เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 24 ภาษาต่างประเทศ ? ช่างง่ายดายเหลือเกิน...

TXV – 24 ภาษาต่างประเทศ ? ช่างง่ายดายเหลือเกิน...

TXV – 24 ภาษาต่างประเทศ ? ช่างง่ายดายเหลือเกิน...


TXV – 24 ภาษาต่างประเทศ ? ช่างง่ายดายเหลือเกิน...

 

          เซี่ยเหล่ยเริ่มทำงานตั้งแต่ตอนบ่ายยาวไปถึงดึก !

 

          หม่าเสี่ยวอันโทรมาถามเซี่ยเหล่ยอยู่เสมอว่ามีอะไรให้เขาช่วยรึปล่าว เซี่ยเหล่ยบอกไม่เป็นไร ให้หม่าเสี่ยวอันไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นมาเปิดร้านในตอนเช้า หลังจากนั้นเซี่ยเหล่ยยังคงใช้เวลากับการสร้างชิ้นส่วนเข็มทิศขึ้นมาใหม่เขาทำการซ่อมแซมส่วนที่เสียหายของเข็มทิศจนเกือบเสร็จแล้ว

 

          หนิงจิงไม่สามารถช่วยอะไรได้เธอจึงนั่งอยู่โต๊ะทำงานของเซี่ยเหล่ยจากนั้นเธอหยิบหนังสือที่เซียเหล่ยวางไว้บนโต๊ะขึ้นมาแล้วลองเปิดอ่านดูหนังสือนี้มีชื่อว่า ‘Contemporary German for University’ เธอพูดอย่างประหลาดใจว่า “คุณเซี่ยเรียนภาษาเยอรมันด้วยตัวคุณเองหรอ ?”

 

          “ใช่แล้ว ผมอยากเพิ่มพูนความรู้ของตัวผมเอง” เซี่ยเหล่ยตอบ

 

          “Sprechen Sie Deutsch?” ทันใดนั้นหนิงจิงได้พูดภาษาเยอรมันออกมา

 

          ตาข้างซ้ายของเซี่ยเหล่ยเริ่มมีปฏิกิริยาจากคำพูดของหนิงจิง คำพูดนี้ของหนิงจิงมันทำให้เขานึกถึงคำๆหนึ่งในหัวของเขา รวมไปถึงการออกเสียงที่น่าสนใจมันเป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินคนพูดภาษาเยอรมัน เขาเข้าใจความหมายของหนิงจิงว่าเธอพูดมันหมายความว่าอะไร หนิงจิงพูดต่อว่า “คุณพูดภาษาเยอรมันได้รึ ?”

 

          “Sprechen Sie Deutsch?” หนิงจิงพูดซ้ำคำพูดนี้เป็นการออกเสียงที่ซับซ้อนเธอจงใจพูดเพื่อทดสอบสิ่งที่เธอคิดในใจ เธอค่อนข้างประหลาดใจว่าช่างเชื่อมแบบคุณเซี่ยสามารถเข้าใจภาษาเยอรมันด้วย ?

 

          เซี่ยเหล่ยกำลังคิดคำตอบอยู่ในหัวของเขาเพราะคำพูดนี้ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมที่เขาเคยอ่านแต่ตาซ้ายของเขากำลังเรียบเรียงหลักไวยากรณ์และคำพูดของภาษาเยอรมันที่ออกเสียงคล้ายๆของหนิงจิงในหัวของเขา เพื่อรวมกันและสร้างประโยคใหม่ขึ้นมานี่เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมหัศจรรย์เป็นอย่างมากเขาใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้นในการประมวลผล

 

          มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของเซี่ยเหล่ยขณะที่เขาพูดว่า “Ich kann Deutsch, aber ich spreche nicht sehr gut.”

 

          เซี่ยเหล่ยพูดต่อว่า “ฉันสามารถพูดภาษาเยอรมันได้แต่พูดได้ไม่ค่อยคล่องหรอก”

 

          หนิงจิงมองไปที่เซี่ยเหล่ยด้วยความประหลาดใจและยังคงพูดต่อว่า “คุณสามารถพูดภาษาเยอรมันได้จริงๆ อะไรล่ะที่ทำให้คุณอยากเรียนรู้ภาษาเยอรมัน ?” มันไม่ใช่ภาษาต่างประเทศที่คนทั่วไปอยากจะเรียนรู้ คนทั่วๆไปจะเลือกเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพราะภาษาอังกฤษนี้ใช้อย่างแพร่หลายบนโลกใบนี้

 

          ในไม่ช้าเซี่ยเหล่ยพูดต่อว่า “Mademoiselle  je parle un peu le français.”

 

          “คุณ….” หนิงจิงไม่สามารถนั่งเฉยได้ต่อไปจากนั้นเธอรีบขึ้นยืนและพูดอย่างรวดเร็วว่า “คุณพูดภาษาฝรั่งเศษได้ด้วยหรอ ?”

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้ม “ใช่ แต่ฉันพูดภาษาฝั่งเศษได้นิดหน่อยเท่านั้นเอง”

 

          “โอ้ววววิเศษมาก ! คุณมีความสามารถลึกลับซ่อนอยู่อีกมากมายนัก ฉันรู้แค่ภาษาอังกฤษและเยอรมันแต่ฉันไม่สามารถรู้ภาษาฝรั่งเศษ คุณเก่งกว่าฉัน !” หนิงจิงกล่าวยกย่องเซี่ยเหล่ยเธอมองที่เซี่ยเหล่ยด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

 

          “คุณทำได้ยังไง ? ฉันเพิ่งเรียนรู้ประโยคง่ายๆเมื่อฉันได้รับปริญญาเอกได้ไม่นานแต่คุณอายุยังน้อยและสามารถทำได้ขนาดนี้ฉันขอชื่นชมคุณจริงๆ”

 

“โอ๊ะ ไม่ ไม่… ฉันต่างหากที่ต้องชื่นชมคุณ คุณมีฝีมือที่ดีตั้งแต่อายุยังน้อยแถมยังคุณยังสามารถเรียนรู้ภาษาเยอรมันและภาษาฝรั่งเศสได้อีกแสดงว่าคุณต้องมีหัวดีมากๆและความพยายามในการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอทัศนคติที่ดีแบบนี้คือสิ่งที่ฉันจะต้องเลียนแบบคุณ” หนิงจิงกล่าว

 

 

          “ฮี่ฮี่…. เราควรทำงานต่อมั้ย ?” เซี่ยเหล่ยยิ้มออกมาจากนั้นเขาหันกลับไปทำงานต่อ

 

          หนิงจิงยังคงจ้องมองที่เซี่ยเหล่ยและไม่สามารถละสายตาออกจากเขาได้มันน่าตลกยิ่งนัก ! เมื่อฉันเจอเขาในครั้งแรก ฉันคิดว่าเขาคงเป็นคนที่ไม่มีความสามารถแต่ในตอนนี้เขามีทักษะการเชื่อมที่เก่งกาจและทักษะการพูดภาษาเยอรมันและฝรั่งเศสได้อีกนอกจากที่ฉันมีปริญญาเอก ฉันมีอะไรที่ดีกว่าเขาไหมเนี่ย ? หนิงจิงพูดในใจ

 

          ตอนนี้เธอเต็มไปด้วยความยินดีและรู้สึกอายไปในเวลาเดียวกัน

 

          เธอไม่รู้เลยว่าผู้ชายที่เธอกำลังชื่นชมอยู่ตอนนี้เป็นเพียงเพชรที่หยาบกร้านไม่มีใครสามารถบอกได้เลยว่าเซี่ยเหล่ยจะเติบโตและอนาคตของเขาจะสดใสแค่ไหน !

 

          “เอาล่ะ ใกล้เสร็จแล้ว !” เซี่ยเหล่ยปิดเครื่องจักรเหล่านั้นและเขาหยิบชิ้นงานมาวางไว้ใต้โคมไฟเพื่อทำการตรวจสอบอีกครั้ง

 

          หนิงจิงเอียงศีรษะของเธอมาดูที่เซี่ยเหล่ยและชิ้นส่วนที่อยู่บนโต๊ะ “นี่คือส่วนสุดท้ายแล้วใช่มั้ย ?”

 

          “ใช่ นี่มันส่วนสุดท้ายแล้ว” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “คุณทำงานเสร็จเร็วกว่าที่ฉันคิดไว้สะอีก” หนิงจิงกล่าว “ฉันขอถามคุณว่า ฉันสามารถนอนที่ไหนได้บ้างนี่มันก็ดึกมากแล้ว ?”

 

          “ฮี่ฮี่….คุณจะนอนที่นี่ก็ได้นะ แต่คุณต้องจ่ายเงิน”

 

          “คุณไม่มีเตียงให้ฉันนอน ฉันไม่มีทางนอนที่นี่เด็ดขาดถึงแม้ว่าฉันง่วงมากแค่ไหนก็ตาม”

 

          เซี่ยเหล่ยกำลังจะบอกว่าเขามีเตียงที่พับได้อยู่แต่เขาก็ไม่พูดถึงมันเพราะกลัวว่าเธอจะเข้าใจผิดเขาจึงเปลี่ยนคำพูดไปว่า “ผมจะไปส่งพี่หนิง พี่จะกลับบ้านหรือจะให้ไปส่งที่สำนักงานโบราณคดี ?”

 

          หนิงจิงมองไปที่เซี่ยเหล่ยและยิ้มออกมา “คุณจะส่งฉันกลับบ้านและให้ฉันขับรถกลับมาส่งคุณ ?”

 

          “คุณจะให้ผมนำชิ้นส่วนทั้งหมดมาประกอบกันในคืนนี้เลยหรือไม่ ?” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          หนิงจิงพยักหน้า “มันคงเป็นเรื่องที่อัศจรรย์เป็นแน่ ฉันอยากจะไขความลับของมันจนทนไม่ไหวแล้ว !”

 

          “ตกลง ผมจะไปกับคุณที่สำนักงานโบราณคดี” เซี่ยเหล่ยก็อยากรู้ความลับของเข็มทิศนี่เหมือนกันว่ามันซ่อนอะไรไว้อยู่

 

          ครึ่งชั่วโมงต่อมาเซี่ยเหล่ยและหนิงจิงมาถึงที่สำนักงานโบราณคดีและเขาไปที่ห้องสตูดิโอของสำนักงานแทนที่จะไปห้องพิพิธภัณฑ์

 

          สตูดิโอแห่งนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่และเต็มไปด้วยสิ่งโบราณมากมายเช่นเครื่องใช้โบราณหายากหรือแร่เก่าแก่วางอยู่มากมายทำให้ห้องนี้ดูแคบไปทันทีจากนั้นหนิงจิงทำความสะอาดโต๊ะทำงานเพื่อที่จะวางชิ้นส่วนเข็มทิศและชิ้นส่วนที่เลียนแบบไว้บนโต๊ะ

 

          “คุณจะไม่เรียกศาสตราจารย์ฮัวเว่ยกั่วมาด้วยหรอ ?” เซี่ยเหล่ยถาม

 

          หนิงจิงคิดสักครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ตอนนี้มันดึกมากแล้ว ช่างเขาไปเถอะ เขาจะมาในวันพรุ่งนี้ตอนเช้า คุณเซี่ยฉันขอให้คุณช่วยประกอบเข็มทิศให้เสร็จในคืนนี้ได้ไหม ?”

 

          “ได้เลย !”เซี่ยเหล่ยตอบอย่างรวดเร็ว

 

          “เดี๋ยวฉันจะไปชงชามาให้คุณนะ” หนิงจิงกล่าว

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้มและพูดว่า “ไม่ต้องทำตัวเป็นทางการแบบนั้นก็ได้ พี่หนิง”

 

          “ฉันจะไปเอาชาไหมคุณดื่มเพื่อไม่ให้คุณง่วงนอน คุณจะได้ทำงานต่อไปได้ฉันจะกลับมาให้ที่สุด แป๊บนึงนะ” หนิงจิงเดินออกจากห้องไป

 

          เซี่ยเหล่ยมองไปที่เธอขณะเธอเดินออกไปจากห้อง จากนั้นเขาหันกลับมาที่โต๊ะเพื่อทำการประกอบเข็มทิศต่อ

 

          นี่เป็นงานชิ้นแรกที่เขาทำเกี่ยวกับการซ่อมเข็มทิศเขาไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานแบบนี้มาก่อน อย่างไรก็ตามในตอนนี้เขาได้รับประสบการณ์ในการซ่อมเข็มทิศที่มีรูปร่างคล้ายนาฬิกานับเป็นประประสบการณ์ที่ไม่สามารถประเมินค่าได้....

 

          เวลาผ่านไปสักครู่หนึ่ง หนิงจิงก็เดินกลับมาในห้องพร้อมกับถ้วยชาจากในขณะนั้นเซี่ยเหล่ยได้ประกอบชิ้นส่วนชิ้นสุดท้ายในเข็มทิศเสร็จพอดี !

 

          เข็มสีทองในหน้าปัดเข็มทิศ มันชี้ไปทางทิศเหนือทันที !

 

          เซี่ยเหล่ยวางเข็มทิศลงบนโต๊ะและยิ้มออกมาพร้อมพูดว่า “สำเร็จแล้ว !”

 

          หนิงจิงเดินเข้ามาอย่างช้าช้าแล้วจ้องเขม็งไปที่เข็มทิศบนโต๊ะทำงาน “คุณซ่อมมันสำเร็จแล้วหรอ ?” เธอพูดด้วยความยินดี

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้ม เขาวางเข็มทิศบนโต๊ะอย่างช้าๆเขาใช้เวลาในการประกอบเข็มทิศรวดเร็วซะยิ่งกว่าหนิงจิงชงชาให้เขาเสียอีก

 

          “มันกำลังเคลื่อนไหวอยู่ ! คุณประกอบชิ้นส่วนชิ้นสุดท้ายสำเร็จแล้ว ?” หนิงจิงดันแว่นตาไปที่ดั้งจมูกและจ้องมองที่เข็มทิศแบบตาไม่กระพริบ

 

          “ใช่ ผมนำชิ้นส่วนชิ้นสุดท้ายใส่ลงไปในเข็มทิศแล้ว ผมคิดว่าคุณควรจะลองใช้ชิ้นส่วนอันเก่าของเข็มทิศก่อนจากนั้นค่อยใช้ส่วนที่ได้ทำการเลียนแบบไว้ เพื่อที่เข็มทิศจะได้แสดงทิศทางที่ถูกต้องมากขึ้น” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “คุณคิดรอบคอบมาก ! โอ๊ะ ฉันลืมเอาชาให้คุณเลย” หนิงจิงนำถ้วยชาที่ถือไว้ในมือยื่นให้กับเซี่ยเหล่ยหลังจากนั้นเธอก็รีบไปดูเข็มทิศทันที

 

          เซี่ยเหล่ยไม่ได้กระหายน้ำเลย เขากินน้ำชาแค่ 1 จิบแล้ววางมันไว้ข้างๆโต๊ะจากนั้นเขาเดินไปด้านหน้าของหนิงจิงที่กำลังดูเข็มทิศอยู่

 

          กลิ่นน้ำหอมของหนิงจิงมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์มากเธอไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกำลังยืนอยู่ใกล้ๆเซี่ยเหล่ยในตอนนี้สายตาของเซี่ยเหล่ยเห็นภูเขาหิมะ 2 ลูกที่อยู่ตรงหน้าในขณะที่เธอไม่ทันระวังตัวหนิงจิงเธอสวมเสื้อคอลึกและกำลังก้มดูเข็มทิศอย่างขมักเขม่น

 

          ภายใต้แสงไฟ ความสวยของหนิงจิง กลิ่นที่ยั่วยวนคละคลุ้งไปทั่วห้องสิ่งเหล่านั้นรวมกันเป็นภาพที่เซี่ยเหล่ยรู้สึกแปลกๆราวกับว่ากำลังสัมผัสถึงสิ่งลี้ลับที่ยากที่จะอธิบายได้

 

          “คุณเซี่ยช่วยประกอบชิ้นส่วนที่เลียนแบบไว้ลงในเข็มทิศหน่อย ฉันจะดูผลลัพธ์ของเข็มทิศที่แตกต่างกันออกไป” หนิงจิงกล่าว

 

          “ไม่มีปัญหา” เซี่ยเหล่ยได้ทำการเปลี่ยนชิ้นส่วนอย่างรวดเร็ว

 

          อย่างไรก็ตามเข็มทิศไม่ทำงานอะไรเลยหลังจากที่ทำการเปลี่ยนเป็นชิ้นส่วนที่เลียนแบบไว้

 

          หนิงจิงรีบตรวจสอบอย่างรวดเร็วและพูดกับเซี่ยเหล่ยเบาๆว่า “มันเป็นสิ่งที่แปลกมากทำไมถึงเป็นแบบนี้ ? คุณเซี่ย คุณเอาชิ้นส่วนเดิมมาประกอบได้ไหม ?”

 

          เซี่ยเหล่ยก็คิดว่ามันแปลกเกินไปแต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยถามคำถามใดๆ ในครั้งนี้เข็มทิศกลับมาทำงานอีกครั้งและเข็มมันชี้ไปทางทิศเหนือ

 

          “ฉันคิดว่า…..ชิ้นส่วนของเข็มทิศทำมาจากวัสดุพิเศษที่มีแต่ในสมัยราชวงศ์หมิงเท่านั้น มันเป็นสิ่งที่น่ามหัศจรรย์มาก” หนิงจิงกล่าว

 

          “พวกคุณจะต้องศึกษาเรื่องนี้ให้มากขึ้นกว่าเดิม ส่วนงานของผมเสร็จแล้ว”

 

          ในขณะนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดออกมาอย่างรวดเร็วและมีบางคนเดินเข้ามาในห้องใบหน้าที่คุ้นเคยปรากฏต่อหน้าเซี่ยเหล่ยและหนิงจิง......

 

          คนนั้นคือ หลงบิง ! บรรยากาศที่เยือกเย็นที่ออกมาจากตัวเธอ เธอเหลือบไปมองที่เซี่ยเหล่ยและหนิงจิงก่อนที่เธอจะหันไปมองที่เข็มทิศ

 

          “ทำไมคุณถึงมาที่นี่ ?” เซี่ยถามอย่างแปลกใจ

 

          “คุณซ่อมมันเสร็จ ฉันก็มา” หลงบิงเดินไปที่โต๊ะจากนั้นเธอหยิบเข็มทิศแล้วกำลังเดินออกไป

 

          หนิงจิงไม่พอใจเป็นอย่างมากและรีบเดินไปขวางทางของหลงบิง “คุณหลง คุณจะทำอะไร ? คุณไม่สามารถเอาเข็มทิศอันนี้ออกไปได้ !”

 

          “ฉันไม่ต้องการให้คุณแสดงความคิดห็น หัวหน้าสำนักงานโบราณคดีไม่ได้พูดแบบนี้ ออกไปซะอย่ามาเป็นเสี้ยนหนามในการทำงานของฉัน” หลงบิงพูดอย่างเย็นชา

 

          “ไม่ ! คุณไม่สามารถนำเข็มทิศอันนี้ออกไปได้ ! อธิบายเหตุผลของคุณมา !” หนิงจิงยังคงยืนขวางทางอยู่

 

          ทันใดนั้นหลงบิงคว้ามีดสั้นไปจ่อที่คอของหนิงจิง เธอกำลังพูดด้วยน้ำเสียงพึมพัมขณะที่หนิงจิงกำลังเอียงคอหนีจากคมมีดจากนั้นเธอก็ทรุดตัวลงไปที่พื้น

 

          เซี่ยเหล่ยรีบไปคว้าตัวของหนิงจิงเพื่อไม่ให้ตัวของเธอกระทบกับพื้น “ทำไมคุณทำแบบนี้ล่ะ ? เธอไม่เคยทำอะไรคุณ” เซี่ยเหล่ยพูดด้วยความตกใจ

 

          “เธอจะฟื้นหลังจาก 15 นาทีนี้ตอนนี้ช่วยดูแลเธอด้วยและขอความร่วมมือในการทำงานครั้งนี้ด้วย ฉันจะติดต่อคุณเมื่อมีงานชิ้นถัดไปให้คุณช่วย” หลงบิงกล่าวอย่างเย็นชา

 

          “คุณไม่ถามผมเลยหรอว่าผมจะทำงานชิ้นต่อไปให้คุณไหม ? ผมซ่อมเข็มทิศให้คุณแล้วช่วยบอกได้ไหมว่าคุณจะเอาไปทำอะไร ?” เซี่ยเหล่ยถามอย่างหดหู่

 

          “อย่าถามในสิ่งที่คุณไม่ควรรู้ ! ลาก่อน” หลงบิงเดินออกไปโดยไม่มีคำพูดใดๆอีก

 

          เซี่ยเหล่ยจับตัวของหนิงจิงที่ไม่มีสติไว้ในอ้อมแขนของเขาในขณะที่เขาจ้องมองหลงบิงเดินออกไปจากห้อง เขาหยุดคิดสักครู่หนึ่งหลังจากนั้น……..

 

          ขอบคุณครับ แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้า ติดตามข่าวสารและเรื่องราว https://www.facebook.com/Tranxending-Vision-1843606792370694/ ขอเพียงแค่กดไลค์กดติดตาม ก็เป็นกำลังใจให้ผมแปลต่อได้แล้วคร้าบบบ ฝากด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

 

###################################################################

 

         

         

 

จบบทที่ TXV – 24 ภาษาต่างประเทศ ? ช่างง่ายดายเหลือเกิน...

คัดลอกลิงก์แล้ว