เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 120 (ฟรี)พวกแกจะต้องได้รับผลกรรม

บทที่ 120 (ฟรี)พวกแกจะต้องได้รับผลกรรม

บทที่ 120 (ฟรี)พวกแกจะต้องได้รับผลกรรม


บทที่ 120 พวกแกจะต้องได้รับผลกรรม!

"อย่าไปนะ..." กลิ่นที่คุ้นเคยหายไป หนิวฮุ่ยซินที่กำลังสะลึมสะลือละเมอออกมาเบาๆ

เจ้าสำนักตบหลังนางเบาๆ การกระทำนั้นทำให้หนิวฮุ่ยซินตื่นขึ้นมาอย่างเต็มตา

นางลืมตาขึ้น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือซากปรักหักพัง

เพื่อนร่วมสำนักที่คุ้นเคยนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น สำนักโหยวชุนเกือบจะถูกลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์แล้ว

นางรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่

ตั้งแต่ตื่นขึ้นมา นางก็พบว่าไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้ และยังได้ยินเสียงของอีกคนดังมาจากข้างใน

ช่วงเวลาที่ร่างกายถูกครอบงำโดยหนิวตงเหมย นางทำได้แค่มองดู "ตัวเอง" ค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้น แล้วก็ไปทำร้ายคนรอบข้าง

"ท่านเจ้าสำนัก"

ดวงตาของหนิวฮุ่ยซินกระจ่างใส ไม่มีไอความเย็นชาแม้แต่น้อย ในความทรงจำของเจ้าสำนัก นางช่างดูโดดเดี่ยวและผลักไสทุกคนให้ห่างไกล

เจ้าสำนักตอบรับ "อืม" เบาๆ เขาอยากจะถามว่านางไปไหนมา ทำไมถึงหายไปนานขนาดนี้ แต่เมื่อคำพูดมาถึงปากก็กลืนกลับลงไปในใจ

เขาเห็นรอยแดงถลอกที่ข้อมือของหนิวฮุ่ยซิน และนึกถึงคำพูดที่ผู้อาวุโสสองเคยเล่าเรื่องผู้อาวุโสสามให้ฟัง ความจริงทุกอย่างก็กระจ่างแจ้ง

"ลำบากเจ้าแล้ว"

หนิวฮุ่ยซินส่ายหน้า ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเล่าความผิดปกติของผู้อาวุโสสามให้เจ้าสำนักฟังอย่างละเอียด

"ผู้อาวุโสสามถูกสิ่งสกปรกสิงสู่ เกรงว่าคงจะเจอเรื่องร้ายมากกว่าดีแล้วค่ะ"

เจ้าสำนักไม่รู้สึกประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย เขาสั่งการให้ศิษย์ที่เหลืออยู่สิบกว่าคนช่วยกันซ่อมแซม

"ข้ารู้แล้ว"

รู้แล้วจะทำอะไรได้ล่ะ?

การที่ไม่พูด ไม่สน ก็เพราะเขาไม่มีสิทธิ์พูด ไม่มีสิทธิ์สน

สถานการณ์ของสำนักโหยวชุนว่าย่ำแย่แล้ว สำนักหงสุ่ยกลับต้องเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จนถึงขั้นล่มสลาย

ศิษย์สำนักปี้ซีบุกเข้ามาเหมือนฝูงตั๊กแตน กวาดล้างทรัพยากรอันล้ำค่าของสำนักหงสุ่ยไปจนเกลี้ยง แม้แต่หญ้าวิญญาณที่ขึ้นอยู่ทั่วไปก็ไม่เว้น

"พวกแกจะต้องได้รับผลกรรม!"

ศิษย์สำนักหงสุ่ยที่ยังคงยืนหยัดต่อสู้ตะโกนด่าทอด้วยความโกรธแค้น

"ผลกรรมงั้นเหรอ ตอนนี้ใครกันแน่ที่กำลังรับกรรมอยู่ล่ะฮะ?" ศิษย์สำนักปี้ซีแสยะยิ้มชั่วร้าย

เพื่อปกป้องสายเลือดสุดท้ายของสำนักหงสุ่ย คนที่เพิ่งพูดจบก็พุ่งตัวเข้าไปในกลุ่มศิษย์สำนักปี้ซีที่มีคนมากที่สุด และในขณะที่ทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว เสียง "ตู้ม——" ก็ดังขึ้น ร่างของเขากลายเป็นแอ่งเลือดในพริบตา

แรงสั่นสะเทือนจากการระเบิดตัวเองระลอกแรกยังไม่ทันจางหาย ระลอกที่สองก็ดังขึ้นตามมาติดๆ

ศิษย์สำนักหงสุ่ยคนอื่นๆ ก็พุ่งตัวเข้าใส่พวกปีศาจที่คิดจะดับเปลวไฟแห่งความหวังของพวกเขาเช่นกัน

ตามมาด้วยเสียงระเบิด เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว และเสียงสบถด่าทอไม่ขาดสาย

ยิ่งอยู่ใกล้ ความเสียหายจากการระเบิดตัวเองก็ยิ่งรุนแรง

ผู้บ่มเพาะพลังขั้นสร้างรากฐานระเบิดตัวเอง สามารถสร้างความเสียหายไปถึงผู้บ่มเพาะพลังขั้นปราณทองคำได้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงศิษย์ขั้นกลั่นปราณจำนวนมหาศาลของสำนักปี้ซีที่อยู่ที่นี่

พวกเขาพากันวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน พลางสาดคาถาหรือปาของวิเศษไปด้านหลังไม่หยุดหย่อน

สถานการณ์พลิกกลับในพริบตา ศิษย์สำนักหงสุ่ยที่เหลือรอดอยู่ต่างก็ลากศัตรูไปลงนรกด้วยกันอย่างน้อยคนละสองคน

เมื่อเสียงระเบิดครั้งสุดท้ายสงบลง ทุกอย่างก็เงียบสงัดลงอย่างประหลาด

ที่นี่ไม่มีเสียงฝึกวิชาที่ควรจะดังขึ้นในยามนี้อีกต่อไป

"บัดซบเอ๊ย ไอ้งั่งพวกนี้"

ศิษย์สำนักปี้ซีคนหนึ่งผลักร่างของเพื่อนร่วมสำนักที่เขาดึงมาบังหน้าเพื่อรับแรงกระเบิดแทนเมื่อครู่ออก

ศิษย์สำนักปี้ซีอีกคนแค่นเสียงเย็นชา "ระเบิดตัวเองแล้วได้อะไรขึ้นมา?"

ถึงแม้ว่าศิษย์สำนักหงสุ่ยจะใช้ร่างกายของตัวเองเพื่อแลกกับการถอยทัพชั่วคราวของศัตรู แต่พวกศัตรูมีจำนวนมากเกินไป

ตอนนี้ถึงเวลาที่สำนักปี้ซีจะกอบโกยของรางวัลแล้ว

สำนักหงสุ่ย!

พินาศ!

ต่อจากนี้ไป จะไม่มีสำนักระดับสามที่ชื่อว่าสำนักหงสุ่ยอีกต่อไป

ท่านเจ้าสำนักที่ประจำการอยู่ที่สำนักปี้ซีจ้องมองตะเกียงวิญญาณที่ดับลงทีละดวงๆ ใบหน้าของเขามืดทะมึนราวกับน้ำครำ

"ทำไมศิษย์ที่ไปสำนักโหยวชุนถึงไม่มีใครรอดกลับมาเลยสักคน?!"

สัญชาตญาณบอกเขาในทันที

สำนักโหยวชุนต้องมีแผนสำรองซ่อนอยู่แน่!

แต่ถึงแม้สำนักโหยวชุนจะเอาตัวรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ก็คงทนการโจมตีระลอกสองของพวกเขาไม่ไหวหรอก

ในขณะที่ท่านเจ้าสำนักกำลังครุ่นคิดว่าจะรอให้พวกเขาพักฟื้นที่สำนักโหยวชุนเสร็จก่อนแล้วค่อยโจมตีดีหรือไม่ จู่ๆ ศิษย์คนหนึ่งก็วิ่งเข้ามารายงานด้วยความลนลาน

"ท่านเจ้าสำนัก! ท่านเจ้าสำนัก! ผู้อาวุโสสามของสำนักโหยวชุนมาที่นี่ แล้วก็เรียกหาหวังเจวี๋ยขอรับ!"

ท่านเจ้าสำนักไม่แม้แต่จะปรายตามองเขา สายตายังคงจับจ้องไปที่ตะเกียงวิญญาณที่ยังคงลุกโชนอยู่ แล้วเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า "ไอ้แก่หนังเหนียวนั่นน่ะรึ? เรียกหน่วยลับไปจัดการสักสองสามคนก็พอแล้ว"

ศิษย์คนนั้นตัวสั่นเทายิ่งกว่าเดิม "นายท่านจากหน่วยลับไปแล้วขอรับ แต่... แต่ว่า..."

"มีอะไรก็รีบๆ พูดมา!"

ศิษย์คนนั้นหลับตาปี๋ รวบรวมความกล้าพูดออกไป "นายท่านจากหน่วยลับตายหมดแล้วขอรับ!"

"อะไรนะ!" ท่านเจ้าสำนักหันขวับมามองเขา สายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "หน่วยลับมีเป็นสิบคน เจ้าบอกว่าตายหมดเลยรึ?"

ศิษย์คนนั้นโขกศีรษะลงกับพื้นดัง "ปึ้ก" ตัวสั่นงันงก "ศิษย์ไม่ได้พูดปดเลยแม้แต่น้อยขอรับ ท่านเจ้าสำนัก!"

ท่านเจ้าสำนักกำหมัดแน่นจนกระดูกลั่นกรอบแกรบ

เป็นไปได้อย่างไร?

เขาจำได้ว่าสายลับเคยรายงานมาว่า ผู้อาวุโสสามของสำนักโหยวชุนมีระดับพลังแค่ขั้นสร้างรากฐานช่วงปลาย อย่างเก่งก็แค่ขั้นสร้างรากฐานทะลวงสมบูรณ์เท่านั้น

แต่หน่วยลับมีผู้บ่มเพาะพลังขั้นสร้างรากฐานทะลวงสมบูรณ์คุมกำลังอยู่ถึงสองคนเชียวนะ!

ถึงแม้จะถูกฝังหนอนกู่ไว้ในตัว ทำให้ไม่สามารถแสดงพลังได้เต็มที่ แต่จำนวนคนที่มากกว่าก็เพียงพอที่จะบดขยี้เขาได้สบายๆ

เว้นเสียแต่ว่าระดับพลังของผู้อาวุโสสามคนนี้จะอยู่เหนือกว่าขั้นสร้างรากฐาน!

ถ้าเป็นแบบนี้ก็ฟังดูมีเหตุผล มิน่าล่ะ ศิษย์ที่ส่งไปสำนักโหยวชุนถึงไม่มีใครรอดกลับมาเลยสักคน

ท่านเจ้าสำนักไม่รอช้า รีบมุ่งหน้าไปยังเขาหลังสำนัก เคาะประตูถ้ำของผู้อาวุโสที่ทำหน้าที่เฝ้าดูแล

"ท่านผู้อาวุโส หยวนชุนหัว เจ้าสำนักรุ่นที่สี่สิบห้าแห่งสำนักปี้ซี ไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวน แต่มีคนผู้หนึ่ง..."

หยวนชุนหัวยังพูดไม่ทันจบ ประตูถ้ำก็เปิดกว้างออก ชายชราหลังค่อมเดินกะเผลกออกมา

ดูเหมือนว่าถ้าเขาผลักเบาๆ ชายชราคนนี้ก็คงล้มลงไปกองกับพื้นลุกไม่ขึ้นแน่ๆ

แต่หยวนชุนหัวไม่ทำเรื่องโง่ๆ แบบนั้นหรอก เพราะระดับพลังของชายชราคนนี้ เมื่อร้อยปีก่อนเขาก็มองไม่ออก ตอนนี้เขาก็ยังคงมองไม่ออกเหมือนเดิม

ชายชราคนนี้มีระดับพลังถึงขั้นปราณทองคำ

ถ้าให้เขาออกโรง ก็ไม่เชื่อหรอกว่าจะจัดการผู้อาวุโสสามของสำนักโหยวชุนไม่ได้

ชายชราไม่ได้มองหยวนชุนหัว แต่หยวนชุนหัวรู้ดีว่าเขากำลังพูดกับตัวเองอยู่

"ระดับเสวียนขั้นสูง"

หางตาของหยวนชุนหัวกระตุก โอสถระดับเสวียนขั้นสูง เขามีอยู่แค่สองเม็ดเท่านั้น ข่าวรั่วไหลไปถึงหูไอ้แก่หน้าเลือดนี่ได้ยังไงกันนะ

อุตส่าห์เลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีมาตลอด พอถึงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานกลับมาขูดรีดกันซะได้

แต่หยวนชุนหัวก็หมดหนทาง ทำได้เพียงกัดฟันพยักหน้ารับ

"เมื่อเรื่องจบลง ข้าจะนำมามอบให้ท่าน"

ชายชรารับคำตอบของเขาแล้ว จึงค่อยๆ ปล่อยเทพสัมผัสออกไป ค้นหาผู้บุกรุก และมุ่งหน้าไปยังจุดที่มันอยู่

ก็แค่ขั้นสร้างรากฐานทะลวงสมบูรณ์ สำนักปี้ซีสิ้นไร้ไม้ตอกแล้วหรือไง? แค่ผู้บ่มเพาะพลังขั้นสร้างรากฐานทะลวงสมบูรณ์คนเดียวยังจัดการไม่ได้!

ชายชรารู้สึกไม่พอใจในใจ น้ำเสียงจึงเยือกเย็นและดุดันยิ่งขึ้น

"ไอ้หนู ทำอะไรก็อย่าให้มันอวดดีนักเลย"

หนิวตงเหมยที่กำลังดำเนินแผนการ "ยอมฆ่าผิด ดีกว่าปล่อยคนร้ายลอยนวล" เมื่อได้ยินเสียงก็หันไปมองผู้มาเยือน

เป็นชายชราคนหนึ่ง กลิ่นอายบนตัวอันตรายมาก

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสู้ไม่ได้

ร่างกายนี้ใกล้จะเน่าเปื่อยเต็มทีแล้ว ถึงเวลานั้นนางคงต้องหาร่างใหม่ที่เหมาะสม ซึ่งมันยุ่งยากมาก

ด้วยความสามารถของนาง คงไม่ง่ายนักที่จะหาผู้บ่มเพาะพลังที่มีระดับพลังสูง และบังเอิญใช้ใช้วิชาต้องห้ามจนอายุขัยใกล้จะสิ้นสุดแบบนี้ได้อีก

ดังนั้น การถอยหนีจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

หนิวตงเหมยจ้องมองชายชรา พลิกฝ่ามือคว่ำลง ของเหลวสีดำข้นหนืดค่อยๆ ไหลรินออกมา

เมื่อร่างของหน่วยลับระดับสร้างรากฐานทั้งสิบเอ็ดคนที่สัมผัสกับของเหลวสีดำ ก็ลุกขึ้นมายืนอีกครั้ง แต่ละคนถืออาวุธวิเศษ พุ่งเข้าโจมตีชายชรา

การควบคุมของตาย ย่อมง่ายกว่าการควบคุมของเป็นอยู่แล้ว

จบบทที่ บทที่ 120 (ฟรี)พวกแกจะต้องได้รับผลกรรม

คัดลอกลิงก์แล้ว