- หน้าแรก
- พลิกชะตาหมอเทวดาเนตรสวรรค์
- บทที่ 625 - มีรางวัลอย่างงาม
บทที่ 625 - มีรางวัลอย่างงาม
บทที่ 625 - มีรางวัลอย่างงาม
บทที่ 625 - มีรางวัลอย่างงาม
"เจ้าพูดว่า... อะไรนะ?" เจ้าสำนักชราเบิกตากว้าง จ้องมองถังฝานด้วยความอึ้งงัน เขาคิดว่าตัวเองคงหูฝาดไปแน่ๆ
เขาจำไม่ได้แล้วว่ากี่ปีมาแล้ว ที่ไม่มีใครกล้าพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงแบบนี้
ถังฝานแม้จะรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง แต่ภายนอกกลับเสแสร้งทำเป็นวางมาดลึกลับ ทำตัวกร่างพึ่งบารมีคนอื่น แล้วพูดว่า "ข้าบอกว่า! ลูกพี่หมาป่าขาวฝากให้ข้ามาส่งข่าวแก่ท่าน!"
น้ำเสียงของเขาฟังดูเหมือนจะไม่พอใจและรำคาญนิดๆ ที่เจ้าสำนักชราฟังไม่รู้เรื่องในตอนแรก
เจ้าสำนักชราจ้องมองถังฝานอย่างเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
ถังฝานจึงจำใจต้องพูดซ้ำอีกรอบ "ข้าบอกว่า! หมาป่าขาว..."
"พอได้แล้ว!" เจ้าสำนักชราได้สติ โกรธจนจมูกแทบจะบิดเบี้ยว เขาตวาดด้วยความหงุดหงิดว่า "นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน หมาป่าขาวอะไรมาจากไหนกันฮะ?"
หัวใจของถังฝานแทบจะหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม คิดในใจว่า หรือว่าเรื่องที่เหยาเผิงเล่าให้ฟังมันจะเป็นเรื่องหลอกลวง สถานะของหมาป่าขาวกิเลนเหมันต์บ้านั่นมันไม่ได้สูงส่งอะไรขนาดนั้นหรือไง?
แต่ตอนนี้เขาไล่ต้อนตัวเองจนมุมแล้ว จึงทำได้เพียงฝืนทนยืนยันต่อไป "ข้าจะบอกว่า... ท่านเจ้าสำนัก ท่านทำตัวไม่ค่อยน่าคบเลยนะ มิน่าล่ะลูกพี่หมาป่าขาวถึงได้ไม่พอใจท่าน นี่ท่านลืมมันไปแล้วงั้นหรือ?"
สีหน้าของเจ้าสำนักชราเปลี่ยนไปมา เขาจ้องถังฝานเขม็งราวกับเสือจ้องตะครุบเหยื่อ ค่อยๆ นึกย้อนเรื่องราวกลับมา
"เจ้าหมายถึง... หมาป่าขาวงั้นหรือ?"
"ก็ใช่น่ะสิ ลูกพี่หมาป่าขาวที่อยู่ในแดนลับป่าอสูรนั่นไง!" ถังฝานทำหน้าผิดหวัง ส่ายหัวพลางว่า "เฮ้อ... ดูท่าท่านคงไม่ได้ไปเยี่ยมมันนานแล้วสินะ..."
เจ้าสำนักชราปั้นหน้าขรึม ถามเสียงเครียด "เจ้าเข้าไปในแดนลับป่าอสูรมาแล้วหรือ?"
ถังฝานพยักหน้า ตอบว่า "เมื่อกี้นี้ข้ากำลังบำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำ จู่ๆ ก็ได้ยินลูกพี่หมาป่าขาวส่งกระแสจิตมา มันเรียกให้ข้าไปหาหน่อย ข้าก็เลยไป..."
"มันเป็นคนเรียกเจ้าไปงั้นหรือ?"
"ก็ใช่น่ะสิ มันเป็นคนเรียกข้าไป ไม่อย่างนั้นข้าจะไปรู้จักแดนลับป่าอสูรอะไรนั่นได้ยังไงเล่า!"
ริมฝีปากของเจ้าสำนักชราขยับมุบมิบ แต่กลับไม่เอื้อนเอ่ยอะไรออกมา เขาไม่รู้จะพูดอะไรแล้วจริงๆ
ในสายตาของเขา คำโกหกของถังฝานมันช่างไร้เหตุผลสิ้นดี จนไม่คุ้มค่าที่จะเอามาโต้แย้งด้วยซ้ำ มันหลุดโลกไปไกลแล้ว!
"ท่านไม่เชื่อหรือ? ได้... งั้นท่านดูนี่ นี่คืออะไร!"
ถังฝานหยิบเอาของวิเศษจากสัตว์ที่คล้ายมีดสั้น ซึ่งหมาป่าขาวกิเลนเหมันต์ให้เขามา ออกมาจากเอว
ทันทีที่ของสิ่งนี้ปรากฏขึ้น อากาศรอบข้างก็คล้ายกับจับตัวเป็นน้ำแข็ง อุณหภูมิลดฮวบลงในพริบตา
"นี่มัน..." เจ้าสำนักชรายกมือขึ้นโบก ของสิ่งนั้นก็ลอยเข้าไปตกอยู่ในมือเขา กลิ่นอายเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาทำให้เขาถึงกับสะดุ้ง
"เกราะกระดูกหมาป่าขาว!" เจ้าสำนักชราอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง เขาย่อมต้องจำของสิ่งนี้ได้
เมื่อถังฝานเห็นปฏิกิริยาของเจ้าสำนักชรา ในที่สุดก้อนหินที่ทับอยู่ในใจก็ถูกยกออก เขายิ้มแล้วพูดว่า "อ้อ ที่แท้... นี่ก็คือเกราะกระดูกของลูกพี่หมาป่าขาวนี่เอง ว่าแต่... เกราะกระดูกคืออะไรหรือ?"
เจ้าสำนักชรากำเกราะกระดูกไว้ในมือ แล้วอธิบายว่า "ของสิ่งนี้... เจ้าจะมองว่ามันเป็นเล็บของกรงเล็บหมาป่าก็ได้นะ!"
"หา!" ถังฝานตกใจแทบสะดุ้ง แค่เล็บชิ้นเดียวยังใหญ่ขนาดนี้ แล้วตัวจริงของหมาป่าขาวตัวนั้นมันจะใหญ่สักแค่ไหนกันเนี่ย!
มิน่าล่ะ มันถึงต้องการโอสถเก้าหยางควบแน่นแก่นแท้ตั้งร้อยเม็ด!
"แปลกจริง ทำไมมันถึงมอบของสิ่งนี้ให้เจ้า นี่... มันเป็นคนให้เจ้ามาจริงๆ หรือ?" เจ้าสำนักชรายังคงไม่อยากเชื่อ เกราะกระดูกนี้เป็นของล้ำค่าที่หลุดออกมาจากตัวหมาป่าขาว มีค่ามหาศาลมาก
ถังฝานแค่นเสียงเย็นเชียบ ตอบอย่างหยิ่งผยองว่า "แน่นอนสิ มันมีเรื่องขอร้องข้า ก็เลยให้ของสิ่งนี้มา!"
เจ้าสำนักชรายิ่งรู้สึกแปลกใจเข้าไปใหญ่ สัตว์วิเศษผู้เป็นถึงห้าบรรพชนสัตว์วิเศษของสำนักอู่เซียนอันยิ่งใหญ่ มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาขอร้องเด็กอมมือคนนี้!
เขาถามต่อ "มันขอให้เจ้าทำอะไรหรือ?"
"นั่นก็คือสิ่งที่ข้ากำลังจะบอกอยู่นี่ไง แต่กลับถูกท่านพูดแทรกเสียก่อน! ข้าถามหน่อยสิ... ตาแก่ ตกลงว่าท่านจะเชื่อข้าไหม?" ถังฝานตวาดกลับอย่างหงุดหงิด ดูเหมือนกำลังโมโหเอามากๆ
"เจ้า..." เจ้าสำนักชราอยากจะรู้ใจจะขาดว่าหมาป่าขาวกิเลนเหมันต์พูดอะไรกับถังฝานกันแน่ จึงจำต้องข่มความโกรธเอาไว้ แล้วบอกว่า "ข้าเชื่อเจ้าแล้ว รีบๆ เล่ามาเถอะ"
"งั้น... ท่านก็เอาของสิ่งนั้นคืนมาให้ข้าก่อน!" ถังฝานชี้ไปที่เกราะกระดูกหมาป่าขาวในมือของอีกฝ่าย
"ฮึ ข้าไม่แย่งของเจ้าหรอกน่า!" เจ้าสำนักชราโยนคืนให้ถังฝานอย่างหงุดหงิด ก่อนจะยิ้มบางๆ แล้วเสริมว่า "เมื่อหลายปีก่อน ข้าก็เคยได้เกราะกระดูกแบบนี้มาเหมือนกัน แล้วก็ใช้วิชาลับนำไปหลอมจนกลายเป็นของวิเศษที่ร้ายกาจมากเลยล่ะ!"
ถังฝานได้ยินดังนั้นก็หูผึ่ง สนใจใคร่รู้ขึ้นมาทันที จึงถามว่า "วิชาลับอะไรหรือ?"
"อืม เรื่องนี้..." เจ้าสำนักชราเชิดคางขึ้น เบ้ปากตอบว่า "นี่เป็นความลับของสำนักข้า จะเอามาพูดพล่อยๆ ได้อย่างไร?"
"ท่าน... ท่านจงใจแกล้งข้าแน่ๆ ท่านกำลังล้อข้าเล่นอยู่!" ถังฝานโกรธจนเต้นเร่าๆ รู้สึกเหมือนมีกรงเล็บเล็กๆ มาขูดๆ เกาๆ อยู่ในใจ การที่ต้องทนฟังคนพูดอะไรครึ่งๆ กลางๆ นี่มันช่างทรมานจิตใจเสียจริง
"หึ ข้าก็แค่เลียนแบบมาจากเจ้าไม่ใช่หรือไง?" เจ้าสำนักชราเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา หากศิษย์คนอื่นๆ ได้มาเห็นภาพนี้เข้าล่ะก็ คงต้องตกใจจนตาถลนแน่ๆ
ในความทรงจำของบรรดาศิษย์สำนักอู่เซียน พวกเขาไม่เคยเห็นท่านเจ้าสำนักทำตัวซุกซนแบบนี้มาก่อนเลย
ชายชรากับเด็กหนุ่มคู่นี้ ดูเหมือนจะทันเกมกันดีทีเดียว
ถังฝานรู้สึกหงุดหงิดใจ จึงจำต้องเล่าต่อ "เรื่องมันเป็นแบบนี้ ลูกพี่หมาป่าขาวรู้ว่าข้ามีฝีมือด้านการหลอมโอสถที่ล้ำเลิศมาก ก็เลยส่งกระแสจิตมาหาข้าเป็นพิเศษ ขอให้ข้าช่วยหลอมยาให้มันชนิดหนึ่ง พร้อมกันนั้น มันก็ฝากข้ามาบอกท่านด้วยว่า สมุนไพรวิเศษล้ำค่าทุกชนิดที่จำเป็นต้องใช้ในการหลอมยา ท่านต้องพยายามหามาให้ครบถ้วนอย่างเต็มที่ ห้ามล่าช้าเป็นอันขาด!"
"มันให้เจ้าหลอมยาอะไรให้หรือ?"
"เรื่องนี้..." ถังฝานทำหน้าลำบากใจ แล้วย้อนถามว่า "นิสัยของลูกพี่หมาป่าขาวเป็นยังไง ท่านก็น่าจะรู้ดีนี่นา? นี่ท่านไม่รู้เลยหรือว่ามันมีความต้องการแบบไหน?"
"ความต้องการของมัน? เจ้าหมายถึงเรื่องไหนกันล่ะ?" เจ้าสำนักชรายิ่งฟังก็ยิ่งงง หมาป่าขาวกิเลนเหมันต์แม้จะได้ชื่อว่าเป็นสัตว์วิเศษบรรพชนของสำนักอู่เซียน แต่มันก็ไม่ได้เปล่งเสียงใดๆ ออกมาเลยตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา
"ก็เรื่อง... พรรค์นั้นไงล่ะ..." ถังฝานยิ้มกรุ้มกริ่ม ท่าทางเริ่มดูน่าเกลียดขึ้นเรื่อยๆ
"เรื่อง... พรรค์นั้นงั้นหรือ?" เจ้าสำนักชรามอกดูท่าทางของถังฝาน แล้วจู่ๆ ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาก้าวเข้าไปบีบไหล่ถังฝานอย่างแรง แล้วถามด้วยความตื่นเต้นว่า "เจ้าหมายความว่ามัน... เรื่องนั้นงั้นหรือ?"
"เฮ้ย นี่ท่านจะตื่นเต้นอะไรนักหนาเล่า ไม่ใช่เรื่องของท่านเสียหน่อย..." ถังฝานมองหน้าเขาอย่างแปลกใจ ไม่เข้าใจว่าตาแก่นี่จะดีใจอะไรนักหนา
"เลิกพล่ามไร้สาระได้แล้ว รีบบอกมาว่ามันให้เจ้าหลอมยาอะไร!" เจ้าสำนักชราหายใจหอบแรง ดวงตาเป็นประกายวาววับ ทำเอาถังฝานถึงกับตัวสั่นงันงกขึ้นมาทันที หรือว่าตาแก่นี่กับหมาป่าขาวตัวนั้นจะมีอะไรกัน...
ไม่น่าจะใช่นะ!
"เจ้ารีบพูดมาสิ ข้าใจร้อนจะแย่แล้ว!" เมื่อเจ้าสำนักชราเห็นถังฝานไม่ยอมปริปากพูด ก็เขย่าตัวถังฝานอย่างแรง
"เอ่อ... มันคือโอสถเก้าหยางควบแน่นแก่นแท้!"
"โอสถเก้าหยางควบแน่นแก่นแท้..." เจ้าสำนักชราพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะถามว่า "นั่นใช่ยาโด๊ปบำรุงกำลังจากยุคโบราณหรือเปล่า?"
"ใช่แล้ว"
"ฮ่าๆๆ... ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมไปเลย!" เจ้าสำนักชรากำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าแดงก่ำ
"เฮ้ย นี่ท่านจะตื่นเต้นไปทำไมกัน..." ถังฝานคิดในใจว่า สำนักอู่เซียนนี่มันสำนักบ้ากามชัดๆ ทำไมถึงได้สนใจเรื่องพรรค์นี้นักหนาเนี่ย?
เจ้าสำนักชราไม่สนใจท่าทีดูหมิ่นของถังฝาน เขายังคงพึมพำกับตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโพล่งถามขึ้นมา "เท่าที่ข้ารู้ โอสถเก้าหยางควบแน่นแก่นแท้นี้เป็นยาโบราณ ต่อให้เจ้าจะมีสูตรยา แต่สมุนไพรวิเศษในยุคนั้นหลายชนิดก็สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว เรื่องนี้..."
ถังฝานพยักหน้า ตอบว่า "ถูกต้อง เพราะฉะนั้นข้าจึงต้องนำมาปรับปรุงและผสมสูตรใหม่ ซึ่งมันต้องใช้เวลาสักหน่อย"
"เย่ถัง เรื่องนี้มีความสำคัญต่อสำนักอู่เซียนของเราอย่างยิ่งยวด หากเจ้าสามารถค้นคว้าและหลอมยานี้ออกมาได้สำเร็จล่ะก็ ข้ามีรางวัลให้อย่างงามแน่!" เจ้าสำนักชราทำหน้าขึงขัง ราวกับเพิ่งจะมอบหมายภารกิจที่สำคัญที่สุดให้แก่ถังฝาน
ไอ้พวกวิปริต! นี่มันฝูงตาแก่โรคจิตชัดๆ!
ถังฝานแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว ตาแก่นี่หน้าตาก็ดูเคร่งขรึมดีอยู่หรอก แต่ที่แท้ก็เป็นพวกบ้ากามเหมือนกัน!
"เย่ถัง ไม่ว่าเจ้าจะต้องการสิ่งใด ก็สามารถส่งกระแสจิตมาหาข้าได้เลย ข้าจะจัดคนนำไปส่งให้เจ้าเป็นพิเศษ! ขอเพียงเจ้าหลอมยานี้สำเร็จล่ะก็ ไม่ว่าจะมีเงื่อนไขอะไร ข้าก็ยอมรับปากทั้งนั้น!"
เจ้าสำนักชราดึงหยกสลักสื่อสารออกมาจากเอว แล้วโยนให้ถังฝาน
ถังฝานรู้ดีว่านี่คือหยกสื่อสาร จึงรีบรับไว้ในมือ แล้วแกล้งพูดยิ้มๆ ว่า "ผู้อาวุโส ไว้ข้าหลอมเสร็จเมื่อไหร่ จะแบ่งให้ท่านเอาไปลองใช้ดูผลลัพธ์สักเม็ดก่อนเป็นไง..."
"เจ้าพูดว่าอะไรนะ?"
"โธ่เอ๊ย ไม่ต้องมาทำเป็นไก๋หรอกน่า ดูจากท่าทางตื่นเต้นของท่านเมื่อกี้ ข้าก็รู้ทันหมดแล้วล่ะ! วางใจเถอะ ข้าไม่เอาเรื่องนี้ไปแพร่งพรายที่ไหนหรอก..." ถังฝานก้าวเข้าไปตบอกเจ้าสำนักชราเบาๆ ด้วยท่าทางที่สื่อความหมายว่า 'ลูกผู้ชายด้วยกัน ข้าเข้าใจท่านดี'
"เจ้าพูดพล่อยๆ อะไรของเจ้าเนี่ย!" เจ้าสำนักชราโกรธจนหนวดเคราสั่น ตวาดลั่น "ข้าเคยพูดตอนไหนว่าจะเอามันมาใช้เองฮะ!"
"แหม ก็เมื่อกี้ท่านทำท่าตื่นเต้นซะขนาดนั้น เลิกแกล้งทำเป็นไขสือได้แล้วน่า..." ถังฝานมองด้วยสายตาแปลกๆ นึกในใจว่า 'ท่านเพิ่งจะมารู้จักรักษาภาพพจน์เอาป่านนี้ มันก็สายไปเสียแล้วล่ะลุง!'
(จบแล้ว)