เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV –  40 แม่ยายงี่เง่า !

TXV –  40 แม่ยายงี่เง่า !

TXV –  40 แม่ยายงี่เง่า !


TXV –  40 แม่ยายงี่เง่า !

 

          ถึงแม้ว่าจะเป็นมื้ออาหารที่อยู่กันพร้อมหน้ารวมไปถึงวิศวกรระดับสูงในบูรพาอุตสาหกรรมเข้าร่วมด้วย แต่อย่างไรก็ตามหนิงเหยี่ยซานจัดโต๊ะให้พวกเราเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งเขาจัดไว้ในห้องส่วนตัวของเขาเอง หนิงหยวนฮ่าย ชางฮ่วยหลาน เซี่ยเหล่ยและหนิงจิง ทุกคนต่างนั่งอยู่บนโต๊ะอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

 

          นี่เป็นครั้งแรกของเซี่ยเหล่ยที่เจอหนิงหยวนฮ่าย ชางฮ่วยหลาน หนิงเหยี่ยซานพร้อมกัน พวกเขาเหล่านั้นดูมีอายุไล่เลี่ยกันประมาณ 50 ปีต้นๆแต่ชางฮ่วยหลานเธอดูอ่อนเยาว์สุดจากทั้ง 3 คน เธอดูเหมือนคนมีอายุประมาณ 40 ต้นๆ เธอมีความงดงามคล้ายกับหนิงจิงเป็นอย่างมากแต่เธอมีความงามในแบบผู้ใหญ่และดูมีวุฒิภาวะมากกว่าหนิงจิง

 

          ‘เขาไม่เคยคิดเลยว่าแม่ของหนิงจิงจะมีอายุน้อยขนาดนี้ เราสงสัยว่าพี่หนิงมีรูปร่างหน้าตาเหมือนแม่มั้ย ? เมื่อทั้ง 2 คนนี้อายุเท่ากัน…. ? เซี่ยมีความคิดแปลกๆอยู่ในหัวของเขา’

 

          “พ่อ แม่ ลุง นี่ไงคนนี้คือเซี่ยเหล่ย” หนิงจิงกล่าว

 

          จริงๆแล้วไม่ต้องแนะนำอะไรหรอก หนิงหยวนฮ่ายและชางฮ่วยหลานมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าตั้งแต่เขาเดินควงแขนกับหนิงจิงตั้งแต่ตอนเดินเข้าประตูแล้ว....

 

          การที่ถูกเพ็งเล็งขนาดนี้ทำให้เซี่ยเหล่ยรู้สึกอึดอัด เขาชะงักไปสักครู่หนึ่งเพราะว่าไม่รู้จะต้องทำอะไรต่อ

 

          หนิงจิงจับเอวของเซี่ยเหล่ยและหยิกเบาๆเพื่อกระตุ้นเขา “คุณยืนนิ่งทำไม ? เดินไปได้แล้ว….”

 

          เซี่ยเหล่ยกำลังเดินไปข้างหน้า… “คุณน้า คุณป้า ลุงหนิง ผมมาสายขอโทษที่ทำให้ต้องรอครับ”

 

          หนิงหยวนฮ่ายพูดคำแรกว่า “สิ่งคำสำคัญที่สุดคือการตรงต่อเวลา !”

 

 

          “ใช่แล้ว คุณมาสายตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน ?” ชางฮ่วยหลานกล่าว

 

          เซี่ยเหล่ยต้องการอธิบายให้พวกเขาฟังแต่พวกเขาก็ไม่ฟังอะไรเลย เซี่ยเหล่ยต้องการเวลาเล็กน้อยเพียงเท่านั้นแต่เขาไม่คิดว่าพ่อแม่ของหนิงจิงจะเป็นคนที่จริงจังอะไรขนาดนี้ มันทำให้เขารู้สึกลำบากใจตั้งแต่แรกเจอ….

 

          หนิงจิงกล่าวเบาๆว่า “ที่เหล่ยมาช้าเพราะเขากำลังหาของเล็กๆน้อยๆมาให้พ่อกับแม่อยู่ อย่าไปตำหนิเขาเลย”

 

          เซี่ยเหล่ยยื่นตระกร้าของขวัญไปอย่างช้าๆ “คุณลุง คุณป้านี่เป็นของเล็กๆน้อยๆจากผม โปรดรับมันไว้ด้วยครับ”

 

          หนิงหยวนฮ่ายรับตะกร้านั้นจากเซี่ยเหล่ยเขามองไปที่ชางฮ่วยหลานจากนั้นเขาวางตระกร้าลง ทั้ง 2 คนไม่ได้พูดอะไรออกมาและเซี่ยเหล่ยไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ของ 2 คนนี้ได้เลย

 

 

          เซี่ยเหล่ยถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบาจากนั้นเขาคิดในใจว่า ‘รีบกินอาหารสักทีเถอะเราจะได้ออกจากที่นี่เร็วๆ ต่อไปเราจะไม่โกหกอะไรกับเธออีกแล้วถึงแม้ว่าจะมีมีดมาจ่อคอเราไว้ก็ตาม’

 

          ทันใดนั้นหนิงเหยี่ยซานพูดขึ้นมาว่า “ดูสิพวกเราก็มาถึงกันตั้งนานแล้วแถมคุยกันตั้งเยอะด้วย...ทำไมอาหารถึงออกมาช้าจัง การบริการของโรงแรมนี้แย่มากๆ”

 

          เซี่ยเหล่ยเหลือบไปมองที่ประตูเขาคิดในใจว่า ‘โรงแรมระดับ 5 ดาวไม่น่าจะมีปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้น ? พวกเขาจะต้องสั่งให้พนักงานเสิร์ฟไม่มาเสิร์ฟอาหารในห้องนี้อย่างแน่นอน’

 

          หนิงหยวนฮ่าย เขามองที่เซี่ยเหล่ยด้วยความเมตตาเขารู้สึกถูกชะตากับเซี่ยเหล่ยเป็นอย่างมาก....

 

          “ฮะ...แฮ่ม” ชางฮ่วยหลานกระแอมออกมาจากนั้นเธอพูดขึ้นมาว่า “เซี่ยเหล่ยคุณเจอหนิงจิงลูกสาวของเราตั้งแต่เมื่อไหร่ ?”

 

          “ครึ่งปีที่แล้ว ในร้านหนังสือ ฉันชอบอ่านหนังสือเขาก็เช่นกัน” หนิงจิงกล่าว

 

          “เงียบ ! แม่ไม่ได้ถามลูก !” ชางฮ่วยหลานจ้องเขม็งมาที่หนิงจิง

 

          หนิงจิงรีบปิดปากของเธอทันที เธอเหมือนจะกลัวชางฮ่วยหลานมาก ราวกับว่าเธอยิ่งใหญ่ที่สุดในบ้าน !

 

          เซี่ยเหล่ยจึงรีบตอบไปว่า “ใช่แล้วครับ เราเจอกันที่ร้านหนังสือเมื่อครึ่งปีที่แล้ว”

 

          “ร้านหนังสือที่ไหน ?”

 

          เซี่ยเหล่ยหยุดคิดสักครู่หนึ่งก่อนตอบไปว่า “ซินขวาง ร้านหนังสือซินขวาง”

 

          “มันเป็นเวลากว่าครึ่งปีแล้วที่เราทั้งสองคบกัน” ชางฮ่วยหลานเธอพูดออกมาว่า “ที่คุณมาคบกับลูกสาวของฉัน คุณไม่เห็นหัวพวกเราเลย ? หรือต้องการคบกับจิงเพื่อเป็นเพียงแค่ของเล่น ? คุณจะรับผิดชอบการกระทำแบบได้ยังไง ?”

 

          อาการไม่สบอารมณ์เริ่มปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเซี่ยเหล่ยจากนั้นเขาตอบกลับไปว่า “ขอประธานโทษครับ คุณป้า ผมไม่เคยคิดอะไรแบบนั้น...”

 

          ชางฮ่วยหลานถามต่อ “คุณอายุเท่าไหร่ ?”

 

          “25 ปี”

 

          “พ่อแม่คุณล่ะ ?”

 

          “แม่ของผมเสียไปตั้งนานแล้วพ่อของผมก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยครอบครัวของผมมีแค่ตัวผมและน้องสาวอีกคน เธอสอบเข้าได้ในมหาวิทยาลัยจินตู เธอกำลังจะไปเรียนที่นั่นในอีกไม่กี่วันนี้” เซี่ยเหล่ยบอกรายละเอียดครอบครัวของเขาให้เธอไปทั้งหมดและดูเหมือนกับว่าเธอจะไม่ค่อยพอใจท่าทาง ครอบครัวและฐานะของเซี่ยเหล่ย....

 

          “แล้วคุณลุงล่ะ ? ทำไมเขาไปนานจังเลย ? ทำไมเราไม่กินข้าวเย็นกันล่ะ ฉันหิวแล้ว” หนิงจิงพูดแทรกขึ้นมา

 

          “มารยาท !” ชางฮ่วยหลานจ้องมองไปที่หนิงจิง

 

          หนิงจิงปิดปากของเธออีกครั้ง

 

          ชางฮ่วยหลานจ้องมองไปที่เซี่ยเหล่ยต่อราวกับว่าเธอสามารถล้วงความลับอกจากตัวเขาทั้งหมดได้ “เซี่ยเหล่ยคุณมีบ้านเป็นของตัวเองไหม ?”

 

          เซี่ยเหล่ยตอบอย่างเก้ๆกังๆ “มันเป็นของพ่อแม่ของผม พวกเขาทิ้งให้ผมเป็นมรดกแต่มันมีขนาดเล็กมากมันมีเพียงแค่ 75 ตารางเมตร”

 

          ชางฮ่วยหลานพูดต่อ “มันมีขนาดเล็กเกิน ถ้าจิงลูกสาวของเราแต่งงานไปกับคุณคุณ ยังมีน้องสาวอีกคนจะอยู่ในที่แห่งนั้นได้ยังไง ? ถ้าพวกคุณมีลูกกันแล้วสถานที่แห่งนั้นก็คงคับแคบขึ้น คุณจะต้องทำงานหนักมากกว่าเดิมเพื่อที่จะได้รับเงินมากขึ้นจากนั้นซื้อบ้านหลังใหญ่ซะอย่างน้อยมีพื้นที่ 150 ตารางเมตรคงจะดี”

 

          เซี่ยเหล่ยไม่พูดอะไรออกมา….

 

          “รถ ? คุณมีรถรึปล่าว ?”

 

          เซี่ยเหล่ยส่ายหัว “ไม่”

 

          “อย่างน้อยคุณต้องมีรถมูลค่าห้าแสนหยวน ถ้าจะให้ดีที่สุดจะต้องมีรถหลักล้านหยวนเพื่อให้ทุกคนนั่งได้อย่างสะดวกสบายเมื่อออกเดินทางกันทั้งครอบครัว..”

 

          “ตอนนี้ผมยังไม่มีเงินซื้อรถ........”

 

          ก่อนที่เซี่ยเหล่ยจะพูดจบ หนิงจิงเตะที่ขาของเขาอย่างเงียบๆ จากนั้นเซี่ยเหล่ยจึงหยุดพูด… จากนั้นเขาเริ่มหลบหน้าของชางฮ่วยหลาน

 

          แต่การกระทำแบบนี้ไม่สามารถหลบสายตาของชางฮ่วยหลานได้ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนที่จะถามว่า “เซี่ยเหล่ยคุณจบการศึกษาอะไรมา ?”

 

          เซี่ยเหล่ยตอบโดยไม่คิดไปว่า “มัธยปลาย”

 

          “โรงเรียนมัธยมปลาย ?” ชางฮ่วยหลานขมวดคิ้วมากกว่าเดิม เป็นการบ่งบอกว่าเธอไม่พอใจการศึกษาของเซี่ยเหล่ยเป็นอย่างมาก

 

          ตอนนี้ทั้งหนิงหยวนฮ่ายและชางฮ่วยหลานต่างจ้องมองมาที่เซี่ยเหล่ย ทำให้เขารู้สึกอึดอัดแต่เมื่อเขาคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หนิงจิงขอร้องเขาไว้จากนั้นเขาจึงอดทนและพูดต่อไปว่า “คุณป้าผมก็อยากเรียนระดับมหาวิทยาลัย แต่ผมมีน้องสาวที่ต้องดูแล ถ้าผมไปเรียนจะไม่มีใครดูแลน้องสาวผมจึงตัดสินใจออกมาทำงาน”

 

          ทั้งหนิงหยวนฮ่ายและชางฮ่วยหลานสายตาของพวกเขาเริ่มลังเล พวกเขาพอใจกับคุณสมบัติอื่นๆของเซี่ยเหล่ยทั้งหมดแต่ที่ไม่พอใจก็คือระดับการศึกษา

 

          “ลูกจิงของเราเป็นถึงด็อกเตอร์ คุณมีความต่างกันระหว่างการศึกษาของลูกสาวเรามากเกินไปคุณมั่นใจได้หรือเปล่าว่าคุณสามารถเทียบเท่ากับลูกสาวของเราได้ ?” สายตาชางฮ่วยหลานเริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง

 

          เซี่ยเหล่ยไม่รู้ว่าจะตอบเธอว่าอย่างไรดี เขาไม่เคยคิดถึงขั้นใช้ชีวิตร่วมกับหนิงจิง..

 

          ชางฮ่วยหลานพูดต่อว่า “ถ้าพวกคุณมีลูก พันธุกรรมของลูกจะเป็นยังไง ในขณะที่จิงเป็นระดับสูง ส่วนคุณ…...”

 

          “แม่ พูดอะไรออกมา ?” หนิงจิงเริ่มไม่พอใจใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดง การกระทำของเธอตั้งใจจะช่วยเซี่ยเหล่ยแต่กลับกันยิ่งทำให้เซี่ยเหล่ยยิ่งรู้สึกอึดอัด

 

          ในขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่อึดอัดมาก ทันใดนั้นหนิงเหยี่ยซานเดินเข้ามาพร้อมกับพูดว่า “อาหารพร้อมแล้ว !”

 

          หนิงหยวนฮ่ายดึงชางฮ่วยหลาน หนิงเหยี่ยซานและหนิงจิงไปคุยกันที่มุมห้องจากนั้นพวกเขาทั้งสี่คนก็เริ่มพูดคุยกันด้วยเสียงเบาๆเกี่ยวกับเซี่ยเหล่ย ส่วนเซี่ยเหล่ยก็นั่งอยู่ตัวคนเดียวบนโต๊ะอาหาร เขาเป็นเหมือนนักโทษที่รอการพิพากษาอยู่เมื่อเขาบอกลักษณะตัวตนของเขาไปหมดแล้วตอนนี้เหลือแต่การพิพากษาของครอบครัวหนิงว่าจะให้เขารอดหรือตาย !

 

          ทั้ง 4 คนกำลังคุยกันอย่างจริงจัง…..

 

          จากนั้นชางฮ่วยหลานพูดขึ้นมาว่า “ถ้าพวกเขาแต่งงานกันการที่เซี่ยเหล่ยมีการศึกษาเพียงแค่มัธยมตอนปลายทำให้มีความแตกต่างกับการศึกษาของหนิงจิงมากเกินไป ลูกที่เกิดมาเขาจะไม่ได้รับยีน AA พวกเขาจะได้รับยืน AB แทน”

 

          “ผมขอพูดหน่อย คุณมีสมองแค่เม็ดถั่วหรือไง ? ในโรงงานของผมมีผู้สำเร็จจากมหาวิทยาลัยชั้นสูงและมีวิศวกรระดับชั้นนำของประเทศ แต่ไม่มีใครมีฝีมือเทียบเท่าเซี่ยเหล่ยได้เลยรู้ไหม ? ความสามารถของเขายากที่จะหาใครมาเทียบเทียมเขาได้ในประเทศนี้ !”

 

          หนิงเหยี่ยซานถอนหายใจออกมา “ถ้าหนิงจิงเป็นลูกของผม ผมจะยกเธอให้เซี่ยเหล่ยเลย เพื่อทั้ง 2 คนจะได้ไปสานสัมพันธ์ต่อกันเอง”

 

          “ฉันไม่คิดแบบนั้นนะ” ชางฮ่วยหลานกล่าว

 

          ในอีกด้านหนึ่งชางฮ่วยหลานกระซิบข้างหูของหนิงที่ว่า “จิง ลูกรักเขาแค่ไหน ?”

 

           ใบหน้าของหนิงจิงเปลี่ยนเป็นสีชมพู “แม่ ทำไมแม่ถามแบบนี้ ?”

 

          “แม่ถาม ลูกตอบมาเถอะ” ชางฮ่วยหลานถามต่อว่า “ลูกเคยมีอะไรกับเขาแล้วรึยัง ?”

 

          หนิงจิงหน้าแดงมากขึ้น “เราไม่เคยทำอะไรแบบนั้น เราเคยแค่จับมืออย่างมากสุดก็แค่จูบปากกัน”

 

          “คุณทั้ง 2 ไม่เคยมีอะไรกัน ?”

 

          “เราไม่เคยมีจริงๆ !”

 

          “ดีมาก…. ที่ไม่เคย แม่รู้สึกโล่งใจ” จากนั้นชางฮ่วยหลานถอนหายใจออกมา

 

          ชางฮ่วยหลานกระซิปข้างหูหนิงจิงอีกครั้ง “ลูกรัก แม่ต้องการหาคนที่เหมาะสมกับลูก ถ้าเซี่ยเหล่ยเป็นคนที่เพรียบพร้อมจริงๆพวกเราก็พร้อมที่จะยอมรับเขาแต่เขาจบการศึกษาเพียงระดับมัธยมปลายเท่านั้นคนที่มีการศึกษาเพียงแค่นั้นจะมาเทียบเท่ากับลูกที่จบปริญญาเอกได้อย่างไร ?”

 

          “ถ้าแม่ไม่ชอบเขาตรงนี้ ก็ลืมไปซะสิ” หนิงจิงกล่าว

 

          ชางฮ่วยหลานไม่สนใจคำพูดหนิงจิงแม้แต่น้อยจากนั้นเธอพูดต่อว่า “ลูกยังจำเด็กผู้ชายตัวเล็กๆที่เคยเล่นกับลูกในสมัยลูกยังเด็กได้ไหม ?”

 

          “ใคร ?”

 

          “เขาเป็นลูกชายของ ป้าหู่ เขาชื่อว่า เหยี่ยนเหวินเฉียนเขาเพิ่งจบการศึกษาที่อเมริกาเขาได้ปริญญาเอกด้านธุรกิจที่นั่นได้ยินมาว่าเขาได้รับการว่าจ้างจากกลุ่มเหวี้ยนเทียนเกี่ยวกับโรงงานไฟฟ้าพลังลมเขาจะได้รับงานนี้ทันทีหลังจากที่เขากลับมาที่ประเทศจีน เขาจะรับผิดชอบกับโครงการนี้ต่อไปในอนาคตด้วย”

 

          “แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวกับลูกยังไง ?”

 

          “เรื่องนี้มันเกี่ยวกับลูก ! เหว่นเฉียนตกหลุมรักลูกมาตั้งนานแล้วแม่สังเกตมาตลอดในวันนี้เมื่อเขาได้ยินว่าลูกอยู่ที่นี่เขาก็บอกว่าเขาจะรีบกลับมาเพื่อคุยเรื่องโรงงานไฟฟ้าพลังลมกับลุงของลูกโดยทันที แม่คิดว่าที่เขามาคุยกับลุงหนิงเขาคงอยากจะเจอลูกจิงด้วย” ชางฮ่วยหลานพูดพร้อมกับดูนาฬิกา “ป่านนี้เขาคงถึงแล้วล่ะ !”

 

 

          “แย่แล้ว….” หนิงจิงรู้สึกเป็นกังวลในทันที ถ้าเธอหันกลับไปบอกเซี่ยเหล่ยให้กลับบ้านไปในตอนนี้ คงจะเป็นการทำร้ายจิตใจเขา

 

          ชางฮ่วยหลานจ้องมองไปที่หนิงจิง “อะไรแย่ ? เหยี่ยนเหวินเฉียนเล่นกับลูกมาตั้งแต่เด็กคุณทั้งสองคนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่วัยเด็กเลยถ้าคนสองคนได้อยู่ด้วยกันถึงตอนนี้นะ หึ...หึ.... คงจะมีภาพที่สวยงามเกิดขึ้นอย่างแน่นอน !”

 

          หนิงจิงกัดที่ริมฝีปากของเธอ สถาการณ์ในตอนนี้เลวร้ายลงไปอีก ! เธอกำลังหันไปบอกเซี่ยเหล่ย….

 

          แต่ในทันใดนั้นชายหนุ่มสวมชุดสูทผูกเน็คไทอย่างสง่างามปรากฎตัวอยู่หน้าทางเข้าห้องอาหาร……

 

          ติดตามชมตอนต่อไป…….

 

         

         

 

         

 

จบบทที่ TXV –  40 แม่ยายงี่เง่า !

คัดลอกลิงก์แล้ว