เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV– 13  หัวหน้าสาวกำลังตกอยู่ในอันตราย !

TXV– 13  หัวหน้าสาวกำลังตกอยู่ในอันตราย !

TXV– 13  หัวหน้าสาวกำลังตกอยู่ในอันตราย !


TXV– 13  หัวหน้าสาวกำลังตกอยู่ในอันตราย !

 

        ชิ๊ง ชิ๊ง ชิ๊ง ชิ๊ง ชิ๊ง……

 

       ด้วยประสบการณ์ที่เซี่ยเหล่ยสั่งสมมาจากครั้งแรก เขาสามารถเชื่อมโลหะให้ติดกันได้รวดเร็วกว่าเดิมและเขาทำการเชื่อมติดภายใน 5 นาทีและผลลัพธ์ที่ออกมามันดีกว่าครั้งแรก !

 

       ผู้ชายใส่สูทคนนั้นจับกุญแจที่ยังร้อนๆขึ้นมาในมืออย่างตื่นเต้นและเขาก็ตรวจสอบการเชื่อมติดกันของเศษชิ้นส่วนโลหะและลวดลายของกุญแจทั้งหมดจากนั้นเขาก็พูดกับผู้หญิงคนนั้นว่า “ให้เขาไป 6,000 หยวนใช้แล้วพวกเราไปกันได้แล้ว !”

 

       ผู้หญิงคนนั้นก็ส่งเงินให้เซี่ยเหล่ย 6,000 หยวนทันที

 

       เซี่ยเหล่ยยื่นเงินจำนวนนั้นให้ลุงเจียงแต่ลุงเจียงไม่รับเงินนี้และพูดว่า “ไม่ ไม่ ! ลุงจะเอาเงินนี้ไปได้ยังไง ? ลุงไม่มีกล้ารับเงินนี้หรอกเพราะว่าลุงไม่ได้ทำอะไรเลย ดังนั้นเซี่ยเหล่ยเก็บไว้เถอะ”

 

       เซี่ยเหล่ยยิ้มและพูดว่า “ผมได้รับแล้ว !”

 

       ระหว่างที่ผู้ชายและผู้หญิงคนนั้นให้เงินมาพวกเขาก็จากไปทันทีโดยไม่พูดอะไรสักคำ

 

       “พวกเขาทำลับๆล่อๆดูมีความลับอะไรสักอย่าง แต่ใครจะรู้ล่ะว่าพวกเขาทำอะไรอยู่” ลุงเจียงบ่นพึมพัมออกมา

 

       เซี่ยเหล่ยก็รู้สึกว่ามันแปลกๆ “กุญแจนั้นดูอายุหลายร้อยปีแล้วทำไมมันถึงหักตรงกลางเป็นสองท่อนล่ะ ? แล้วทำไมพวกเขาสองคนถึงเอากุญแจมาให้ร้านเล็กๆซ่อมทั้งที่มีช่างเชื่อมระดับมืออาชีพตั้งมากมายที่สามารถเชื่อมกุญแจได้อย่างสบายๆ ?” เซี่ยเหล่ยคิดในใจ

 

       “เอาล่ะ ! เรามาคุยกันต่อเรื่องราคา” ลุงเจียงกล่าว

 

       เซี่ยเหล่ยยิ้มและเขาพูดว่า “ใช่ ! บอกราคามาเลย ลุงเจียง”

 

       “ตอนแรกลุงคิดจะขายร้านนี้ในราคา 110,000 หยวนแต่เมื่อลุงเห็นเสี่ยเหล่ยแล้วราคานี้มันคงจะเหมาะสมกับค่าอุปกรณ์และค่าสถานที่ตั้งและยังรวมค่าเช่าร้านระยะเวลา 2 ปี แต่เมื่อลุงได้เห็นเซี่ยเหล่ยทำงานแล้ว ลุงรู้สึกประทับใจในฝีมือของเซี่ยเหล่ยเป็นอย่างมาก ลุงอยู่ในสายงานนี้มาตลอดชีวิตและลุงไม่เคยเห็นใครจะมีฝีมือดีขนาดนี้ ลุงจะขายร้านนี้ไปจะไปอยู่ใช้ชีวิตสงบสุขที่บ้านเกิด โชคชะตาของร้านนี้คงเป็นหน้าที่ของเซี่ยเหล่ยแล้วล่ะลุงจะขายแค่ 105,000 หยวน”

 

       “ตกลง ! ขอบคุณนะลุงเจียง” เซี่ยเหล่ยรีบตอบตกลงอย่างรวดเร็ว

 

       ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าพวกเขาได้ทำเอกสารส่งมอบเจ้าของกันและเซี่ยเหล่ยได้เรียกหม่าเสี่ยวอันมาที่ร้านค้าของเขาและบอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง หม่าเสี่ยวอันตกใจเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

       “โอ้โหสุดยอดด ! เหล่ยหาเงินมากมายนี้มาจากไหน ? คุณมาซื้อร้านนี้มันไม่กระทันหันไปไหนหรอกรึ ?” หม่าเสี่ยวอันตกใจเป็นอย่างมาก

 

       “อย่ากังวลเรื่องเงินไปเลย เหล่ยจะมาถามว่าเสี่ยวอันสนใจจะทำธุรกิจนี้กับเหล่ยไหม ?” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

       “แน่นอน ! เสี่ยวอันจะอยู่กับเหล่ยไม่ว่ากี่ปีผ่านไปเราจะเป็นพี่น้องกันเสมอ ทำไมเสี่ยวอันต้องไปทำงานกับคนอื่นล่ะในเมื่อเราทำงานร่วมกับเซี่ยเหล่ยได้เนอะ ?” หม่าเสี่ยวอันตะโกนออกมาอย่างมีความสุข

 

       “พวกเราจะมาทำธุรกิจนี้ไปด้วยกัน เหล่ยไม่ได้ให้เสี่ยวอันทำงานให้เหล่ยนะ พวกเราจะแบ่งผลกำไรที่ได้อย่างเท่าเทียมกัน” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

       “ไม่ ! แบบนี้มันไม่ถูกต้องร้านนี้มันเป็นของเหล่ย เสี่ยวอันจะได้ครึ่งหนึ่งของกำไรทั้งหมดจะเป็นไปได้ยังไง ? วิธีนี้เสี่ยวอันจะมีรายได้มากขึ้นแต่เซี่ยเหล่ยจะมีรายได้ลดลงนะ ไม่เป็นไรหรอก เสี่ยวอันไม่ได้ต้องการเงินมากมายขนาดนั้น” หม่าเสี่ยวอันกล่าว

 

       “อื้ม.. เอางี้ก็ได้ เหล่ยตัดสินใจว่าเหล่ยจะซื้ออุปกรณ์มาติดตั้งเพิ่มและทำการปรับปรุงร้านบางส่วนอย่างเรียบง่าย เมื่อพวกเราทำสิ่งเหล่านี้เสร็จพวกเราก็สามารถเปิดร้านได้เลย” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

       “เหล่ยคิดชื่อร้านไว้ยัง ?” หม่าเสี่ยวอันถาม

 

       เซี่ยเหล่ยยืนคิดสักครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ชื่อของเหล่ยหมายถึง ‘สายฟ้า’ และชื่อของเสี่ยวอันหมายถึง ‘ม้า’ อืม…..งั้นตั้งชื่อร้านว่า ‘ม้าสายฟ้าเวิคก์ช็อป’ !”

 

       “ไม่ !” หม่าเสี่ยวอันกล่าว

 

       “มีชื่อที่ดีกว่านี้หรอ ?” เซี่ยเหล่ยมองไปที่หม่าเสี่ยวอัน

 

       มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของหม่าเสี่ยวอัน “เหล่ยเป็น สายฟ้า และนามสกุลผู้หญิงคนนั้น..เจียง..คือ ‘แม่น้ำ’ ดังนั้นเหล่ยควรจะตั้งมันว่า ‘วารีสายฟ้าเวิคก์ช็อป’ นะ”

 

       “เอาความคิดนี่ออกไปไกลๆเลยนะ” เซี่ยเหล่ยแหว่งมือใส่หม่าเสี่ยวอันแต่เขาก็หลบมือของเซี่ยเหล่ย

 

       ทั้งสองคนพวกเขามีความสุขมากที่ได้มานั่งคุยกันเกี่ยวกับร้านของตัวเอง มันเป็นเหมือนกับเป็นบ้านหลังใหม่ของพวกเขา

 

       พวกเขาได้เก็บขยะและได้ทำความสะอาดร้านทั้งหมดรอจนกว่าเซี่ยเสวียจะเรียกพวกเขาทั้งสองคนไปกินข้าวเย็นและจากนั้นพวกเขาก็กลับบ้านด้วยรถจักรยานยนต์เฉียนเจียง125

 

       ในเย็นวันนั้นเซี่ยเหล่ยได้ทุ่มเทเวลาทั้งหมดของเขาหาอุปกรณ์ในโรงงานที่อยู่ในอินเตอร์เน็ตกว่าพันรายการ เงินของเขาที่ได้จากมาเก๊าเกือบหายไปเกือบทั้งหมดภายในพริบตา แต่เขาก็มีความสุขเขาคิดขึ้นมาว่าเขาอาจจะไม่รับเงินรวดเร็วเหมือนกับตอนที่อยู่มาเก๊าแต่เขาจะมีรายได้ที่แน่นอนสามารถเลี้ยงชีพตัวเองและน้องสาวเขาได้และที่สำคัญที่สุดก็คือเขาได้ทำในสิ่งที่ดีและสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองโดยใช้ความสามารถของดวงตาของเขา !

 

       ในคืนนั้นเซี่ยเห่ยฝันดีมาก เขาฝันถึงเจียงหยู่ยี่แหละหลงบิงสองคนนั้นมีผิวขาวราวกับหิมะและยืนท่ามกลางชายหาดที่ร้อนแรง พวกเธอกำลังสวมชุดว่ายน้ำกำลังเล่นน้ำอย่างเย้ายวนใจ

 

       เช้าแล้ววันถัดมาเซี่ยเหล่ยออกจากห้องนอนกำลังเดินไปทานอาหารเช้า เมื่อเขากำลังเดินลงบันไดไปยังชั้นล่างในขณะเจียงหยู่ยี่วิ่งสวนอย่างรีบร้อนขึ้นมาจนเกือบชนตัวเขา

 

       “เกิดอะไรขึ้น ? ทำไมคุณดูวุ่นวายจังในเช้านี้ ?” เซี่ยเหล่ยถาม

 

       “เอ่อ..ที่ฉันมาที่บ้านของเหล่ยเพราะว่ามีเรื่องจะคุยกับเหล่ยบางอย่าง” เจียงหยู่ยี่ยิ้มทันทีเมื่อเห็นเซี่ยเหล่ย

 

       “โอ้..ไม่นะ อย่ายิ้มแบบนี้กับเหล่ย ยิ้มแบบนี้คงจะมีปัญหามาให้เหล่ยอีกแน่นอน” เซี่ยเหล่ยกล่าว “ฉันรู้ตัวว่าฉันคงไม่มีเวลาที่จะไปช้อปปิ้งหรือไปซื้อเสื้อผ้ากับเหล่ยแล้ววันนี้ถ้าเหล่ยต้องการออกไปซื้อของกับใครสักคน เหล่ยพาเซี่ยเสวียไปแทนฉันก็ได้นะ”

 

       “ซื้อเสื้อผ้า ? ดูเหมือนว่าพี่ใหญ่จะไม่ค่อยมีความสุขกับตำแหน่งที่พี่ใหญ่ได้รับ ?” เจียงหยู่ยี่ขมวดคิ้ว

 

       “เกิดอะไรขึ้น ?”

 

       เจียงหยู่หยี่พูดอย่างรวดเร็ว “จำได้ไหมที่มีคนโทรมาหาฉันตอนที่พวกเรากินข้าวเสร็จเมื่อวานนี้ ? มันเป็นคดีที่ยากมากที่ฉันจะรับมือได้และผู้บัญชาการก็สั่งฉันมาว่าต้องคลี่คลายคดีนี้ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 อาทิตย์ถ้าทำไม่ได้ก็จะต้องสูญเสียตำแหน่งหัวหน้าตำรวจไป”

 

       “คดีอะไร ? แน่นอนว่าต้องเป็นคดีที่ร้ายแรงอย่างแน่นอน ?”

 

       “เรื่องราวมันเป็นยังไง ? ศาสตราจารย์ชางปัวชิงนักวิชาการโบราณสถานชั้นนำของเมืองห่ายจูถูกฆาตกรรมในบ้านของเขาเมื่อ 2 วันก่อน แม่บ้านเป็นคนพบศพของเขาเมื่อเธอกลับมาที่บ้านเมื่อวานนี้ ฆาตกรดูเป็นมืออาชีพมากๆมีสิ่งสำคัญบางอย่างถูกขโมยไป ผู้ร้ายไม่เหลือร่องรอยและไม่ทิ้งเบาะแสที่เกิดเหตุเลยแม้แต่กล้องวงจรปิดก็ไม่เห็นอะไร ฉันไม่สามารถทำอะไรได้เลยกับคดีนี้” เจียงหยูยี่พูดไปขณะที่น้ำตาคลอเป้าตา “ฉันควรจะทำอย่างไรดี ?”

 

       “นี่เหมือนว่าคดีนี้จะเป็นปัญหาที่ใหญ่มากแต่ผมก็ไม่สามารถช่วยอะไรคุณได้” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

       “ใครบอกว่าเหล่ยช่วยไม่ได้ล่ะ ? ฉันมาที่นี่เพราะต้องการความช่วยเหลือจากเหล่ยนะ” เจียงหยู่ยี่กล่าว

 

       เซี่ยเหล่ยรู้สึกประหลาดใจ “เหล่ย ? เหล่ยไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือนักสืบอะไรเลย จะมาขอความช่วยเหลือจากเหล่ยได้ยังไง ?”

 

       “เหล่ยรู้จักผู้หญิงที่เก่งกาจคนนั้นไม่ใช่หรอ ? ผู้หญิงคนที่กล้าจ่อปืนไปที่หน้าของหลีชิงฮัว ฉันใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนคิดว่าเธอน่าจะช่วยฉันได้เพราะว่าเธอมีทักษะที่เก่งกาจและดูเหมือนเธอเป็นที่รู้จักของคนใหญ่คนโต”

 

       เซี่ยเหล่ยถึงกับพูดไม่ออก....

 

       “ช่วยฉันหน่อยนะเหล่ย ขอร้อง เหล่ยคงจะไม่อยากเห็นการที่ฉันได้เป็นหัวหน้าตำรวจเพียงแค่อาทิตย์เดียวใช่ไหม ?” เจียงหยูยี่จับมือของเซี่ยเหล่ยและยิ้มให้เบาๆ

 

       เซี่ยเหล่ยไม่รู้จะตอบเจียงหยู่ยี่อย่างไรดี “ผมไม่ได้สนิทกับเธอจริงๆ ไม่รู้ว่าเธอจะสามารถช่วยคุณได้หรือไม่ในสถานการณ์เช่นนี้ ?” ทันใดนั้นเขาก็นึกคำพูดของเธอบางอย่างออกแล้วถามว่า “เดี๋ยวก่อน ! ที่คุณบอกว่ามีบางสิ่งบางอย่างหายไป มันคืออะไร ?”

 

       “กุญแจ”

 

       หัวใจของเซี่ยเหล่ยในตอนนี้ตื่นเต้นมากเขาถามอย่างใจจดใจจ่อว่า “กุญแจอะไร ?”

 

       “ดูเหมือนเป็นกุญแจโลหะที่มีอายุหลายร้อยปี” เจียงหยู่ยี่จ้องมองไปที่เซี่ยเหล่ย “ทำไมเหล่ยถามถึงกุญแจล่ะ ?”

 

       เซี่ยเหล่ยยิ้มขณะพูดว่า “เหล่ยเคยเห็นกุญแจอันนั้นแล้ว...”

 

       เจียงหยูยี่รู้สึกตกใจอย่างมาก “เหล่ยเห็นกุญแจอันนั้นได้ยังไง ?”

 

       เซี่ยเหล่ยเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้

 

       “เร็ว เร็ว ! มากับฉัน !” เจียงหยูยี่ดึงเซี่ยเหล่ยไปที่รถ

 

       “คุณจะพาผมไปไหน ?”

 

       เจียงหยูยี่พูดอย่างตื่นเต้น “ไปที่สถานีตำรวจกับฉันก่อน ! ฉันมีรูปภาพของกุญแจโบราณอันนั้นจะให้เหล่ยช่วยดูว่ามันอันเดียวกับที่เหล่ยเห็นหรือเปล่า ? เหล่ยจะได้ช่วยบอกรูปร่างลักษณะของคนร้ายทั้งสองคนเพื่อสเก็ตภาพออกมา”

 

       เซี่ยเหล่ยถอนหายใจอยู่ในใจ เขาอยากจะไปที่ร้านของเขามากกว่าแต่ดูเหมือนว่าเขาคงไปไม่ได้ในตอนนี้

 

       ครึ่งชั่วโมงต่อมาเซี่ยเหล่ยและเจียงหยู่ยี่ก็มาถึงสถานีตำรวจทางเหนือองเมือง ตำรวจทุกคนได้จ้องมองไปที่พวกเขาในขณะที่เดินเข้าไปสถานีตำรวจ มันคงจะเป็นสิ่งไม่ดีแน่หากเจียงหยู่ยี่สูญเสียตำแหน่งหัวหน้าตำรวจไปหลังจากเพียงได้รับเพียงแค่ 1 สัปดาห์ คงจะมีผู้คนมากมายที่รอหัวเราะเยาะเธออยู่

 

       “หลีกไป หลีกไป ! ฉันไม่ค่อยชอบผู้คนเหล่านี้เลย” เจียงหยูยี่รีบดึงตัวเซี่ยเหล่ยไปอย่างรวดเร็ว

 

       “คุณหัวหน้าคุณจะทำอย่างไรหากคุณไม่สามารถคลี่คลายคดีภายใน 1 อาทิตย์ได้ ผู้บัญชาการจะปลดคุณออกจากหัวหน้าโดยทันทีคุณมีความเห็นว่าอย่างไร ?”

 

       “ค่อยพูดกันทีหลังเมื่อคลี่คลายคดีได้แล้ว !” เจียงหยูยี่ผลักไหล่ของเซี่ยเหล่ยและเดินไปเรื่อยๆโดยไม่สนใจสายตาของผู้ร่วมงานของเธอที่มองเธอด้วยสายตาอิจฉาริษยา

 

       เมื่อไปถึงสถานที่ทำงานของเธอ เธอก็หยิบเอกสารออกมาและส่งมันให้เซี่ยเหล่ย

 

       ในรายงานนั้นมีรูปของกุญแจทั้งลวดลายและขนาดกุญแจที่คนร้ายขโมยไป

 

       เมื่อเซี่ยเหล่ยเห็นกุญแจในภาพก็ถึงกับตกตะลึง

 

       ทั้งความยาว ขนาดและลวดลายบนกุญแจ ทั้งหมดเหมือนกับกุญแจที่เขาเชื่อมเมื่อวานนี้ !

 

       ภาพของผู้ชายใส่สูทและผู้หญิงเซ็กซี่คนนั้นได้ปรากฏในหัวของเขา เสื้อผ้า ส่วนสูงและบุคลิกของพวกเขาทุกอย่างปรากฏขึ้นในหัวของเขาในตอนนี้ ราวกับว่าเขาย้อนกลับไปเมื่อวานและกำลังนั่งมองพวกเขาสองคนในร้านของลุงเจียง !

 

       “มันเกิดอะไรขึ้นกับเรา ? เราจะจำทุกอย่างได้อย่างชัดเจนได้ยังไง ? ภาพที่เราจำได้มันเหมือนรูปถ่ายมากๆ ถึงแม้ว่าเราจะมีความจำที่ดีแต่ก็ไม่คิดว่าจะจำได้ละเอียดขนาดนี้ ?” เซี่ยเหล่ยบ่นพึมพัมกับตัวเอง

 

       เจียงหยู่ยี่จ้องไปมองไปที่เซี่ยเหล่ย “คุณกำลังคิดอะไรอยู่ ?”

 

       เซี่ยเหล่ยไม่ได้สนใจกับสิ่งที่เจียงหยู่ยี่พูดเลย เขาปิดตาข้างหนึ่งและพยายามนึกรูปร่างของบุคคลที่เขาเคยเห็นและภาพกุญแจในใจของเขาจากนั้นความซับซ้อนของลวดลายกุญแจก็ค่อยๆปรากฏขึ้นมาในหัวของเขา มันมีความชัดเจนมากกับรายละเอียดทุกสิ่งทุกอย่างราวกับว่าเขาเห็นมันตั้งอยู่ข้างหน้าของเขา !

 

       หลังจากนั้น 30 วินาทีเซี่ยเหล่ยเปิดตาอีกข้างขึ้นมาและมองไปที่ภาพของกุญแจในรูปปรากฏว่าความจำของเขาไม่สามารถจำอะไรได้เลยเกี่ยวกับรูปภาพกุญแจอันนั้น

 

       ในที่สุดเซี่ยเหล่ยก็เข้าใจว่านี่มันไม่ใช่ความทรงจำของเขา มันเป็นเพราะตาซ้ายของเขามันช่วยบันทึกภาพทั้งหมดที่เขาเคยเห็นและมันสามารถเรียกคืนความทรงจำของภาพนั้นๆได้และแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน !

 

       ในตอนนี้เซี่ยเหล่ยเรียนรู้ถึงความสามารถตาซ้ายของเขามากขึ้นเรื่อยๆ !

 

       ขอบคุณครับ แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้า ติดตามข่าวสารและเรื่องราว https://www.facebook.com/Tranxending-Vision-1843606792370694/ ขอเพียงแค่กดไลค์กดติดตาม ก็เป็นกำลังใจให้ผมแปลต่อได้แล้วคร้าบบบ ฝากด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

 

###################################################################

 

 

 

จบบทที่ TXV– 13  หัวหน้าสาวกำลังตกอยู่ในอันตราย !

คัดลอกลิงก์แล้ว