เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 22 มองเข้าไปยัง...

TXV – 22 มองเข้าไปยัง...

TXV – 22 มองเข้าไปยัง...


TXV – 22 มองเข้าไปยัง...

 

          เมื่อเซี่ยเหล่ยเห็นเธอกำลังปวดท้องอย่างรุนแรง เขาจึงนำมือไปสัมผัสที่หน้าท้องของเธอ มันทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมากเพราะเขาไม่สามารถทนเห็นเธอต้องทุกข์ทนทรมานกับความเจ็บปวดดังนั้นเขาจะคิดจะทำอะไรบางอย่างเพื่อคลายความเจ็บปวดของเธอ

 

          หน้าท้องของหนิงจิงหนุ่มมากๆ ความเนียนนุ่มภายใต้เสื้อผ้าชั้นบางๆทำให้เขารู้สึกกระวนกระวายใจ มือที่แข็งทื่อที่อยู่บนหน้าท้องของเธอขณะที่เขาสัมผัส เขาจึงรีบตัดความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นโดยการหาสาเหตุของการปวดท้องอย่างรุนแรงของเธอ

 

          “คุณ…..” หนิงจิงจ้องมองไปที่เซี่ยเหล่ยด้วยความตกใจ

 

          “เอ่อ… คิดซะว่าเป็นมือของแม่คุณแล้วกัน” เซี่ยเหล่ยกล่าวขณะที่นำมือไปนวดอย่างอ่อนโยนบริเวณหน้าท้องของเธอ

 

          หนิงจิงไม่ได้ปฏิเสธการกระทำของเซี่ยเหล่ยแต่เธอตกใจกับการกระทำของเซี่ยเหล่ยมากกว่ามือของเขาเป็นมือวิเศษที่สามารถไล่ความเจ็บปวดออกไปและอีกอย่างมันก็นำความผ่อนคลายมาให้เธอในเวลาเดียวกัน เสียงแปลกๆที่เปล่งจากลำคอของเธอเป็นเสียงที่อืออึง ใบหน้าของเธอตอนนี้มีทั้งความเจ็บปวดและความสุขในเวลาเดียวกัน

 

          “คุณยังปวดท้องอีกมั้ย ?” เซี่ยเหล่ยถามอย่างเป็นกังวล

 

          “งืม...ไม่แล้วนะ” คำตอบของหนิงจิงค่อนข้างคลุมเครือมันอาจเป็นเพราะมือที่นุ่มนวลของเซี่ยเหล่ยไปสัมผัสหน้าท้องของเธอจนลืมความเจ็บปวดไป !

 

          คำตอบที่คลุมเครือของหนิงจิงทำให้เซี่ยเหล่ยรู้สึกเป็นกังวลมากขึ้นทันใดนั้นเขามีความคิดขึ้นมาว่า “บางทีตาข้างซ้ายของเราอาจจะเห็นสาเหตุที่เธอปวดท้องที่รุนแรง ถ้ามันเป็นเรื่องร้ายแรงเราจะได้ส่งเธอไปโรงพยาบาลทันที !”

 

 

การมองเข้าไปในร่างกายคงเป็นเรื่องยากกว่าการมองทะลุเสื้อผ้าอย่างแน่นอนการมองผ่านเสื้อผ้าที่ผ่านมานั้นเปรียบเสมือนการที่วิ่งบนถนนด้วยรองเท้าที่สบายเท้าทำให้สามารถไปถึงเส้นชัยอย่างง่ายดาย แต่การมองเข้าไปในร่างกายของมนุษย์เปรียบเสมือนการเดินป่าที่รกทึบจึงต้องใช้สมาธิและพลังจากตาซ้ายมากกว่าเดิม

 

          หลังจากนั้นเซี่ยเหล่ยตัดสินใจรวบรวมพลังจากตาซ้ายออกมาทั้งหมด เสื้อผ้าของหนิงจิงหายไปอย่างรวดเร็วจากนั้นเขาก็เห็นเรือนร่างของเธอทั้งหมด ถึงแม้ว่าเขาจะเล่นบทเป็นคุณหมอที่เก่งกาจแต่สายตาของเขาก็ค่อนข้างซุกซนเล็กน้อย

 

          “ใจเย็น…..ใจเย็น…. เรากำลังมองหาสาเหตุที่ทำให้เธอปวดท้องอย่างรุนแรง.. มันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก !” ในช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้เซี่ยเหล่ยส่ายหน้าอย่างแรงเพื่อเอาความคิดอื่นๆออกไปจากหัวของเขา ในตอนนี้เขามีเป้าหมายคือการมองเข้าไปในช่องท้องของเธอเพื่อดูสาเหตุที่ทำให้หนิงจิงปวดท้องคืออะไร ! ด้วยเหตุผลนี้เขาจึงตั้งใจรวบรวมสมาธิและเพิ่มพลังไปยังตาซ้ายให้ได้มากที่สุด

 

          ในไม่ช้าเซี่ยเหล่ยก็เริ่มเห็นผิวบนหน้าท้องของหนิงจิงค่อยๆเลือนหายไปกลายเป็นสีแดงจากนั้น เขาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในร่างกายของเธอ เขามองเห็นลำไส้เล็ก ตับ ไต ม้ามและอวัยวะภายในอื่นๆ เขากำลังตกตะลึงกับความสามารถของเขา เขาไม่เคยคิดเลยว่าตาซ้ายจะสามารถมองเข้าไปในร่างกายของมนุษย์ได้โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์การแพทย์ช่วย !

 

          เซี่ยเหล่ยกวาดสายตาไปอย่างรวดเร็วในร่างกายของหนิงจิงเขาพบถุงน้ำดีของหนิงจิงเต็มไปด้วยก้อนเนื้อเล็กๆเกาะอยู่ที่เยื่อบุของถุงน้ำดีและมันเพิ่งเริ่มมีการอักเสบตอนนี้การอักเสบของก้อนเนื้อยังไม่รุนแรงมากนัก

 

          สิ่งนี้คงจะเป็นสาเหตุทำให้หนิงจิงปวดท้อง จากนั้นเซี่ยเหล่ยหยุดใช้ตาซ้ายของเขาและร่างกายของเขาก็อ่อนแรงและล้มตัวลงไป จากนั้นใบหน้าของเซี่ยเหล่ยฟุบลงไปจุดที่บอบบางที่สุดของเธอ….

 

          “คุณ….” ทันใดนั้นคำพูดของหนิงจิงทำให้สติของเซี่ยเหล่ยกลับมาอย่างรวดเร็วและเธอพูดต่อว่า “คุณ..คุณทำอะไรหน่ะ ?”

 

 

          “ผมขอโทษ..ผมไม่ได้ตั้งใจ” เซี่ยเหล่ยรีบขยับตัวเองออกจากร่างกายของเธอและเขาพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างให้กลับมาเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เป็นสิ่งที่น่าเสียดายใบหน้าของเขาและใบหูตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นสีแดงและเขาก็หายใจอย่างรวดเร็ว

 

          ใบหน้าของหนิงจิงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นเรื่อยๆ เธอต้องการที่จะดุด่าเซี่ยเหล่ยแต่ก็ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากของเธอ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ความเจ็บปวดของเธอเริ่มค่อยๆหายไปแล้ว มันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก !

 

          บรรยากาศในห้องตอนนี้เต็มไปด้วยความอับอายและความลังเลใจ ในขณะนี้ห้องเงียบจนแทบได้ยินเสียงหัวใจเต้น

 

          ในขณะนี้ได้เกิดภาพหลอนขึ้นในสายตาของเซี่ยเหล่ย ร่างกายที่นุ่มนวลของด็อกเตอร์หนิงกำลังลุกออกมาจากโซฟาจากนั้นเธอกำลังเต้นเย้ายวนอย่างร้อนแรงต่อหน้าเขา….

 

          เซี่ยเหล่ยส่ายหัวเพื่อที่จะขจัดภาพหลอนเหล่านั้นออกไป แต่ครั้งนี้ภาพหลอนเหล่านั้นมันไม่ได้หายไปอย่างที่เขาคิดมันเริ่มรุนแรงมากขึ้นและมันดูมีชีวิตชีวาสมจริง !

 

          “อย่าแตะนะ !” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “อย่าแตะอะไร ?” หนิงจิงจ้องมองไปที่เซี่ยเหล่ยขณะที่เขาหน้าเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ “ผม…..ผมไม่ได้แตะตัวคุณนะ !”

 

          เสียงของหนิงจิงทำให้เขากลับมาสู่ความเป็นจริง อาการเหน็บชาจากต้นขาและมือของเขาทำให้ภาพหลอนเหล่านั้นได้จางหายไป

 

          “คุณเป็นอะไรมั้ย ?” ในครั้งนี้หนิงจิงแสดงความห่วงใยต่อเซี่ยเหล่ย

 

          เซี่ยเหล่ยหายใจเข้าอย่างลึกๆเพื่อที่จะสงบสติอารมณ์ก่อนที่จะตอบว่า “ผมสบายดี ก่อนหน้านี้ผมไม่มีเจตนาไม่ดีต่อคุณเลย…...เอ่อ…...ผมหมายความว่า…..” เขาก็งงกับตัวเองเหมือนกันว่าจะอธิบายเหตุผลเหล่านั้นไปทำไมจากนั้นเขารีบเปลี่ยนหัวข้อทันที “คุณต้องไปโรงพยาบาล มีก้อนเนื้ออยู่ในถุงน้ำดีของคุณและมันเริ่มมีอาการอักเสบ ถ้าคุณปล่อยไว้แบบนี้มันจะเป็นสิ่งที่เลวร้ายอย่างแน่นอน” ----> (หนิงจิงเป็นนิ่วในถุงน้ำดี)

 

          “คุณรู้ได้ยังไงว่ามีก้อนเนื้ออยู่ในถุงน้ำดีของฉัน ?” หนิงจิงรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก

 

          เซี่ยเหล่ยชะงักไปครู่หนึ่ง  ใช่ ! เขารู้ว่ามีอะไรอยู่ในถุงน้ำดี เขามองเห็นได้อย่างชัดเจนแต่ไม่สามารถบอกเรื่องนี้กับหนิงจิงได้ว่าเขาสามารถมองผ่านช่องท้องของเธอและเห็นก้อนเนื้ออยู่ในถุงน้ำดีจากนั้นเขาคิดอะไรบางอย่างออกและยิ้มก่อนที่จะพูดว่า “ผมมีเพื่อนที่มีก้อนเนื้อในถุงน้ำดีคล้ายๆคุณดังนั้นผมจึงรู้ว่าคุณน่าจะมีก้อนเนื้อในถุงน้ำดีเหมือนกับเพื่อนของผม หนิงจิงนี่มันเป็นเรื่องเป็นเรื่องที่ร้ายแรงนะ คุณต้องรีบไปโรงพยาบาลเพื่อรักษามันเดี๋ยวนี้”

 

          “ฉันมีก้อนเนื้อให้ถุงน้ำดีจริงๆหรอ ?” หนิงจิงยังคงไม่เชื่อ

 

          เซี่ยเหล่ยไม่สามารถพูดได้อย่างตรงไปตรงมาเขาจึงพูดอ้อมๆว่า “80-90 เปอเซ็นต์ เชื่อผม ไปตรวจที่โรงพยาบาลเถอะ”

 

          “ตกลง ฉันจะไปตรวจที่โรงพยาบาลหลังจากที่คุณซ่อมเข็มทิศเสร็จแล้ว” เธอยิ้ม “ตอนนี้คุณดูเหมือนหมอคนนึงเลยนะ”

 

          เซี่ยเหล่ยคิดในใจว่า “เราคิดว่าคงไม่มีหมอคนไหน ? ที่ใช้สายตามองไปยังคนไข้เพื่อค้นหาสาเหตุการเจ็บป่วยได้โดยตรงแต่เราสามารถทำได้ ! ถ้าเรามีความรู้เกี่ยวกับการจ่ายยามากกว่านี้เราคงจะเป็นหมอที่เก่งแน่ๆ”

 

          ทันใดนั้นหลงบิงและฮัวเว่ยกั่วเดินเข้ามาในห้องและตามมาด้วยเจ้าหน้าที่โบราณคดีคนหนึ่งพวกเขามีเครื่องเชื่อมขนาดเล็กที่มีความแม่นยำสูงและกล่องอุปกรณ์ช่าง ทั้ง 3 คนจ้องมองไปที่หนิงจิงและเซี่ยเหล่ยพร้อมกัน

 

          หนิงจิงพยายามลุกจากโซฟาอย่างเก้ๆกังๆและกล่าวว่า “ไม่..มันไม่มีอะไร”

 

          ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆแต่ปฏิกิริยาของเธอทำให้ดูเหมือนว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น จากนั้นเซี่ยเหล่ยก็ยืนขึ้นอย่างเขินอายและเขาพูดว่า “ด็อกเตอร์หนิงเธอปวดท้องอย่างรุนแรงเมื่อสักครู่นี้ผมเลยพาเธอไปนอนที่โซฟา”

 

          หลงบิงจ้องมองไปที่เซี่ยเหล่ยและหนิงจิงด้วยสายตาที่คมกริบของเธอ.....

 

          ฮัวเว่ยกั่วไม่ได้สนใจกับคำพูดเหล่านั้นเลยเขาชี้ไปที่เซี่ยเหล่ย “คุณเซี่ย ผมนำสิ่งที่คุณต้องการมาแล้วดังนั้นช่วยแสดงฝีมือของคุณให้ผมเห็นหน่อย”

 

          เซี่ยเหล่ยพยักหน้าและเดินไป

 

          เจ้าหน้าที่ทางโบราณคดีทำการเสียบปลั๊กเครื่องเชื่อมความแม่นยำสูงเข้ากับปลั๊กไฟจากนั้นเขาเปิดกล่องเครื่องมือขึ้นมาและหยิบอุปกรณ์ซ่อมแซมต่างๆขึ้นมาเช่น แหนบ คีม และอื่นๆจากนั้นเขาวางมันไว้ที่พื้น

 

          เซี่ยเหล่ยจ้องมองไปที่ชิ้นส่วนเหล่านั้นบนพื้นพวกมันทำมาจากโลหะและมีเฟืองเชื่อมต่อกับเพลาและแท่งโลหะอันอื่นๆอีก อุปกรณ์ชิ้นนี้ดูเหมือนว่าเป็นด่านทดสอบของช่างที่มีความชำนาญระดับสูง ชิ้นส่วนทั้งหมดนี้มีร่องรอยหลากหลาย บางชิ้นมีรอยแตกหักส่วนบางชิ้นหักครึ่งเป็น 2 ถึง 3 ท่อน

 

          “มีแค่นี้หรอ ?” เซี่ยเหล่ยไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง เขาคิดว่าอาจจะเป็นอุปกรณ์ที่ซับซ้อนมากๆแต่ชิ้นส่วนเหล่านี้เป็นเรื่องที่ง่ายมากสำหรับเขา ราวกับปอกกล้วยเข้าปาก

 

          “มีแค่นี้แหละ” ฮัวเว่ยกั่วพูด “แต่คุณเซี่ยจะต้องเชื่อมชิ้นส่วนทั้งหมดนี้เข้าด้วยกันและห้ามมีน้ำหนักรวมเกิน 2 กรัม !”

 

          เซี่ยเหล่ยขมวดทันทีการเชื่อมจะทำให้น้ำหนักของสิ่งของเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนคำสั่งของฮัวเว่ยกั่วที่บอกว่าจะต้องเชื่อมสิ่งเหล่านี้และมีข้อจำกัดน้ำหนักรวมแค่ 2 กรัมจะทำให้การเชื่อมของเขายากขึ้นเป็นเท่าตัว

 

          “คุณเซี่ย คุณสามารถทำได้หรือไม่ ?” ฮัวเว่ยกั่วมองที่มาเซี่ยเหล่ยราวกับว่าเขารู้คำตอบของเซี่ยเหล่ยผ่านสายตา

 

          “เอาล่ะ คุณเซี่ยนี่เป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบ ฉันจะเชื่อว่าคุณสามารถทำได้” หนิงจิงกล่าว

 

          ฮัวเว่ยกั่วมองไปที่หนิงจิงอย่างประหลาดใจมันเป็นเรื่องที่แปลกมาก...เธอสงสัยในความสามารถของเซี่ยเหล่ยมาตลอดว่าเขาคงมีความสามารถไม่พอที่จะทำงานนี้ แต่ตอนนี้ทำไมเธอถึงให้กำลังใจเขาล่ะ ?

 

          เซี่ยเหล่ยไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่เขาลงมือทำทันทีเขาเริ่มเชื่อมชิ้นส่วนโลหะเข้าด้วยกันอย่างช้าๆเขาตรวจสอบความหนาบางแต่ละชิ้นของโลหะอย่างตั้งอกตั้งใจและทำการเชื่อมชิ้นส่วนของโลหะให้บางที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

          ประกายไฟจากการเชื่อมทำให้ฮัวเว่ย หลงบิง หนิงจิงและพนักงานคนนั้นหันไปทางอื่นพวกเขาไม่สามารถมองเห็นรอยต่อโลหะระหว่างการเชื่อมได้ แต่เซี่ยเหล่ยต่างจากพวกเขา เขาสวมแว่นป้องกันและมองรอยเชื่อมด้วยตาซ้ายเขาจึงทำการเชื่อมได้อย่างปราณีต ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่ทำให้เขาสามารถเชื่อมได้ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้

 

          มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของเขา แว่นตาป้องกันสำหรับเซี่ยเหล่ยแล้วมันทำหน้าที่แค่ป้องกันประกายไฟโดนดวงตาของเขา ในขณะที่ดวงตาของเขาสามารถมองเห็นรอยเชื่อมทุกส่วนของโลหะได้อย่างสบายๆ

 

          ปัญหาของการเชื่อมที่ผู้ค้นพบกันโดยส่วนใหญ่ก็คือไม่สามารถมองเห็นรอยเชื่อมของโลหะในขณะที่เกิดประกายไฟ ทำให้การเชื่อมบางครั้งมีข้อผิดพลาด แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ !

 

          มันเป็นการเชื่อมที่สมบูรณ์แบบ !

 

          ขอบคุณครับ แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้า ติดตามข่าวสารและเรื่องราว https://www.facebook.com/Tranxending-Vision-1843606792370694/ ขอเพียงแค่กดไลค์กดติดตาม ก็เป็นกำลังใจให้ผมแปลต่อได้แล้วคร้าบบบ ฝากด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

 

###################################################################

 

จบบทที่ TXV – 22 มองเข้าไปยัง...

คัดลอกลิงก์แล้ว