เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 5 เรียกเราว่า ‘พี่ใหญ่’

TXV – 5 เรียกเราว่า ‘พี่ใหญ่’

TXV – 5 เรียกเราว่า ‘พี่ใหญ่’


TXV – 5 เรียกเราว่า ‘พี่ใหญ่’

 

          ตอนที่เซี่ยเหล่ยออกมาจากโรงพยาบาลในช่วงเวลานั้นมันก็ค่อนข้างที่จะดึกแล้ว

 

          ขณะเซี่ยเหล่ยมาถึงบ้านเขาจะเข้าไปนั่งในห้องนั่งเล่นในระหว่างนั้นน้องสาวของเขาเซี่ยเสวียเดินออกมาจากห้องข้องเธอ

 

          เซี่ยเสวียเธอมีอายุ 18 ปี เธอรูปร่างละม้ายคล้ายคลึงกับเซี่ยเหล่ยเอามากๆเธอมีความสูง 170 เซนติเมตรและมีขาที่เรียวยาวและมีความสูงที่ดี เธอเป็นหญิงสาวรูปร่างสูงใหญ่ที่น่ารักมากๆ

 

          “พี่เหล่ยมีงานยุ่งมากเลยหรอใน 2 วันที่ผ่านมา ? หนูพยายามจะโทรหาพี่แต่พี่ก็ปิดโทรศัพท์หนูเป็นห่วงพี่มากรู้ไหม !” เซี่ยเสวียเริ่มดุเซี่ยเหล่ยแต่ทุกคำที่เธอดุเป็นเพราะว่าเธอเป็นห่วงพี่ชายเธอ

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้มและพูดว่า “พี่ไม่อยากปลุกน้องหน่ะตอนที่พี่ไปทำงาน เซี่ยเสวียกำลังรอพี่มีอะไรรึปล่าว ?  ”

 

          “ไปโดยไม่บอกน้องเนี่ยนะ น้องจะนอนหลับสนิทได้ยังไงถ้าพี่ไม่กลับมาบ้าน ?” ริมฝีปากของเธอบิดเล็กน้อย เซี่ยเหล่ยเป็นเหมือนเสาหลักของครอบครัวเขาคือโลกทั้งใบสำหรับเซี่ยเสวียและเขาเป็นคนเดียวที่เธอสามารถพึ่งพาได้แล้วเธอจะไม่ห่วงพี่ชายของเธอได้ยังไง ?

 

          “ไม่มีอะไรหรอก…. พี่..ทำงานพิเศษนิดหน่อย” เซี่ยเหล่ยกล่าว “นั่งลงสิพี่มีอะไรจะบอกน้อง”

 

          “อะไรหรอ ?” เซี่ยเสวียนั่งข้างๆเซี่ยเหล่ยและเธอมองไปที่พี่ชายเธออย่างใจจดใจจ่อ

 

          เซี่ยเหล่ยนำเงินออกจากกระเป๋าแล้ววางลงบนมือของเซี่ยเสวีย “เงิน 30000 หยวนสิ่งนี้สำหรับค่าเทอมของน้อง”

 

          “30000 หยวน ?” เซี่ยเสวียตกใจกับเงินจำนวนเยอะขนาดนี้ “พี่เหล่ยไปเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหน ? ไม่ได้ทำสิ่งไม่ดีมาใช่มั้ย ? ห๊ะ ?”

 

          เซี่ยเหล่ยแกล้งชักสีหน้าแบบไม่พอใจ “น้องพูดอะไรน่ะ ? พี่ชายของน้องเป็นคนแบบนั้นหรอ ? ความเป็นจริงก็คือพี่ได้ไปช่วยเหลือคนนึงในวันนี้และคนมีหน้ามีตาในสังคมและร่ำรวยเขาจึงนั้นให้ค่าตอบแทนพี่ 50000 หยวน และคิดว่าเงินเหล่านี้สวรรค์อาจจะส่งให้เราใช้มันก็ได้ ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก รับมันไว้แล้วก็ใช้มันซะ”

 

          “พี่ไปช่วยคนคนนึงไว้ ?” เซี่ยเสวียจับท่าทีพิรุธของเซี่ยเหล่ยได้และคำอธิบายของพี่ชายของเธอนั้นมันไม่เข้าท่าเลยเพราะเธอเชื่อว่าเงินคงไม่ได้ง่ายดายขนาดนี้

 

          เซี่ยเหล่ยกลัวว่าน้องสาวของเขาจะสงสัยตัวเขาไปมากกว่านี้เขาจึงหยิบนามบัตรของหลงบิงและนำไปวางบนมือของเซี่ยเสวีย “นี่คือชื่อของเธอคนนั้น เธอมาจากเมืองชิงตู่ ถ้าน้องมีปัญหาอะไรสามารถโทรไปหาเธอได้”

 

          ในที่สุดเซี่ยเสวียก็เชื่อคำพูดของเซี่ยเหล่ยเธอยิ้มและพูดว่า “ฮิ ฮิ ...เธอคนนั้นเป็นผู้หญิงหรอ ? เธอสวยมั้ย ?”

 

          ภาพลักษณ์ของหลงบิงที่อยู่ที่ปรากฏในใจของเซี่ยเหล่ยและเขาก็ตอบโดยทันทีว่า “สวยมาก สวยสุดๆเลยล่ะ”

 

          “โอ้ น่าเลื่อมใสยิ่งนัก เธอให้เบอร์โทรมาแล้ว มันเป็นสัญญาณที่ดี ?” เซี่ยเสวียยิ้มแบบล้อเลียน “พี่เหล่ยก็ไม่ใช่ไก่อ่อนแล้วนะชวนเธอมาดื่มน้ำชากับพวกเราสิ หรือทำอะไรบางอย่างให้เธอกลายมาเป็นพี่สะใภ้ของน้องเร็วๆนะ”

 

          “พูดอะไรเพ้อเจ้อ มันไม่ขำเลยนะ” เซี่ยเหล่ยยังแกล้งทำเป็นว่า “น้องไปเตรียมตัวที่จะไปโรงเรียนในวันพรุ่งนี้เถอะ น้องยังควรอยู่ที่โรงเรียนอีก 2-3 วัน อย่ากลับมาบ้านก่อนล่ะ”

 

          “ทำไมล่ะ ?” เซี่ยเสวียเริ่มมีอาการไม่พอใจ

 

          เซี่ยเหล่ยกล่าวว่า “คือเรื่องมัน…..”

 

          เซี่ยเสวียหัวเราะคิกคักมาพูดว่า “ก็ได้ พี่ต้องการที่จะพาพี่สะใภ้ของน้องมาที่บ้านใช่ไหมล่ะ ? พี่ไม่อยากให้น้องเป็นก้างขวางคอใช่ไหม ? ตกลง ! น้องจะทำตามที่พี่ขอน้องจะไปอยู่หอพักกับเพื่อนในวันพรุ่งนี้”

 

          เซี่ยเหล่ยยังคงไม่มั่นใจที่จะให้เธออยู่ห่างจากตัวเราและอยู่ห่างจากบ้านแต่มันคงจะปลอดภัยมากกว่าถ้าเธอไกลห่างจากปัญหาเหล่านี้ เฉินฉัวหู่มันคงจะไม่ให้เขาอยู่เย็นเป็นสุขอย่างแน่นอนมันต้องหาวิธีมาทำร้ายครอบครัวของเราแน่ๆ การที่ให้เซี่ยเสวียไปอยู่ในโรงเรียน มันคงจะทำให้เธอปลอดภัยที่สุดแล้ว

 

          “พี่เหล่ยยังไม่ได้กินข้าวใช่มั้ย ? น้องจะทำก๋วยเตี๋ยวให้พี่ทานนะ” เซี่ยเสวียเริ่มแสดงความห่วงใยต่อพี่ชายของเธอเพราะว่าเธอกลัวพี่ชายเธอเป็นโรคกระเพาะ

 

          คำพูดของเซี่ยเสวียทำให้ท้องเขาส่งเสียงร้องออกมาโดยทันทีเพราะว่าเขาไม่ได้กินอะไรเลยแม้แต่น้ำสักแก้วกับข้าวสักจานในขณะที่เขาอยู่ในมาเก๊า ไม่มีอะไรตกถึงท้องเขามาเป็นเวลานานแล้ว

 

          “งั้น น้องจะไปทำก๋วยเตี๋ยวให้พี่ทานเดี๋ยวนี้” เซี่ยเสวียลุกขึ้นและเดินไปยังห้องครัว

 

          เซี่ยเหล่ยล้มตัวนอนลงบนโซฟาและเขาก็ได้ผ่อนคลายในที่สุดสายตาของเขาจ้องมองมาที่รูปครอบครัวของพวกเขาบนโทรทัศน์ แม่ พ่อ น้องสาว และเขาอยู่ด้วยกันในรูป ในรูปนั้นก็ได้มีการหอมแก้มกันอย่างมีความสุข….

 

          “พ่ออยู่ที่ไหน ? พ่อรู้มั้ยว่าชีวิตของผมแต่ละปีมันยาวนานเหลือเกินที่ เวลาที่ผ่านไปในแต่ละปี ?” เซี่ยเหล่ยร้องไห้ในใจ

 

          เซี่ยเหล่ยกลับไปยังห้องเมื่อเขากินก๋วยเตี๋ยวเสร็จ เขาเหนื่อยล้ามากจากการใช้ความสามารถตาซ้ายของเขาอย่างต่อเนื่อง เขาหลับในทันทีเมื่อหัวเขาถึงหมอน เขาหลับลึกมากจนตื่นในบ่ายของวันรุ่งขึ้น เขารู้สึกตัวขึ้นมาว่าเขาลืมเซี่ยเสวีย  !

 

          ถ้วยข้าวต้มและผักทอดตั้งอยู่บนโต๊ะอาหารและถัดไปก็มีขวดแก้วหนึ่งขวด ใต้ขวดแก้วนั้นก็มีโน๊ตเขียนอยู่

 

          เงาสะท้อนของขวดแก้ว ทำให้เห็นดวงตาของเขาเองและมันทำให้เขาคิดถึงพ่อที่มีชื่อว่า ‘ เซี่ยชางเหอ ’

 

          เซี่ยเหล่ยจำได้อย่างแม่นยำว่า 5 ปีที่แล้วพ่อของเขานั้นมีร่างกายอ่อนแอมากและพ่อของเขานั้นก็ได้รับยาจาก ‘ฮู-นิว-แวร์’ ในขวดยานั้นมีแคปซูลสีขาวจำนวน 20 เม็ดและพ่อของเขาก็กินมันเดือนละเม็ด ผลของยานั้นให้ผลดีมาก สภาพร่างกายดีขึ้นมากหลังจากกินแคปซูลเม็ดแรกและพ่อของเขาก็ได้หายตัวไปหลังจากที่กินแคปซูลเม็ดที่ 19 เขาได้หายตัวไป !

 

          ตอนนี้ขวดยานั้นปรากฏอยู่ตรงหน้าเซี่ยเหล่ยอีกครั้ง แคปซูลเม็ดที่ 20 อยู่ในขวดแก้ว…

 

          เซี่ยเหล่ยถึงโน๊ตออกจากขวดแก้ว มันมาจากเซี่ยเสวียและในนั้นมันเขียนว่า “พี่เหล่ยหนูพบยานี้ตอนที่หนูทำความสะอาดห้องพ่อและแม่เมื่อเช้านี้ ข้างในมันมียาเม็ดสุดท้ายที่พ่อยังไม่ได้กิน ตอนนี้พี่ก็มีสุขภาพแข็งแรงดี พี่อาจไม่จำเป็นต้องกินยานี้ต่อไป นี่คงเป็นสิ่งที่พ่อเหลือไว้ให้พี่เพราะฉะนั้นที่พี่ควรเก็บมันไว้เป็นของที่ระลึก”

 

          “เด็กผู้หญิงคนนี้เราไม่รู้หรอกว่าใครจะเป็นผู้ชายที่โชคดีที่จะได้แต่งงานกับเธอในอนาคต แต่หน้าที่เราในตอนนี้ก็ต้องปกป้องเธอในฐานะพี่ชายคนหนึ่ง” เซี่ยเหล่ยยิ้ม เขาวางโน้ตและขวดแก้วไว้ด้านหลังรูปภาพของครอบครัวบนตู้โทรทัศน์ หลังจากนั้นเขาก็เดินกลับไปที่โต๊ะอาหารเพื่อรับประทานอาหารเช้าและอาหารเที่ยงในเวลาเดียวกัน

 

          เซี่ยเหล่ยเดินออกไปหลังจากกินข้าวเสร็จ

 

          เมื่อเซี่ยเหล่ยเดินลงมาชั้นล่างเขาก็เห็นเจียงหยูยี่กำลังนั่งอยู่บนระเบียง จิตใจของเขาในตอนนี้ก็บ่นพึมพำขณะที่เดินเข้าไปหาเธอ

 

          เจียงหยูยี่ไม่เห็นเซี่ยเหล่ยในสายตาของเธอเลย เธอกำลังนั่งยิ้มหวานขณะที่เธอจ้องมองถ้วยอยู่บนโต๊ะเพียงคนเดียว ในบางทีเธอจะฝันถึงอาหารที่แสนจะอร่อยหรือฝันถึงชายในฝันของเธอ

 

          “ยกมือขึ้น !” เสียนตะโกนดังมาอย่างฉับพลัน

 

          เจียงหยูยี่ตกใจเมื่อเธอเงยศีรษะขึ้นมาเธอก็เห็นว่าคนที่ตะโกนอยู่นั้นคือเซี่ยเหล่ยและเธอก็พูดขึ้นมาว่า “อยากตายเรอะ !! กล้าดียังไงมาทำแบบนี้กับฉัน !” เธอเอื้อมมือไปตีเซี่ยเหล่ยแต่เขาหลบ

 

          “สิ่งที่เธอชอบคืออะไร ?” เซี่ยเหล่ยถาม

 

          “อะไร ? สิ่งที่ชอบ ?” เจียงหยูยี่ถามกลับ

 

          “งั้น.. !! คุณทำงานที่กรมตำรวจ ? เธอพอรู้จักคนที่ชื่อหลีชิงฮัวบ้างมั้ย ?”

 

          “เขาเป็นหัวหน้าของพวกเรา ทำไมหรอ เหล่ยอยากรู้ไปทำไม ?” เจียงหยูยี่จ้องเขม็งไปที่เซี่ยเหล่ย “ทำไมจู่ๆ เหล่ยถึงถามถึงหัวหน้าของฉัน ?”

 

          เซี่ยเหล่ยพูดว่า “เหล่ยมีเรื่องจะคุยกับเขาหน่อย นี่ ! คุณช่วยบอกที่อยู่กับเบอร์โทรศัพท์ของเขาหน่อยได้มั้ย ?”

 

          เจียงหยูยี่พูดตัดประโยคว่า “ทำไมเหล่ยถึงถามอะไรพวกนี้ ?”

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้มขณะที่เขากล่าวว่า “คุณคิดว่าเหล่ยจะทำอะไรผิดกฎหมายหรอ ? ถึงแม้ว่าเหล่ยจะทำผิด แต่เหล่ยก็ไม่โง่พอที่จะไปหาตำรวจ ถูกป่ะ ? เพื่อนของเหล่ยเขามีปัญหาต้องการความช่วยเหลือ คุณรู้ป่าวโลกใบนี้อยู่ได้อย่างไร ทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องเชื่อมต่อถึงกัน !”

 

          “เข้าใจละ !” เจียงหยูยี่เอาโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าของเธอแล้วก็เปิดรูปและเบอร์โทรติดต่อของหัวหน้าของเธอจากนั้นเธอก็ส่งมือถือให้กับเซี่ยเหล่ย

 

          เซี่ยเหล่ยมองรูปของหลีชิงฮัว เบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ของเขา เขาจำละเอียดได้ทั้งหมดและส่งโทรศัพท์กลับคืนเจียงหยูยี่แล้วก็กล่าวว่า “ขอบคุณ”

 

          รอยยิ้มของเจียงหยูยี่นั้นน่าหลงใหลเป็นอย่างมาก เมื่อเซี่ยเหล่ยจะเดินออกไปแต่เขาก็หยุดจ้องมองเธอสักครู่หนึ่ง แล้วบังเอิญว่าสายตาของเขาได้เหลือบไปเห็นเอวและก้นของเธอ เธอใส่กระโปรงและเสื้อยืดในเครื่องแบบของเธอมันช่างเย้ายวนใจจริงๆ  ก้นของเธอกลมสวยและดูนุ่มนวล หัวใจของเซี่ยเหล่ยในตอนนี้เต้นเร็วขึ้นและหายใจเร็วขึ้นเรื่อยๆในตอนนี้

 

          “เรา ….. เราไม่ควรมอง” เซี่ยเหล่ยส่ายหัวแล้วก็ได้ตบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติกลับมาและเขาก็ได้ทิ้งความคิดแย่ๆออกจากหัวเขา

 

          “เหล่ยทำอะไรหรอ ?” เจียงหยูยี่มองไปที่เซี่ยเหล่ยอย่างแปลกใจ

 

          “อืมม… ไม่มีอะไร...” เซี่ยเหล่ยรู้สึกแย่มากที่เขามีความคิดแบบนี้จากนั้นเขาก็รีบตอบไปว่า “ยุงหน่ะ เหล่ยกำลังตียุง”

 

          ในขณะนั้นก็มียุงตัวน้อยๆกำลังบินไปกัดที่เอวของเจียงอยู่หยี่จริงๆและเขากำลังจะพิสูจน์ว่าที่เขาพูดมันคือเรื่องจริง เซี่ยเหล่ยจึงเอื้อมมือไปตียุงบริเวณเอวของเธอ

 

          เพรี๊ยะ ! เนื้อที่เอวของเจียงหยูยี่กระเพื่อม ! เธอก็ตกใจมากหน้าของเธอก็เริ่มแดง เธอจ้องมองไปที่เซี่ยเหล่ยและอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

 

          เซี่ยเหล่ยยื่นมือให้เจียงหยูยี่ดูและหงายผ่ามือให้เธอดูว่าเขาตบยุงจริงๆ

 

          เจียงหยูยี่จ้องเขม็งไปที่เซี่ยเหล่ยอย่างไม่พอใจ

 

          เซี่ยเหล่ยอธิบายอย่างติดๆขัดๆ “ยุงหน่ะ ยุง ไม่...เป็นไร...มันตายแล้ว !”

 

          ในขณะนั้นยุงอีกตัวก็ได้บินผ่านตาของเจียงยูยี่อยู่อย่างช้าๆและมันก็บินไปเกาะตรงที่ก้นของเธอ เจียงหยูยี่มองไปตรงยุงเกาะอยู่แล้วมองไปทางเซี่ยเหล่ย เธอไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ส่งสายตาไปที่เซี่ยเหล่ย “เหล่ยตอบตียุงใช่มั้ย ? ถ้าเหล่ยกล้าตียุงตัวนี้ ฉันจะขยี้เหล่ยเป็นชิ้นๆ”

 

          เซี่ยเหล่ยยกมือขึ้น ! แต่เขาไม่ได้ตี เขาสบัดมือไปมาเพื่อไล่ยุงไป

 

          เซี่ยเหล่ยสามารถตียุงบนเอวของเธอได้แต่เขาไม่กล้าที่จะตียุงตรงก้นของเธอ พื้นที่ส่วนนั้นมัน….เกินไป นอกจากนี้ถ้าเขาตีตรงก้นของเธอ มันจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอแย่ลง ?

 

          “โอเค งั้นเหล่ยไปก่อนนะ ไว้เจอกัน !” เซี่ยเหล่ยรีบออกไปโดยทันที

 

          “หัวหน้าหลี ท่านชอบดื่มชาที่ร้านน้ำชาซูชาน และสิ่งที่โปรดปรานมากๆคือ ชาทงถิงอู่หลงจากไต้หวัน บอกเพื่อนของเหล่ยด้วยนะว่าต้องการที่จะเจอหัวหน้าควรซื้อชาทงถิงอู่หลงอย่างดีติดตัวไปด้วย วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์อย่าลืมบอกเพื่อนของเหล่ยล่ะ ให้นำสิ่งเหล่านั้นไปด้วยและเพื่อนของเหล่ยจะได้พบเขาอย่างแน่นอน”

 

          “อือ เข้าใจละ” เซี่ยเหล่ยโบกมือและเดินออกไป

 

          “เจ้ายังไม่เรียกเราว่า ‘พี่ใหญ่’ เจ้าบื้อ !” เสียงของเจียงหยูยี่ดังมาจากด้านหลัง

 

          “พี่ใหญ่ !” เซี่ยเหล่ยยิ้มอย่างมีเล่ห์นัยและรีบออกไป

 

          “จำเอาไว้นะ ชาอู่หลง !” เจียงหยูยี่ตะโกนอีกครั้ง

 

          เซี่ยเหล่ยคิดในใจว่า “ชาอู่หลงหรอ ? มันดีเกินไป ! ไอ้สารเลวหลีชิงฮัวควรดื่มปัสสาวะของข้า !”

 

         ขอบคุณครับ แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้า ติดตามข่าวสารและเรื่องราว https://www.facebook.com/Tranxending-Vision-1843606792370694/ ขอเพียงแค่กดไลค์กดติดตาม ก็เป็นกำลังใจให้ผมแปลต่อได้แล้วคร้าบบบ ฝากด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

 

###################################################################

 

 

จบบทที่ TXV – 5 เรียกเราว่า ‘พี่ใหญ่’

คัดลอกลิงก์แล้ว