- หน้าแรก
- บอกแล้วไงว่าผมจะคุมท่านจริงๆ นะครับ องค์หญิง
- บทที่ 15 - ไม่ใช่สิ นี่ท่านเอาจริงเหรอ
บทที่ 15 - ไม่ใช่สิ นี่ท่านเอาจริงเหรอ
บทที่ 15 - ไม่ใช่สิ นี่ท่านเอาจริงเหรอ
บทที่ 15 - ไม่ใช่สิ นี่ท่านเอาจริงเหรอ
☆☆☆☆☆
ซิลเวียเวลาที่ปักใจเชื่อเรื่องอะไรแล้ว ต่อให้เอาเอามังกรสิบตัวมาลากก็คงฉุดไม่อยู่
หลี่เหวยรู้ซึ้งถึงนิสัยข้อนี้ของเธอดี
แต่ในขณะเดียวกันเธอก็เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกมากและไม่มีทางทำร้ายเพื่อนแน่นอน
เมื่อเห็นซิลเวียดูมั่นอกมั่นใจขนาดนั้น เขาก็เริ่มลังเลว่าตัวเองคิดมากไปเองหรือเปล่า
"ของล้ำค่าที่ราชวงศ์เก็บสะสมไว้ แถมยังเคยทดลองใช้สำเร็จมาแล้วด้วย..."
หรือว่าไอ้คัมภีร์สะกดจิตเล่มนี้มันจะไม่ใช่ของห่วยๆ ที่คนโบราณทำทิ้งไว้กันนะ?
เมื่อรู้ตัวว่าคงห้ามไม่ได้แน่แล้ว หลี่เหวยก็เริ่มปลอบใจตัวเองในใจ
แต่ถึงจะพยายามปลอบใจยังไง เขาก็ยังสลัดความระแวงทิ้งไปไม่ได้อยู่ดี
เขาจ้องมองซิลเวียเขม็งก่อนจะย้ำเสียงหนักแน่นว่า "ถ้ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นแม้แต่นิดเดียว ผมจะหยุดท่านทันทีนะครับ!"
"สบายใจได้น่า~~!"
ซิลเวียส่งสายตาบอกให้เขาวางใจ
เรื่องที่เขาจะวางใจหรือไม่น่ะมันเรื่องเล็ก แต่ประเด็นสำคัญคือโครูริต่างหาก...
หลี่เหวยหันไปมองลูกสมุนตัวน้อยที่ยังคงทำหน้าซื่อตาใสเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจออกมา
โครูริแอบชำเลืองมองซิลเวียอย่างระมัดระวัง ตอนนี้เธอไม่กล้าสบตากับหลี่เหวยตรงๆ เลยสักนิด
เพราะเธอรู้ดีว่าถ้าเผลอสบตากับหลี่เหวยเข้าล่ะก็ เจ้าหมอนั่นต้องมองออกแน่ๆ ว่านี่มันคือการจัดฉาก
ตอนนี้โครูริไม่อยากจะสนใจเรื่องอื่นแล้ว เธอขอแค่ทำหน้าที่เป็นตัวประกอบที่ดีช่วยซิลเวียแสดงละครให้จบก็พอ
"โครูริ ทำใจให้สบายนะ~!"
"องค์หญิงคะ... ท่านจะทำอะไรเหรอคะ?!"
โครูริแกล้งทำท่าทางหวาดกลัวได้แนบเนียนสุดๆ ราวกับแมวที่กำลังตกใจจนขนลุกชัน
และเพราะเธอแสดงได้เหมือนจริงเกินไปนี่แหละที่ทำให้หลี่เหวยถึงกับต้องเบือนหน้าหนีเพราะทนดูไม่ได้
"แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว จ้องตาฉันไว้นะ!"
ซิลเวียลูบผมสีชมพูของโครูริอย่างอ่อนโยนก่อนจะดึงสายตาของอีกฝ่ายให้มาหยุดอยู่ที่เธอ
ทันใดนั้น แสงสีม่วงประหลาดก็ระเบิดออกมาจากคัมภีร์สะกดจิตในมือขวาของเธอ
พลังเวทมนตร์แผ่ซ่านจนอากาศรอบๆ สั่นสะเทือนเป็นระลอกคลื่น
หมอกควันสีม่วงอมชมพูพวยพุ่งออกมาจากคัมภีร์ราวกับผ้าไหมที่พริ้วไหวเข้าไปโอบกอดตัวโครูริเอาไว้
"ผ่อนคลายนะ... ผ่อนคลายนะ... โครูริ~"
สิ้นเสียงเรียกอันแผ่วเบาของซิลเวีย ดวงตาที่เคยสดใสราวกับอัญมณีของโครูริก็เริ่มปรากฏวงกลมซ้อนกันเป็นรูปก้นหอย
หลี่เหวยถึงกับตาค้างเมื่อเห็นภาพนั้น
มันดูเหมือนจะเป็นของจริงแฮะ แถมในอากาศยังแฝงไปด้วยกลิ่นอายแปลกๆ ที่ช่วยกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกบางอย่างด้วย ถ้าหลังจากนี้ไม่มีอะไรผิดพลาดล่ะก็ เขาคงต้องเริ่มสงสัยแล้วว่าคนที่สร้างไอ้คัมภีร์นี่ขึ้นมาในตอนแรกน่ะมีจุดประสงค์อะไรกันแน่
ภายใต้การชี้นำทางจิตใจอย่างละเอียดของซิลเวีย ใบหน้าของโครูริก็เริ่มดูเหม่อลอย แววตาค่อยๆ หม่นแสงลงจนดูไร้ชีวิตชีวา
เธอยังคงยืนอยู่ตรงหน้าซิลเวีย แขนเรียวเล็กทิ้งดิ่งลงข้างลำตัวดูหมดเรี่ยวแรง สภาพในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับหุ่นเชิดที่โดนตัดสาย
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอานุภาพของคัมภีร์หรือเป็นเพราะใครบางคนจงใจจัดฉาก บรรยากาศภายในห้องตอนนี้มันช่างดูอบอวลและเหนียวเหนอะหนะแปลกๆ...
"สำเร็จแล้ว!"
ในขณะที่หลี่เหวยกำลังทำหน้าปั้นยากอยู่นั้น เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจของซิลเวียก็ดึงความสนใจของเขาไป
ซิลเวียส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจมาให้เขา
เธอยังไม่รอให้หลี่เหวยได้แสดงความคิดเห็นอะไร เธอก็เริ่มดำเนินการขั้นต่อไปทันที
"หลังจากนี้ต้องทำยังไงต่อนา... อ้อ นึกออกแล้ว~!" ซิลเวียแกล้งทำเป็นเหมือนกำลังนึกถึงวิธีที่คนอื่นเคยสอนมา เธอช่างเป็นนักแสดงมืออาชีพจริงๆ "ต้องตั้งรหัสลับความปลอดภัยไว้ด้วยนี่นา!"
"อะแฮ่ม~ โครูริ ต่อไปนี้เธอคือผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์ที่สุดของฉัน เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันพูดรหัส '325475811' เธอจะเข้าสู่โหมดนี้ทันที!"
"...รับทราบค่ะ!"
"และเมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันพูดรหัส '745841356' เธอจะออกจากโหมดนี้และกลับสู่บุคลิกหลักตามเดิม!"
"...รับทราบค่ะ!"
"ตอนนี้ฉันจะเพิ่มเงื่อนไขให้เธอ ความทรงจำระหว่างบุคลิกหลักกับบุคลิกรองจะไม่เชื่อมถึงกัน และในช่วงที่เป็นบุคลิกรอง เธอต้องทำตามคำสั่งของฉันทุกอย่าง!"
"รับทราบค่ะ!"
การรับส่งบทของซิลเวียกับโครูริทำเอาหลี่เหวยถึงกับอุทานในใจว่ายอดเยี่ยมกระเทียมเจียวจริงๆ
ไม่ใช่สิ นี่มันเรื่องจริงเหรอเนี่ย!
มันมีอาวุธต้องห้ามที่เอาไว้ใช้สะกดจิตแนวติดเรทแบบนี้อยู่จริงๆ เหรอเนี่ย?!
"ผมยังประเมินความสามารถในการเล่นพิเรนทร์ของโลกเวทมนตร์ต่ำไปจริงๆ!"
แน่นอนว่าหลี่เหวยไม่ได้ดูถูกคนรุ่นก่อนหรอกนะ แต่เป็นเพราะผลงานห่วยๆ ของคนรุ่นก่อนมันมีเยอะเกินไปต่างหาก แถมในยุคสมัยนี้ก็ยังมีผลงานเวทมนตร์ประหลาดๆ โผล่ออกมาไม่หยุดไม่หย่อนด้วย
แต่ไอ้ผลงานที่ดูเข้าท่าขนาดนี้เนี่ย นานๆ ทีจะเห็นสักครั้งจริงๆ!
ซิลเวียสังเกตเห็นสีหน้าของเขาที่เปลี่ยนไปก็แอบโล่งใจ
แต่มันยังไม่พอ!
ถ้าอยากจะทำให้หลี่เหวยเชื่อสนิทใจว่าไอ้ของสิ่งนี้มันคือของจริง ลำพังแค่การสร้างบรรยากาศกับการแสดงเมื่อกี้มันยังไม่ขลังพอ มันต้องใส่ไฟเพิ่มเข้าไปอีก!
"ยื่นมือออกมา... แลบลิ้น... แล้วก็หอบหายใจซิ!!!"
สองอย่างแรกโครูริทำได้สบายมาก แต่ไอ้อย่างสุดท้ายนี่แหละที่ทำให้เธอถึงกับเหงื่อตก
จะให้หอบยังไงล่ะเนี่ย?!
"แฮก... แฮก—"
เสียงที่หลุดออกมาจากปากโครูริดูเหมือนคนที่กำลังจะขาดใจตายมากกว่า
แต่ซิลเวียกลับพอใจมาก เธอยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วหันไปพูดกับหลี่เหวยว่า "ดูเหมือนโครูริของเราจะยังใสซื่อเกินไปหน่อยนะเนี่ย!"
"..."
หลี่เหวยถึงกับพูดไม่ออก
"โครูริ ไหนลองบอกชื่อรักแรกของเธอมาซิ!"
"แบบนี้จะดีเหรอครับ?!"
คนที่ร้องท้วงไม่ใช่โครูริ แต่เป็นหลี่เหวยที่เริ่มจะเก็บอาการไม่อยู่
ถึงคำถามนี้จะตรงตามนิสัยของซิลเวียเป๊ะ แต่มาถามเรื่องนี้ต่อหน้าเขาเนี่ย โครูริไม่น่าสงสารเกินไปหน่อยเหรอ?
"...ยังไม่มีค่ะ"
"รอดตัวไปๆ!"
การที่ไม่ได้ยินความลับที่น่าอายออกมา นับว่าเป็นเรื่องที่วิเศษสุดสำหรับหลี่เหวยแล้ว
"แล้วในสายตาของเธอ หลี่เหวยคนนี้เป็นคนยังไง?"
ซิลเวียยังคงถามต่อ พร้อมกับส่งสายตาบอกหลี่เหวยว่าตั้งใจฟังให้ดีนะจ๊ะ
หลี่เหวยทำหน้าเซ็ง ส่วนใบหน้าของโครูริเริ่มมีร่องรอยของการขัดขืนปรากฏออกมา
"หลี่เหวย... ถูนัน..."
โครูริพึมพำชื่อของเขาออกมา
พอซิลเวียมามุกนี้ โครูริก็เริ่มจะเครื่องติดขึ้นมาเหมือนกัน!
จากนั้นเธอก็ใช้ดวงตาที่เป็นรูปก้นหอยคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหลี่เหวย
"คุณมันเป็นพวก... กบฏ! พวกฉวยโอกาส! พวกต่อต้านจักรวรรดิ! และเป็นพวกมักใหญ่ใฝ่สูง!"
คำพูดรุนแรง น้ำเสียงดุดันและฮึกเหิมสุดๆ
โครูริพูดรัวเร็วปานจักรเย็บผ้า จัดการยัดข้อหาหนักๆ ใส่หัวหลี่เหวยไม่ยั้ง
ก่อนที่หลี่เหวยจะได้ทันตั้งตัว ซิลเวียก็รีบเอามือปิดปากลูกสมุนไว้ทันควัน "พอแล้วๆ หยุดๆๆ~!"
เธอไม่ได้สั่งให้โครูริแสดงบทนี้ซะหน่อย!
ไหงถึงเล่นนอกบทไปไกลขนาดนั้นได้ล่ะเนี่ย?
ข้อหาแต่ละอย่างที่ร่ายออกมาเนี่ย ต่อให้เป็นใครก็รับไม่ไหวทั้งนั้น และที่สำคัญคือหลี่เหวยไม่ควรจะมาโดนร่างแหเรื่องพวกนี้ไปด้วย
แต่ทว่าหลี่เหวยตอนนี้กลับมีความคิดอีกอย่างหนึ่ง
"ไม่เลวเลย!"
ไม่นึกเลยว่ามันจะได้ผลดีขนาดนี้ ถึงขนาดทำให้โครูริยอมพูดสิ่งที่อยู่ในใจลึกๆ ออกมาได้
"เป็นไงล่ะ ของสิ่งนี้เชื่อถือได้ใช่ไหม!"
ซิลเวียถือคัมภีร์สะกดจิตเดินเข้ามาหาหลี่เหวย ท่าทางเหมือนกำลังรอให้เขาเอ่ยปากขอโทษอยู่
หลี่เหวยก็ไม่ใช่คนดื้อรั้น ถึงแม้ในใจจะยังรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากล แต่ตอนนี้เขาก็ยอมส่งสายตาชื่นชมไปให้แทน "ผมมันช่างหูเบาและมีความรู้น้อยจริงๆ ครับ!"
ตราบใดที่ไอ้คัมภีร์นี่ไม่ได้ถูกนำมาใช้กับเขา มันก็คือของดีระดับเทพชัดๆ!
"งั้นคราวนี้ถึงตาคุณลองบ้างไหม?"
ซิลเวียจัดการยัดคัมภีร์ในมือใส่ลงในมือของหลี่เหวยทันที
เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะมองเธอด้วยความไม่เข้าใจ "ผมเหรอ? แล้วจะให้ลองกับใครล่ะครับ?"
หลี่เหวยนึกว่าเธอจะให้เขาลองสะกดจิตโครูริดูบ้าง
แต่ในวินาทีต่อมา ซิลเวียกลับเชิดหน้าขึ้น แววตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นแล้วพูดว่า "ลองสะกดจิตฉันดูสิ! ฉันอยากรู้ว่าความรู้สึกตอนโดนสะกดจิตมันเป็นยังไง"
"หา?!"
[จบแล้ว]