เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผมได้รับพลังแห่งลิชมาพิชิตสาวงาม ตอนที่ 18

ผมได้รับพลังแห่งลิชมาพิชิตสาวงาม ตอนที่ 18

ผมได้รับพลังแห่งลิชมาพิชิตสาวงาม ตอนที่ 18


ผมได้รับพลังแห่งลิชมาพิชิตสาวงาม ตอนที่ 18

"เงาดำนี้สามารถเคลื่อนไปได้ทุกที่ภายในสมองของผู้อาวุโสหลิว! หลักวิทยาศาสตร์ยังหาคำอธิบายปรากฏการณ์นี้ไม่ได้!" หมอหวังก็ตื่นตระหนกไม่น้อย แม้แต่เขาเองก็ไม่กล้าเชื่อภาพที่แสกนได้จากเครื่อง MRI

โดยทั่วไปแล้ว ไม่ว่าเงาดำนี้จะประกอบด้วยสสารชนิดใด เพียงความจริงที่ว่ามันสามารถเคลื่อนที่ได้ก็คงจะเปลี่ยนสมองของผู้อาวุโสหลิวให้เละเป็นข้าวต้มไปแล้ว เขาต้องไม่รอดแน่นอน ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้เขาเพียงหมดสติไป ทั้งยังไม่ได้แสดงสัญญาณเป็นภัยคุกคามใดๆต่อชีวิต เพียงแค่ทำให้สัญญาณชีพอ่อนแอลงก็เท่านั้น

"คุณหมอ....ผมไม่เข้าใจ หมอช่วยอธิบายให้ละเอียดกว่านี้ได้ไหมครับ?"

"นี่...หมอคิดว่าให้คุณหลิวดูด้วยตัวเองจะดีกว่า!"

หลังจากนั้นไม่นาน หลิวซานก็ได้เห็นภาพที่สร้างความมึนงงบนจอภาพ ภายในสมองของพ่อของเขาถึงกับมีเงาดำขนาดเท่าไข่ไก่กำลังเคลื่อนที่ไปมาอยู่จริงๆ! ซึ่งมันดูไม่เหมือนอวัยวะหรือสิ่งมีชีวิตเลยสักนิด

"ในบางกรณีก็อาจจะมีปรสิตฝังตัวอยู่ภายในสมองของผู้ป่วย แต่เป็นไปไม่ได้ที่ปรสิตจะเคลื่อนไหวได้รวดเร็วแบบนั้น ทั้งยังมีรูปร่างไม่แน่นอน เนื่องจากเรายังไม่สามารถวินิจฉัยรูปร่างจริงๆของเงาดำนี้ ดังนั้นจึงยังไม่ได้เริ่มทำการรักษา เพราะต่อให้เราเริ่มผ่าตัดสมอง ผลลัพธืที่ออกมาเกรงว่าจะร้ายมากกว่าดี!" หมอหวังพูดอย่างกระอักกระอ่วน เพราะการพูดเช่นนี้ก็เท่ากับเป็นการยอมรับว่าแม้แต่โรงพยาบาลของพวกเขาก็ยังไม่อาจช่วยผู้อาวุโสหลิว

"มีสถาบันหรือผู้เชี่ยวชาญคนไหนที่สามารถแก้ปัญหานี้ได้บ้างไหมครับ?" หลิวซานยังคงถามออกไปอย่างมีความหวัง

"แม้ว่าในโลกจะมีหมอประสาทวิทยาที่เก่งกว่าผมอยู่มากมาย แต่ผมก็เชื่อว่าไม่มีใครสามารถหาวิธีรักษาผู้อาวุโสหลิวได้ เคสนี้ขัดกับทฤษฎีทางการแพทย์ทั้งหมดที่เคยมีมา...และมันก็ยังไม่สอดคล้องกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ด้วย!"

"ไม่สอดคล้องกับหลักการทางวิทยาศาสตร์?!" ได้ยินแบบนั้น แววตาของหลิวซานก็มีประเกิดประกาย เขาพลันหันไปหาลูกสาวของเขา "เสวี่ยเอ๋อร์ ลูกต้องตามหาเซี่ยเยี่ยนและพาตัวเขามาที่นี่!"

"ค..ค่ะ!" หลิวเสวี่ยเอ๋อร์เองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน คําว่า 'ไม่สอดคล้องกับหลักการทางวิทยาศาสตร์' ของหมอหวัง ส่งผลกระทบต่อเธออย่างมาก เพราะนั่นเท่ากับบอกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจากไสยศาสตร์

................................

สะพานซ่งเซียน

ขณะที่พี่หู่กําลังเก็บของก็มีเงาดำของคนสองสามคนทาบทับลงมาบนแผงลอยของเขา เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็พลันจำได้ว่าหนึ่งในนั้นเป็นหญิงสาวที่ซื้อหินเรเควี่ยมสองก้อนจากเสี่ยวเซี่ยไปในราคาหมื่นหยวน ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยทักเธอ หญิงสาวก็รีบถามอย่างกระวนกระวายใจว่า

"ลุงคะ นักศึกษาคนที่ตั้งแผงลอยข้างๆคุณเมื่อตอนบ่ายไปไหนแล้วคะ?"

"อ้าว เขาไม่ได้ไปกับคุณหรอกเหรอ?" พี่หู่ถามอย่างงุนงง

"เขาไม่ได้กลับมาที่นี่เหรอคะ?"

"ไม่นะ"

"คุณลุงรู้จักเขาไหมคะ?"

"เขาเพิ่งมาตั้งแผงวันนี้เป็นวันแรก ฉันรู้แค่ว่าเขาแซ่เซี่ย และเป็นนักศึกษาก็เท่านั้น"

หลิวเสวี่ยเอ๋อร์ออกจากสะพานซ่งเซียนด้วยความสิ้นหวังเนื่องเพราะเบาะเพียงสายเดียวกลับพบเข้ากับทางตัน เธอใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะโทรไปบอกพ่อของเธอว่า "พ่อ เซี่ยเยี่ยนอาจจะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยในเมืองนี้ พ่อให้คนช่วยเช็คตามมหาลัยต่างๆว่ามีคนชื่อนี้หน่อยได้มั้ยคะ?"

"พ่อเคยทานอาหารร่วมกับหัวหน้าหลี่จากสํานักการศึกษาครั้งหนึ่ง เดี๋ยวพ่อลองโทรหาเขาดู"

ห้านาทีต่อมา หลังจากได้รับคำสัญญาว่าเครือบริษัทตระกูลหลิวจะบริจาคเงินสิบล้านหยวนสําหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของสํานักงานการศึกษา รายชื่อพร้อมภาพถ่ายจำนวนหนึ่งก็ถูกส่งมายังมือถือของหลิวเสวี่ยเอ๋อร์

มีนักศึกษาจำนวนเก้าคนที่ชื่อเซี่ยเยี่ยนอยู่ในระบบของสถาบันการศึกษาของเฉิงตู เมื่อเลื่อนภาพถ่ายดู ในที่สุดหลิวเสวี่ยเอ๋อร์ก็พบเป้าหมาย

"พาฉันไปที่มหาวิทยาลัยซีเหอ!"

...............................

เซี่ยเยี่ยนนั้นประเมินความสามารถของเหล่าเศรษฐีผิดไป เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องยากสําหรับตระกูลหลิวที่จะตามหาเขาพบโดยไม่อาศัยถามผ่านทางฟางเซี่ยงตง แต่ตอนที่อยู่ภายในวิลล่าของตระกูลหลิว พวกเขาทั้งสองก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกัน ดังนั้นพวกเขาย่อมไม่รู้ว่าทั้งสองรู้จักกัน

เพราะอย่างนั้นเซี่ยเหยียนจึงกะประมาณเอาเองว่า ตระกูลหลิวจะต้องใช้เวลาสืบเสาะอย่างน้อยก็สองสามวันกว่าจะตามหาตัวเขาพบ

ตอนนี้เขายังลังเลอยู่เลยว่าจะกลับไปทิ้งเบาะแสเพิ่มเติมให้อีกฝ่ายหาตัวเขาง่ายขึ้นดีหรือเปล่า เพราะหากว่าผู้อาวุโสหลิวตายไปเสียก่อน เขาก็คงขายสร้อยเรเควี่ยมสองเส้นนี้ไม่ได้แล้ว

เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็สืบจนพบตัวเขา

ขณะที่เซี่ยเยี่ยนเพิ่งเริ่มนั่งสมาธิเพื่อที่จะแปลงพลังธาตุอันเดดที่อยู่ในจี้ให้กลายเป็นพลังเวท ประตูห้องพักของเขาก็มีคนมาเคาะ และเสียงเคาะนั้นยังปลุกรูมเมททั้งหมดของเขาขึ้นมา

"ใครฟะ?" ต่อให้เป็นเซียนวิเศษก็ยังต้องโมโหหากถูกรบกวนตอนที่หลับไปแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงฉินเจี้ยนที่นอนอยู่ใกล้กับประตูที่สุด

"นี่ฉันเอง หลี่เสี่ยวเฟย!" มีเสียงตอบกลับมา

"ผิดห้องโว๊ย!" ฉินเจี้ยนตอบกลับ

"ฉันเป็นผู้ดูแลหอ!" โหวเสี่ยวเทียนกระโดดลงจากเตียงก่อนจะเปิดประตู "มีอะไรหรือเปล่าครับ?"

เซี่ยเยี่ยน ฉินเจี้ยนและจ้าวเฉียงต่างงุนงง พวกเขาไม่รู้ว่าผู้ดูแลหอมาทำอะไรดึกๆดื่นๆ

"มีธุระนิดหน่อยน่ะ ว่าแต่พ่อเธอเป็นยังไงบ้าง?" หลี่เสี่ยวเฟยถามโหวเสี่ยวเทียนด้วยรอยยิ้ม

"เขายังอยู่ที่โรงพยาบาลครับ แต่ทางโรงพยาบาลยังไม่ได้ตัดสินใจเกี่ยวกับการรักษา!" โหวเสี่ยวเทียนตอบอย่างเศร้าๆ

"ทุกอย่างจะดีเอง!" หลี่เสี่ยวเฟยเอ่ยปลอบใจ

"ขอบคุณครับ!"

"เซี่ยเยี่ยนอยู่ในห้องหรือเปล่า?" หลี่เสี่ยวเฟยถามขึ้นหลังจากเอ่ยปลอบ

"ครับ ผมอยู่นี่" เซี๋ยเยี่ยนสวมเสื้อก่อนจะลงมาจากเตียง เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเพราะไม่รู้ว่าทําไมผู้ดูแลหอจึงตามหาตัวเขา

จบบทที่ ผมได้รับพลังแห่งลิชมาพิชิตสาวงาม ตอนที่ 18

คัดลอกลิงก์แล้ว