เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV –  78 ตรรกะแปลกๆ !

TXV –  78 ตรรกะแปลกๆ !

TXV –  78 ตรรกะแปลกๆ !


TXV –  78 ตรรกะแปลกๆ !

 

       หลางซือเหยามาได้ถูกเวลาจริงๆ

 

       เซี่ยเหล่ยกล่าวทักทายเธออย่างยิ้มแย้ม “สวัสดี คุณหลาง”

 

       หลางซือเหยากล่าวทักทายเซี่ยเหล่ยเช่นกัน “ตะกี้ ฉันเห็นคุณขมวดคิ้วมีปัญหาอะไรรึปล่าว ?”

 

       “ผมได้มาขอจดสิทธิบัตรบริษัทเมื่อวานนี้โดยใช้ชื่อว่า ‘อุตสาหกรรมอาชาสายฟ้า’ พอมาวันนี้พนักงานกลับบอกผมว่ามีคนใช้ชื่อนี้ไปแล้วและบอกให้ผมเปลี่ยนชื่อบริษัทนี้ ชื่อนี้มันมีความหมายต่อผมมาก ผมไม่อยากจะเปลี่ยนชื่อเลย” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

       หลางซือเหยาหยุดคิดสักครู่ก่อนจะพูดว่า “มีใครบางคนกำลังทำให้การจดสิทธิบริษัทของคุณยากขึ้นหรือเปล่า ? ถึงกับจงใจใช้ชื่อเดียวกับบริษัทของคุณ”

 

ทันใดนั้นใบหน้าของ กู๋เค่อเหวินและฮวงยี่หู่ก็ลอยมาทันที

 

       “คุณจะทำยังไงต่อล่ะ ?” หลางซือเหยาถาม

 

       “ผมต้องการจะคุยกับหัวหน้าของที่นี่ ผมคิดว่าเขาคงจะให้เหตุผลที่ดีกับผมได้” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

       “ฉันเคยเรียนบริหารธุรกิจจากประเทศอเมริกามาและฉันก็มีประสบการณ์ทำงานมาหลายบริษัทโดยส่วนใหญ่ ฉันได้เป็นตำแหน่งเลขานุการ ฉันพอมีประสบการณ์เรื่องนี้อยู่บ้าง บางทีการที่ฉันไปกับคุณ ฉันอาจจะช่วยคุณได้นะ” หลางซือเหยากล่าว

 

       “คุณเคยเป็นเลขานุการด้วยเหรอ ? ผมดูคุณไม่ออกจริงๆเลยนะเนี่ย” ในตอนนี้เซี่ยเหล่ยต้องการผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้มาช่วยเขาในการก่อตั้งบริษัท

 

       เซี่ยเหล่ยเดินขึ้นไปยังสำนักงานชั้น 2 และเมื่อพวกเขาเดินขึ้นไปข้างบนปรากฏว่าประตูสำนักงานถูกปิดอยู่

 

       เซี่ยเหล่ยพยายามใช้ตาซ้ายเพ่งมองไปยังประตูจากนั้นไม่นานประตูก็ได้จางหายไปราวกับอากาศ

 

       มีผู้ชายและผู้หญิงนั่งคุยกันในสำนักงานด้วยน้ำเสียงที่มีความสุขและยิ้มแย้มตลอดเวลา….

 

       เซี่ยเหล่ยมองไปยังใบหน้าของหญิงสาวในห้องนั้นและรู้ทันทีเลยว่าเป็น..

 

       ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามผู้ชายคนนั้นก็คือภรรยาของฮวงยี่หู่ ‘ลี่หยู่หลาน’ เธอเป็นผู้อำนวยการค้าของเมืองห่ายจู

 

       ชายที่นั่งอยู่บนโต๊ะเขาเป็นหัวหน้าของสำนักงานทางธุรกิจและการพาณิชย์ ‘เหลี่ยวเตอเชิง’ มีป้ายชื่อของเขาติดอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงาน

 

       ลี่หยู่หลานเกิดเมื่อปีพ. ศ. 2523 และเธอมีอายุ 35 ปี แต่ใบหน้าของเธอดูอ่อนเยาว์มาก เธอเป็นผู้หญิงที่มีเล่ห์เหลี่ยมและเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมกับฮวงยี่หู่จริงๆ

 

       เหลี่ยวเตอเชิงเป็นชายวัยกลางคนธรรมดาคนหนึ่งใบหน้าสะอาดสะอ้านเหมือนพนักงานทั่วไป เขาแต่งตัวดูดีแต่จริงๆแล้วภายในนั้นเน่าเฟะเต็มไปด้วยความคิดอันชั่วร้ายที่จะทำลายคนอื่น…

 

       “ทำไมคุณถึงไม่เคาะประตู ?” หลางซือเหยาถาม

 

       “เดี๋ยวก่อน !” เซี่ยเหล่ยตะเบ่งเสียงออกไปทันที

 

       หลางซือเหยาหันกลับมามองเซี่ยเหล่ยด้วยอาการงงงวย แต่เธอไม่ได้พูดอไรออกมาและไม่ได้เคาะประตูตามที่เซี่ยเหล่ยบอก

 

       ตาซ้ายของเซี่ยเหล่ยกำลังเพ่งไปที่ริมฝีปากของลี่หยู่หลานและเริ่มอ่านปากของเธอ

 

       “สามีของฉันอยากเชิญหัวหน้าเหลี่ยวไปเล่นกอล์ฟสักหน่อย หัวหน้าเหลี่ยวพอจะมีเวลาว่างไหม ?” ลี่หยู่หลานยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

 

       เหลี่ยวเตอเชิงหัวเราะออกมา “โอ้ ถึงแม้ว่าผมไม่ได้ทำอะไรมาก สามีของคุณเชิญผมไปเล่นกอล์ฟเลยหรอ ? ไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้ก็ได้”

 

       “หัวหน้าเหลี่ยว อย่าบอกนะว่าคุณไม่เห็นพวกเราเป็นเพื่อนแล้ว ? คุณเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดกับสามีของฉันมาตลอดเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่เขาจะชวนคุณไปเล่นกอล์ฟถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องของเซี่ยเหล่ยที่ให้คุณช่วยจัดการ ว่าแต่คุณชอบเล่นกอล์ฟมั้ย ?” ลี่หยู่หลานกล่าว

 

       เหลี่ยวเตอเชิงหัวเราะออกมา “อย่าพูดแบบนั้นเลย ตกลงว่าจะให้ผมไปใช่ไหม ผมต้องทำตามสิ่งที่ประธานลี่สั่งอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม”

 

       “ตกลงแล้วนะ” ลี่หยู่หลานยิ้มออกมา

 

       เหลี่ยวเตอเชิงพูดอีกครั้งว่า “โอ้ เดี๋ยวนะ ผมได้ยินมาว่าประธานฮวงต้องการที่ดินผืนหนึ่งที่อยู่ติดกับถนนเติสริงส์เป็นเรื่องจริงใช่มั้ย ?”

 

       “ใช่ มันเป็นความจริง” ลี่หยู่หลานพูดต่อว่า “ที่ดินส่วนนั้นมีทำเลที่ดีเพราะอยู่ติดกับโรงพยาบาลแถมอยู่ใกล้กับโรงเรียนภายในรัศมี 2 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่และมันเป็นสถานที่ที่ดีมาก ทำไมจู่ๆคุณถึงพูดถึงเรื่องนี้ล่ะ ? คุณสนใจหรอ ?”

 

       เหลี่ยวเตอเชิงหัวเราะ “ผมไม่ได้สนใจนักหรอกแต่ผมรู้ว่าบางคนสามารถช่วยให้เรื่องนี้ทำได้สะดวกสบายมากขึ้น”

 

       “งั้นดีเลย ฉันขอขอบคุณคุณล่วงหน้าแล้วกัน เดี๋ยวฉันจะพูดกับสามีของฉันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และเราจะต้องรีบทำให้เสร็จให้เร็วที่สุดก่อนที่ฉันจะเดินทางออกไป” ลี่หยู่หลานยืนขึ้น

 

       เหลี่ยวเตอเชิงยืนด้วยเช่นกัน “ท่านลี่ ได้โปรดบอกให้ท่านประธานฮวง รู้ว่าเซี่ยเหล่ยไม่มีทางที่จะก่อตั้งบริษัทใดๆในเมืองห่ายจูนี้ได้ ผมจะหาทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางไม่ให้เขาสามารถจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทได้สำเร็จ”

 

       ลี่หยู่หลานยิ้มออกมา “อืม ลาก่อน หัวหน้าเหลี่ยว”

 

       “ผมจะไปส่งคุณ” เหลี่ยวเตอเชิงก้าวขาออกไปข้างหน้าเพื่อเปิดประตู

 

       ทันใดนั้นเซี่ยเหล่ยหยุดใช้ตาซ้ายและยื่นมือออกมาผลักปะตูเข้าไป

       

       ทันทีที่ประตูเปิดออก ลี่หยู่หลานและเหลี่ยวเตอเชิงต่างจ้องมองไปที่เซี่ยเหล่ยด้วยสายตาเดียวกัน พวกเขาประหลาดใจว่าเขามาทำอะไรที่นี่ แต่พวกเขาคาดเดาจากรูปลักษณ์ภายนอกของเซี่ยเหล่ย พวกเขาบอกได้เลยว่าเขาจงใจมาที่นี่เพื่อเหตุผลอะไรบางอย่าง…

 

       เหลี่ยวเตอเชิงรีบดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะพูดอย่างหยาบคายว่า “คุณเป็นใครวะ ? ทำไมไม่เคาะประตูก่อนจะเข้ามา ?”

 

       เซี่ยเหล่ยยิ้ม “ขอประทานโทษครับ พอดีว่าผมไม่ได้ตั้งใจและมือของผมก็บังเอิญไปผลักประตูโดยบังเอิญ”

 

       “ไร้มารยาท !” เหลี่ยวเตอเชิงบ่นพึมพัมออกมา

 

       ถึงแม้ว่าเหลี่ยวเตอเชิงจะพูดอย่างเงียบๆแต่เซี่ยเหล่ยและหลางซือเหยาได้ยินชัดเจน เขากำลังมีพิรุธบางอย่างราวกับว่า เขากลัวเรื่องที่คุยกันในห้องหลุดไปยังหูเซี่ยเหล่ย......

 

       เหลี่ยวเตอเชิงหันไปหาลี่หยู่หลานและพูดว่า “ท่านลี่ ผมจะออกไปส่งคุณ”

 

       ลี่หยู่หลานรีบตอบกลับไปว่า “ไม่ พอดีว่าฉันไม่มีเรื่องด่วนอะไร ฉันยังมีเรื่องบางอย่างที่ต้องพูดกับคุณอีกแต่คุณควรคุยกับสุภาพบุรุษคนนี้ให้เสร็จก่อนนะ ฉันจะรอ”

 

       เหลี่ยวเตอเชิงหันไปมองที่ลี่หยู่หลานแต่เขาก็เข้าใจความหมายที่เธอทำแบบนี้ทันทีและพูดต่อว่า “ได้เลย รอผมก่อนนะ” จากนั้นเขามองไปที่เซี่ยเหล่ย “คุณต้องการอะไร ?”

 

       เหลี่ยวเตอเชิงกำลังแสดงความจงรักภัคดีกับลี่หยู่หลาน การกระทำหลังจากนี้จะแสดงให้เธอเห็นว่าเขาซื่อสัตย์กับเธอและฮวงยี่หู่แค่ไหน

 

       เซี่ยเหล่ยพูดออกไปทันทีว่า “หัวหน้าเหลี่ยว ผมต้องการจะถามอะไรบางอย่าง ผมได้ส่งใบสมัครจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทของผมไปเมื่อวานนี้และพนักงานของคุณได้ตรวจสอบว่า ‘อุตสาหกรรมอาชาสายฟ้า’ มีคนใช้ชื่อนี้แล้วและไม่สามารถใช้ชื่อนี้ได้อีกผมมาเพื่อสอบถามเรื่องนี้ว่ามีบุคคลอื่นลงทะเบียนชื่อซ้ำและปฏิเสธคำขอการก่อตั้งบริษัท ผมจะมาถามว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ?”

 

        เหลี่ยวเตอเชิงเผยรอยยิ้มที่น่ารังเกียจออกมาจากริมฝีปากของเขา “ผมก็คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ซะอีก มันเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆเอง ถ้าคนอื่นได้จดชื่อเหมือนบริษัทของคุณไปแล้วคุณก็หาชื่ออื่นซะสิแล้วก็สมัครใหม่อีกครั้ง ชิ้ว ชิ้ว ! ถ้าคุณมีคำถามอะไรอีกคุณก็สอบถามได้ที่เคาน์เตอร์ด้านล่างได้เลยผมยุ่งมากและไม่มีเวลาที่จะคุยกับคุณหรอก”

 

       ใบหน้าของเซี่ยเหล่ยเปลี่ยนไปทันทีราวกับว่าเขาสามารถระเบิดความโกรธออกมาได้ทุกเมื่อ

 

       ลี่หยู่หลานยืนอยู่ข้างๆเขา เธอเผยรอยยิ้มอ่อนๆของความสะใจออกมาเช่นกัน

 

       ในขณะนั้นหลางซือเหยาพูดแทรกขึ้นมาว่า “ในฐานะข้าราชการมีหน้าที่บริการประชาชน คนที่มีทัศนคติแย่แบบนี้เหมาะสมแล้วหรอที่ได้เป็นหัวหน้าของที่นี่ ?”

 

       เหลี่ยวเตอเชิงจ้องเขม็งไปที่หลางซือเหยา “คุณเป็นใคร ? มีใครต้องการความคิดเห็นของคุณ ? ถ้าคุณไม่พอใจกับเรื่องนี้มีกล่องร้องเรียนอยู่ชั้นล่างคุณสามารถร้องเรียนได้เลยในกล่องนั่น”

 

 

       “มันเป็นเรื่องไร้สาระมากที่จะทำแบบนั้น คนอย่างคุณมานั่งในตำแหน่งหัวหน้าได้ยังไงในเมื่อพฤติกรรมเลวทรามขนาดนี้” หลางซือเหยากล่าว

 

       “ออกไป !” เหลี่ยวเตอเชิงโกรธจัดและชี้ไปยังประตูทางออกสำนักงาน

 

       หลางซือเหยาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้และพูดต่อว่า “คุณมีสิทธิ์อะไรที่จะไล่ฉันออกไป ? ที่นี่มันเป็นสถานที่สาธารณะไม่ใช่ห้องส่วนตัวของคุณ ถ้าคุณอยากให้ฉันออกไปคุณก็โทรหาตำรวจเพื่อลากฉันออกไปสิ”

 

       เหลี่ยวเตอเชิงโกรธมากเขาหัวเราะในขณะที่พูดว่า “ผมเห็นคุณทั้งสองคนกำลังสร้างปัญหาและกำลังขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงงาน งั้นดีเลย ผมจะโทรหาตำรวจตอนนี้และลากพวกคุณไปในห้องขัง คุณคงติดอยู่ที่นั่นสักครึ่งเดือน !”

 

       “คุณ...” หลางซือเหยารู้สึกกลัวเล็กน้อย

 

       “ให้ผมคุยกับเขาเอง” เซี่ยเหล่ยกล่าว “หัวหน้าเหลี่ยว คุณไม่ต้องมาใช้ตำรวจเพื่อข่มขู่พวกเราหรอก เพื่อนของผมพูดเพียงไม่กี่ประโยคเองทำไมจะต้องแจ้งตำรวจมาจับพวกเราไปเข้าห้องขังด้วยล่ะ ? ผมไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไปผมแค่อยากรู้ว่าการที่ผมตั้งชื่อบริษัทเป็น อุตสาหกรรมอาชาสายฟ้า จะไม่ได้รับการอนุมัติอีกแล้วใช่ไหม ?”

 

       “แน่นอน ไม่ได้อยู่แล้ว” เหลี่ยวเตอเชิงกล่าว

 

       “คุณคงจะใช้เหตุผลเดียวกันในการปฏิเสธการก่อตั้งบริษัทของผมถึงแม้ว่าผมจะเปลี่ยนชื่อเป็นชื่ออื่นแล้วก็ตามใช่ไหม ?” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

       เหลี่ยวเตอเชิงหัวเราะ “หนุ่มน้อยมีปัญหาอะไรกับผมหรือเปล่า ? คุณก็แค่ส่งใบสมัครมาอีกครั้ง ถ้าไม่มีบริษัทอื่นใช้ชื่อเหมือนของคุณก็จะได้รับการอนุมัติอย่างแน่นอนถ้าคุณใช้ชื่ออื่นมาสมัครผมไม่สามารถกีดกันอะไรได้อยู่แล้ว”

 

       “ดูเหมือนว่าคุณจะไม่ยอมให้ผมก่อตั้งบริษัทขึ้นง่ายๆสินะ” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

       ทั้งเหลี่ยวเตอเชิงและลี่หยู่หลานทั้ง 2 คนต่างยิ้มแย้มออกมาอย่างมีความสุข

 

       เซี่ยเหล่ยหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นมาและค้นหารายชื่อผู้ติดต่อของเขาจากนั้นเขากดหมายเลขไปในโทรศัพท์ “คุณจู้ง ? ผมเซี่ยเหล่ยเอง ผมกำลังมีปัญหาอะไรบางอย่างคุณมาช่วยผมหน่อยได้ไหม ?”

 

       “คุณเซี่ย คุณมีปัญหาอะไร ?” เสียงของจู้งเหว่ยดังออกมาจากโทรศัพท์

 

       “ผมอยู่ที่สำนักงานธุรกิจและการพาณิชย์ของเมืองห่ายจู ผมมาที่นี่เพื่อก่อตั้งบริษัทและหัวหน้าสำนักงานที่นี่กำลังขัดขวางการก่อตั้งบริษัทของผมผมพยายามพูดดีๆกับเขาแล้วแต่เขายังปฏิเสธ คุณคิดว่าผมควรทำยังไงต่อไปดี ?”

 

       “ยังมีเรื่องบ้าๆแบบนี้เกิดขึ้นอยู่อีกหรอ ? รอสักครู่ผมกำลังรีบไป” จู้งเหว่ยพูดอย่างหงุดหงิด

 

       เซี่ยเหล่ยวางโทรศัพท์แล้วหันไปมองที่เหลี่ยวเตอเชิง รอยยิ้มอันเย่อหยิ่งออกจากมุมปากของเซี่ยเหล่ย

 

       เหลี่ยวเตอเชิงไม่สนใจกับคำพูดของเขาแต่เมื่อเขาเห็นรอยยิ้มที่เย่อหยิ่งของเซี่ยเหล่ย เขาก็เริ่มสูญเสียความมั่นใจและถามอย่างละเอียดว่า “คุณกำลังเรียกใครมา ?”

 

       “เพื่อน” เซี่ยเหล่ยตอบแบบลวกๆ

 

       “เพื่อนคนนั้นคือใคร ?” เหลี่ยวเตอเชิงถามอีกครั้ง

 

       เซี่ยเหล่ยยักไหล่ “ทำไมคุณถึงสนใจเพื่อนผมนักล่ะ ?”

 

       “คุณ….” เหลี่ยวเตอเชิงแทบจะเป็นบ้าไปแล้วในตอนนี้

 

       ลี่หยู่หลานหัวเราะออกมา “หัวหน้าเหลี่ยวอย่าไปสนใจเด็กๆเหล่านี้เลยเด็กเหล่านี้ก็แค่คนเจ้าอารมณ์และชอบโอ้อวดตัวเอง คุณเป็นผู้ใหญ่แล้วปล่อยให้เด็กมันเป็นไปตามภาษาเด็กเถอะ ถึงแม้ว่าเพื่อนของเด็กหนุ่มคนนี้จะเป็นใครแล้วเขาจะทำอะไรได้ ?”

 

       หลังจากได้ยินคำพูดของลี่หยู่หลานเหลี่ยวเตอเชิงก็รู้สึกเหมือนว่าเขามีคนหนุนหลังอยู่ “ก็ดี ผมก็อยากรู้ว่าเพื่อนของคุณที่คุณขอความช่วยเหลือไป ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าเพื่อนของคุณจะทำให้การอนุมัติบริษัทของคุณผ่านไปได้หรือไม่ ? ถ้าเพื่อนของคุณมาถึงที่นี่แล้ว ฝันไปเถอะ !”

 

       เซี่ยเหล่ยไม่สนใจกับคำพูดของเหลี่ยวเตอเชิงเลย เขาหันไปพูดกับหลางซือเหยาว่า “คุณเหยา นั่งก่อนสิ !”

 

       หลางซือเหยาก็อยากรู้มากเช่นกันว่าเพื่อนของเซี่ยเหล่ยที่เรียกมาช่วยนี้เขาเป็นใคร มันเหมือนกับว่าเรื่องนี้ได้ถูกวางแผนมาล่วงหน้าแล้วจากนั้นไม่นานเธอก็นั่งลงที่โซฟาข้างๆเซี่ยเหล่ย

 

       บรรยากาศในห้องนี้เงียบสงัด จนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ….

 

       ติดตามตอนต่อไป….

 

 

         

 

จบบทที่ TXV –  78 ตรรกะแปลกๆ !

คัดลอกลิงก์แล้ว