เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 15 มองไม่เห็นอะไรเลย...

TXV – 15 มองไม่เห็นอะไรเลย...

TXV – 15 มองไม่เห็นอะไรเลย...


TXV –15 มองไม่เห็นอะไรเลย...

 

          เจียงหยู่ยี่ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนถึงโต๊ะตำรวจคนอื่นๆ

 

          ในสถานีตำรวจแห่งนี้ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงเพียงไม่กี่คน

 

          เจียงหยู่ยี่เดินไปที่โต๊ะทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงและถามว่า “วันนี้เกิดอะไรขึ้น ? ทุกคนหายไปไหนกันหมด ?”

 

          เจ้าหน้าคนนั้นก็ตอบกลับไปว่า “พวกเขาถูกส่งออกไปโดยรองหัวหน้าฮัว”

 

          “ส่งออกไปทำอะไร ?”

 

          “บางคนก็ออกไปสอบสวนคดีเก่าๆที่เกิดขึ้น ส่วนบางคนก็ไปลาดตะเวน บางคนก็ไปติดตามคดีการลักขโมยต่างๆ พวกเขาออกไปเพิ่งออกไปเมื่อไม่นานมานี้ !”

 

          เจียงหยู่ยี่โกรธจัด “พวกสวะ ! ผู้บัญชาการบอกว่าถ้าฉันไม่สามารถปิดคดีนี้ได้ภาย 1 อาทิตย์ ฉันจะโดนปลดออกจากหัวหน้าแล้วทำไมพวกเขาถึงทิ้งฉันไปทำคดีอื่นในเวลานี้ ?”

 

          “อืม…” ฮัวชางห่ายปรากฏตัวขึ้นในสถานีตำรวจแห่งนี้พร้อมกับถ้วยแบล็คคาโรที่สวยงามอยู่ในมือของเขาและมองไปที่หน้าของพวกเรา “หวาง มาดื่มชากับผมสิ !”

 

          “ค่ะ !” เจ้าหน้าที่หวางยืนอยู่หน้าโต๊ะของรองหัวหน้าฮัว ทำให้ทัศนคติของเธอจงรักภักดีต่อเขามากขึ้นและคงเคารพรองหัวหน้าฮัวมากกว่าเคารพต่อเจียงหยู่ยี่เสียอีก

 

          “เรื่องนี้มันหมายความว่ายังไง มันเกี่ยวอะไรกับรองฮัว ? แล้วใครจะมาสอบสวนคดีของศาสตราจารย์ชางปัวชิงล่ะ ถ้าเจ้าหน้าที่ทุกคนออกไปทำคดีกันหมด ?” เจียงหยู่ยี่ถามด้วยน้ำเสียงที่กำลังโกรธ

 

          ฮัวชางห่ายตอบมาว่า “ผม….ผมจะเป็นผู้สืบสวนคดีนี้เอง ผมจะทำให้ดีที่สุดในการสืบสวนคดีฆาตกรรมของศาสตราจารย์ชางปัวชิง” เขาหยุดนิ่งสักครู่หนึ่งและก็ยิ้มออกมาจากนั้นเขาก็พูดต่อมาว่า “หัวหน้าเจียง เธอไม่เคยนำทีมไปสืบสวนคดีใดๆเลย ดังนั้นเธอคงไม่มีสบการ์ประสบการณ์สำหรับเรื่องนี้ ให้เธอนั่งรอพวกเราสืบสวนคดีอย่างสบายๆในสถานีตำรวจแห่งนี้เถอะ เดี๋ยวพวกเราจะมุ่งหน้าสืบสวนคดีนี้โดยทีมของพวกเราเอง”

 

          “ฮัวชางห่ายคุณตั้งใจแกล้งฉัน !” เจียงหยู่ยี่โกรธจัดมาก “ผมจะรายงานให้ผู้บัญชาการทราบเอง !”

 

          ฮัวชางห่ายหัวเราะเบาๆ “ก็ตามที่ผมพูดนั่นแหละตอนนี้ผมเป็นหัวหน้าทีมการสืบสวนคดีฆาตกรรมของศาสตราจารย์ชางปัวชิง คุณจะให้ผมทำอะไรเพิ่มอีกไหมล่ะ ? ถ้าคุณมีความสามารถพอคุณก็ทำเองเลยสิ !”

 

          “คุณ….” เจียงหยู่ยี่โกรธจัดจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้

 

          “อะไรล่ะ …. ? คุณ..หมายถึงว่าคุณไม่มีความสามารถพอที่จะสืบสวนคดีนี้เองใช่หรือไม่ ?” คำพูดของฮัวชางห่ายจงใจยั่วยุให้เจียงหยู่ยี่โกรธ

 

          เซี่ยเหล่ยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแม้แต่น้อยแต่เขาก็ทนไม่ได้เมื่อเห็นเจียงหยู่ยี่กำลังโดนรังแก “ฮัวชางห่ายคุณคิดว่าคุณจะสามารถหยุดการสืบสวนคดีของเจียงหยู่ยี่ ได้หรอ ? ผมจะบอกคุณให้นะ ใบหน้าของคนร้ายที่สเก็ตภาพไว้มันเป็นที่ประจักษ์แน่นอนอยู่แล้ว ถ้ามองในกรณีนี้ก็คือคดีนี้ถูกสืบสวนไปครึ่งนึงของคดีทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว”

 

          ฮัวชางห่ายยิ้มอย่างเยาะเย้ย “ทั้งสองคนนี้คุณมั่นใจได้ไงว่าเป็นคนร้าย ? เด็กก่อสร้างตัวน้อยคุณคิดว่าคุณเจอกับคนร้ายทั้ง 2 คนที่เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมของศาสตราจารย์ชางปัวชิง ? คำพูดของคุณน่าเชื่อถือแค่ไหนหรอ ? คุณมีหลักฐานไหมล่ะ ? ผมคิดว่าคุณได้สร้างผู้ต้องสงสัยปลอมๆขึ้นมา 2 คนเพื่อที่คุณจะได้ใกล้ชิดกับหัวหน้าเจียงเพื่อสร้างความสนิทสนมซะอีก ผมพูดถูกมั้ย ?”

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้มออกมาอย่างร่าเริง “อย่ามาแสดงความเป็นไก่อ่อนให้คนอื่นเห็นเลย คุณสามารถหัวเราะเยาะเย้ยได้แค่ในเวลานี้เท่านั้นแหละ เมื่อเจียงหยู่ยี่สามารถสืบสวนคดีนี้ได้สำเร็จภายใน 1 สัปดาห์ คุณควรที่จะเริ่มร้องไห้ได้แล้วนะ กับการที่คุณจะได้เป็นหัวหน้าของตำรวจแห่งนี้คงจะเป็นเรื่องที่ฝันไป ตอนแรกผมกำลังจะกลับไปดูแลร้านค้าของผม แต่ตอนนี้ผมคิดว่าผู้ชายคนนี้มันดูน่ารังเกียจเกินไป ผมเลยตัดสินใจที่จะช่วยคุณสืบสวนดคีนี้”

 

          เซี่ยเหล่ยมองไปที่เจียงหยู่ยี่ “คุณต้องสัญญากับผมนะ ห้ามไล่รองฮัวออกลดตำแหน่งให้เขาเป็นยามตัวน้อยๆ เฝ้าสถานีตำรวจนะ !”

 

          “ได้เลย ! ฉันสัญญา” เสียงของเจียงหยู่ยี่เต็มไปด้วยความสบายใจ มีรอยยิ้มปรากฏบนหน้าของเธอเล็กน้อยและมองไปที่เซี่ยเหล่ยด้วยสายตาที่รู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมาก

 

          “อะไรนะ ! จะให้ใครเป็นยามตัวน้อยๆในที่แห่งนี้ !” รอยยิ้มทั้งหมดได้หายออกไปจากหน้าฮัวชางห่ายทันที

 

          เซี่ยเหล่ยไม่ได้สนใจกับคำพูดของเขา เขายิ้มและพูดว่า “พวกเราไปกันเถอะ”

 

          หลังจากที่ทั้งสองคนเดินออกมาจากสถานีตำรวจเจยงหยู่ยี่ดึงมือเซี่ยเหล่ยออกมา “เหล่ย...ขอบคุณมากๆเลยนะฉันเกือบจะสูญเสียความมั่นใจและชื่อเสียงของตัวเองไปแล้วถ้าคุณไม่ช่วยพูดคำเหล่านั้นแทน ฉันคงจะเป็นตัวตลกของที่นี่”

 

          “คุณกำลังถูกรังแก แน่นอนอยู่แล้วที่ผมต้องช่วย” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          เจียงหยู่ยี่ยิ้มให้เซี่ยเหล่ยอย่างน่ารักและถามว่า “ตอนที่ รองฮัวพูดว่าคุณต้องการจะอยู่ใกล้ๆกับฉันนี่ มันเป็นเรื่องจริงหรือป่าว ?”

 

          “ห๊ะ !” เซี่ยเหล่ยตกใจมาก “ไม่มีทาง ! เหล่ยที่ไม่ทำแบบนั้นกับคุณเด็ดขาดถึงแม้ว่าคุณจะเป็นผู้หญิงคนสุดท้ายบนโลกนี้ เหล่ยไม่มีทางที่จะคบเพื่อนร่วมชั้นเรียนตั้งแต่สมัยเด็กมาเป็นแฟนเด็ดขาด”

 

          เจียงหยู่ยี่ต่อยเซี่ยเหล่ย “คุณไม่พอใจฉันที่แย่งกินขนมของเหล่ยเมื่อตอนยังเด็กเนี่ยนะ ไอ้คนใจแคบ !”

 

          เซี่ยเหล่ยหลบกำปั้นของเธอ จากนั้นเขาก็หัวเราะแล้วพูดว่า “เอาล่ะๆ หยุดล้อเล่นได้แล้ว ทำงานกันต่อหยู่ยี่มีแผนอะไรมั้ยล่ะ ? กับคดีนี้”

 

          อารมณ์ของเจียงหยู่ยี่กลับมาสงบอีกครั้ง “ฉันไม่รู้จริงๆว่าจะทำอย่างไรต่อ สิ่งที่ฮัวชางห่ายพูดมันก็ถูกต้อง ฉันไม่มีประสบการณ์ในคดีแบบนี้จริงๆ” เจียงหยู่ยี่มองไปทีเซี่ยเหล่ย “บอกฉันหน่อย ฉันไม่มีประโยชน์อะไรเลยใช่มั้ย ?”

 

          “อย่าไปดูถูกตัวเองเลย การที่คุณเป็นหัวหน้าตำรวจ ผมก็ไม่รู้ว่าข้อดีของคุณคืออะไรดูเหมือนว่าหัวหน้าของคุณน่ะมีความคิดอะไรบางอย่าง”

 

          เจียงหยู่ยี่มองที่เซี่ยเหล่ยด้วยดวงตาที่เป็นประกาย “คุณกำลังชมหรือกำลังด่ากันแน่เนี่ย ?”

 

          “ชมอยู่แล้ว !” เซี่ยเหล่ยหัวเราะ “เอาล่ะพวกเราไปที่บ้านของศาสตราจารย์ชางปัวชิง เพื่อดูบริเวณรอบๆบ้านเผื่อจะมีเบาะแสอะไรเพิ่มเติม ผมจะช่วยคุณในการสืบสวนคดีครั้งนี้”

 

          เจียงหยู่ยี่ขมวดคิ้ว “ทีมงานตำรวจมืออาชีพเขาได้เข้าไปแล้วแต่ก็ไม่พบเบาะแสหรือร่องรอยของคนร้ายเลย เราจะเสียเวลาไปที่นั่นทำไมล่ะ ?”

 

          “เผื่อมีเบาะแสที่พวกเขาหาไม่เจอ ? ลองไปดูรอบๆสถานที่เกิดเหตุกัน เราอาจจะเจอเบาะแสเพิ่มเติม ถ้าพวกเราโชคดี”

 

          เจียงหยู่ยี่ยืนคิดสักครู่หนึ่ง “ตกลง ไปกันเถอะ ฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มหาเบาะแสของคนร้าย 2 คนนั้นจากที่ไหน”

 

          เซี่ยเหล่ยเข้าไปในรถของเจียงหยู่ยี่และโทรหาหม่าเสี่ยวอัน เพื่อบอกว่าเขามีงานต้องทำ

 

          หม่าเสี่ยวอันหัวเราะคิกคัก “อย่ากังวลไปเลยเดี๋ยวผมจะจัดการกับทุกอย่างในร้านเอง เหล่ยผ่อนคลายและสนุกกับภรรยาของเหล่ยในอนาคตเถอะ อ้อ...อย่าลืมพกถุงยางอนามัยไปล่ะ ฮ่าๆ”

 

          “พกตรีนกูนี่แหละ !” เซี่ยเหล่ยรีบวางสายจากหม่าเสี่ยวอัน

 

          เจียงหยู่ยี่มองไปทีเซี่ยเหล่ยก่อนจะถามว่า “เหล่ยโทรหาใคร ? เขาบอกให้เหล่ยทำอะไร ?”

 

          “หม่าเสี่ยวอันหน่ะ เขาเตือนให้เหล่ย…..” เซี่ยเหล่ยเกือบจะพูดคำที่หม่าเสี่ยวอันบอก “เขาให้เหล่ยนำเงินติดตัวไปด้วย” เซี่ยเหล่ยรีบเปลี่ยนประโยคทันที

 

          “นำเงินสด ? เพื่อ ?” เจียงหยู่ยี่ยิ้มอย่างอ่อนหวาน “เหล่ยจะพาฉันไปเลี้ยงข้าวหรอ ? พาฉันไปที่ร้านอาหารสไตล์ตะวันตกสิ ฉันรู้ว่าที่มันมีเสต็กรสชาติดีอยู่ที่นั่น”

 

          เซี่ยเหล่ยเหลือบตาไปมองเจียงหยู่ยี่ “ฝันไปเถอะ ! ตั้งใจขับรถต่อไป”

 

          “เจ้าคนขี้งก !” เจียงหยู่ยี่บ่นพึมพัม “พี่ใหญ่คนนี้กำลังสอนเหล่ยจีบสาว เหล่ยจะหาแฟนด้วยวิธีเป็นคนขี้งกได้ยังไง ?”

 

          เซี่ยเหล่ยไม่พูดะไร….

 

          บ้านของศาสตราจารย์ชางปัวชิงเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่ดูหรูหราอย่างมาก ครึ่งชีวิตของเขาที่ผ่านมาเขาได้อยู่ที่นี่ เขาไม่มีลูกเลย สมบัติของเขาที่มีทั้งหมดจึงลอยเคว้งคว้างไปหลังจากที่เขาเสียชีวิต

 

          เจียงหยู่ยี่ฉีกเทปกั้นของตำรวจและพาเซี่ยเหล่ยเข้าไปในบ้าน สภาพบ้านในตอนนี้ไม่อนุญาตให้ผู้อื่นเข้ามาทำลายหรือฉีกเทปตำรวจออกแต่เธอสามารถทำได้เพราะเธอมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าตำรวจ เธอก็ต้องการที่จะคลี่คลายคดีนี้เช่นกัน

 

          ภายในห้องนั่งเล่นนี้มันดูสะอาดสะอ้านเป็นอย่างมากและทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติเลย

 

          “ห้องนี้ถูกทำความสะอาดหลังจากเกิดเหตุฆาตกรรมหรือไม่ ?” เซี่ยเหล่ยถาม

 

          “มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่พวกเรามาถึงแล้วหลังจากได้รับรายงานจากแม่บ้าน เธอบอกว่าจะปลุกศาสตราจารย์ชางปัวชิงก่อนที่จะทำความสะอาดบ้านเสียอีกแต่เธอพบว่าเขานอนตายอยู่ในห้องนอนของเขาเธอจึงเรียกตำรวจทันทีและบอกว่าไม่ได้สัมผัสอะไรหลังจากเกิดเหตุทั้งสิ้น” เจียงหยู่ยี่กล่าว

 

          “พาผมไปที่ห้องนอนหน่อย”

 

          เจียงหยู่ยี่นำเสี่ยเหล่ยไปที่ห้องนอนชั้น 2

 

          ห้องนอนแห่งนี้ก็ไม่มีอะไรผิดสังเกตมากนัก ไม่มีคราบเลือดอะไรเลยบนพื้น ผ้าห่มถูกผลักออกไปเหมือนกับว่าศาสตราจารย์ชางปัวชิงเพิ่งลุกอกจากเตียง สิ่งของที่อยู่ในห้องนี้ก็ปกติทุกอย่างไม่มีอะไรเสียหายเลยไม่ได้น้อย

 

          สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ภายในแห่งนี้ก็คือภาพวาดโครงร่างของศาสตราจารย์ชางปัวชิงบริเวณข้างหน้าต่างบนพื้นไม้ หลังจากที่พบศพของศาสตราจารย์ชางปัวชิง

 

          เจียงหยู่ยี่ถอนหายใจออกมา “นี่มันดูเหมือนไม่ใช่การฆาตกรรมเลย ฉันไม่สามารถเห็นเลยว่าคนร้ายทั้งสองคนมันกระทำการได้ยังไงโดยที่ไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลย”

 

          “ถึงแม้ว่าจะมีลมพัดฝุ่นเข้ามาภายในห้องและมีผู้ชายคนเดียวในห้อง ฆาตกรมันก็คงต้องทิ้งอะไรไว้บางส่วนแหละเพียงแต่ว่าทีมงานกรมตำรวจยังไม่พบมันแค่นั้นเอง” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “ทีมงานตำรวจมีช่างเทคนิคมืออาชีพพวกเขามีอุปกรณ์ที่เพียบพร้อมทุกอย่างพวกเขาทำการตรวจสอบบ้านหลังนี้ทั้งหมดแล้ว พวกเราจะมาหาเบาะแสอะไรอีกล่ะ ?” เจียงหยู่ยี่กล่าว

 

          เซี่ยเหล่ยไม่ได้สนใจกับสิ่งที่เจียงหยู่ยี่กำลังอธิบายอยู่เลยและเขาก็ถามเธอว่า “โอ๊ ใช่สิ ! มันไม่มีร่องรอยฆาตกรรมแม้แต่น้อยและพวกคุณยืนยันได้ยังไงล่ะว่าการเสียชีวิตของศาสตราจารย์ชางปัวชิงเป็นการฆาตกรรม”

 

          “สิ่งเหล่านั้นมันบ่งบอกอยู่ในร่างกายของเขา คอของเขาหักและไม่มีร่องรอยการต่อสู้แม้แต่น้อย” เจียงหยู่ยี่กล่าว “ถ้าเขาคอไม่ได้หักเช่นนี้พวกเราก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเขาโดนฆาตกรรม”

 

          “เหล่ยจะหาเบาะแสด้วยตัวเอง !” เซี่ยเหล่ยเดินไปที่หน้าต่างและก้มลงไปมองเส้นวาดร่างกายของศาสตราจารย์ชางปัวชิงบนพื้น เขาก้มลงไปมองประมาณ 1 นาทีโดยเขาค่อยๆก้มลงไปใกล้มากๆจนหน้าเขาเกือบจะติดพื้น

 

          ช่างเทคนิคของกรมตำรวจมีอุปกรณ์เช่นแว่นขยายและผงเรืองแสงทำให้พวกเขาเห็นร่องรอยอย่างชัดเจนแต่เมื่อเทียบกับเซี่ยเหล่ยแล้วเขามีตาข้างซ้ายที่น่าทึ่ง เขาสามารถเห็นฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศได้ด้วยตาเปล่า โดยตาซ้ายที่เขามีในตอนนี้มันมีประโยชน์มากกว่าอุปกรณ์เหล่านั้นของตำรวจซะอีก !

 

          เจียงหยู่ยี่มองไปที่เซี่ยเหล่ยอย่างแปลกใจ “เหล่ย ทำอะไรอยู่ ?”

 

          “กำลังหาเบาะแสอยู่” เซี่ยเหล่ยตอบขณะที่เขาจ้องมองไปที่พื้นด้วยตาเปล่า

 

          “เหล่ยกำลังมองหามด ?” เจียงหยู่ยี่กล่าว เธอยกขาขึ้นและจากนั้นเล็งไปที่ก้นของเซี่ยเหล่ย

 

          ทันใดนั้นซี่ยเหล่ยหันหลังมองไปที่เจียงหยู่ยี่กำลังยกขาพร้อมที่จะเตะก้นของเขา เธอยกขาขึ้นสูงกว่าปกติทำให้เขามองเห็นชุดชั้นในที่อยู่ใต้กระโปรงของเธอภาพเหล่านั้นมันได้ไปกระตุ้นจิตใจของเขาอีกครั้ง

 

          “เหล่ยอยากตายเรอะ !” ใบหน้าของเจียงหยู่ยี่กลายเป็นสีแดงเหมือนลูกตำลึงที่ใกล้สุกทันทีหลังจากที่เธอเห็นเซี่ยเหล่ยจ้องมองไปที่กระโปรงของเธอ เธอรีบหุบขาโดยทันทีราวกับว่าเธอกลัวว่าเซี่ยเหล่ยจะเห็นชุดชั้นในของเธอ

 

          เซี่ยเหล่ยกระแอมแบบเก้ๆกังๆ “อืม…. ผมไม่เห็นอะไรนะ !”

 

          “หุบปากไปเลย !”เจียงหยู่ยี่รู้สึกอายมากๆจนอยากจะมุดดินหนีไปตอนนี้

 

          เซี่ยเหล่ยปิดปาก เขาคิดในใจว่า “เสื้อผ้าของเธอไม่สำคัญสำหรับเราหรอก เรามองไปที่ร่างกายของเธอไม่ใช่เสื้อผ้าของเธอ แต่..เธอคงไม่รู้หรอก”

 

          อากาศในห้องนั้นก็เริ่มอึดอัดขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ ในที่สุดเซี่ยเหล่ยก็รอดพ้นจากสายตาอาฆาตของเจียงหยู่ยี่และเธอเดินไปที่หน้าต่างและใช้มือผลักหน้าต่างบานหนึ่งออกไป…..

 

          ขอบคุณครับ แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้า ติดตามข่าวสารและเรื่องราว https://www.facebook.com/Tranxending-Vision-1843606792370694/ ขอเพียงแค่กดไลค์กดติดตาม ก็เป็นกำลังใจให้ผมแปลต่อได้แล้วคร้าบบบ ฝากด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

 

###################################################################

 

 

 

 

จบบทที่ TXV – 15 มองไม่เห็นอะไรเลย...

คัดลอกลิงก์แล้ว