- หน้าแรก
- ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่พร้อมระบบโรงแรมวันสิ้นโลก
- ตอนที่ 41 ความคิดที่น่ารังเกียจ
ตอนที่ 41 ความคิดที่น่ารังเกียจ
ตอนที่ 41 ความคิดที่น่ารังเกียจ
ตอนที่ 41 ความคิดที่น่ารังเกียจ
“เถ้าแก่ ช่วยเปิดห้องดีลักซ์สำหรับสามคนให้พวกผมด้วย”
หลิงเฟิงไม่ต้องการอยู่ใกล้ๆ เจียงเจินเจิ้นอีกต่อไป เขาไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้ว ตอนนี้เขาแค่อยากจะอาบน้ำให้เร็วที่สุด
ฉู่เจียงเยว่จึงรีบเปิดห้องให้พวกเขาอย่างรวดเร็ว โดยอยู่บนชั้น 7 ของตึกสอง ยังไม่ค่อยมีคนอาศัยอยู่บนชั้นนั้นที่เป็นห้องพักสุดหรู
เมื่อเห็นหลิงเฟิง และอีกสองจากไป สีหน้าของเจียงเจิ้นเจินก็ไม่ค่อยดีนัก
เดิมทีเธอคิดว่าตนจะสามารถติดตามหลินเฟิงได้ แต่สุดท้ายเธอก็ถูกตบหน้า
แต่เธอก็เก็บสีหน้าเก่งอยู่แล้ว หลังจากที่หลินเฟิง และอีกสองคนจากไป เธอก็มุ่งเป้าไปที่ฉู่เจียงเยว่
“เย่ว์เยว่ เธอยังไม่ลืมสัญญาใช่ไหม ตอนนี้ฉันได้บัตรประจำตัวมาแล้ว เธอ…”
“เธอเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า? ดูเหมือนฉันจะไม่เคย…ให้…คำสัญญา..ใดๆ นะ”
สิ่งที่เธอพูดคือ รอจนกว่าจะได้รับบัตรประจำตัวกลับมาก่อน
ในตอนที่พูดคุยกัน เธอไม่ได้ให้คำสัญญาใดๆ ที่ชัดเจน อีกฝ่ายเพียงคิดไปเองเท่านั้น
“เธอพูด ฉันมั่นใจ!”
“ฉันไม่คิดว่างั้นนะ ดูเหมือนเราจะคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ อดีตเพื่อนสนิทคนสำคัญของฉัน ฉันว่าเธอรีบไปจะดีกว่า ไม่งั้นฉันจะไล่เธอออกจากโรงแรมซะ จนถึงตอนนี้คนที่ถูกไล่ไป ไม่เคยมีใครที่ได้กลับมาเลย ฉันก็ไม่คิดว่าเธอจะโชคดีกว่าคนอื่นเช่นกัน”
หากไม่ทำผิดกฎ เธอจะขับไล่ใครตามใจไม่ได้ก็จริง อย่างไรก็ตาม มันยังสามารถใช้เพื่อทำให้ เจียงเจิ้นเจินหวาดกลัวได้
แน่นอนว่าเจียงเจิ้นเจิ้นรู้ดีว่าการถูกขับไล่ออกจากโรงแรมหมายถึงอะไร
จนกระทั่งตอนนี้ เธอก็ตระหนักว่าฉู่เจียงเยว่เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
ในอดีต ฉู่เจียงเยว่มักจะเชื่อฟังคำพูดของเธอ แต่ตอนนี้ฉู่เจียงเยว่เลือดเย็นขึ้นมา แม้เมื่อเผชิญหน้ากับแขกคนอื่นๆ เธอก็วางตัวห่างเหิน
“แล้วอย่าผิดนัดชำระค่าห้องล่ะ”
ฉู่เจียงเยว่ให้คำเตือน และไม่คิดจะพูดอะไรอีก
เมื่อรู้ว่าตนไม่มีทางได้รับเงินจากฉู่เจียงเยว่ ในที่สุดเจียงเจิ้นเจินก็มองไปที่ฉู่เจียงเยว่ด้วยสายตาเกลียดชังแล้วหันหลังกลับ และออกจากตึกสอง
เธอต้องหาเงินมาจ่ายค่าห้องพัก และไม่มีใครพึ่งพาได้ เจียงเจิ้นเจินจึงทำได้เพียงออกไปข้างนอกเพียงลำพังเพื่อหาสิ่งของที่สามารถมาแลกเปลี่ยนได้
ในอีกสองวันข้างหน้า ฉู่เจียงเยว่ยังคงจัดกิจกรรมในช่วงเวลากลางวันเพื่อเพิ่มยอดขายของร้านอาหาร
หลังจากที่ซ่งเฉิงจุนนำวัสดุก่อสร้างถนนที่เหลือจากฉู่เจียงเยว่ไปแล้ว เขาก็จัดให้ผู้คนเริ่มงานก่อสร้างถนนอย่างเต็มที่
เริ่มจากทางเข้าโรงแรมเจียงหลิน ถนนมีความกว้างถึงสี่เลน มันเทียบได้กับทางหลวงก่อนสิ้นโลกเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ถนนที่ได้รับการก่อสร้างด้วยวัสดุที่ระบบมอบให้ไม่เพียงแต่สามารถป้องกันซอมบี้ได้เท่านั้น แต่ยังทำให้การเดินทางระหว่างโรงแรมเจียงหลิน และฐานผู้ลี้ภัยในเมือง B รวดเร็วขึ้น และใกล้ชิดกันอีกด้วย
หลายคนเมื่อเห็นซ่งเฉิงจุนสั่งให้คนสร้างถนน พวกเขาก็มาเฝ้าดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อพวกเขารู้ว่าถนนสายนี้สามารถป้องกันซอมบี้ได้ ทุกคนก็ประหลาดใจ
นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาล้อเล่นเกี่ยวกับเรื่องนี้
ดังนั้น หลายคนจึงทำการทดลองในส่วนของถนนที่สร้างโดยซ่งเฉิงจุน และคนอื่นๆ แล้ว และข้อเท็จจริงก็พิสูจน์ว่าสิ่งที่ซ่งเฉิงจุนพูดนั้นเป็นความจริง
ตอนนี้ หลายคนจึงมาตามหาฉู่เจียงเยว่อีกครั้ง
เนื่องจากสามารถสร้างถนนจากฐานผู้ลี้ภัยในเมือง B มายังโรงแรมเจียงหลินได้ จึงควรสามารถเชื่อมไปถึงฐานผู้ลี้ภัยแห่งอื่นได้เช่นกัน
หากทำได้ ด้วยวิธีนี้จะสะดวก และปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับพวกเขาในการตามหาญาติที่สูญหาย
เมื่อมองดูสีหน้าของผู้ที่ต้องการให้เธอบริจาควัสดุก่อสร้างถนนฟรีๆ ให้กับฐานผู้ลี้ภัยต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อสร้างถนน ท่าทางของฉู่เจียงเยว่ก็ดูไม่ดีนัก
“วัสดุก่อสร้างเหล่านั้นถูกซื้อจากฉันโดยฐานผู้ลี้ภัยในเมือง B ด้วยราคา 1 เมตรต่อ 2 เหรียญทอง หากพวกนายต้องการมันก็จ่ายเงินมา”
“ตราบใดที่มีเงินเพียงพอ ฉันวางแผนผังเส้นทางให้ฟรี”
นี่เป็นเพราะว่าไม่ได้เฉือนเนื้อของตัวเอง ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามทำตัวเป็นคนชอบธรรม และมาพูดเรื่องไร้สาระ
มันต้องเฉือนเนื้อของตัวเองแล้วมีราคาที่ต้องจ่าย พวกเขาก็ถอยกลับ และทำตัวเหมือนนกกระทาที่วิ่งไปทั่ว
“เถ้าแก่ เงินมากถึง 2 เหรียญทองต่อเมตร พวกเราก็เป็นแค่คนธรรมดา จะมีเงินมากมายขนาดนั้นได้ยังไง?”
“เถ้าแก่ ผมคิดว่าสิ่งที่พวกเขาพูดนั้นสมเหตุสมผล ตอนนี้ซอมบี้อาละวาดไปทั่ว และอากาศร้อนจัด เราทุกคนควรร่วมมือกัน และก้าวไปข้างหน้า”
“แต่น่าเสียดายที่พวกเรานั้นไม่มีความสามารถพอจะทำอะไรได้ กลับกันคุณมีความสามารถนั้น ทำไมถึงไม่ยื่นมือช่วยโลกใบนี้ล่ะ”
คนที่พูดคือเจิ้งเหวินอัน เมื่อเขาพูด เขาก็พยายามยืดตัวขึ้นเพื่อให้โดดเด่นในฝูงชน
“ร่วมกันเพื่อก้าวไปข้างหน้า ฟังดูดีนิ ไม่ยากเลยพวกนายก็จ่ายเงินมา ส่วนฉันก็จัดหาวัสดุ จากนั้นถนนทุกสายในโลกจะถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือของพวกเรา ฟังดูดีเลยทีเดียว”
“ในฐานะผู้เสนอความคิดนี้ นายจะบริจาคสักเท่าไหร่ ร้อยเหรียญทองหรือสักพันเหรียญทอง?”
เจิ้งเหวินอันเงียบไป เขาเพียงต้องการแสดงภาพลักษณ์อันสูงส่ง แต่เขาไม่เคยคิดจะเงินของตัวเองออกมาเลย
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่มีเงินมากมายถึงขนาดนั้น แค่หาค่าห้องพักในแต่ละวันก็เต็มกลืนแล้ว
“ทำไม นายไม่เต็มใจเหรอ แล้วใครล่ะจะบริจาค? แค่เมตรละ 2 เหรียญทองเท่านั้น ไม่แพงเลยใช่ไหม?”
“เถ้าแก่ พวกเขาไม่คิดควักเงินตัวเองหรอก พวกเขาต้องการให้คุณจัดหาเงิน วัสดุ และทำทุกอย่าง พวกเขาเป็นกลุ่มคนตระหนี่ที่ต้องการเสียอะไรเลย แต่ต้องการได้รับผลประโยชน์”
เสิ่นจื้อกุย และกลุ่มของเขาก็กลับมาที่โรงแรมพอดี และบังเอิญได้ยินบทสนทนาเมื่อสักครู่นี้
“อาการบาดเจ็บของนายหายดีแล้วหรือ?”
เมื่อเห็นเจียงเหอ ฉู่เจียงเยว่ก็ถามออกไป
ตอนที่พวกเขาออกไป เธอไม่ได้ออกจากบ้านพัก ดังนั้นเธอจึงเห็นเจียงเหอเมื่อพวกเขากลับมาในตอนดึกเท่านั้น
“ขอบคุณเถ้าแก่ที่เป็นห่วง ผมสบายดีแล้ว”
หลังจากนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลาหลายวัน เจียงเหอก็ดูมีพลังมากขึ้นเมื่อออกไปข้างนอกในวันนี้
เจิ้งเหวินอัน และคนอื่นๆ ที่ต้องการเอารัดเอาเปรียบฉู่เจียงเยว่ก็หน้าแดงก่ำเมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดของเจียงเหอ
แม้พวกเขาจึงคิดเช่นนั้นจริงๆ แต่มันก็น่าละอาย ที่มีใครสักคนพูดออกมาตรงๆ
“คุณมีชีวิตที่สุขสบายกว่าใคร แต่ละวันจะแต่งตัวยังไงก็ได้ กลับกัน เราต้องออกไปข้างนอกอย่างเหนื่อยล้าทุกวันเพื่อหาเสบียง และฆ่าซอมบี้ เราแค่อยากให้คุณช่วยอะไรสักอย่างก็เท่านั้น!”
ฉู่เจียงเยว่ใช้ชีวิตอย่างสบายๆ ทุกวัน และมีชีวิตที่ดีกว่าใคร ๆ โดยไม่ต้องฆ่าซอมบี้ หลังจากเวลาผ่านไป หลายๆ คนก็เริ่มอิจฉาแล้ว
พวกเขาไม่เคยพบโอกาสจะพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน แต่ตอนนี้เมื่อมีโอกาส บางคนก็แทบรอไม่ไหวที่จะเข้ามาดึงฉู่เจียงเยว่ลงมาลำบากด้วยกัน
“ฮ่าๆๆ แค่ฝูงหมาป่าตาขาว ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ตอนนี้พวกนายคงไปนอนตายอยู่ที่ไหนแล้วไม่รู้! ถ้าไม่อาจทนมองเธอมีชีวิตที่ดีได้ ก็อย่ามาพักที่โรงแรมเจียงหลิน!”
“ต่อให้เป็นสุนัขก็ยังรู้บุญคุณคนที่ให้อาหาร พวกนายนี่มันต่ำยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก”
หลินซวี่หยวนไม่เคยเห็นคนไร้ยางอายขนาดนี้มาก่อน
หากเป็นเขา เขาคงไล่คนเหล่านี้ออกจากโรงแรมไปแล้ว และทุกคนจะถูกขึ้นบัญชีดำ
“เห็นได้ชัดว่าเรากำลังคิดถึงทุกคน เมื่อมีการสร้างถนน พวกนายจะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ด้วย! จะมาบอกว่าเราเป็นคนเนรคุณได้ยังไง”
เมื่อหลิวอี้อี้เห็นว่าเจิ่งเหวินอันถูกด่า เธอก็ก้าวออกมาเพื่อตอบโต้
“เราไม่เคยคิดจะขอให้เธอสร้างถนนให้ ถ้าเราต้องการหาญาติ เราก็ไปกันเองได้”
แน่นอนว่าเสิ่นจื้อกุย และทีมของเขาก็ต้องการตามหาญาติเช่นกัน แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้