เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 27 เพื่อ..ลาภก้อนโต !

TXV – 27 เพื่อ..ลาภก้อนโต !

TXV – 27 เพื่อ..ลาภก้อนโต !


TXV – 27 เพื่อ..ลาภก้อนโต !

 

          เช้าวันรุ่งขึ้น เซี่ยเหล่ยออกจากห้องหลังจากที่กินอาหารเช้าที่เซี่ยเสวียได้เตรียมไว้ให้จากนั้นเขามุ่งหน้าไปยังร้านเครื่องยนต์ เขาจงใจออกก่อนเวลาประมาณ 10 นาทีเพื่อเลี่ยงการเจอหน้าเจียงหยู่ยี่ระหว่างทาง แต่เซี่ยเหล่ยก็พบเธอที่กำลังยืนกอดอกอยู่ในขณะที่เซี่ยเหล่ยกำลังลงบันไดมา

 

          เจียงหยู่สวมชุดตำรวจ เธอสวมหมวกและชุดเหล่านั้นทำให้เจียงหยู่ยี่ดูสง่างามอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เธอมองไปยังเซี่ยเหล่ยเหมือนกับเขาเป็นโจรโรคจิต

 

          เซี่ยเหล่ยจำได้ว่าเขาได้ตีก้นของเธอเมื่อคืน มันทำให้เขารู้สึกผิด เขาทักเธอด้วยเสียงที่หนักแน่น “อรุณสวัสดิ์หยู่ยี่ เธอรอใครตรงนี้หรอ?”

 

          “คุณไงละ !” เจียงหยู่ยี่ตอบ

 

          “มีอะไรหรอ?” เซี่ยเหล่ยตอบกลับไป

 

          เจียงหยู่ยี่จ้องมองไปยังเซี่ยเหล่ยและพูดว่า “อย่ามาเนียน! อย่าคิดว่าฉันไม่รู้เรื่องว่านายทำอะไรไปบ้างเมื่อคืน สารภาพมาซะดีๆเพราะตอนนี้ฉันยังพอให้อภัยได้”

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะกลบเกลื่อน “ก็เมื่อคืนเธอเมาไอ้ซู่หลางก็มาส่งเธอที่บ้าน ซู่หลางมันต้องการมีอะไรกับเธอและผมก็รีบมาช่วยคุณเนี๊ย”

 

          ความเขินอายได้ปรากฏบนใบหน้าของเจียงหยู่ยี่ “ฉันไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้น ไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนั้นฉันรู้อยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนั้น เรามาพูดเรื่องที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นดีกว่า นายทำอะไรต่อจากนั้น?”

 

          “ไอ้ซู่หลางเดินออกไปจากห้องเธอ และผมก็ไม่ได้ทำอะไรเลยต่อจากนั้น”

 

          “โกหก” เจียงหยู่ยี่ยกสโพกของเธอและชี้ไปยังจุดที่สูงที่สุดของเธอทางด้านซ้าย “พอฉันตื่นมาตอนเช้า ฉันอยู่ในสภาพโป้เปลือยแล้วก็มีรอยตีอยู่ตรงนี้ นายบอกว่านายหยุดซู่หลางและทั้งนายและซู่หลางก็ออกจากห้องไป ถ้าอย่างนั้น ใครเป็นคนอาบน้ำให้ฉัน? ใครเปลี่ยนเสื้อให้? ใครเป็นคนยกฉันมานอนบนเตียงและใครกันที่ตีก้นฉัน ?”

 

          หน้าผากเซี่ยเหล่ยได้มีเหงื่อเม็ดใหญ่ไหลออกมา เขากำลังเริ่มพูดอื้ออึงและไม่สามารถพูดอะไรอกมาได้

 

          “นายเป็นคนทำใช่ไหม?” เสียงเจียงหยู่ยี่อ่อนลง “ยอมรับมา แล้วฉันจะให้อภัยนาย”

 

          เซี่ยเหล่ยได้แต่อยู่เงียบๆโดยปราศจากคำพูดใดๆ

 

          “นายไม่ได้ทำแค่ตีก้นฉัน ใช่ไหม? นายลวนลามฉัน? จูบฉัน? หรือแม้แต่...ทำแบบนั้นด้วย? สารภาพมาซะดีๆ ฉันรู้ว่านายทำทุกอย่าง” เจียงหยู่ยี่ยังคงเค้นหาความจริง สายตาของเธอเหมือนพี่ที่ชั่วร้ายกำลังถืออมยิ้มที่เอาไว้หลอกเด็กๆ

 

          เซี่ยเหล่ยก็ทนไม่ไหว “พอแล้ว  มันจะแย่มากถ้าเพื่อนบ้านได้ยินทั้งหมดที่เราคุยกันในตอนเช้า ผมไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น ผมเป็นคนที่ชอบฉวยโอกาสตอนเธอเมาหรอ? มันต้องเป็นเธออยู่แล้วที่อาบน้ำเอง เปลี่ยนเสื้อผ้าเองและไปนอนบนเตียงเอง”

 

          “แล้วรอยที่ก้นฉันละ?” เจียงหยู่ยี่ชี้ไปยังสะโพกเธออีกครั้ง ด้วยความโกรธและอายผสมปนเปกันไป

 

          “อาจจะเป็นเพราะยุงกัดเธอก็ได้และเธอก็เป็นคนตบเอง” เซี่ยเหล่ยตอบไปอย่างมั่นใจ

 

          “อ้อ เหรอ?”

 

          เซี่ยเหล่ยพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ผมคิดว่านั้นเป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผลมากที่สุด” เขาพูดต่อว่า “นอกจากนี้ถ้าผมทำจริงๆ เธอก็ต้องมีหลักฐานมายืนยันด้วย ว่าแต่เธอมีหลักฐานหรือเปล่าล่ะ?”

 

          “อี๋! น่าเกลียด อย่าพูดถึงเรื่องนั้นนะ ไอ้ผู้ชายหน้าไม่อาย” เจียงหยู่ยี่ต่อว่าเขา

 

          “โอเคๆ ผมจะไม่พูดถึงมันแล้วส่วนตอนนี้ผมกำลังรีบไปอาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อปไว้ค่อยคุยกันวันหลัง ไปก่อนนะ !”

 

          แต่เจียงหยู่ยี่ได้ขวางทางออกไว้…..

 

          เซี่ยเหล่ยขมวดคิ้ว “ทำอะไรของเธอ? ถ้าฉันรู้ว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นนะ ฉันจะไม่ช่วยเธอเลยเมื่อคืนและปล่อยให้ซู่หลางมันปล้ำเธอ”

 

          เจียงหยู่ยี่จับมือของเซี่ยเหล่ย ยิ้มอย่างสวยงาม “เมื่อกี้ฉันแค่ล้อเล่น ฉันมารออยู่ตรงนี้เพราะอยากจะขอบคุณจริงๆ ขอบคุณนะ มาๆจับมือกับพี่ใหญ่ก่อนแล้วค่อยไปทำงาน”

 

          ‘อะไรของเธอเนี๊ย..’ เซี่ยเหล่ยบ่นเบาๆแต่หน้าเขาก็ยังคงยิ้มแย้มอยู่ในขณะที่กำลังจับมือกับเจียงหยู่ยี่

 

          เมื่อรอยยิ้มของเจียงหยู่ยี่หายไปพวกเขาก็เลิกจับมือ จากนั้นเธอจึงลอกแผ่นใสบางๆจากนิ้วของเธอตรงหน้าเซี่ยเหล่ยและหัวเราะอย่างชั่วร้าย “ฉันจะบอกอะไรให้ ฉันจะเอาลายนิ้วมือจากรอยที่ก้นฉันและที่มือของคุณ จากนั้นจะเอาไปเปรียบเทียบดูว่าเหมือนกันรึป่าว ถ้าเหมือนละก็น่าดู ฮึ่ม!!!”

 

          และเป็นอีกครั้งที่เซี่ยเหล่ยถึงกับพูดไม่ออก...

 

          เจียงหยู่ยี่สะบัดผมพร้อมกับเดินออกไป ทิ้งเซี่ยเหล่ยยื่นงงไปซักพักก่อนที่เขาจะหัวเราะเบาๆและออกไปเพื่อไปขึ้นรถเมล์

 

          หลังจากที่ลงรถเมล์ เขาได้เห็นประตูของเวิร์คช็อปได้ถูกเปิดอยู่แล้ว จูเสี่ยวหงถูพื้นในเวิร์คช็อปไปพร้อมกับหน้าอกขนาดใหญ่ที่ยื่นออกมา แสงสีทองได้สะท้อนลงมายังพื้นห้อง ทำให้หน้าอกก้อนนั้นเปล่งแสงสีทองของแสดงความยั่วยวน ภาพในช่วงเวลานั้นทำให้โลกของใครบางคนหยุดหมุนเลย...

 

          ตาข้างซ้ายของเขากระตุกอย่างไม่ทราบสาเหตุและเขาเริ่มเห็นเสื้อผ้าของจูเสี่ยวหงค่อยๆหายไปทีละชิ้น  เซี่ยเหล่ยตบแก้มตัวเองทันทีพร้อมกับด่าตัวเองไปในตัว ‘นี้มันยังตอนเช้าอยู่เลย ไอ้หื่นเอ๊ย’

 

          จูเสี่ยวหงเพิ่งจะสังเกตเห็นเขาเดินมาเมื่อเขาเข้ามายังเวิร์คช็อป เธอรีบวางไม้ถูพื้นและยิ้ม “อรุณสวัสดิ์เจ้านายเหล่ย เดี๋ยวจะชงชามาให้”

 

          “ไม่ๆ เธอไม่ต้องไปชงชาหรอก ผมทำเองได้” เซี่ยเหล่ยกล่าวอย่างสุภาพ

 

          อย่างไรก็ตามจูเสี่ยวหงได้ไปชงชาเขียวให้และนำมาให้ด้วยมือสองข้างเพื่อแสดงความสุภาพ

 

          “ขอบใจ ทำไมไม่พักสักหน่อยละ? เธอเหงื่อออกท่วมตัวแล้ว” เซี่ยเหล่ยกล่าวออกมา

 

          “ไม่เป็นไร ถูพื้นอีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้ว” จูเสี่ยวหง

 

          เซี่ยเหล่ยรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจอยู่ในใจ  ‘เธอเป็นคนขยัน เราตัดสินใจถูกแล้วที่จ้างเธอมา’

 

          จูเสี่ยวหงก้มไปตามพื้นเพื่อถูพื้น และเช็ดเหงื่อของเธอและดูเหมือนว่าเธอจะร้อนเกินไป เธอจึงดึงปกเสื้อของเธอมาพัดตัวเอง ภูเขาลูกใหญ่สองลูกได้กระเพื่อมตามมือเล็กๆของเธอที่กำลังโบกอยู่...

 

          เซี่ยเหล่ยได้มองออกไปยังทางอื่นอย่างเสียดาย..และเห็นหม่าเสี่ยวอันมาถึงร้านด้วยรถจักรยานยนต์คู่ใจของเขา

 

          “เหล่ย ทายสิผมไปเจอใครมาเมื่อครู่นี้?” หม่าเสี่ยวอันได้กล่าวทันทีที่เข้ามาในร้าน

 

          “ไปเจอใครมาล่ะ?” เซี่ยเหล่ยถาม

 

          “ผมไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นด็อกเตอร์ เออ... เธอชื่อะไรแล้วนะ?” หม่าเสี่ยวอันได้ลืมชื่อของเธอไปแล้ว และมองไปยังเซี่ยเหล่ย

 

          “หนิงจิง” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “นั้นเหละๆ หนิงจิง” หม่าเสี่ยวอันยิ้ม

 

          “ชาหน่อยไหม พี่หม่า” จูเสี่ยวหงนำชาเขียวมาให้หม่าเสี่ยวอันโดยที่เขาไม่ได้ขอ

 

          หม่าเสี่ยวอันดูเหมือนจะชอบการบริการแบบนี้ และดูเหมือนว่าเขาจะติดนิสัยชอบสั่ง “ขอบคุณมาก !..... เธอไปทำงานต่อได้แล้ว”

 

          “ค่ะ” จูเสี่ยวหงนำผ้าขี้ริ้วไปที่โต๊ะของเซี่ยเหล่ยจากนั้นเธอเริ่มทำการเช็ดโต๊ะอย่างขยันและกระฉับกระเฉง หน้าอกของเธอก็เคลื่อนไหวตามมือที่เคลื่อนถูโต๊ะ แกว่งไปซ้ายทีไปขวาที....

 

          หม่าเสี่ยวอันอ้าปากค้างเมื่อเห็นการทำงานหนักของจูเสี่ยวหงกำลังเช็ดโต๊ะตัวนั้น จนเขาลืมที่จะพูดอะไรต่อ....

 

          เซี่ยเหล่ยเตะหน้าแข้งของหม่าเสี่ยวอันและจ้องไปที่เขา “นายบอกว่าเจอด็อกเตอร์หนิงจิง เธอกำลังทำอะไรอยู่หรอ?”

 

          “เธอกำลังกดเงินที่ตู้อยู่หน่ะ” หม่าเสี่ยวอันตอบอย่างรวดเร็ว เขาเดินรอบๆเซี่ยเหล่ยและชื่นชมจูเสี่ยวหงที่กำลังลังเช็ดโต๊ะอยู่ แต่แค่นั้นมันยังไม่พอเขาได้ชี้ไปยังจุดๆหนึ่งบนโต๊ะและกล่าวว่าเสี่ยวหง ตรงนี้ด้วย มันสกปรก”

 

          “โอเค” จูเสี่ยวหงนำเศษผ้าและเริ่มขัด และขัดตรงนี้ที ขัดตรงโน้นที ภูเขาคู่นั้นเคลื่อนไหวไปมาอย่างพริ้วไหวและเป็นภาพที่น่าจดจำ ไปซ้ายที ขวาที

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะและส่ายหน้า เขาอยากเตะหม่าเสี่ยวอันอีกครั้ง แต่ก็ไม่อยากไปขัดความสุขของเขา

 

          ไม่กี่นาทีต่อมา หนิงจิงได้เดินเข้ามาในร้านอย่างช้าๆพร้อมกับถุงกระดาษที่อยู่ใต้รักแร้ ถุงกระดาษหนาพอสมควรและมันพองอกมาดูเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างอยู่ในนั้น

          เธอมาที่ร้านหลังจากหม่าเสี่ยวอันได้พูดถึงเธอก่อนหน้านี้ เซี่ยเหล่ยเดินไปข้างหน้าเพื่อไปทักทายเธอด้วยความรู้สึกเป็นกันเองอรุณสวัสดิ์พี่หนิง มาทำอะไรที่นี่หรอ?”

 

          หนิงจิงหยิบถุงกระดาษที่อยู่ใต้รักแร้ ดันไปใส่ในมือของเซี่ยเหล่ยนี้เงิน 50,000 หยวน ฉันมาจ่ายค่าจ้างที่ติดไว้”

 

          เซี่ยเหล่ยลังเลนี้มัน...” เขาจำได้ว่าหม่าเสี่ยวอันเพิ่งบอกว่า หนิงจิงกดเงินที่ตู้ และเธอมาจ่ายเงินที่เป็นค่าจ้างทันที 50,000 หยวน แสดงว่าเงินนี้คงไม่ได้มาจากสำนักงานโบราณคดีแต่ว่ามาจากเงินเก็บของเธอเอง.....

 

 

          หนิงจิงกล่าวอย่างติดๆขัดๆ “งั้น... รับเงินนี้ไป ทางสำนักงานได้ให้อำนาจฉัน เอ่อ.... ทางหัวหน้าสำนักงานให้เอาเงินนี้มาให้เช้านี้เอง”

 

          เซี่ยเหล่ยก็คงเชื่อว่าเงินนี้ได้มาจากสำนักงานโบราณคดี ถ้าหม่าเสี่ยวอันไม่ได้เจอเธอกำลังกดเงินที่ตู้พี่หนิง เงินนี้ของคุณใช่ไหม?” เขาถามหนิงจิง

 

          หนิงจิงรู้สึกตกใจไม่ๆ เงินนี้มาจากสำนักงานโบราณคดีจริงๆ หยุดถามได้แล้วรับเงินนี้ไปสิ...

 

          ปฏิกิริยาของหนิงจิงทำให้เซี่ยเหล่ยมั่นใจว่าเงินที่เธอนำมาเป็นเงินของเธอเอง เขาไม่สามารถรับเงินนี้ได้ เขาพลักถุงกระดาษกลับไปยังมือของหนิงจิงแล้วกล่าวว่าพี่หนิง ผมรู้ว่านี้เป็นเงินพี่ ผมไม่สามารถรับได้ เดี๋ยวในไม่ช้าพวกเขาก็จ่าย 50,000 หยวนแน่นอน และผมก็ไม่ได้รีบร้อนต้องใช้เงิน”

 

          หนิงจิงได้ผลังถุงกระดาษกลับมายังเซี่ยเหล่ยทันทีทันใดคุณเซี่ย ไม่ต้องพูดอะไรมากและไม่ต้องถามอะไรแล้ว รับเงินนี้ไปเถอะ”

 

          “ผมไม่สามารถรับได้ ได้โปรดนำมันกลับไป” เซี่ยเหล่ยผลังถุงเงินกลับไปที่หนิงจิง

 

          หนิงจิงก้าวถอยหลังออกไปและทำถุงกระดาษหล่นไปยังพื้นและเงินจำนวน 50,000 หยวนกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น

 

          เซี่ยเหล่ยยื่นมือออกมาและหัวเราะเบาๆพี่หนิงทำอะไรหน่ะ?”

 

          หนิงจิงกัดริมฝีปากเบาๆและตอบคำถามหลังจากนั้น “พวกเขาไม่มีเหตุผลเอาซะเลย ฉันเขียนรายงานการเบิกเงิน 50,000 แต่พวกเขาบอกว่าหลงบิงต่างหากที่ต้องจ่ายเพราะว่าเธอเป็นคนเอาเข็มทิศไป ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนไม่ดีแน่ๆ แล้วเธอจะจ่ายให้คุณไหม? คุณช่วยพวกเราไว้มากแต่ไม่ได้ค่าตอบแทนอะไรเลย ฉันทำแบบนี้ไม่ได้ ฉันต้องจ่ายค่าจ้างที่ตกลงกันไว้”

 

          “ฉันมีหลักการของฉัน ยังไงก็ตามเมื่อนายไม่ได้เงินค่าจ้างมันส่งผลถึงฉันด้วยเพราะแบบนั้นฉันจึงต้องจ่ายค่าตอบแทน ฉันจะไม่รู้สึกสบายใจจนกว่านายจะรับเงินไว้” หนิงจิงกล่าวอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

 

          หม่าเสี่ยวอันได้มาแทรกและกล่าวว่าเหล่ย รับเงินนั้นเถอะ มันเป็นความต้องการของด็อกเตอร์หนิง”

 

          แต่ละคนก็มีมุมมองของตัวเองทั้งนั้น และเซี่ยเหล่ยต้องการออกจากจุดๆนี้ เขาได้ทำการหยิบเงินจำนวน 5 กองจากพื้นและดึงแบงค์ 100 หยวนมา 1 ใบผมจะเอาเงิน 100 หยวนสำหรับเงินค่าจ้างซ่อมเข็มทิศ เธอก็เอาที่เหลือกลับไป และผมจะโกรธมากถ้าพี่ยืนกรานว่าจะให้ผมให้ได้”

 

          “คุณเซี่ย คุณ.....หนิงจิงไม่มีคำพูดใดๆจะพูดต่อ

 

          เซี่ยเหล่ยนำเงินมาใส่ในถุงกระดาษและยื่นถุงกระดาษให้แก่หนิงจิงเข้ายิ้มและกล่าวว่าถ้าเธอเห็นว่าผมเป็นเพื่อน ก็เอาเงินนี้กลับไป”

 

          หนิงจิงถอนหายใจ “ฉันควรทำยังไงดีนะ? ก็ได้ ฉันจะรับเงินกลับมา ฉันไม่อยากเสียเพื่อนแบบคุณไป”

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้มออกมามันก็ควรจะเป็นแบบนี้ตั้งนานแล้ว”

 

          หม่าเสี่ยวอันมองไปยังจูเสี่ยวหงและพูดกับเธอว่าเจ้านายเธอมันโง่....โง่...โง่มากถึงมากที่สุดเลย”

 

          จูเสี่ยวหงกระพริบตาโตๆของเธอ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่เข้าใจในสิ่งที่หม่าเสี่ยวอันกล่าวไว้ ในทางกลับกัน เธอจึงเคารพนับถือการกระทำแบบนี้ของเซี่ยเหล่ยเป็นอย่างมาก

 

          หนิงจิงได้กล่าวอีกครั้งว่าฉันจะนำเงินกลับไป แต่ฉันจะหาวิธีช่วยนายให้ได้สิ่งที่เหมาะสมกับเวลาที่คุณเสียไป”

 

          “มันไม่จำเป็นเลย....พี่หนิง” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “ให้ฉันพูดให้จบก่อน...ลุงของฉันเป็นเจ้าของกิจการซึ่งส่วนใหญ่ผลิตอุปกรณ์พิเศษ ชิ้นส่วนบางชิ้นในการสร้างจำเป็นต้องแม่นยำมากๆ เพื่อที่จะส่งไปยังต่างประเทศ แต่ในโซนยุโรปและอเมริกาเข้มงวดมากๆในการซื้อขายส่วนประกอบของชิ้นงาน เมื่อก่อนเราทำการซื้อขายกับพวกเขาได้สบายๆแต่ตอนนี้มันหาซื้อไม่ได้แล้ว เมื่อคืนคุณลุงของฉันได้คุยกับคุณพ่อว่ามีออเดอร์ที่ไม่สามารถทำได้เพราะมีปัญหา มันยิ่งทำให้คิดถึงคุณ คุณเป็นช่างที่มีฝีมือยอดเยี่ยม บางทีคุณอาจจะทำชิ้นส่วนที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงๆออกมาได้ ถ้าเป็นแบบนี้ฉันสามารถแนะนำคุณให้กับคุณลุงได้รู้จักได้มั้ย ?”

 

          เซี่ยเหล่ยไม่คาดคิดว่าเธอจะพูดแบบนี้ออกมา “มันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าตัวของผม ไม่รู้ว่าผมจะทำได้รึปล่าว ?” เซี่ยเหล่ยกล่าวด้วยความตกตะลึง

 

          “นายทำได้อยู่แล้วละ ฉันได้พิจารณาความสามารถของคุณดีแล้ว” หนิงจิงกล่าว “ถ้ายังไงฉันจะนัดคุณกับลุงมาเจอด้วยกันแล้วลองทำงานนี้ดู คุณจะรู้ได้ยังไงว่าทำได้หรือไม่ได้ถ้าคุณยังไม่ลองทำดู”

 

          “ตกลง ! ถ้างั้นก็นัดวันเพื่อไปเจอคุณลุงของเธอ ผมของลองทำสิ่งนี้ดู”

 

          “คุณตกลงสินะ รอฉันโทรมาแล้วกัน ตอนนี้ต้องไปทำงานก่อนพวกนั้นยังอยู่คนละข้างกับฉัน บางทีพวกเขาอาจจะนำเรื่องของฉันไปฟ้องเจ้านาย ถ้าฉันเกิดเข้างานสาย !!” หนิงจิงกล่าวอย่างน่ารำคาญ

 

          เซี่ยเหล่ยมองไปยังหนิงจิงที่เดินผ่านประตูออกไปและกำลังไปที่รถของเธอ จากนั้นเขาก็เดินกลับไปยังร้านของเขา

 

          หม่าเสี่ยวอันหัวเราะอย่างเก้ๆกังๆเยื่ยมเหล่ย ผมเพิ่งด่านายว่าไอ้โง่ที่ปฏิเสธเงิน 50,000 หยวน มันควรจะเป็นของนาย แต่ไม่คิดเลยว่านายจะลาภก้อนโตกว่านั้น !!!”

 

          “ผมก็ไม่ได้ตั้งใจแบบนั้นหรอก หนิงจิงเป็นคนซื่อสัตย์เพราะแบบนั้นฉันจึงรับเงินนี้มาไม่ได้”

 

          จูเสี่ยวหงก็ได้กล่าวว่าเจ้านายเซี่ย คนนี้แหละเป็นดังคำที่ว่า...ทำดีย่อมได้ดี

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะออกมาฮี่ ฮี่ ฉันชอบการแสดงออกของเธอนะ พูดได้ดีมาก..”

 

          หม่าเสี่ยวอันชี้ไปยังโต๊ะของเขา “เสี่ยวหงเช็ดโต๊ะผมด้วย เช็ดแรงๆให้มันมันวาวจนสะท้อนแสงออกมาเลย

 

          “ได้เลย!” จูเสี่ยวหงไปยังโต๊ะตังนั้นและเริ่มเช็ดโต๊ะตัวนั้นอย่างที่หม่าเสี่ยวอันได้บอกไว้ เธอเช็ดตรงนี้ที เช็ดตรงโน้นที เธอไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าพี่ใหญ่ของเธอได้จ้องไปยังหน้าอกที่ยิ่งใหญ่ของเธอที่กำลังเด้งไปมาอย่างตาไม่กระพริบ....

 

          เซี่ยเหล่ยถอนหายใจออกมาและกำลังพิจารณาความว่าโต๊ะในเวิร์คช็อปของเรามีไว้ทำอะไรกันแน่.......

 

          ขอบคุณครับ แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้า ติดตามข่าวสารและเรื่องราว https://www.facebook.com/Tranxending-Vision-1843606792370694/ ขอเพียงแค่กดไลค์กดติดตาม ก็เป็นกำลังใจให้ผมแปลต่อได้แล้วคร้าบบบ ฝากด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

 

###################################################################

 

         

         

         

 

         

         

         

         

         

         

 

จบบทที่ TXV – 27 เพื่อ..ลาภก้อนโต !

คัดลอกลิงก์แล้ว