกัน “บริษัทของเราตั้งอยู่ในชิงตู่ อำนาจของเราที่นี่เองก็มีอยู่อย่างจำกัด เราสามารถช่วยทำตามคำของ่ายๆของคุณได้ แต่การได้มาซึ่งที่ดินเป็นอีกเรื่องหนึ่งและเราไม่มีอำนาจในเรื่องนี้”

 

          “คุณถ่อมตัวกันเกินไปแล้ว ผมรู้ว่าพวกคุณมีอำนาจมากแค่ไหน คุณต้องช่วยผม” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “ถ้าอย่างงั้นนะคุณเซี่ย จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่ช่วยคุณ?” จู้งเหว่ยถามเพื่อลองเชิง

 

          “ผมจะผลิตชิ้นส่วนพวกนั้นหลังจากที่ดำเนินการเรื่องที่ดินนี้เสร็จแล้ว และผมจะไม่รับคำสั่งซื้อที่มาจากบริษัทของพวกคุณเพิ่มอีก” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “คุณเซี่ย คุณ…” จู้งเหว่ยดูเป็นกังวล “คุณทำตัวเหมือนเด็กๆเลยนะ”

 

          “ใช่ คุณเซี่ย คุณจะมาเอาแต่ใจแบบนี้ได้ยังไง? เราได้เสนอราคาสูงที่สุดให้คุณแล้ว ในฐานะเจ้าของกิจการคุณจะมาปฏิเสธคำสั่งซื้อของพวกเราได้ยังไง?” เจียงซินพูด

 

          “คุณบอกว่าผมเหมือนเด็ก ใช่ ผมเหมือนเด็กจริงๆ ถ้ามีใครมาตีผมและผมไม่ได้ตีเขากลับ ผมคงไม่มีอารมณ์จะไปโรงเรียน ไม่มีอารมณ์ที่จะทำงาน คุณคงเพิ่งเห็นแค่เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ลี่หยู่หลานและสามีของเธอ ฮวงยี่หู่ มาระรานผม คุณคิดว่าพวกเขาสร้างปัญหาให้ผมแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวหรือ? คุณคิดผิดแล้วล่ะ เธอกับสามีฆ่าเพื่อนของผม!” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “เรื่องนี้…” สีหน้าของเจียงซินดูเจ็บปวด “คุณเซี่ย พวกเราเป็นบริษัทไม่ใช่ตำรวจ สิ่งที่คุณพูดอยู่นอกเหนืออำนาจของเรา การขอความช่วยเหลือสำหรับเรื่องนี้…”

 

          เซี่ยเหล่ยตัดบทเขา และพูดอย่างช้าๆ “ในตอนแรกผมวางแผนไว้ว่าจะหาโอกาสไปต่างประเทศ อาจจะเป็นอเมริกาหรือเยอรมนีเพื่อไปดูเครื่องกลึงที่ทันสมัยที่สุดของพวกเขาและนำกลับมาปรับปรุงบริษัทของตัวเองให้ได้มาตรฐานเดียวกับของพวกเขา แต่ดูเหมือนมันคงไม่ใช่เรื่องจำเป็นอีกต่อไป”

 

          “เดี๋ยวก่อน” จู้งเหว่ยพูดอย่างตื่นเต้น “คุณเพิ่งพูดอะไรออกมา? คุณบอกว่าสามารถปรับปรุงเครื่องกลึงธรรมดาๆให้มีมาตรฐานเดียวกันกับอเมริกาและยุโรปได้งั้นหรือ?”

 

          “มันจะยากแค่ไหนกันล่ะ? ผมก็แค่ต้องไปดูแบบพิมพ์เขียวและเครื่องกลึงของจริงเพื่อที่จะมาปรับปรุงเครื่องกลึงของผมเอง และเมื่อพวกมันได้รับการปรับปรุงแล้ว ผมก็สามารถที่จะผลิตชิ้นส่วนได้มากเท่าที่พวกคุณต้องการ” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “คุณทำได้จริงๆหรือ?” เจียงซินยังคงดูตื่นเต้นมาก

 

          เซี่ยเหล่ยยื่นฝ่ามือของเขาออกมา “พวกคุณจะมาตามหาผมไปทำไมถ้าผมไม่มีความสามารถ? คุณจะช่วยให้ผมได้ใบอนุญาตบริษัทก่อตั้งบริษัทไปทำไม?”

 

          “นั่นมัน…” เจียงซินพูด “เราจะเตรียมกำหนดการไปต่างประเทศให้กับคุณ คุณจะเลือกไปยุโรปหรืออเมริกาก็ได้ ได้ทุกอย่างตามที่คุณต้องการ เรามีช่องทางที่ทำให้คุณสามารถดูพิมพ์เขียวและเครื่องกลึงของจริงได้ เมื่อคุณกลับมาและปรับปรุงเครื่องกลึงสำเร็จเราจึงจะซื้อที่ดินนั้นให้คุณ”

 

          เซี่ยเหล่ยส่ายหน้า “ซื้อที่ดินแล้วผมจะไปต่างประเทศ”

 

          “จะให้เราจะทำอย่างนั้นได้ยังไงคุณเซี่ย?” จู้งเหว่ยพูด

 

          “ซื้อที่ดินแล้วผมจะไปต่างประเทศ” เซี่ยเหล่ยพูดซ้ำ

 

          เจียงซินยิ้มอย่างเซ็งๆ “คุณเหมือนเด็กจริงๆคุณเซี่ย ก็ได้ จู้งเหว่ยและผมไม่สามารถตัดสินใจเรื่องนี้เองได้ เราจะบินกลับไปชิงตู่ เราต้องเอาเรื่องนี้ไปคุยกับหัวหน้าและให้เขาตัดสินใจ แล้วเราจะรีบติดต่อคุณกลับมา”

 

          รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของเซี่ยเหล่ย “ขอบคุณมากครับ แล้วผมจะรอฟังข่าวดี”

 

          “เอาล่ะ เรื่องนี้มันไม่ควรล่าช้า เราจะไปสนามบินตอนนี้ ไว้เจอกันนะคุณเซี่ย” จู้งเหว่ยจับมือกับเซี่ยเหล่ย

 

          เจียงซินจับมือกับเซี่ยเหล่ยเช่นกัน “คุณเซี่ย จำสิ่งที่คุณสัญญาไว้ให้ดี ปรับปรุงเครื่องกลึงของคุณให้ได้มาตรฐานระดับโลกและให้ทันสมัยที่สุด”

 

          “ผมรับประกันได้ว่าถ้าคุณช่วยผมคุณจะได้เห็นเครื่องกลึงแบบนั้นแน่” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          เจียงซินและจู้งเหว่ยจากไปอย่างรวดเร็ว

 

          เสน่ห์ที่โดดเด่นที่สุดของเซี่ยเหล่ยสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศจีนไม่ใช่ความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนที่มีความแม่นยำสูงซึ่งมีเฉพาะยุโรปและอเมริกาเท่านั้นที่ผลิตได้ อีกทั้งพวกเขายังสามารถหาชิ้นส่วนที่ต้องการได้จากช่องทางอื่นๆอีก อย่างเช่นจากประเทศอิสราเอล อย่างไรก็ตาม หากเซี่ยเหล่ยสามารถปรับปรุงเครื่องกลึงแบบธรรมดาให้มีมาตรฐานและความทันสมัยเทียบเท่ากับฝั่งยุโรปและอเมริกาได้ก็จะเป็นผลดีอย่างมากต่อกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศจีน

 

          เซี่ยเหล่ยกล้าที่จะเรียกร้องสิทธิ์ในหลายๆเรื่อง เพราะเขามั่นใจว่าตัวเขาเองมีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศจีนปฏิเสธไม่ได้!

 

          หลางซือเหยามองไปที่เซี่ยเหล่ยอย่างแปลกใจ “คุณเซี่ย คุณจะมั่นใจได้ยังไงว่าพวกเขาจะตอบรับคำขอของคุณ?”

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะ “คุณศึกษาเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ คุณรู้ความหมายของคำว่า ‘สินค้าที่มีคุณค่า’ ใช่ไหม? ผมเป็นเพียงคนเดียวที่มีสิ่งที่พวกเขาต้องการ พวกเขาจะต้องให้ในสิ่งที่ผมต้องการแน่”

 

          “ฉันรู้แนวคิดของสินค้าที่มีคุณค่า แต่นั่นมันคือที่ดิน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะช่วยให้คุณสามารถถือโฉนดที่ดินนั่นได้ แต่คุณมีเงินมากพอจะซื้อมันหรือ?” หลางซือเหยาพูด

 

          ที่ดินบริเวณถนนเติสริงส์มีมูลค่าหลายล้านและมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น จึงไม่แปลกที่จะเห็นป้ายประกาศบอกราคาสูงถึงหลักพันล้านหากที่ดินผืนนั้นอยู่ใกล้ท่าเรือ เธอรู้ว่าเซี่ยเหล่ยแค่มีกิจการเป็นของตัวเองและยังคงอยู่ระหว่างการจดทะเบียนเป็นบริษัท เขาจะมีเงินมากพอสำหรับซื้อที่ดินได้อย่างไร ?

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้ม “คุณหลาง กลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศจีนเป็นบริษัทที่รัฐเป็นเจ้าของ ธุรกิจนี้เป็นของประเทศเราและมันมีความสำคัญมาก มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศจีนที่จะซื้อที่ดินนั้นหากพวกเขาต้องการ ผมพูดจากใจจริงเลยนะว่าผมไม่มีเงิน และผมคงให้ได้แค่หนึ่งหรือสองล้านเท่านั้น แม้ว่าที่ดินผืนนั้นจะมีราคาสูงถึงห้าสิบล้านก็ตาม”

 

          “ห๊ะ ?”หลางซือเหยากลอกตามองเซี่ยเหล่ย “คุณไม่ได้…”

 

          “คุณขอมากเกินไป?” เซี่ยเหล่ยพูด “พวกเขาได้พูดแบบนั้นหรือยังล่ะ? เขาบอกว่าผมเหมือนกับเด็ก แล้วเด็กๆไม่เหมาะกับการทำแบบนี้หรอกหรือ?”

 

          หลางซือเหยายกนิ้วโป้งให้เซี่ยเหล่ยและหัวเราะคิกคัก “คุณเซี่ย ฉันศึกษาเรื่องธุรกิจแต่กลับพบว่าตัวฉันเองเป็นแค่เด็กนักเรียนตัวเล็กๆเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณ คุณนี่มันเป็นนักธุรกิจระดับหัวกะทิจริงๆ”

 

          “ไม่ต้องมาพูดยกย่องผมหรอก ผมถูกบีบบังคับให้ทำแบบนี้ ผมต้องการทวงความยุติธรรมให้เพื่อนของผมและถ้าหากมัวแต่ทำตามกฏหมาย อีกห้าสิบปีผมก็คงยังตามหาความยุติธรรมไม่เจอ เอาล่ะ ลงไปดูข้างล่างกันดีกว่า แล้วจากนั้นก็ไปดูที่ดินกัน ดีไหมล่ะ?” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “แน่นอน ฉันก็ต้องการไปดูที่ดินผืนนั้นเหมือนกัน” หลางซือเหยาพูด

 

          พวกเขาออกจากสำนักงานและยังเดินไปไม่ถึงห้องโถงเมื่อเหลี่ยวเตอเชิงขึ้นมาหาพวกเขา และถือกองเอกสารมากมายไว้ในมือ

 

          “เรียบร้อยแล้วล่ะคุณเซี่ย” เหลี่ยวเตอเชิงมีรอยยิ้มเต็มใบหน้า “ไปคุยกันที่ห้องทำงานเถอะ ผมจะชงชาให้คุณ”

 

          เซี่ยเหล่ยหยิบเอกสารมาจากมือเหลี่ยวเตอเชิง แล้วชำเลืองมองเขาและพูดเบาๆ “หัวหน้าเหลี่ยว สำหรับผมชาของคุณอร่อยมาก แต่ผมคงไม่เหมาะกับมันหรอก คุณควรชงให้แก่คนที่น่าเคารพยกย่องอย่างเช่นฮวงยี่หู่หรือลี่หยู่หลานนะ”

 

          “คุณเซี่ย…” เหลี่ยวเตอเชิงมองมาอย่างน่าสงสาร “คุณช่วยพูดกับผมดีๆต่อหน้าเพื่อนทั้งสองคนของคุณได้หรือเปล่า? ดูนี่สิ ผมทำทุกอย่างตามที่คุณขอเสร็จหมดแล้ว”

 

          “ไม่ ผมทำไม่ได้หรอก จริงๆแล้วผมก็ไม่ได้สนิทกับพวกเขามากนัก” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “คุณ…” เหลี่ยวเตอเชิงยืนรู้สึกโกรธมากแต่ไม่สามารถทำอะไรได้......

 

          ติดตามตอนต่อไป....

         

จบบทที่ TXV – 80  ข้อเสนอที่ปฎิเสธไม่ได้ !

คัดลอกลิงก์แล้ว