- หน้าแรก
- ปฐมกาล จ้าวอสรพิษ
- บทที่ 520 ค่ายกลชักนำอสนีบาต ตายอีกคนแล้วหรือ? (1/2)
บทที่ 520 ค่ายกลชักนำอสนีบาต ตายอีกคนแล้วหรือ? (1/2)
บทที่ 520 ค่ายกลชักนำอสนีบาต ตายอีกคนแล้วหรือ? (1/2)
ในเวลานี้ ภายในใจของสวี่เฮยไม่มีความยินดีแห่งชัยชนะเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง
ทุกคนมองไปยังตำแหน่งที่เซวียหยางหายตัวไป นิ่งเงียบไปเนิ่นนาน ไม่รู้ว่ากำลังรู้สึกเช่นไร
ทุ่มเทแลกด้วยทุกสิ่ง สุดท้ายกลับลงเอยด้วยจุดจบเช่นนี้
สวี่เฮยได้เห็นเซวียหยางเพียงคนเดียว แต่ไม่รู้เลยว่า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีเซวียหยางอีกนับหมื่นนับพันคน พวกเขามีพรสวรรค์ล้ำเลิศเลอโฉม มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วสารทิศ กลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่แทบจะไร้เทียมทานในหมู่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับหยวนอิง (ทารกวิญญาณ)
แต่ทว่าบนเส้นทางแห่งการแสวงหาระดับฮั่วเสิน (แปลงจิต) พวกเขากลับต้องมลายหายไปราวกับควันไฟ ลงเอยด้วยจุดจบที่ตายไร้ที่กลบฝัง ไม่เหลือแม้แต่ซากกระดูก
เซวียหยางถูกสวี่เฮยฆ่างั้นหรือ?
จะว่าใช่ก็ใช่ จะว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่
หลังจากผ่านด่านแรก ความตั้งใจเดิมของสวี่เฮยคืออยากจะเหลือคนไว้ให้ได้มากที่สุด อยากให้พวกเขารอดชีวิตกันทุกคน แต่ใครจะไปคาดคิด ว่าด่านที่สองก็ยังคงเป็นสถานการณ์เดียวกัน
แล้วเช่นนั้น ใครจะเป็นผู้เสียสละในด่านที่สองเล่า?
เป็นไปได้แค่เซวียหยางคนเดียวเท่านั้น
สวี่เฮยไม่มีทางปล่อยให้เขาชิงแย่งเบาะรองนั่งไปได้ก่อน ทำได้เพียงลงมือสกัดกั้น และการสกัดกั้นในครั้งนี้ จุดจบก็ถูกกำหนดไว้แล้ว
แล้วเช่นนั้น เซวียหยางแย่งชิงเบาะรองนั่ง มันผิดหรือ?
"การเข่นฆ่าเช่นนี้ ผู้บำเพ็ญเพียรสายมารย่อมเป็นดั่งปลาได้น้ำ ส่วนฝ่ายธรรมะเกรงว่าจะเกิดมารผจญในใจ (ซินหมัว) ช่างไม่รู้จริงๆ ว่าผู้ออกแบบมีเจตนาอันใด" สวี่เฮยคาดเดาอยู่ในใจ
ในตอนนั้นเอง นาฬิกาทรายก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงขึ้นอีกครั้ง
ทุกคนพร้อมใจกันหันไปมอง เห็นเพียงนาฬิกาทรายจมลงไปใต้ดิน ภายในนั้นปรากฏลวดลายของค่ายกลนับไม่ถ้วน ตัดสลับซับซ้อนไปมา แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วใจกลางที่ราบ
ชั่วพริบตา ค่ายกลชักนำอสนีบาตค่ายกลหนึ่งก็ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่าง
บนจุดสูงสุดของท้องฟ้า เมฆดำรวมตัวกัน สายฟ้าฟาดกึกก้อง ก่อตัวเป็นเมฆทัณฑ์สายฟ้าขนาดยักษ์สีดำสนิท ซ้ำยังแฝงไว้ด้วยแรงกดดันแห่งกฎเกณฑ์สายหนึ่ง ตั้งตระหง่านอยู่เหนือศีรษะ
"ต้องตายอีกคนแล้ว"
ภายในใจของทุกคน ล้วนปรากฏความคิดเช่นนี้ขึ้นมา
…………
สำนักกระบี่ไร้รอย (เทียนเหินเจี้ยนจง)
สำหรับสำนักฝ่ายธรรมะเช่นนี้ การเดินทางตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ย่อมเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานอย่างไม่ต้องสงสัย
ทีมของพวกเขา มีสมาชิกทั้งหมดสี่คน
ด่านแรก พวกเขาสังเวยผู้อาวุโสศิษย์สายในไปหนึ่งคน คนผู้นี้อายุมากแล้ว อย่างมากก็มีชีวิตอยู่ได้อีกแค่สามร้อยปี เขาเข้ามาในโลกเสมือนก็เพื่อแสวงหาหนทางสู่ระดับฮั่วเสิน แม้ตายไปก็ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจมากนัก
ผู้อาวุโสท่านนั้นเต็มใจตายด้วยตนเอง ทุกคนจึงยังพอทำใจรับได้
แต่พอมาถึงด่านที่สอง
พวกเขาเหลือกันสามคน แต่มีเบาะรองนั่งเพียงสองใบ
ภายใต้การนับถอยหลังที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ ของนาฬิกาทราย หลิงอู๋ซวงจำต้องบีบบังคับตัวเอง เป็นฝ่ายชิงแย่งเบาะรองนั่งมาได้ใบหนึ่งก่อน
ส่วนเบาะรองนั่งอีกใบ ศิษย์น้องชายและศิษย์น้องหญิงของเขาเป็นผู้แย่งชิงกัน สุดท้าย ศิษย์น้องหญิงเล็กพ่ายแพ้ ถูกลมพัดจนร่างกลายเป็นเถ้าถ่านมลายหายไป
สำหรับสองคนที่เหลือ เรื่องนี้ย่อมเป็นดั่งสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ อย่างไม่ต้องสงสัย
"ศิษย์พี่หลิง ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายศิษย์น้องหลิ่วให้ตาย! ข้า... ข้าเองก็อยากมีชีวิตรอดเหมือนกัน!"
ศิษย์น้องชายที่อยู่ตรงหน้าคุกเข่าลงกับพื้น โขกศีรษะให้หลิงอู๋ซวง
เขาไม่อยากตาย
แต่ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
หลิงอู๋ซวงเองก็นิ่งเงียบไป ในสถานการณ์เช่นนี้ ใครจะแยกแยะได้ล่ะว่าควรทำอย่างไร?
"เจ้ามาขอโทษข้าทำไม?" หลิงอู๋ซวงกล่าว "คนที่เจ้าควรจะขอโทษ คือศิษย์น้องหลิ่วต่างหาก"
"ขอรับ!" คนผู้นั้นรีบหันขวับ หันหน้าไปทางทิศที่ศิษย์น้องหลิ่วหายตัวไป โขกศีรษะพลางร้องไห้โฮ "ศิษย์น้องเล็ก ศิษย์พี่ขอโทษ เป็นความผิดของข้าเอง ข้ามันสมควรตาย!"
พูดจบ เขาก็ตบหน้าตัวเองไปสองฉาด ตบจนฟันหลุดร่วง กระอักเลือดออกมาคำโต
หลิงอู๋ซวงจ้องมองเขาอย่างเงียบๆ
ความรู้สึกผิดและความเจ็บปวดของคนผู้นี้ ไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำเลยแม้แต่น้อย