- หน้าแรก
- พลิกชะตาหมอเทวดาเนตรสวรรค์
- บทที่ 610 - จุดสูงสุดของยอดเขาจิ้งจอก
บทที่ 610 - จุดสูงสุดของยอดเขาจิ้งจอก
บทที่ 610 - จุดสูงสุดของยอดเขาจิ้งจอก
บทที่ 610 - จุดสูงสุดของยอดเขาจิ้งจอก
ในเมื่อถังฝานเลือกเส้นทางนี้แล้ว เขาก็ตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อไปให้สุด ไม่สำเร็จก็เป็นเถ้าธุลี!
แม้จะต้องตาย เขาก็ขอเปล่งประกายในเสี้ยววินาทีก่อนจะดับสูญ
"เสี่ยวเหลย รีบไสหัวมานี่เลย!"
หลังจากถังฝานตวาดลั่น เขาก็ส่งกระแสจิตไปหาเสี่ยวเหลยอีกครั้ง
ของเหลวในเตาหลอมเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสุดท้ายของการจับตัวเป็นก้อนแล้ว เขาไม่อาจแบ่งสมาธิได้อีก เมื่อส่งกระแสจิตเสร็จ เขาก็ดึงสติกลับมา ไม่สนใจสถานการณ์ภายนอกถ้ำอีกต่อไป
ภายในสวนสัตว์วิเศษวัยเยาว์ เสี่ยวเหลยไม่ได้แค่สั่งให้พวกลูกสัตว์วิเศษตั้งข่ายกลประหลาดๆ เท่านั้น แต่ด้านหลังของเขายังมีสัตว์วิเศษตัวเต็มวัยตามมาอีกเป็นพรวน
สัตว์วิเศษเหล่านี้ล้วนมีเจ้านายเป็นของตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าเสี่ยวเหลยใช้วิธีไหน ถึงทำให้พวกมันยอมทำตามคำสั่งของเขาอย่างว่าง่าย
"ข้าไม่ไปหาเรื่องตายหรอกนะ!"
เสี่ยวเหลยได้รับกระแสจิตจากถังฝานตั้งแต่แรกแล้ว แต่พอแหงนมองเมฆสายฟ้าบนท้องฟ้า กับดวงอาทิตย์สีทองบนยอดเขา เขาก็ตัวสั่นงันงก
"เด็กๆ จ๋า มาๆ ทำตามปู่เหลยสอน ใครทำดี คืนนี้ปู่เหลยจะพลิกป้ายเรียกตัวนะ!"
เสี่ยวเหลยชี้มืออย่างโอหัง สั่งให้สัตว์วิเศษที่อยู่ด้านหลังจัดกระบวนทัพแปลกๆ
"เสี่ยวเหลย เจ้านายกำลังตกอยู่ในอันตรายนะ!"
แมลงสีเงินประกายสายฟ้าที่สิงอยู่ในร่างของเด็กชายเอ่ยเตือน
"ใช่แล้ว ถ้าพวกเราไม่รีบไป เจ้านายต้องโกรธแน่ๆ"
หนอนไหมทองคร่าวิญญาณก็ช่วยพูดอีกแรง
"เขาตาย พวกเราก็เป็นอิสระไง!"
"เสี่ยวเหลย เจ้านายดีต่อพวกเรามากนะ ถ้าเจ้าไม่ไป ข้าไปเอง!"
แมลงสีเงินประกายสายฟ้าพูดอย่างดื้อรั้น
"ถูกต้อง ถ้าเจ้านายไม่อยู่แล้ว พวกเราก็ไม่มีที่พึ่งในสำนักอู่เซียนแล้วนะ!"
หนอนไหมทองคร่าวิญญาณเอ่ยอย่างโกรธเคือง
"ฟังดูมีเหตุผลแฮะ เสี่ยวถังจื่อก็ดีกับข้าไม่น้อย..."
"ประเด็นคือ โอสถจื่อหลิงของเขามีประโยชน์กับข้ามากเลยทีเดียว!"
สีหน้าของเสี่ยวเหลยเริ่มดูดุดัน เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกัดฟันพูดว่า "ก็ได้ ปู่เหลยจะยอมเสี่ยงดูสักตั้ง!"
"เด็กๆ จ๋า ตามข้ามาบุก คุ้มครองเจ้านาย!"
เสี่ยวเหลยเหาะทะยานขึ้นไป สัตว์วิเศษฝูงใหญ่ก็บินตามขึ้นไปทันที มุ่งหน้าสู่ยอดเขาจิ้งจอก
เสี่ยวเหลยมีความเร็วสูงสุด รวดเร็วจนกลายเป็นภาพติดตา ราวกับลำแสงสีดำที่มีสายฟ้าแลบแปลบปลาบ เพียงไม่กี่อึดใจก็พุ่งมาถึงหน้าถ้ำบนยอดเขาแล้ว
ด้านหลังของเขา ฝูงสัตว์วิเศษบินตามมามืดฟ้ามัวดิน ล้อมรอบยอดเขาจิ้งจอกไว้อย่างแน่นหนา ดูยิ่งใหญ่อลังการมาก
ภาพนี้ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก ผู้คนที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่รอบๆ ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
ปกติสัตว์วิเศษของสำนักอู่เซียนจะเชื่อฟังแต่เจ้านายของตัวเองเท่านั้น แม้แต่สัตว์วิเศษวัยเยาว์ ก็ยังมีศิษย์พี่เลี้ยงคอยดูแลควบคุม
แต่ตอนนี้ พวกมันกลับรวมตัวกันอย่างเป็นระเบียบ เชื่อฟังคำสั่งของเด็กผู้ชายเพียงคนเดียว นี่มันสร้างความตกตะลึงให้แก่พวกเขาอย่างมาก
"เด็กคนนี้..."
เจ้าสำนักร่างเล็กมีประกายแสงแปลกประหลาดวาบขึ้นในดวงตา
"ตกลงเขาเป็นใครกันแน่!"
ดวงตาของหงซิ่นจื่อหรี่แคบลง ยิ่งรู้สึกว่าเสี่ยวเหลยนั้นน่าสะพรึงกลัวขึ้นเรื่อยๆ
"เจ้านาย ข้ามาแล้ว!"
เสี่ยวเหลยพุ่งตัวเข้าไปในถ้ำ ตอนแรกก็ทำท่าทางหยิ่งผยอง แต่พอโดนความร้อนแผดเผาก็ถึงกับแสยะปาก
"เดี๋ยวเจ้าคอยช่วยข้าต้านทานทัณฑ์โอสถด้วยนะ!"
ถังฝานหันมาสั่งการ
"นี่ ข้าจะกลืนสายฟ้าเก่งแค่ไหน มันก็มีขีดจำกัดนะ!"
เสี่ยวเหลยทำหน้าตาเจื่อนๆ ต่อให้เขาเป็นอสูรอสนีบาต แต่ก็ยังแอบหวั่นใจกับเมฆสายฟ้าเหนือหัวอยู่ดี
แน่นอนว่า ที่เขาแสดงท่าทีแบบนี้ ก็เพื่อเรียกร้องผลประโยชน์จากถังฝานให้มากขึ้น
"เรื่องนี้... ฉันสะเพร่าไปเอง!"
ถังฝานพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วถอนหายใจยาว "ตอนแรกฉันนึกว่านายคือเทพสายฟ้าเก้าสวรรค์ ผู้ยิ่งใหญ่เหนือแดนเซียน ไม่เกรงกลัวฟ้าดิน ดูท่าฝีมือของนายคงไม่เก่งกาจขนาดนั้นสินะ"
"ในเมื่อเป็นแบบนี้ ถ้านายกลัวก็ถอยไปเถอะ ฉันไม่โกรธนายหรอก!"
"นี่... เจ้าพูดอะไรน่ะ?"
ผิดคาด พอเสี่ยวเหลยได้ยินคำพูดของถังฝาน เขากลับทำตัวเหมือนผีดิบเด้งขึ้นจากโลงศพ โกรธจนเต้นผาง
"เสี่ยวถังจื่อ กล้าดูถูกปู่เหลยงั้นเรอะ ข้าคือเทพสายฟ้าเก้าสวรรค์นะ ใครบอกว่าข้ากลัว!"
เสี่ยวเหลยทำตัวเหมือนไก่ชน จ้องถังฝานด้วยความโกรธ
ถังฝานอธิบาย "ฉันก็แค่หวังดีกับนายนั่นแหละ ทัณฑ์โอสถครั้งนี้มันใหญ่โตเกินไป ฉันกลัวนายจะรับไม่ไหวน่ะสิ"
"เจ้า... เจ้าคอยดูฝีมือของปู่เหลยเถอะ! กะอีแค่ทัณฑ์โอสถ จะไปมีน้ำยาอะไร คิดถึงตอนนั้นนะ ปู่เหลยสามารถสั่งการสายฟ้าในจักรวาลอันไพศาลได้ทั้งหมดเชียวนะ!"
เสี่ยวเหลยชูนิ้วเล็กๆ ขึ้นมา สีหน้ายามตื่นเต้นดูน่ากลัวทีเดียว
ถังฝานยังคงเกลี้ยกล่อม "ช่างเถอะ ตอนนี้นายยังอ่อนแอเกินไป..."
"อ๊าก... ข้าจะทำให้เจ้ายอมรับให้ได้ เสี่ยวถังจื่อ ข้าจะบอกให้รู้เอาไว้ว่าปู่เหลยมีดีแค่ไหน!"
เสี่ยวเหลยทำท่าเหมือนจะไปสู้ตายกับใคร พุ่งพรวดออกไปนอกถ้ำ
ถังฝานลอบมองตามหลัง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้า ตอนนี้เขาพอจะจับจุดนิสัยของเจ้านี่ได้แล้ว
"เด็กๆ จ๋า มาๆ... ฟังคำสั่งปู่เหลย จัดค่ายกลเก้าสวรรค์ล็อกเซียนเดี๋ยวนี้!"
เสี่ยวเหลยเหาะทะยานขึ้นไป ควบคุมฝูงสัตว์วิเศษที่ตามมาให้บินวนอยู่ใต้เมฆสายฟ้า ก่อตัวเป็นรูปดาวห้าแฉกขนาดใหญ่
เนื่องจากสัตว์วิเศษมีสีสันแตกต่างกันไป ทำให้ดาวห้าแฉกดวงใหญ่นี้ดูสับสนวุ่นวาย ไม่ค่อยเป็นระเบียบนัก
แต่เมื่อสัตว์วิเศษบินตามการชี้นำของเสี่ยวเหลย พวกมันก็ค่อยๆ ก่อตัวเป็นค่ายกลที่มีควันหมอกปกคลุม
ไอสีขาวพวยพุ่งออกมาจากใจกลางดาวห้าแฉก ค่อยๆ แผ่กระจายออกไปรอบทิศทาง ปกคลุมยอดเขาจิ้งจอกไว้ ตัดกับเมฆสายฟ้าเบื้องบนอย่างชัดเจน
"เฮ้อ น่าเสียดายที่พลังบำเพ็ญของปู่เหลยตกลงไปเยอะ ค่ายกลนี้ก็เลยอ่อนแอไปหน่อย! พวกเจ้านี่น้า ถ้ามีพลังบำเพ็ญสูงกว่านี้อีกนิด ค่ายกลนี้ก็สามารถสังหารเซียนได้เลยนะ!"
"แม่มันเถอะ จะปล่อยให้เสี่ยวถังจื่อดูถูกไม่ได้ ปู่เหลยขอสู้ตาย!"
เสี่ยวเหลยที่ยืนอยู่กลางค่ายกลส่ายหน้าไปมา จากนั้นก็ตบหน้าอกตัวเอง พ่นศรโลหิตสายหนึ่งพุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า
ศรโลหิตสายนี้กลายเป็นหมอกเลือด ซึ่งมีสายฟ้าแลบแปลบปลาบอยู่ภายใน แผ่กลิ่นอายอันไม่ธรรมดาออกมา
"ข้า เสี่ยวเหลย คือเทพสายฟ้าเก้าสวรรค์ ผู้ยิ่งใหญ่เหนือแดนเซียน ขอเพียงเลือดหยดเดียวของปู่เหลย ก็สามารถทลายทะลุสรวงสวรรค์ได้!"
เสี่ยวเหลยทำหน้าหยิ่งผยอง คำพูดของเขาราวกับแฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน ค่ายกลรูปดาวห้าแฉกเริ่มสั่นสะเทือน เมื่อหมอกเลือดหลอมรวมเข้าไป มันก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง แม้สีแดงจะยังไม่เข้มชัด แต่มันก็ทรงพลังกว่าเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด
"เสี่ยวถังจื่อ ข้ายันไว้ได้ไม่นานนะ เดี๋ยวหลังจากนี้ เจ้าต้องพึ่งตัวเองแล้ว!"
เสี่ยวเหลยพูดจบก็ยืนนิ่งอยู่กลางค่ายกล แก้มยุ้ยๆ ป่องออก ปากขมุบขมิบท่องมนต์ ท่าทางดูเคร่งขรึมเอาการ
"เจ้านี่ ไม่กระตุ้นไม่ได้จริงๆ สินะ!"
ถังฝานแหงนหน้ามอง ในใจก็เกิดความคิดบ้าบิ่นขึ้นมาอีกครั้ง
"ฉันมีกายาอสนีเซียน พลังต้นกำเนิดสายฟ้าในตัวยังห่างไกลนัก กำลังกลุ้มใจอยู่เลยว่าจะหาพลังสายฟ้ามาจากไหน สายฟ้าพวกนี้จะปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้เด็ดขาด!"
"แถมยังมีดวงอาทิตย์สีทองที่เกิดจากปราณโอสถนั่นอีก แม้มันจะเกิดจากปราณโอสถ แต่มันก็ยังมีสรรพคุณทางยาซ่อนอยู่ ถ้าฉันสามารถนำปราณโอสถส่วนเกินนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ บางทีฉันอาจจะหลอมโอสถชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อนในใต้หล้าขึ้นมาได้สำเร็จก็ได้!"
"ในเมื่อมันมาถึงขั้นนี้แล้ว โชคดีที่นอกจากหงซิ่นจื่อแล้ว ในสำนักอู่เซียนก็ยังไม่มีใครรู้ว่าฉันคือถังฝาน นี่แสดงว่าฉันสามารถลงมือได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องกลัวอันตรายใดๆ!"
"ไหนๆ จะต้องเปล่งประกายแล้ว งั้นก็ขอสว่างเจิดจ้าให้แสบตากันไปเลย!"
เมื่อคิดทบทวนดูแล้ว สีหน้าของถังฝานก็ยิ่งบ้าคลั่ง ความมุ่งมั่นในดวงตาและรังสีอำมหิตในตัวก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
การหลอมโอสถก็เหมือนกับการฆ่าคน ถ้าไม่ทุ่มสุดตัว ก็ไม่มีทางสำเร็จ!
เขาร่ายเวทชี้นิ้ว ใช้อิทธิฤทธิ์กรงเล็บอัคคีคว้าเตาหลอมขึ้นมา แล้วเหาะพุ่งออกไปนอกถ้ำ
"เสี่ยวจิ่ว กลับมา ด้านล่างไม่ต้องพึ่งนายแล้ว!"
ถังฝานส่งกระแสจิต ดึงเพลิงเทวะเก้าหงสากลับคืนมา
เพลิงเทวะเก้าหงสานั้นโด่งดังเกินไป หากมีใครจับสังเกตได้ ย่อมต้องเชื่อมโยงมาถึงตัวตนของถังฝานแน่ๆ
"ไอ้หนู เจ้าจะทำอะไรน่ะ!"
จิตวิญญาณแห่งสมบัติคำรามลั่นในหัวของถังฝาน ราวกับเดาออกว่าเขากำลังจะทำอะไร
"แต่ก่อนฉันเคยอ่อนแอไร้ทางสู้ ขี้ขลาดตาขาว วันนี้ ฉันจะขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของยอดเขาจิ้งจอก ให้ความพิโรธของสวรรค์ ช่วยลบคำสบประมาทให้ฉัน!"
ถังฝานส่งเสียงผ่านจิตไปหาจิตวิญญาณแห่งสมบัติ มือคว้าเตาหลอมสีแดงฉาน เหาะมุ่งหน้าไปยังลานหินเหนือถ้ำ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของยอดเขา เป็นยอดแหลมของภูเขาจริงๆ!
"ดูสิ! ทำไมเขาถึงยกเตาหลอมออกมาล่ะ!"
ภาพถังฝานพุ่งทะยานออกมา ทำให้ผู้คนที่เฝ้าดูเหตุการณ์ใจสั่นอีกครั้ง
เตาหลอมสีแดงฉานและปราณโอสถสีทอง ทำให้เงาร่างของถังฝานส่องประกายสลับกันระหว่างสีแดงและสีทอง
หลังจากเขาวางเตาหลอมลง เขาก็ร่ายเวทชี้นิ้ว เผชิญหน้ากับดวงอาทิตย์สีทองเหนือหัว อาศัยพลังบำเพ็ญของตัวเองเพื่อหลอมโอสถต่อไป
"เปรี้ยง!"
เสียงฟ้าร้องดังสนั่น การกระทำของถังฝานราวกับไปยั่วยุเบื้องบน ทำให้เมฆทะมึนม้วนตัวอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น
"จะสายฟ้าแล้วไง ใครกลัวกัน!"
ถังฝานแหงนหน้าคำรามลั่น เงาร่างอันองอาจของเขาราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับดวงอาทิตย์สีทอง
เขาคือดวงอาทิตย์ ที่เปล่งประกายเจิดจ้าหาใดเปรียบ!
(จบแล้ว)