เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 500 - เหตุใดถึงยังไม่ได้ทำสัญญาอย่างเป็นทางการกับสามีสัตว์ร้ายของเจ้าหรือ

บทที่ 500 - เหตุใดถึงยังไม่ได้ทำสัญญาอย่างเป็นทางการกับสามีสัตว์ร้ายของเจ้าหรือ

บทที่ 500 - เหตุใดถึงยังไม่ได้ทำสัญญาอย่างเป็นทางการกับสามีสัตว์ร้ายของเจ้าหรือ


หลานซีมองหลีเยว่ ความรู้สึกสูญเสียในแววตายังไม่ทันเลือนหาย ทว่าเขากลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ไม่เหนื่อยหรอก อย่างไรเสียก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว เย็บเสื้อผ้าสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน"

แม้จะพูดเช่นนั้น แต่มือที่ทิ้งตัวอยู่ข้างลำตัวกลับกำแน่นขึ้นเล็กน้อย ภายในใจเกิดคลื่นลูกใหญ่ซัดสาดไปมานานแล้ว

เขาไม่ได้ชื่นชอบการเย็บเสื้อผ้าเลยสักนิด เมื่อก่อนตอนอยู่ที่ทะเลหลิวหลี เวลาเห็นตัวผู้ตนอื่นในเผ่าเย็บเสื้อผ้าเพื่อเอาอกเอาใจตัวเมีย เขายังเคยรู้สึกดูแคลนและคิดว่าการทำเช่นนั้นช่างต่ำต้อยเกินไป ทว่าตอนนี้ เขากลับเต็มใจนั่งอยู่ในถ้ำใต้ดินอันมืดสลัวเพื่อเย็บชุดกระโปรงหนังสัตว์ทีละเข็มทีละด้ายให้กับตัวเมียที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังรู้สึกเหลือเชื่อ

เขาข่มความรู้สึกแปลกประหลาดในใจลงไป ปลอบใจตัวเองว่าที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อตอบแทนบุญคุณที่นางช่วยชีวิตเอาไว้เท่านั้น หากไม่ใช่เพราะนางยื่นมือเข้ามาช่วย ป่านนี้เขาคงถูกพวกสัตว์ร้ายเร่ร่อนขายไปตั้งนานแล้ว จะมีโอกาสมานั่งอยู่ตรงนี้ได้อย่างไรกัน การเย็บเสื้อผ้าสองชุดก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร ไม่ใช่เพื่อเอาอกเอาใจนางเสียหน่อย

หลานซีเดินไปนั่งบนหนังสัตว์ที่มุมถ้ำ เขาหยิบเสื้อหนังสัตว์ที่ยังเย็บไม่เสร็จขึ้นมาอีกครั้ง ปลายนิ้วคีบเข็มกระดูกและเริ่มเย็บอย่างเงียบๆ

เมื่อหลีเยว่เห็นดังนั้น นางก็หมุนตัวเดินไปอีกด้านและใช้น้ำสะอาดล้างหน้าบ้วนปากอย่างง่ายๆ จากนั้นก็หยิบผลไม้ป่าออกมาจากมิติเก็บของหลายผล ส่งให้จิ้นเหยี่ยที่อยู่ข้างๆ ก่อนเป็นอันดับแรก แล้วจึงหยิบขึ้นมาอีกหลายผลเดินไปหาหลานซีที่อยู่ตรงมุมถ้ำ

หลานซีกำลังจมดิ่งอยู่ในความคิดของตนเอง เข็มกระดูกในปลายนิ้วแทงทะลุหนังสัตว์อย่างเป็นระเบียบ โดยไม่ทันสังเกตเห็นการเข้าใกล้ของหลีเยว่เลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งมีกลิ่นหอมจางๆ ลอยมาเตะจมูก ใบหน้าที่สะอาดสะอ้านและประณีตงดงามก็พลันปรากฏขึ้นตรงหน้า จังหวะหัวใจของเขาหยุดเต้นไปจังหวะหนึ่ง เข็มกระดูกในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น

"คงต้องลำบากให้เจ้ากินผลไม้ป่าไปก่อนนะ" หลีเยว่ยิ้มพลางยื่นผลไม้ป่าในมือไปตรงหน้าเขา น้ำเสียงอ่อนโยน

"รอให้ออกไปจากที่นี่ พวกเราจะไปที่ริมทะเลกันก่อน ถึงตอนนั้นข้าสามารถดึงน้ำทะเลเข้ามาไว้ในมิติของข้าได้ วันหน้าเจ้าก็จะสามารถแช่น้ำทะเลได้แล้วล่ะ"

หลานซียืนอึ้งมองผลไม้ป่าในมือของนาง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองรอยยิ้มของนาง ความอ่อนโยนในใจถูกสั่นคลอนอีกครั้ง เขาเอ่ยถาม "เพื่อข้าอย่างนั้นหรือ"

ทว่าหลีเยว่กลับส่ายหน้า นางเอ่ยอย่างเปิดเผย "ก็ไม่เชิงเพื่อเจ้าทั้งหมดหรอก หากมีน้ำทะเล เจ้าก็จะสามารถทำเกลือได้ วันหน้าพวกเราก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีเกลือกินแล้วล่ะ"

แววตาของหลานซีฉายแววประหลาดใจออกมา "เจ้ารู้ด้วยหรือว่าเผ่าเงือกสามารถทำเกลือได้" เผ่าเงือกสามารถทำเกลือได้จริงๆ แต่น่าจะแทบไม่มีสัตว์ร้ายบนบกคนใดล่วงรู้ความลับนี้เลย แล้วนางไปรู้มาได้อย่างไร

หลีเยว่ยิ้มบางๆ น้ำเสียงเป็นธรรมชาติ "บังเอิญเคยได้ยินมาน่ะ เจ้าทำเกลือเป็นหรือไม่ หากทำไม่เป็น ข้าค่อยหาวิธีอื่น หากมีน้ำทะเล อย่างไรเสียก็ต้องทำเกลือออกมาได้แน่ๆ" ความจริงนางรู้ดีว่าหลานซีทำเกลือเป็น เพียงแต่ในชาตินี้นางต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องก็เท่านั้น

ความประหลาดใจของหลานซียิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น "เจ้าทำเกลือเป็นด้วยหรือ"

"ข้าก็แค่บอกว่าจะลองหาวิธีดู ยังไม่เคยลองทำเลย" หลีเยว่หัวเราะพลางโบกมือปฏิเสธ ก่อนจะซักไซ้ต่อ "สรุปแล้วเจ้าทำเกลือเป็นหรือไม่"

หลานซีดึงสติกลับมา เขาพยักหน้ารับ "ทำเป็นสิ เผ่าเงือกเรียนรู้วิธีสกัดเกลือจากน้ำทะเลมาตั้งแต่เกิดแล้วล่ะ"

"ก็ดีแล้ว" หลีเยว่ถอนหายใจอย่างโล่งอก บนใบหน้าเผยรอยยิ้มอย่างจริงใจ "เมื่อไปถึงริมทะเล หากสามารถจับปลาทะเลมาได้บ้าง ก็เอามาเลี้ยงไว้ในมิติของข้าได้เหมือนกันนะ"

เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของหลานซีก็สว่างวาบขึ้นมาทันที "มิติของเจ้า สามารถเลี้ยงปลาได้ด้วยหรือ"

หลีเยว่รีบพยักหน้ารับทันที "ได้สิ มิติเก็บของสามารถกักเก็บน้ำเอาไว้ได้ เอาไปเลี้ยงไว้ในสระน้ำนั่นแหละ หากเลี้ยงไว้เยอะๆ วันหน้าพวกเราก็จะมีปลากินไปตลอด ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปล่าสัตว์ที่ริมทะเลอีกแล้ว"

เมื่อหลานซีได้ยินดังนั้น เขาก็เอ่ยด้วยความคาดหวัง "ตกลง ถ้าอย่างนั้นเมื่อถึงริมทะเล ข้าจะจับปลาทะเลมาเยอะๆ เลย"

จิ้นเหยี่ยที่อยู่ด้านข้างมองดูทั้งสองคนพูดคุยโต้ตอบกันไปมา เขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม "หลีเยว่ มิติของเจ้าไม่เพียงแต่จะเก็บของกับเก็บน้ำได้ แต่ยังเลี้ยงปลาได้ด้วยหรือ"

"ไม่เพียงแต่จะเลี้ยงปลาได้นะ แต่ยังใช้ปลูกผลไม้ป่าได้ด้วย วันหน้าหากพวกเราเดินทางไปเจอต้นผลหนามเล็กเข้า เจ้าก็อย่าลืมบอกข้านะ ข้าจะขุดมันไปปลูกไว้ในมิติ"

จิ้นเหยี่ยพยักหน้ารับรัวๆ "ตกลง ข้าจะจำเอาไว้ หลีเยว่ มิติของเจ้านี่ยอดเยี่ยมไปเลยนะ พอมีมัน พวกเราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเสบียงกับน้ำอีกต่อไปแล้ว"

แววตาของหลีเยว่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน "อืม มีมิติเก็บของอยู่ด้วย วันหน้าชีวิตของพวกเราก็จะยิ่งสุขสบายขึ้นเรื่อยๆ แหละ"

จิ้นเหยี่ยไม่อาจปิดบังสีหน้าดีใจเอาไว้ได้ เขาขยับเข้าไปนั่งชิดหลีเยว่ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความวาดหวัง

ทว่าหลานซีที่อยู่ตรงมุมถ้ำ มือที่กำลังเย็บเสื้อผ้ากลับชะงักไป ภายในใจบังเกิดความรู้สึกซับซ้อนขึ้นมาอีกระลอก

เขาไม่รู้เลยว่าคำว่า 'พวกเรา' ที่หลีเยว่พูดนั้น รวมถึงตัวเขาเข้าไปด้วยหรือไม่ จิ้นเหยี่ยเป็นสามีสัตว์ร้ายของนาง คำว่า 'พวกเรา' ย่อมหมายถึงพวกเขาสองคน ส่วนเขาก็เป็นแค่ตัวผู้แปลกหน้าที่ถูกนางช่วยเหลือเอาไว้และติดตามนางมาชั่วคราวเท่านั้น คงไม่รวมเขาด้วยหรอกกระมัง ...

หลานซีข่มความรู้สึกแปลกประหลาดในใจลงไป เขาหยิบเข็มกระดูกขึ้นมาใหม่และลงมือเย็บเสื้อผ้าต่อไป เพียงแต่ในครั้งนี้การเคลื่อนไหวของเขาช้าลงไปอีกหลายส่วน อารมณ์ในแววตาก็ทวีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

เวลาค่อยๆ ล่วงเลยไป จากรุ่งสางจนถึงช่วงบ่ายคล้อย และลากยาวไปจนเกือบจะถึงพลบค่ำ หลานซีแทบจะไม่ได้หยุดพักเลย เขาตั้งหน้าตั้งตาเย็บเสื้อผ้าอย่างจดจ่อ จนกระทั่งแสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลอดผ่านช่องว่างบริเวณปากถ้ำเข้ามาด้านใน ในที่สุดเขาก็หยุดมือลง ชุดกระโปรงหนังสัตว์สองชุดถูกเย็บเสร็จสมบูรณ์

เสื้อผ้าที่หลานซีเย็บขึ้นช่างแตกต่างจากเสื้อหนังสัตว์หยาบกระด้างและไม่พอดีตัวที่หลีเยว่เย็บเองอย่างสิ้นเชิง ฝีเข็มละเอียดประณีตและสม่ำเสมอ ไม่มีขนสัตว์หลุดลุ่ยเลยแม้แต่น้อย รอยตัดเย็บทุกจุดล้วนพอดีและรับกับสัดส่วนของหลีเยว่อย่างสมบูรณ์แบบ

บริเวณคอเสื้อถูกเขาเย็บอย่างประณีตให้มีความโค้งมนสวยงาม ตามขอบยังประดับประดาด้วยลูกไม้ที่ถักทอจากหนังสัตว์ ชายกระโปรงถูกตัดเย็บให้บานออกเล็กน้อย เวลาเดินจะแกว่งไกวเบาๆ ดูพลิ้วไหวงดงามยิ่งนัก บริเวณเอวยังถูกเย็บด้วยเส้นเอ็นสัตว์เส้นเล็กๆ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยรัดช่วงเอวให้เข้ารูปเพื่อขับเน้นเอวอันคอดกิ่วของหลีเยว่เท่านั้น ทว่ากลับไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดเลยสักนิด

ตัวหนังสัตว์เองก็ถูกเขาใช้พลังจิตขัดเกลาจนอ่อนนุ่มและเรียบลื่น สัมผัสละเอียดอ่อน หากสวมใส่จะต้องรู้สึกสบายตัวเป็นอย่างมาก

หลานซีหยิบชุดหนึ่งขึ้นมาเดินไปตรงหน้าหลีเยว่ เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยและยื่นชุดกระโปรงให้ "เย็บเสร็จแล้ว เจ้าลองสวมดูสิ ลองดูว่าพอดีตัวหรือไม่"

หลีเยว่รับชุดกระโปรงมา ปลายนิ้วลูบไล้ฝีเข็มอันละเอียดประณีตและการประดับประดาอันงดงาม บนใบหน้าเผยรอยยิ้มประหลาดใจออกมาในพริบตา ดวงตาส่องประกายระยิบระยับราวกับเต็มเปี่ยมไปด้วยดวงดาว "หลานซี เย็บได้งดงามมากเลย ข้าชอบมาก ขอบใจเจ้านะ"

รอยยิ้มของนางทั้งบริสุทธิ์และเจิดจ้า แฝงไปด้วยความปีติยินดีอย่างแท้จริง ราวกับลำแสงที่สาดส่องเข้ามาทำให้ถ้ำใต้ดินอันมืดสลัวสว่างไสวขึ้นมาในชั่วพริบตา และยังส่องสว่างไปถึงหัวใจของหลานซีด้วย

หลานซียืนอึ้งมองรอยยิ้มของนาง เขาสูญเสียสติไปชั่วขณะ ภายในหัวผุดความคิดหนึ่งขึ้นมาอย่างไม่อาจหักห้ามใจ หากสามารถมองเห็นรอยยิ้มเช่นนี้ได้อีก เขาก็ยินดีที่จะเย็บเสื้อผ้าให้นางเพิ่มอีกหลายชุด ต่อให้ความจริงแล้วเขาจะไม่ได้ชื่นชอบการเย็บเสื้อผ้าเลยก็ตาม

จนกระทั่งเสียงของหลีเยว่ดังขึ้นอีกครั้ง เขาจึงดึงสติกลับมาได้และรีบเบือนหน้าหนี "ไม่ต้องขอบใจหรอก มันเป็นของตอบแทนอยู่แล้ว"

หลีเยว่ไม่ได้พูดอะไรให้มากความ นางลุกขึ้นเดินไปที่มุมถ้ำและผลัดเปลี่ยนไปสวมชุดกระโปรงหนังสัตว์ที่เพิ่งเย็บเสร็จใหม่ๆ เสื้อผ้าชุดใหม่ทำให้นางดูงดงามน่าทึ่งและมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น แม้แต่ประกายในดวงตาก็ยังดูสว่างไสวมากขึ้น

จิ้นเหยี่ยมองดูหลีเยว่จนตาค้าง เขารีบเอ่ยปากชม "หลีเยว่ เจ้าใส่เสื้อผ้าชุดนี้แล้วดูดีมากเลยนะ"

หลีเยว่รู้สึกดีใจมาก ในที่สุดนางก็ได้สวมเสื้อผ้าที่หลานซีเย็บให้เสียที เสื้อผ้าชุดนี้นางเฝ้าคิดถึงมาเนิ่นนานแล้ว หลานซียืนอยู่ด้านข้าง เขามองดูท่าทีดีใจของนาง มุมปากก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ อย่างไม่รู้ตัว

ตกกลางคืน ทั้งสามคนแบ่งผลไม้ป่ากันกินไปหลายผลเพื่อรองท้องอย่างง่ายๆ หลีเยว่เอนตัวพิงผนังถ้ำพลางมองดูเปลวไฟที่กำลังเต้นเร่าในกองไฟ นางเอ่ยขึ้น "รอให้ถึงพรุ่งนี้เช้า พวกเราจะออกไปจากที่นี่กัน ข้าคิดว่าพวกสัตว์ร้ายเร่ร่อนตามหาพวกเรามาสองวันแล้วแต่ก็ยังหาไม่เจอ พวกมันก็น่าจะยอมแพ้และไปหาที่อื่นแล้วล่ะ"

จิ้นเหยี่ยรีบพยักหน้ารับทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง "ตกลง ข้าอยากจะออกไปตั้งนานแล้ว อุดอู้อยู่แต่ในถ้ำใต้ดินนี้มันอึดอัดจะตายอยู่แล้ว"

หลานซีเองก็พยักหน้ารับเบาๆ อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง รัตติกาลเริ่มปกคลุม เปลวไฟในกองไฟค่อยๆ ริบหรี่ลง ถ้ำใต้ดินก็แปรเปลี่ยนเป็นเงียบสงัดมากยิ่งขึ้น

หลีเยว่หาวหวอด นางลุกขึ้นเตรียมจะล้มตัวลงนอนบนหนังสัตว์ ทว่าในตอนนั้นเอง จู่ๆ หลานซีก็เอ่ยถามขึ้นมา "หลีเยว่ เหตุใดเจ้าถึงยังไม่ได้ทำสัญญาอย่างเป็นทางการกับสามีสัตว์ร้ายของเจ้าหรือ"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 500 - เหตุใดถึงยังไม่ได้ทำสัญญาอย่างเป็นทางการกับสามีสัตว์ร้ายของเจ้าหรือ

คัดลอกลิงก์แล้ว