- หน้าแรก
- หนึ่งกระบี่สยบโลกเซียน
- บทที่ 120 (ฟรี)พวกแกจะต้องได้รับผลกรรม
บทที่ 120 (ฟรี)พวกแกจะต้องได้รับผลกรรม
บทที่ 120 (ฟรี)พวกแกจะต้องได้รับผลกรรม
บทที่ 120 พวกแกจะต้องได้รับผลกรรม!
"อย่าไปนะ..." กลิ่นที่คุ้นเคยหายไป หนิวฮุ่ยซินที่กำลังสะลึมสะลือละเมอออกมาเบาๆ
เจ้าสำนักตบหลังนางเบาๆ การกระทำนั้นทำให้หนิวฮุ่ยซินตื่นขึ้นมาอย่างเต็มตา
นางลืมตาขึ้น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือซากปรักหักพัง
เพื่อนร่วมสำนักที่คุ้นเคยนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น สำนักโหยวชุนเกือบจะถูกลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์แล้ว
นางรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่
ตั้งแต่ตื่นขึ้นมา นางก็พบว่าไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้ และยังได้ยินเสียงของอีกคนดังมาจากข้างใน
ช่วงเวลาที่ร่างกายถูกครอบงำโดยหนิวตงเหมย นางทำได้แค่มองดู "ตัวเอง" ค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้น แล้วก็ไปทำร้ายคนรอบข้าง
"ท่านเจ้าสำนัก"
ดวงตาของหนิวฮุ่ยซินกระจ่างใส ไม่มีไอความเย็นชาแม้แต่น้อย ในความทรงจำของเจ้าสำนัก นางช่างดูโดดเดี่ยวและผลักไสทุกคนให้ห่างไกล
เจ้าสำนักตอบรับ "อืม" เบาๆ เขาอยากจะถามว่านางไปไหนมา ทำไมถึงหายไปนานขนาดนี้ แต่เมื่อคำพูดมาถึงปากก็กลืนกลับลงไปในใจ
เขาเห็นรอยแดงถลอกที่ข้อมือของหนิวฮุ่ยซิน และนึกถึงคำพูดที่ผู้อาวุโสสองเคยเล่าเรื่องผู้อาวุโสสามให้ฟัง ความจริงทุกอย่างก็กระจ่างแจ้ง
"ลำบากเจ้าแล้ว"
หนิวฮุ่ยซินส่ายหน้า ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเล่าความผิดปกติของผู้อาวุโสสามให้เจ้าสำนักฟังอย่างละเอียด
"ผู้อาวุโสสามถูกสิ่งสกปรกสิงสู่ เกรงว่าคงจะเจอเรื่องร้ายมากกว่าดีแล้วค่ะ"
เจ้าสำนักไม่รู้สึกประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย เขาสั่งการให้ศิษย์ที่เหลืออยู่สิบกว่าคนช่วยกันซ่อมแซม
"ข้ารู้แล้ว"
รู้แล้วจะทำอะไรได้ล่ะ?
การที่ไม่พูด ไม่สน ก็เพราะเขาไม่มีสิทธิ์พูด ไม่มีสิทธิ์สน
สถานการณ์ของสำนักโหยวชุนว่าย่ำแย่แล้ว สำนักหงสุ่ยกลับต้องเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จนถึงขั้นล่มสลาย
ศิษย์สำนักปี้ซีบุกเข้ามาเหมือนฝูงตั๊กแตน กวาดล้างทรัพยากรอันล้ำค่าของสำนักหงสุ่ยไปจนเกลี้ยง แม้แต่หญ้าวิญญาณที่ขึ้นอยู่ทั่วไปก็ไม่เว้น
"พวกแกจะต้องได้รับผลกรรม!"
ศิษย์สำนักหงสุ่ยที่ยังคงยืนหยัดต่อสู้ตะโกนด่าทอด้วยความโกรธแค้น
"ผลกรรมงั้นเหรอ ตอนนี้ใครกันแน่ที่กำลังรับกรรมอยู่ล่ะฮะ?" ศิษย์สำนักปี้ซีแสยะยิ้มชั่วร้าย
เพื่อปกป้องสายเลือดสุดท้ายของสำนักหงสุ่ย คนที่เพิ่งพูดจบก็พุ่งตัวเข้าไปในกลุ่มศิษย์สำนักปี้ซีที่มีคนมากที่สุด และในขณะที่ทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว เสียง "ตู้ม——" ก็ดังขึ้น ร่างของเขากลายเป็นแอ่งเลือดในพริบตา
แรงสั่นสะเทือนจากการระเบิดตัวเองระลอกแรกยังไม่ทันจางหาย ระลอกที่สองก็ดังขึ้นตามมาติดๆ
ศิษย์สำนักหงสุ่ยคนอื่นๆ ก็พุ่งตัวเข้าใส่พวกปีศาจที่คิดจะดับเปลวไฟแห่งความหวังของพวกเขาเช่นกัน
ตามมาด้วยเสียงระเบิด เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว และเสียงสบถด่าทอไม่ขาดสาย
ยิ่งอยู่ใกล้ ความเสียหายจากการระเบิดตัวเองก็ยิ่งรุนแรง
ผู้บ่มเพาะพลังขั้นสร้างรากฐานระเบิดตัวเอง สามารถสร้างความเสียหายไปถึงผู้บ่มเพาะพลังขั้นปราณทองคำได้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงศิษย์ขั้นกลั่นปราณจำนวนมหาศาลของสำนักปี้ซีที่อยู่ที่นี่
พวกเขาพากันวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน พลางสาดคาถาหรือปาของวิเศษไปด้านหลังไม่หยุดหย่อน
สถานการณ์พลิกกลับในพริบตา ศิษย์สำนักหงสุ่ยที่เหลือรอดอยู่ต่างก็ลากศัตรูไปลงนรกด้วยกันอย่างน้อยคนละสองคน
เมื่อเสียงระเบิดครั้งสุดท้ายสงบลง ทุกอย่างก็เงียบสงัดลงอย่างประหลาด
ที่นี่ไม่มีเสียงฝึกวิชาที่ควรจะดังขึ้นในยามนี้อีกต่อไป
"บัดซบเอ๊ย ไอ้งั่งพวกนี้"
ศิษย์สำนักปี้ซีคนหนึ่งผลักร่างของเพื่อนร่วมสำนักที่เขาดึงมาบังหน้าเพื่อรับแรงกระเบิดแทนเมื่อครู่ออก
ศิษย์สำนักปี้ซีอีกคนแค่นเสียงเย็นชา "ระเบิดตัวเองแล้วได้อะไรขึ้นมา?"
ถึงแม้ว่าศิษย์สำนักหงสุ่ยจะใช้ร่างกายของตัวเองเพื่อแลกกับการถอยทัพชั่วคราวของศัตรู แต่พวกศัตรูมีจำนวนมากเกินไป
ตอนนี้ถึงเวลาที่สำนักปี้ซีจะกอบโกยของรางวัลแล้ว
สำนักหงสุ่ย!
พินาศ!
ต่อจากนี้ไป จะไม่มีสำนักระดับสามที่ชื่อว่าสำนักหงสุ่ยอีกต่อไป
ท่านเจ้าสำนักที่ประจำการอยู่ที่สำนักปี้ซีจ้องมองตะเกียงวิญญาณที่ดับลงทีละดวงๆ ใบหน้าของเขามืดทะมึนราวกับน้ำครำ
"ทำไมศิษย์ที่ไปสำนักโหยวชุนถึงไม่มีใครรอดกลับมาเลยสักคน?!"
สัญชาตญาณบอกเขาในทันที
สำนักโหยวชุนต้องมีแผนสำรองซ่อนอยู่แน่!
แต่ถึงแม้สำนักโหยวชุนจะเอาตัวรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ก็คงทนการโจมตีระลอกสองของพวกเขาไม่ไหวหรอก
ในขณะที่ท่านเจ้าสำนักกำลังครุ่นคิดว่าจะรอให้พวกเขาพักฟื้นที่สำนักโหยวชุนเสร็จก่อนแล้วค่อยโจมตีดีหรือไม่ จู่ๆ ศิษย์คนหนึ่งก็วิ่งเข้ามารายงานด้วยความลนลาน
"ท่านเจ้าสำนัก! ท่านเจ้าสำนัก! ผู้อาวุโสสามของสำนักโหยวชุนมาที่นี่ แล้วก็เรียกหาหวังเจวี๋ยขอรับ!"
ท่านเจ้าสำนักไม่แม้แต่จะปรายตามองเขา สายตายังคงจับจ้องไปที่ตะเกียงวิญญาณที่ยังคงลุกโชนอยู่ แล้วเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า "ไอ้แก่หนังเหนียวนั่นน่ะรึ? เรียกหน่วยลับไปจัดการสักสองสามคนก็พอแล้ว"
ศิษย์คนนั้นตัวสั่นเทายิ่งกว่าเดิม "นายท่านจากหน่วยลับไปแล้วขอรับ แต่... แต่ว่า..."
"มีอะไรก็รีบๆ พูดมา!"
ศิษย์คนนั้นหลับตาปี๋ รวบรวมความกล้าพูดออกไป "นายท่านจากหน่วยลับตายหมดแล้วขอรับ!"
"อะไรนะ!" ท่านเจ้าสำนักหันขวับมามองเขา สายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "หน่วยลับมีเป็นสิบคน เจ้าบอกว่าตายหมดเลยรึ?"
ศิษย์คนนั้นโขกศีรษะลงกับพื้นดัง "ปึ้ก" ตัวสั่นงันงก "ศิษย์ไม่ได้พูดปดเลยแม้แต่น้อยขอรับ ท่านเจ้าสำนัก!"
ท่านเจ้าสำนักกำหมัดแน่นจนกระดูกลั่นกรอบแกรบ
เป็นไปได้อย่างไร?
เขาจำได้ว่าสายลับเคยรายงานมาว่า ผู้อาวุโสสามของสำนักโหยวชุนมีระดับพลังแค่ขั้นสร้างรากฐานช่วงปลาย อย่างเก่งก็แค่ขั้นสร้างรากฐานทะลวงสมบูรณ์เท่านั้น
แต่หน่วยลับมีผู้บ่มเพาะพลังขั้นสร้างรากฐานทะลวงสมบูรณ์คุมกำลังอยู่ถึงสองคนเชียวนะ!
ถึงแม้จะถูกฝังหนอนกู่ไว้ในตัว ทำให้ไม่สามารถแสดงพลังได้เต็มที่ แต่จำนวนคนที่มากกว่าก็เพียงพอที่จะบดขยี้เขาได้สบายๆ
เว้นเสียแต่ว่าระดับพลังของผู้อาวุโสสามคนนี้จะอยู่เหนือกว่าขั้นสร้างรากฐาน!
ถ้าเป็นแบบนี้ก็ฟังดูมีเหตุผล มิน่าล่ะ ศิษย์ที่ส่งไปสำนักโหยวชุนถึงไม่มีใครรอดกลับมาเลยสักคน
ท่านเจ้าสำนักไม่รอช้า รีบมุ่งหน้าไปยังเขาหลังสำนัก เคาะประตูถ้ำของผู้อาวุโสที่ทำหน้าที่เฝ้าดูแล
"ท่านผู้อาวุโส หยวนชุนหัว เจ้าสำนักรุ่นที่สี่สิบห้าแห่งสำนักปี้ซี ไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวน แต่มีคนผู้หนึ่ง..."
หยวนชุนหัวยังพูดไม่ทันจบ ประตูถ้ำก็เปิดกว้างออก ชายชราหลังค่อมเดินกะเผลกออกมา
ดูเหมือนว่าถ้าเขาผลักเบาๆ ชายชราคนนี้ก็คงล้มลงไปกองกับพื้นลุกไม่ขึ้นแน่ๆ
แต่หยวนชุนหัวไม่ทำเรื่องโง่ๆ แบบนั้นหรอก เพราะระดับพลังของชายชราคนนี้ เมื่อร้อยปีก่อนเขาก็มองไม่ออก ตอนนี้เขาก็ยังคงมองไม่ออกเหมือนเดิม
ชายชราคนนี้มีระดับพลังถึงขั้นปราณทองคำ
ถ้าให้เขาออกโรง ก็ไม่เชื่อหรอกว่าจะจัดการผู้อาวุโสสามของสำนักโหยวชุนไม่ได้
ชายชราไม่ได้มองหยวนชุนหัว แต่หยวนชุนหัวรู้ดีว่าเขากำลังพูดกับตัวเองอยู่
"ระดับเสวียนขั้นสูง"
หางตาของหยวนชุนหัวกระตุก โอสถระดับเสวียนขั้นสูง เขามีอยู่แค่สองเม็ดเท่านั้น ข่าวรั่วไหลไปถึงหูไอ้แก่หน้าเลือดนี่ได้ยังไงกันนะ
อุตส่าห์เลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีมาตลอด พอถึงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานกลับมาขูดรีดกันซะได้
แต่หยวนชุนหัวก็หมดหนทาง ทำได้เพียงกัดฟันพยักหน้ารับ
"เมื่อเรื่องจบลง ข้าจะนำมามอบให้ท่าน"
ชายชรารับคำตอบของเขาแล้ว จึงค่อยๆ ปล่อยเทพสัมผัสออกไป ค้นหาผู้บุกรุก และมุ่งหน้าไปยังจุดที่มันอยู่
ก็แค่ขั้นสร้างรากฐานทะลวงสมบูรณ์ สำนักปี้ซีสิ้นไร้ไม้ตอกแล้วหรือไง? แค่ผู้บ่มเพาะพลังขั้นสร้างรากฐานทะลวงสมบูรณ์คนเดียวยังจัดการไม่ได้!
ชายชรารู้สึกไม่พอใจในใจ น้ำเสียงจึงเยือกเย็นและดุดันยิ่งขึ้น
"ไอ้หนู ทำอะไรก็อย่าให้มันอวดดีนักเลย"
หนิวตงเหมยที่กำลังดำเนินแผนการ "ยอมฆ่าผิด ดีกว่าปล่อยคนร้ายลอยนวล" เมื่อได้ยินเสียงก็หันไปมองผู้มาเยือน
เป็นชายชราคนหนึ่ง กลิ่นอายบนตัวอันตรายมาก
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสู้ไม่ได้
ร่างกายนี้ใกล้จะเน่าเปื่อยเต็มทีแล้ว ถึงเวลานั้นนางคงต้องหาร่างใหม่ที่เหมาะสม ซึ่งมันยุ่งยากมาก
ด้วยความสามารถของนาง คงไม่ง่ายนักที่จะหาผู้บ่มเพาะพลังที่มีระดับพลังสูง และบังเอิญใช้ใช้วิชาต้องห้ามจนอายุขัยใกล้จะสิ้นสุดแบบนี้ได้อีก
ดังนั้น การถอยหนีจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
หนิวตงเหมยจ้องมองชายชรา พลิกฝ่ามือคว่ำลง ของเหลวสีดำข้นหนืดค่อยๆ ไหลรินออกมา
เมื่อร่างของหน่วยลับระดับสร้างรากฐานทั้งสิบเอ็ดคนที่สัมผัสกับของเหลวสีดำ ก็ลุกขึ้นมายืนอีกครั้ง แต่ละคนถืออาวุธวิเศษ พุ่งเข้าโจมตีชายชรา
การควบคุมของตาย ย่อมง่ายกว่าการควบคุมของเป็นอยู่แล้ว