เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 276 จับมือถือแขน (ฟรี)

ตอนที่ 276 จับมือถือแขน (ฟรี)

ตอนที่ 276 จับมือถือแขน (ฟรี)


ตอนที่ 276 จับมือถือแขน

ฉู่เจียงเยว่ไม่ต้องการพูดเรื่องไร้สาระกับคนเหล่านี้อีกไป และในเมื่อคนในทีมให้การสนับสนุน เธอก็ทำเพียงแค่ทำตามกระแสของมวลชน

“ฆ่า!”

การที่สามารถทำเรื่องบ้าๆ อย่างการกินเนื้อคนได้ คนเหล่านี้ไม่ควรจะถูกให้อภัย และปล่อยให้รอดไปได้

แทนที่จะปล่อยให้ขยะเหล่านี้ไปก่อปัญหาในที่อื่นๆ เป็นการดีกว่าที่จะจัดโดยตรงเสียซะที่นี่ หลังจากความตาย ต้นไม้สีเขียวอาจเติบโตอย่างน่าอัศจรรย์บนซากศพที่เน่าเปื่อย

ถ้าพวกเขากลายเป็นปุ๋ยที่ทำให้ต้นไม้งอกเงยได้จริงๆ ก็ถือได้ว่าเป็นความตายที่คู่ควร และถือได้ว่าช่วยไถ่บาปในช่วงเวลาสุดท้าย

เมื่อฉู่เจียงเยว่ออกคำสั่ง คนอื่นๆ ในทีมก็ไม่รั้งรออะไรอีก พวกเขาเริ่มเปิดฉากโจมตีในทันที ชายคนนั้นที่ออกมาขวางทางพวกเขาก็ถูกทุบตีจนไปกองกับพื้นในเวลาสั้นๆ

ไม่มีทางที่จะหยุดยั้งได้ แม้ว่าคนเหล่านี้จะเป็นผู้ปลุกพลัง แต่ก็ดูเหมือนว่าพวกเขาแทบจะไม่ได้ออกไปฆ่าซอมบี้เลย และทำการฝึกฝนด้วยการดูดซับพลังจากแก่นคริสตัลเท่านั้น

เมื่อเป็นแบบนี้ พวกเขาอาจจะยังสามารถต่อสู้ได้เมื่อพบกับผู้ปลุกพลังที่มีระดับต่ำกว่า แต่เมื่อพวกเขาพบกับผู้ปลุกพลังระดับสูงอย่างฉู่เจียงเยว่ และคนอื่นในทีมที่พึ่งพาการต่อสู้กับซอมบี้เพื่อเพิ่มระดับ พวกเขาก็ไม่มีทางต่อต้านใดๆ ได้เลย

อย่างไรก็ตาม อาคารหลังใหญ่โตนี้ก็มีคนอยู่ไม่น้อย หลังจากที่พวกเขาจัดการกับชายคนนั้นแล้ว ก็มีคนอื่นๆ วิ่งออกไปเพื่อหยุดยั้งพวกเขา

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ฉู่เจียงเยว่ลงมือ เธอก็ตระหนักได้ว่าผู้ที่ออกจากหลังๆ มีความสามารถแย่ลงเรื่อยๆ

บางคนยังไม่เชี่ยวชาญในการใช้พลังของตัวเองด้วยซ้ำ ดูเหมือนจะไม่ใช้ในการต่อสู้เลย

เมื่อเห็นแบบนี้ ฉู่เจียงเยว่ก็พูดไม่ออก ทีมระดับรากหญ้าที่ถูกจับมาเป็นอาหารสำรองนั้นอ่อนแอขนาดนี้เลยเหรอ

อย่างไรก็ตาม เธอก็ไม่สนใจจะเสียเวลาสำรวจเรื่องไม่สำคัญเหล่านี้ เธอพาคนในทีมเดินลึกเข้าไปในอาคารมากขึ้นเรื่อยๆ และผู้ต่อต้านคนสุดท้ายก็ล้มลง

สุดท้ายก็เหลือเพียงกลุ่มคนแก่ คนอ่อนแอ คนป่วย และผู้พิการที่ถูกมัดมือและเท้าเอาไว้

ฉู่เจียงเยว่ และจินซู่หยูนำผู้คนไปข้างหน้า และแก้มัดให้กับคนเหล่านั้น

“พวกคุณเป็นคนของทางการที่ถูกส่งมาช่วยพวกเรางั้นเหรอ?”

จนถึงตอนนี้บางคนยังหวังว่าทางรัฐบาลจะส่งทีมกู้ภัยมาช่วยเหลือ แต่ความคิดนั้นก็ไม่ต่างจากฝันล้มๆ แลงๆ ตอนนี้ทุกคนต่างต้องพึ่งพาตัวเองเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ฉู่เจียงเยว่ปฏิเสธ "ไม่ เราแค่ผ่านทางมา แล้วคนพวกนั้นโจมตีเรา เราจึงสู้กลับก็เท่านั้น”

“พวกคุณรีบเก็บของแล้วไปจากที่นี่ซะ”

หลังจากพูดจบ ฉู่เจียงเยว่ก็พลิกข้อมือ และนำใบปลิวของโรงแรมเจียงหลินออกมาตามจำนวนคนที่เหลืออยู่ที่นี่

“ถ้าไม่รู้จะไปไหนก็ไปที่นี่ได้ หลังออกไปแล้วให้ฉีกมุมซ้ายบนตามเส้นประ ภายในระยะเวลา 7 วันที่ถูกมันอยู่ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกซอมบี้โจมตี”

หลังจากพูดจบ ฉู่เจียงเยว่ก็พร้อมที่จะเดินจากไป

พวกเขายังคงไปช่วยเหลือพวกพ้องของเสือกลายพันธุ์ เป็นไปไม่ได้ที่จะพากลุ่มคนแก่ อ่อนแอ ป่วย และพิการตามไปด้วย

ทุกคนต่างมีทางเลือกของตัวเอง แม้ว่าการทิ้งพวกเขาจะฟังดูใจร้าย แต่เธอก็ไม่ใช่แม่พระที่จะช่วยทุกคนที่พบเห็น

ในบรรดาคนที่ถูกมัด ส่วนใหญ่เป็นหญิงสาว เมื่อมองดูรอยแผลเป็นทั่วร่างกาย ใครๆ ก็สามารถบอกได้ว่าพวกเขาต้องผ่านประสบการณ์อะไรมาบ้าง

ฉู่เจียงเยว่ และจินซู่หยูจึงไม่สามารถทนมองได้อีกต่อไป หากพวกเธอต้องผ่านประสบการณ์อันเลวร้ายเหล่านั้น สภาพของพวกเธอก็อาจจะแย่ยิ่งกว่าเสียอีก

"เดี๋ยว!"

เมื่อฉู่เจียงเยว่และจินซู่หยูกำลังเดินจากไป มีคนส่งเสียงเรียกให้หยุด

ทั้งสองจึงหยุดเดิน และหันไปมองคนกลุ่มนั้นอีกครั้ง

“มีอะไรอีก?”

“คุณจะไปโดยไม่สนใจพวกเราเลยเหรอ?”

คนที่พูดเป็นหญิงสาวที่มีผิวขาวผ่อง สิ่งที่เธอสวมใส่นั้นเหมือนกับเศษผ้าที่เอามาปะติดปะต่อกัน หากเธอขยับตัวเพียงเล็กน้อย ส่วนที่ปิดบังเอาไว้ก็จะถูกเปิดเผย

“ใช่ เราทนไม่ได้กับสิ่งที่คนพวกนี้ทำ เราจึงเลือกที่จะจัดการกับพวกเขา ตอนนี้หมดเรื่องแล้ว เราก็ต้องไปแล้ว”

“ทำไมเหรอ ต้องการให้เรารับผิดชอบต่อชีวิตของพวกคุณในอนาคตหรือยังไง ถ้าคิดงั้นจริง ก็ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า ไม่”

“เมื่อก่อนพวกเขาจะให้เรากินทุกๆ สองวัน ในเมื่อพวกคุณฆ่าพวกเขาไปแล้วเราจะกินอะไรในอนาคต?” ชายคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยปากถาม

ฉู่เจียงเยว่ และจินซู่หยูมองด้วยสีหน้างุนงง ถ้าไม่มีก็ออกไปหาอาหารสิ แค่ถูกมัดเอาไว้ ไม่ได้ถูกตัดแขนขาเสียหน่อย

“ถ้าคุณคิดว่าการฆ่าคนเหล่านั้น จะเป็นการตัดแหล่งอาหารออกไป”

“ยังมีคนอีก 20 คนที่ยังมีชีวิตอยู่ข้างนอก เราจะปล่อยพวกเขา และให้พวกเขาจัดหาอาหารให้แทนดีหรือเปล่า?”

อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นแบบนั้น ชะตากรรมของคนเหล่านี้ก็จะหวนคืนสู่จุดเดิมนั้นคือการเป็นอาหารสำรอง

หลังจากพูดจบ ฉู่เจียงเยว่ก็ยิ้มให้กับคนกลุ่มนั้น

เมื่อได้ยิน ชายคนนั้นปิดปากทันที แม้ว่าคนพวกนั้นจะให้อาหารพวกเขา แต่ก็เป็นเพียงอาหารเล็กๆ น้อยเพียงให้พวกเขาพอประทังชีวิตได้เท่านั้น

แต่เมื่ออีกฝ่ายมีอาหารไม่พอกิน พวกเขาก็จะถูกเชือดเหมือนกับหมูในฟาร์ม

“เรา... พวกเราล้วนเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีกำลัง ไม่ช้าก็เร็ว เราจะถูกซอมบี้ฉีกเป็นชิ้นๆ เมื่อเราออกไปข้างนอก”

“ในเมื่อพวกคุณแข็งแกร่งมาก ก็ช่วยพาเราไปด้วยได้หรือเปล่า ตราบที่พวกคุณยอมพาฉันไป ฉันจะยอมทำทุกอย่าง”

ท่ามกลางกลุ่มคน หญิงสาวคนหนึ่งร้องไห้อย่างสมเพช เธอคุกเข่า และค่อยๆ เคลื่อนตัวไปหาฉู่เจียงเยว่ และคนในทีม โดยมีน้ำตาไหลอาบแก้มในปริมาณที่พอเหมาะ

ถ้าเป็นคนอื่น พวกเขาอาจจะใจอ่อน แต่ฉู่เจียงเยว่เคยประสบกับเรื่องทำนองนี้มาทั้งชาติก่อนและชาตินี้ เธอจึงสามารถบอกได้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการทำอะไร

“ถอยออกมาหน่อย ถ้าโดยเธอจับตัวได้ เดี๋ยวจะเป็นเรื่องยุ่งเอา”

ฉู่เจียงเยว่ ดึงเสิ่นจื้อกุยให้ถอยกลับมา จากนั้นพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้หญิงสาวคนนั้นหยุดชะงัก

“พี่สาว...พี่คงเข้าใจอะไรผิดแล้ว ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้น!”

“คุณดูเหมือนคุณจะอายุประมาณ 30 แต่ฉันเพิ่งอายุ 18 ปี จะเป็นพี่สาวของคุณได้ยังไง”

“ไม่ว่าคุณจะมีเจตนาอะไรก็ตาม ฉันไม่สนใจ แต่เราไม่สามารถพาคุณไปด้วยได้ ดังนั้น ยอมแพ้ซะ”

“ใบปลิวนั้น ฉันจะวางมันไว้ตรงนี้ ก่อนหน้านี้ได้บอกวิธีใช้ไปแล้วจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจเลย”

ฉู่เจียงเยว่วางใบปลิวของโรงแรมเจียงหลินไว้บนโต๊ะที่อยู่ใกล้ตัวเธอมากที่สุด จากนั้นลากร่างของเสิ่นจื้อกุยแล้วเดินออกไป

คนเหล่านี้ถูกขังอยู่ที่นี่เพื่อเป็นอาหารสำรอง จึงไม่รู้ว่าจิตใจของพวกเขาบิดเบี้ยวไปถึงขนาดไหนแล้ว

หากไม่ใช่เพราะพวกเขาเป็นเหยื่อ ฉู่เจียงเยว่คงจะกำจัดทุกคนที่นี่ไปพร้อมๆ กันแล้ว

แต่ในเมื่อพวกเขาเป็นเหยื่อ และอยู่ที่นี่โดยไม่มีทางเลือก เธอก็จึงทิ้งใบปลิวไว้ให้เป็นโอกาสสุดท้าย และเป็นทางเลือกในการเอาชีวิตรอด

ส่วนพวกเขาจะไปถึงโรงแรมเจียงหลินได้อย่างปลอดภัยหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตา และตัวของพวกเขาเองแล้ว

เสิ่นจื้อกุยมองไปที่มือของฉู่เจียงเยว่ ที่จับมือข้อมือของเขาอยู่ และหูของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดง

ทันทีที่ฉู่เจียงเยว่หันกลับมา เธอก็เห็นมุมปากของเสิ่นจื้อกุยยกขึ้น จึงรู้สึกสงสัย “คุณเป็นอะไรไป”

ฉู่เจียงเยว่ไม่ได้รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเธอกำลังจับแขนของเขาอยู่

“ไม่...ไม่มีไร หลังจากที่จัดการกับคนพวกนั้นแล้วก็รีบกลับขึ้นรถกันเถอะ เสือกลายพันธุ์ยังรอความช่วยเหลือจากเราอยู่”

เสิ่นจื้อกุยไม่ได้เตือนฉู่เจียงเยว่เกี่ยวกับเรื่องมือ และทั้งสองคนก็เดินจูงมือกันกลับไปที่รถออฟโรด

เมื่อถึงตอนนั้น ฉู่เจียงเยว่ก็เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจับแขนของเสิ่นจื้อกุยอยู่

ทำให้ใบหน้าของเธอแดงขึ้นเล็กน้อย และรีบปล่อยมืออย่างรวดเร็ว

“โทษที เมื่อกี้ฉันลืมตัวไป”

“ไม่เป็นไร เรารีบขึ้นรถกันเถอะ”

จบบทที่ ตอนที่ 276 จับมือถือแขน (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว