- หน้าแรก
- ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่พร้อมระบบโรงแรมวันสิ้นโลก
- ตอนที่ 38 เจตนาร้าย
ตอนที่ 38 เจตนาร้าย
ตอนที่ 38 เจตนาร้าย
ตอนที่ 38 เจตนาร้าย
หลังจากดูวิดีโอจนจบ โดยพื้นฐานแล้วสามารถแน่ใจได้ว่าเจียงเจิ้นเจินคือ ฆาตกรที่สังหารซุยห่าว
แค่... หากไม่มีซุยห่าวคอยปกป้องเธอ ก็ไม่แน่ใจว่าเจียงเจิ้นเจินซึ่งเป็นผู้หญิงที่อ่อนแอจะสามารถกลับไปที่โรงแรมเจียงหลินได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
หลังจากที่ฉู่เจียงเยว่ดูวิดีโอของซุยห่าวจนจบ หลินตง และคนที่เหลือก็กลับมาจากร้านอาหารเช่นกัน
เมื่อเห็นฉู่เจียงเยว่ พวกเขาก็กล่าวทักทาย จากนั้นจึงเดินขึ้นบันไดไป มุ่งหน้าไปที่ห้องของตน
เมื่อถึงห้าทุ่ ฉู่เจียงเยว่จึงได้ประกาศถึงกิจกรรมของร้านอาหารที่จะจัดในวันพรุ่งนี้
[ ประกาศจากโรงแรมเจียงหลิน ]
[ พิเศษ! โรงแรมเจียงหลินกำลังจัดกิจกรรมครั้งแรก! ณ ร้านอาหารของทางโรงแรม ]
[ กิจกรรมแรกเป็นการแข่งกินเร็ว ผู้ที่รับประทานซาลาเปาได้มากที่สุดภายในเวลาที่กำหนด จะได้รับอาหารฟรี 3 มื้อเป็นเวลา 1 วัน ]
[ กิจกรรมที่สองเป็นการแข่งกินจุ ผู้ที่รับประทานซาลาเปาได้ตามจำนวนที่กำหนดภายในเวลาที่กำหนด จะได้รับอาหารฟรี 3 มื้อเป็นเวลา 1 สัปดาห์ และรับผลอัคคี 1 ผล ( จำกัด 10 ผล จนกว่าของจะหมด ) ]
[ หมายเหตุ : โรงแรมขอสงวนสิทธิ์สุดท้ายในการตีอาหารในแต่ละมื้อของผู้ได้รับรางวัล ]
อย่างไรก็ตาม หลายคนเพิ่งกลับมาในเวลานี้ และกำลังทำงานบ้าน จึงมีเพียงไม่กี่คนที่เห็นประกาศ
หลังจากลงประกาศแล้ว ฉู่เจียงเยว่ก็กลับไปที่บ้านพักส่วนตัวเพื่อพักผ่อน
หกโมงเช้าของวันรุ่งขึ้น
“โฮสต์! คนจากฐานผู้ลี้ภัยในเมือง B มาที่นี่อีกแล้ว!”
จิ้งจอกน้อยที่พูดก่อนหน้านี้ว่าจะไม่มีวันรบกวนการนอนหลับของฉู่เจียงเยว่ ได้กลืนน้ำลายตัวเอง เมื่อมีแขกกลุ่มใหญ่มาหา
เมื่อถูกปลุก ฉู่เจียงเยว่ยกมือขึ้น และคว้าจับคอจิ้งจอกน้อย กดมันลงบนเตียง และนอนหลับต่อไปโดยไม่ได้ตั้งใจที่จะลุกขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ในโซนพักผ่อนของล็อบบี้โรงแรม ซ่งเฉิงจุน และคนอื่นๆ นั่งบนโซฟา หลังจากรอมานานก็ยังไม่ได้เห็นฉู่เจียงเยว่
เมื่อโรงแรมเจียงหลินปิดให้บริการ มีเพียงผู้ที่มีบัตรประจำตัวเท่านั้นที่สามารถเข้าออกได้อย่างอิสระ ส่วนคนอื่นๆ ไม่สามารถเข้ามาได้
ที่ซ่งเฉิงจุนพาคนอีกกลุ่มหนึ่งกลับมาในครั้งนี้ก็เพื่อทำบัตรประจำตัวให้คนในฐานให้ได้มากที่สุด
พวกเขาจะได้สามารถสื่อสารกันอย่างรวดเร็ว และดูแลจัดการสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
เนื่องจากอากาศร้อนจัด พวกเขาจึงออกเดินทางตอนกลางคืน และเพิ่งมาถึง
น่าเสียดายที่ฉู่เจียงเยว่ยังไม่ลุกจากเตียงในเวลานี้ ทำให้พวกเขาต้องรอเก้อ
ยกเว้นซ่งเฉิงจุน และคนอื่นๆ อีกสองสามคนที่มีบัตรประจำตัว เขาไม่สามารถพอใครเข้ามาได้
อย่างไรก็ตาม ขณะนั้นก็มีคนที่ตื่นแล้ว และกำลังเดินออกมาจากห้องพักอย่างเสิ่นจื้อกุย
เมื่อเสิ่นจื้อกุยลงบันไดมา เขาก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นซ่งเฉิงจุนนั่งอยู่ในโซนพักผ่อน
เขาไม่รู้ว่าคนกลุ่มนี้มาถึงโรงแรมเจียงหลินตั้งแต่เมื่อไหร่
เมื่อซ่งเฉิงจุนเห็นเสินจื้อกุ้ย ร่างกายของเขาก็แข็งเกร็ง เพียงมองแวบเดียว เขาก็บอกได้เลยว่าชายคนนี้ทรงพลังมาก
ทั้งสองคาดเดาตัวตนของกันและกัน เมื่อพวกเขาเดินผ่านกัน พวกเขาก็พยักหน้าให้กันเล็กน้อยเพื่อแสดงความปรารถนาดี
หลังจากออกจากตึกหนึ่งแล้ว เสิ่นจื้อกุยก็เข้าไปในร้านอาหารเพื่อทานข้าวเช้า
“หัวหน้า คุณบอกได้ไหมว่าเขาเป็นผู้ปลุกพลังระดับใดแล้ว”
คนที่ติดตามซ่งเฉิงจุนมามองไปที่ด้านหลังของเสิ่นจื้อกุยที่ออกจากตึกหนึ่งไปแล้วถาม
ซ่งเฉิงจุนส่ายหัว “สำหรับเรื่องนั้นไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่มั่นใจได้สิ่งหนึ่ง เราทั้งสองน่าจะแข็งแกร่งพอๆ กัน”
คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนที่มีความสามารถเช่นนี้ซ่อนอยู่ในโรงแรมเจียงหลิน
เขาเริ่มสงสัยว่าฉู่เจียงเยว่รู้หรือเปล่าว่ามีเสือหมอบมังกรซ่อนอยู่มากมายในหมู่แขกของเธอ
คนที่ถามก็ประหลาดใจเช่นกันเมื่อได้ยินคำตอบของซ่งเฉิงจุน เขาแค่เดาได้ว่าความแข็งแกร่งของชายคนนั้นไม่ได้ต่ำ แต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะแข็งแกร่งพอๆ กับซ่งเฉิงจุนที่เป็นหัวหน้าของเขา
ในที่สุด ฉู่เจียงเยว่ก็ถูกจิ้งจอกน้อยปลุกจนตื่น หลังจากที่รู้ว่าซ่งเฉิงจุนกลับมาพร้อมกับคนกลุ่มใหม่ เธอก็แปลกไตไม่น้อย
“มีคนจากฐานผู้ลี้ภัยในเมือง B มาอีกแล้วเหรอ?”
นี่เกินความคาดหมายของฉู่เจียงเยว่ เธอคิดว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยสักพักกว่าที่ซ่งเฉิงจุนจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง
ผ่านไปไม่กี่วัน เขาก็กลับมาพร้อมกับคนมากมาย ไม่เหนื่อยหรือยังไงกัน?
ตอนนี้ เมื่อเธอรู้แล้วว่ามีแขกกลุ่มใหญ่กำลังรออยู่ ฉู่เจียงเยว่ก็ไม่สามารถแสร้งทำเป็นเมินเฉยได้อีกต่อไป
หลังจากแปรงฟัน และอาบน้ำแล้ว ฉู่เจียงเยว่ก็แต่งตัว และหวีผม แล้วเดินออกมา
หลังจากออกจากประตูบ้านพัก เธอก็ได้เห็นผู้คนจำนวนมากยืนหรือนั่งรออยู่นอกเกราะป้องกันของโรงแรมเจียงหลิน
เมื่อเทียบกับคราวก่อน ที่คนในกลุ่มเป็นคนหนุ่มสาว เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้มีผู้สูงอายุ และเด็กเพิ่มขึ้นมาไม่น้อย
ฉู่เจียงเยว่เดาว่าพวกเขาเป็นผู้อาศัยของฐานลี้ภัยที่ต้องการตั้งถิ่นฐานในโรงแรมเจียงหลิน
คิดไม่ถึงเลยว่าทางฐานจะยอมพาคนมาส่งถึงที่ พวกเขาใจดีมากจริงๆ
แต่ความมีน้ำใจดังกล่าวอาจไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ดีเสมอไปในยุคแห่งวันสิ้นโลกเช่นนี้
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงความคิดเห็นของฉู่เจียงเยว่เอง สิ่งที่ซ่งเฉิงจุน และคนอื่นๆ ต้องการทำก็ถือเป็นทางเลือกของพวกเขาเองเช่นกัน
เมื่อคนเหล่านั้นเห็นฉู่เจียงเยว่ที่สวมชุดขาวสะอาด และแม้แต่ผมของเธอก็ยังเรียบเนียน และสง่างาม พวกเขาต่างก็คาดเดาถึงตัวตนของเธอ
เมื่อได้เห็นเธอเดินเข้าไปในตึกหนึ่ง ความสงสัยของพวกเขาก็ยิ่งเพิ่มพูดขึ้น
เพียงแต่ว่าตอนนี้พวกเขาถูกปิดกั้นโดยสิ่งที่มองไม่เห็น และไม่สามารถเข้าไปได้ และในท้ายที่สุดพวกเขาก็ทำได้แค่เฝ้าดูเพียงอย่างเดียว
ทันทีที่ฉู่เจียงเยว่ปรากฏตัวในตึกหนึ่ง ซ่งเฉิงจุนก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อทักทายเธอ
“เถ้าแก่!”
“คุณซ่ง คนข้างนอกนั้นมาจากไหนกัน? ฉันเห็นว่ามีคนแก่ ผู้หญิงและเด็กมากมาย พวกเขาต้องการพักที่นี่งั้นเหรอ?”
หากไม่เป็นเช่นนั้น ซ่งเฉิงจุนก็ไม่จำเป็นต้องพาพวกเขาตามมาด้วย
“บางคนมาจากฐานผู้ลี้ภัย และบางคนเป็นผู้รอดชีวิตที่ได้รับการช่วยเหลือระหว่างทาง”
นอกจากผู้อาศัยในฐานผู้ลี้ภัย พวกเขาก็ได้พบบางคนระหว่างเดินทาง
การทำสองสิ่งๆ พร้อมกันช่วยประหยัดเวลาได้มาก
ยิ่งสร้างถนนได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นสำหรับพวกเขาในการเดินทาง
เมื่อถนนถูกสร้างจนเสร็จ พวกเขาจะสามารถไปกลับได้อย่างรวดเร็ว มันจะช่วยลดเวลาเดินทางเพื่อขนส่งเสบียงจากโรงแรมเจียงหลินได้เป็นอย่างมาก
ฉู่เจียงเยว่พยักหน้า และเปิดเกราะป้องกันเพื่อให้คนเหล่านั้นเข้ามา
“คุณซ่ง หากคุณต้องการสร้างถนน คุณต้องเริ่มสร้างจากนอกทางเข้าโรงแรม”
ฉู่เจียงเยว่ไม่ต้องการเปิดทางเข้าออกแยกต่างหากสำหรับพวกเขา
“ตกลง เราจะทำตามที่คุณบอกอย่างเคร่งครัด และสร้างตามเส้นทางที่ได้วางเอาไว้”
ตามแผนที่เส้นทางที่กำหนดโดยจิ้งจอกน้อย เริ่มจากนอกอาณาเขตของโรงแรม นั่นคือประตูใหญ่ที่มีเกราะป้องกันอยู่
หลังจากพูดจบ ซ่งเฉิงจุนก็นำคนของเขาออกจากตึกหนึ่ง และขอให้ผู้คนที่อยู่ข้างนอกเข้ามาตามลำดับ
ก่อนที่จะมาถึงที่นี่ เขาได้สั่งให้ลูกน้องสอนเกี่ยวกับการเติมเงิน และสมัครบัตรประจำตัวเพื่อความรวดเร็วแล้ว
อย่างไรก็ตาม มีผู้คนจำนวนมากที่ต้องการเข้าพัก และฉู่เจียงเยว่ก็ต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
เมื่อคนเหล่านั้นเดินเข้ามาในตึกหนึ่ง และเห็นฉู่เจียงเยว่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ ทุกคนมีสีหน้าที่แตกต่างกัน
“เธอคือเจ้าของโรงแรมแห่งนี้ พวกคุณทุกคนควรระวังเรื่องมารยาทด้วย”
ซ่งเฉิงจุนแนะนำตัวตนของฉู่เจียงเยว่ให้ผู้ที่เข้ามารู้จัก
“เธอเป็นเจ้าของโรงแรมแห่งนี้เหรอ?”
หน้าแถวมีครอบครัวหนึ่งยืนอยู่เป็น หญิงชราที่ดูเหมือนจะเป็นคนฉลาด ลูกชายที่เดินตามเธอมีถุงใต้ตา ดวงตาของเขากลวงโบ๋ราวกับอดนอนมานาน
สายตาที่เธอมองที่ฉู่เจียงเยว่ก็ไม่ค่อยดีนัก
ทันทีที่ซ่งเฉิงจุนได้ยินสิ่งที่หญิงชราพูด เขาก็รู้ว่าจะมีเรื่องไม่ค่อยดีเกิดขึ้น