เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 58 อย่ามาเรียกฉันแบบนั้น (ฟรี)

ตอนที่ 58 อย่ามาเรียกฉันแบบนั้น (ฟรี)

ตอนที่ 58 อย่ามาเรียกฉันแบบนั้น (ฟรี)


ตอนที่ 58 อย่ามาเรียกฉันแบบนั้น

นอกจากค่าห้องพักแล้ว หลิวอี้อี้ยังต้องซื้ออาหารที่ร้านอาหารของทางโรงแรมทุกวันอีกด้วย

เนื่องจากเธอมีเงินไม่มากนัก เธอจึงกินได้เพียงหมั่นโถว ข้าวโพด และซาลาเปานึ่ง

แต่ตอนนี้เวลาก็ผ่านไปไม่น้อยแล้ว เงินจำนวนเล็กน้อยในบัญชีของเธอก็ถึงจุดต่ำสุดมานานแล้ว

เธอยังไม่ได้ปลุกพลัง ดังนั้นเธอจึงไม่กล้าออกจากโรงแรม นั่นทำให้เธอไม่มีรายได้ กลับกันยังมีรายจ่ายที่ค่อนข้างมากในทุกๆ วัน

คนเดียวที่เธอสามารถพึ่งพาได้ในตอนนี้คือ เจิ้งเหวินอัน

“อี้อี้ พี่ก็อยากช่วยเธอนะ แต่เธอก็ควรจะต้องอยู่ด้วยตัวเองให้ได้ หากเธอเอาแต่เกาะติดพี่ คนอื่นก็อาจจะเข้าใจผิดได้”

ในขณะที่พูด เจิ้งเหวินอันก็เหลือบมองไปที่ฉู่เจียงเยว่อย่างคลุมเครือ

นอกจากฉู่เจียงเยว่แล้ว ใบหน้าของจินซู่หยูยังปรากฏในใจของเจิ้งเหวินอัน และเขาก็รู้สึกว่าโชคชะตาได้นำพาพวกเขามาพบกัน

"โฮสต์ ดูสายตาของเขาสิ เขาต้องคิดอะไรเกี่ยวกับคุณเป็นแน่!"

จิ้งจอกน้อยยืนอยู่บนไหล่ของฉู่เจียงเยว่ และมองเห็นทุกสิ่งได้ชัดเจน รวมถึงสายตาของเจิ้งเหวินอัน ซึ่งทำให้มันคิดมากไม่น้อย

“ยืนดีด้วย ในที่สุดเธอก็ได้เห็นตัวตนจริงๆ ของชายคนนี้แล้ว”

ฉู่เจียงเยว่ไม่ใช่เด็กสาวอายุ 18 ปีที่ไร้เดียงสา และอ่อนต่อโลก

แม้ว่าเธอจะมีชีวิตที่ไม่ดีนักในชาติก่อน แต่เธอก็เคยเห็นคนมาทุกประเภท รวมถึงพวกที่จิตใจชั่วช้ามากมาย เจิ้งเหวินอันจึงไม่สามารถตบตาเธอได้ด้วยอุบายเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้

“แล้วสายตาของเขาที่มองนางเอกก็ด้วย...น่าขยะแขยงจริงๆ!”

จิ้งจอกน้อยไม่ได้เก็บงำความรู้สึกที่ไม่ชอบขี้หน้าเจิ้งเหวินอันเลยแม้แต่น้อย

มุมปากของฉู่เจียงเยว่ยกขึ้นเล็กน้อย โดยไม่แสดงความเห็นใดๆ ต่อคำพูดของจิ้งจอกน้อย

“พี่เหวินอัน พวกเราเป็นคู่รักที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก และถูกกำหนดให้แต่งงาน การที่คนอื่นมองเราเช่นนี้มันก็ถูกต้องแล้ว ไม่เห็นจะผิดตรงไหน”

จากจุดเริ่มต้นของความรัก หลิวอี้อี้รู้สึกว่าเธอและเจิ้งเหวินอันจะได้แต่งงานกันด้วยความช่วยเหลือจากพ่อแม่ และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

แต่ตอนนี้สิ่งต่างๆ ดูเหมือนจะไม่พัฒนาไปในเส้นทางที่เธอได้จินตนาการไว้

พี่เหวินอันของเธอเริ่มชายตามองผู้หญิงคนอื่น

สิ่งนี้ทำให้หลิวอี้อี้รู้สึกถูกคุกคามอย่างยิ่ง และเธอยังต้องการที่จะเก็บเขาไว้ในระยะสายตาของตัวเอง

“ฉันไม่สน! พ่อแม่ของฉัน รวมถึงลุงและป้าต่างบอกให้พี่คอยดูแลฉันก่อนที่พวกเขาจะออกไปทำธุรกิจ พี่จะทิ้งฉันไว้ตามลำพังไม่ได้นะ!”

หลิวอี้อี้คว้าแขนของเจิ้งเหวินอันอย่างแรงจนเล็บของเธอกดลงบนผิวหนังของเขา

“ปล่อย!”

เจิ้งเหวินอันดึงมือของหลิวอี้อี้ออกจากแขนของตน และมองดูรอยเล็บสีแดงบนนั่นด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“อี้อี้ พี่จะช่วยเธอเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนี้ เธอต้องเรียนรู้ที่จะฆ่าซอมบี้ และรวบรวมแก่นคริสตัลด้วยตัวเอง ไม่อย่างงั้น... พี่จะไม่สนใจเธออีกต่อไป”

หลังจากปลุกพลังวิเศษแล้ว ความคิดของเจิ้งเหวินอันก็แตกต่างออกไปจากเดิม

ที่เขาเลือกจะอยู่กับหลิวอี้อี้ก่อนหน้านี้ก็เพราะเขายังอ่อนแออยู่ และการอยู่สองคนก็ปลอดภัยกว่าอยู่คนเดียว

แต่ตอนนี้เขาได้กลายเป็นผู้ปลุกพลังแล้ว และหลิวอี้อี้ก็เป็นคนธรรมดา เขาจึงต้องคิดถึงอนาคตของตัวเอง

เขาเป็นผู้ปลุกพลัง เป็นคนพิเศษ เขาจะอยู่กับคนธรรมดาได้อย่างไร เขาสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้

หลังจากพยายามตัดขาดหลิวอี้อี้ เจิ้งเหวินอันก็ตั้งเป้าไปที่ฉู่เจียงเยว่ แต่เมื่อเขาเห็นจินซู่หยูในวันนี้ เขามีความคิดบางอย่าง

“ตกลง หลังจากนี้ฉันจะพยายามอย่างหนักเพื่อหาเงิน”

หลิวอี้อี้ก้มหัวลงเพื่อไม่ให้ใครเห็นสีหน้าของเธอ

แม้ว่าคำพูดของเธอจะฟังดูดี แต่ถ้าใครมองจากด้านล่าง ก็จะได้เห็นใบหน้าของหลิวอี้อี้ที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

เธอมีบุคลิกที่ดื้อรั้น

ในเมื่อชายคนนี้ เธอไม่ได้ครอบครอง เธอก็อยากจะทำลายเขา ดีกว่าปล่อยให้คนอื่นได้เขาไป

ทั้งสองต่างคิดกันไปคนละทาง เจิ้งเหวินอันได้โอนเงิน 20 เหรียญเงินไปให้หลิวอี้อี้ เงินเก็บเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอสำหรับเธอที่จะใช้ได้เป็นเวลานาน

ด้วยเงินจำนวนนี้ ตราบใดที่หลิวอี้อี้ออกไปข้างนอกอย่างจริงจังเพื่อค้นหาเสบียง และต่อสู้กับซอมบี้ การใช้ชีวิตในโรงแรมเจียงหลินก็จะไม่เป็นปัญหาอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าหลิวอี้อี้ไม่คิดเช่นนั้น สำหรับ 20 เหรียญเงินที่ได้รับ เธอรู้สึกว่าเจิ้งเหวินอันกำลังมองเธอเหมือนขอทาน

แต่เธอไม่ได้แสดงความไม่พอใจ แต่กลับขอบเจิ้งเหวินอันด้วยรอยยิ้มอันแสนหวาน หลังจากขยายเวลาเข้าพักอีก 5 วัน เธอก็ออกจากตึกสำนักงาน

เมื่อเห็นว่าหลิวอี้อี้หยุดสร้างปัญหา เจิ้งเหวินอันก็คิดว่าเธอเข้าใจที่เขาพูดแล้ว และไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าของเธอ

หลังจากที่ร่างนั้นหายไป เจิ้งเหวินอันก็หันความสนใจไปที่ฉู่เจียงเยว่อีกครั้ง

“เจียงเยว่ ผมเรียกคุณแบบนั้นได้หรือเปล่า”

เจิ้งเหวินอันพูดกับฉู่เจียงเยว่ด้วยเสียงที่เขาคิดว่ามีเสน่ห์ที่สุด

เมื่อไม่มีอะไรต้องทำ ฉู่เจียงเยว่ไม่ได้ตั้งใจที่จะอยู่ในตึกสำนักงานเป็นเวลานาน ในขณะที่เธอกำลังจะออกไป เจิ้งเหวินอันก็มาหยุดเธอเอาไว้

แล้วเมื่อได้ยินคำเรียกของเขา ฉู่เจียงเยว่ก็รู้สึกขนลุกไม่น้อย

“นายแก่กว่าฉันถึง 7 ปีแล้วเราก็ไม่ได้สนิทกัน อย่ามาเรียกฉันแบบนั้น”

ฉู่เจียงเยว่ชี้ให้เห็นช่องว่างทางด้านอายุระหว่างทั้งสองคนโดยตรง

ถ้าชอบ ต้องให้อายุมากกว่า 10 ปี เธอก็อาจจะไม่มองว่าอีกฝ่ายแก่

แต่ถ้าไม่ชอบแต่ให้อายุมากกว่าแค่ 7 ปีก็ถือว่าแก่เกินไป

คำตอบของฉู่เจียงเยว่แทงเจิ้งเหวินอันเข้าที่หัวใจโดยตรง

ในเวลานั้น เสิ่นจื้อกุย และคนอื่นๆ ซึ่งได้ส่งคนที่จับกุมมาได้ให้กับเหรินเจี๋ยแล้ว ก็ก้าวเข้าในตึกสำนักงานพอดี

เมื่อได้ยินคำพูดของฉู่เจียงเยว่ หลินซวี่หยวนก็อดหัวเราะไม่ได้

“เอ่อ...โทษที ผมกลั้นไม่ไหวจริงๆ”

เจียงเหอยกมือขึ้นแล้วดันแว่นตาขอบทองที่ดั้งจมูก และมองดูหลินซวี่หยวนด้วยสายตาที่เห็นอกเห็นใจ

เจิ้งเหวินอันแก่กว่า และดูไม่เข้ากับฉู่เจียงเยว่เลยแม้แต่น้อย

เมื่อเห็นว่ามีคนอื่นอยู่ เจิ้งเหวินอันก็ไม่สามารถพูดอะไรได้อีก เขากล่าวอำลาฉู่เจียงเยว่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะหันหลังกลับ และออกจากตึกสำนักงาน

“เถ้าแก่ เราต้องการแลกเงิน”

เสิ่นจื้อกุย และทีมของเขามักจะมาแลกเปลี่ยนกับทางโรงแรมทุกๆ สองสามวัน แม้แต่ฉู่เจียงเยว่ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ยอดเงินในบัญชีของพวกเขามีมากเท่าไหร่แล้ว

“ไปหาที่ชายที่ยืนอยู่ตรงนั้นได้เลย เขาจะจัดการให้พวกนายเอง”

แน่นอนว่าฉู่เจียงเยว่มีความสุขเมื่อมีคนเติมเงิน เงินเหล่านั้นจะเข้ากระเป๋าของเธอในอนาคต

“เถ้าแก่ เขาเป็นพนักงานใหม่ของคุณเหรอ? ทำไมดูไม่คุ้นหน้าเลย รู้สึกเหมือนกับว่าผมจะไม่เคยเห็นเขามาก่อน?”

เซี่ยซีหลินยังเด็กอยู่ ดังนั้นเขาจึงถามคำถามที่ค่อนข้างเสียมารยาท หลังจากถาม เขาก็ตระหนักว่าได้พลั้งปากออกไป

คำถามนี้ได้ลุกล้ำความเป็นส่วนตัวของฉู่เจียงเยว่เล็กน้อย

“ถึงแม้เขาจะเป็นพนักงานใหม่ แต่เขาไม่ใช่แขกของโรงแรมเจียงหลิน”

ฉู่เจียงเยว่ไม่ได้ตั้งใจปกปิดตัวตนของฉู่เจียงหยาง แต่เธอจะไม่ริเริ่มที่จะบอกตรงๆ

เมื่อได้ยินว่าฉู่เจียงหยางไม่ใช่แขกของโรงแรม เสิ่นจื้อกุย และคนอื่นๆ ก็มีความรู้สึกแตกต่างออกไปเล็กน้อย

แต่ถ้าฉู่เจียงเยว่ไม่คิดจะบอก ต่อให้ถามไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร

ทุกคนต่างมีความลับของตัวเอง และคนอื่นก็ต้องรู้ขอบเขต

“งั้นเหรอ หากมีการเปิดรับสมัครครั้งหน้า ผมจะเป็นคนแรกที่สมัครแน่นอน!”

หลังวันสิ้นโลก งานที่ไม่โดนแดดโดนฝน และมีรายได้ที่มั่นคงแบบนี้หาแทบไม่ได้ และทุกคนต่างต้องการ

เสิ่นจื้อกุยเหลือบมองที่ฉู่เจียงหยาง แล้วขอให้เจียงเหอวางสิ่งของที่พวกเขารวบรวมมาได้ลงถาด

ทุกคนในทีมต่างเป็นผู้ปลุกพลัง แม้แต่เจียงเหอที่ปรุงพลังมิติก็มีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาไม่น้อย

เมื่อมีความแข็งแกร่ง พวกเขาก็มีความกล้ากว่าคนอื่นๆ และออกไปไกลกว่าใครๆ นั่นจึงทำให้ได้รับของมีค่าต่างๆ มากมาย รวมถึงแก่นคริสตัลด้วย

แค่ของเสิ่นจื้อกุยเพียงลำพังก็มีมูลค่ามากถึง 3 เหรียญทอง 60 เหรียญเงินและ 50 เหรียญทองแดงแล้ว

นั่นถือเป็นเงินมหาศาลเลยทีเดียว

เสิ่นจื้อกุย และคนอื่นๆ ต้องร่ำรวยมากอย่างแน่นอน และฉู่เจียงเยว่กำลังคิดว่าจะหาเงินจากพวกเขาได้อย่างไร

จบบทที่ ตอนที่ 58 อย่ามาเรียกฉันแบบนั้น (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว