เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 203 กบฏ

ตอนที่ 203 กบฏ

ตอนที่ 203 กบฏ


หากก่อนหน้านี้ฉินมู่ยังคงรักษาท่าทีของผู้ยืนดูอยู่ห่างๆ เขาคงไม่รู้สึกทุกข์ทรมานถึงเพียงนี้

แต่ตอนนี้เขามีความสามารถที่จะชี้นำอารยธรรมมังกรโบราณ ทว่า…กลับยังไม่อาจเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของพวกเขาได้

สิ่งนี้ฝังรากลงในใจของฉินมู่กลายเป็นหนามแหลมที่ยากจะถอนออก

“ในที่สุดก็สร้างเสร็จแล้ว…”

อาน่ามองยานอวกาศตรงหน้า สีหน้าเหมือนได้ปลดภาระหนักอึ้งออกจากอก จากนั้นเธอก็เห็นฉินมู่ชายที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่มองเห็นยืนอยู่ไม่ไกล

ฉินมู่เองก็มองยานลำนั้นแล้วพยักหน้าเล็กน้อย

จะอธิบายยานลำนี้อย่างไรดี?

มันหยาบกระด้างเต็มไปด้วยกลิ่นอายอุตสาหกรรมหนัก แต่กลับมีความงดงามแบบดิบเถื่อนเมื่อเทียบกับยานของอารยธรรมเทียแมทที่ประณีตล้ำค่า

ยานลำนี้กลับเหมือนหญิงสาวห้าวหาญที่กล้าท้าลมพายุ

“ลองทดสอบมันดูไหม?”

มีคนเสนอขึ้นกับอาน่า

อาน่าส่ายหน้า

“พวกมันกำลังเฝ้าดูทั้งดาวเคราะห์ เราเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ โอกาสเดียวของเราคือการประลองร้อยเผ่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราค่อยไปทดสอบยานตอนนั้นและในการประลองครั้งถัดไป เราจะจี้ตัวพวกเทพชั่วแล้วบุกเข้าสวรรค์ ข้าอยากเห็นศพของเขาด้วยตาตัวเอง ข้าไม่เชื่อว่าเขาจะตายในสนามรบง่ายๆแบบนั้น…”

เสียงของอาน่าสั่นเล็กน้อย ดวงตาเอ่อด้วยน้ำตา

“เขา” ที่เธอพูดถึงคือสามีของเธอ

“การฝึกผู้รักษาเริ่มไปแล้ว แต่เราต้องปลอมตัวเป็นหมอผี หลังจากรักษาคนแล้ว ก็ต้องเต้นพิธีสวดบูชาเทพพวกนั้นด้วย…”

ลูกน้องรายงาน

“ไม่เป็นไร ขอแค่เราช่วยคนของเราได้มากขึ้นก็พอ ส่วนการเต้นพวกนั้น…ก็แค่คำสาปให้พวกเทพชั่วตายไวขึ้นเท่านั้น!”

อาน่าพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

เธออยากให้เทพพวกนั้นตายให้หมดสิ้น!

แต่เพื่อไม่ให้หมอผีถูกลงโทษจากกฎของเทียแมท พวกเขาจึงทำได้เพียงแกล้งโง่และแสดงพิธีกรรมบูชาเทพต่อไป สำหรับแพทย์ที่ผ่านการฝึกทางการแพทย์มาแล้วนี่คือการเหยียดหยามอย่างที่สุด

แต่ดังที่กล่าวไปก่อนหน้านี้

ทั้งหมดนี้…เพื่อช่วยชีวิตผู้คนให้ได้มากขึ้น

พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องสวมหน้ากากต่อไป

ฉินมู่ได้แต่ถอนหายใจ

อารยธรรมมนุษย์โบราณต้องใช้เวลานับหมื่นปีกว่าจะพัฒนาตัวเองขึ้นมาต่อต้านเทียแมทได้

เขามีลางสังหรณ์ว่า เทียแมทจะไม่ยอมให้อารยธรรมมังกรโบราณมีเวลามากขนาดนั้น ในอดีตเทียแมทไม่มีทางถอยจึงต้องพึ่งพาอารยธรรมมนุษย์โบราณหวังพลิกสถานการณ์

แต่ตอนนี้…พวกมันไม่มีข้อกังวลเช่นนั้น!

ดังนั้นสิ่งที่รอคอยอารยธรรมมังกรโบราณ ก็มีเพียงการโจมตีที่รุนแรงดุจสายฟ้าฟาด!

ภายในระยะเวลาเพียงสิบปี เมล็ดพันธุ์แห่งเทคโนโลยีไม่ได้จำกัดอยู่แค่เผ่าน้ำแข็งเพลิงอีกต่อไป หกสิบเปอร์เซ็นต์ของเผ่าทั้งหมดได้ครอบครองพลังนี้อย่างลับๆแล้วและพวกเขาทั้งหมดต่างก็ไม่พอใจอารยธรรมเทียแมทที่ไม่เคยมองพวกเขาเป็นมนุษย์

ตอนนี้…ถึงเวลาล้างแค้นแล้ว!

การประลองร้อยเผ่ามาถึงตามกำหนด

เทียแมทตั้งตารออย่างตื่นเต้นว่าจะได้คัดเลือกนักรบผู้แข็งแกร่งไปเป็น “วัตถุทดลองระดับสูง”

ขณะที่เผ่ามังกรโบราณซึ่งสะสมความคับแค้นมานานก็กำลังสงสัยว่าปืนพลาสมาที่พวกเขาสร้างขึ้นอย่างลับๆจะสามารถเจาะทะลุอกของ “เทพ” พวกนั้นได้หรือไม่

ทั้งสองฝ่ายต่างเฝ้ารอช่วงเวลานี้

---

ภายในเผ่าน้ำแข็งเพลิงยานอวกาศทรงหยาบกระด้างลำหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

เบื้องหลังมันมียานอีกหลายสิบลำติดตามขึ้นไป หลังจากเทคโนโลยีแพร่กระจายไปถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์ของเผ่า แผนของอาน่าก็ถูกเร่งให้เร็วขึ้น ไม่จำเป็นต้องรอการประลองครั้งถัดไปอีกแล้ว

กิจกรรมที่ใช้เลือดเนื้อแลกเสียงหัวเราะของเทียแมทก็ไม่จำเป็นต้องมีอยู่อีกต่อไป!

พวกเขาจะใช้ “อาวุธในมือ” เพื่อยืนอยู่บนฐานะที่เท่าเทียมกัน!

“อารยธรรมที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับสอง จะสามารถต่อกรกับอารยธรรมเทียแมทได้จริงหรือ?”

ฉินมู่เอ่ยถาม

แต่เขารู้คำตอบอยู่แล้ว

อารยธรรมมังกรโบราณที่ระดับการพัฒนายังไม่แข็งแกร่งพอ

ไม่มีทางเอาชนะเทียแมทได้

อย่างไรก็ตามฉินมู่ก็ไม่ลืมจุดประสงค์ของตนที่มายังยุคสมัยนี้ เขามาเพื่อตามหาส่วนผสมหลักของ “ยาชีวิตอมตะ”

แล้วมันคืออะไรกันแน่?

---

ณ การประลองร้อยเผ่า

ในขณะที่การต่อสู้นองเลือดรอบใหม่กำลังจะเริ่มต้น เสียงคำรามกึกก้องหลายสายทำให้ทุกคนเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว

มันคืออาน่าและยานอวกาศของพวกเธอ

“พี่น้องของข้า! สิ่งที่เรียกว่าสวรรค์นั้น เป็นเพียงคำโกหก! เป็นคำโกหกที่หลอกลวงพวกเรา! พวกมันไม่แม้แต่จะอนุญาตให้เรารักษาผู้บาดเจ็บของเรา! พวกมันยังพรากสิทธิ์ในการเรียนรู้ของเราไปอีก!

สวรรค์ที่เทียแมทกล่าวถึง…ก็เป็นเพียงสถานที่แห่งบาปที่เต็มไปด้วยเลือดและน้ำตาของพวกพ้องของเราเอง!”

เสียงของอาน่าดังก้องไปทั่วสนามประลองร้อยเผ่า

แม้จะเป็นทุ่งราบอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา คำประกาศอันชอบธรรมของอาน่าก็ยังดังก้องราวกับแผ่ซ่านไปทุกตารางนิ้วของผืนดิน

ทุกคนต่างตกตะลึงกับคำพูดของเธอ พวกเขาเคยตั้งคำถามอยู่เหมือนกันว่าสิ่งที่เทียแมทพูดนั้นจริงหรือเท็จ

แต่ก็ไม่เคยกล้าขุดลึกลงไป

เพราะความเคยชินและการโฆษณาชวนเชื่อที่ยาวนานของเทียแมททำให้พวกเขาเชื่อไปแล้วว่า การที่เทียแมทอยู่เหนือกว่าคือสิ่งที่ “ถูกต้อง”และอารยธรรมมังกรโบราณก็ควรถูกควบคุมโดยพวกมัน

“ใช่! พวกเราก็มีศักดิ์ศรี! พวกเราจะต่อต้านอารยธรรมเทียแมท!”

ท่ามกลางฝูงชนผู้คนที่ถูกจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าเริ่มปลุกกระแสต่อต้านขึ้น

“ขับไล่เทียแมทออกไป!”

“พวกเราต้องรู้ว่านักรบของเราถูกฝังอยู่ที่ไหน!”

เทียแมทที่ถูกส่งมาควบคุมสถานการณ์ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าครั้งนี้จะเกิดกระแสต่อต้านมหาศาลเช่นนี้ขึ้น

เขาไม่มีการเตรียมตัวใดๆเลย

เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาอารยธรรมมังกรโบราณเชื่องราวกับแกะในคอก เมื่อมองไปยังสมาชิกเผ่ามังกรโบราณที่จ้องเขาด้วยสายตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

ความคิดแรกของเขาไม่ใช่ว่า “ตัวเองจะต้องตาย”

เขาไม่มีวันตายอยู่แล้วด้วยระบบโคลนนิ่งต่อให้ตายก็แค่เปลี่ยนร่างใหม่เท่านั้น

แต่เขาก็รู้ดีว่า

สุนัข…ห้ามได้ลิ้มรสเลือดมนุษย์เด็ดขาด

เพราะเมื่อมันได้ลิ้มรสแล้ว

มันจะหันมากัดเจ้าของของมันเอง!

ทันใดนั้นโล่ป้องกันสามมิติก็กางขึ้นรอบตัวเขา

“อย่าถูกพวกคนชั่วพวกนี้หลอกลวง! พวกเราเทียแมทเป็นผู้รักสันติ! เราคือผู้สร้างพวกเจ้า! เป็นเรื่องถูกต้องแล้วที่พวกเจ้าจะต้องต่อสู้เพื่อพวกเรา!”

“พวกเราเป็นอิสระ! พวกเรากำลังต่อสู้เพื่ออิสรภาพ!”

อาน่าตะโกนก่อนจะเหนี่ยวไกปืนในมือ

กระสุนพลังงานพุ่งทะลวงทำลายโล่ของเทียแมทในทันที!

เทียแมทกระอักเลือดสีม่วงออกมา เขามองอาน่าด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ

ผู้หญิงคนนี้…กล้ายิงเขาได้อย่างไร?!

เมื่อเห็นว่า “เทพ” ที่เคยสูงส่งเหนือหัวกลับสามารถบาดเจ็บและกระอักเลือดได้ สมาชิกเผ่ามังกรโบราณทั้งหมดก็ไม่อาจสงบใจได้อีกต่อไป

พวกเขาเพิ่งตระหนักว่าเทพ…ก็สามารถบาดเจ็บได้และไม่ได้ไร้เทียมทานอย่างที่เคยเชื่อ

เมื่อรัศมีแห่งความศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลายลงสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าย่อมเป็นการตอบโต้ที่โหมกระหน่ำดุจคลื่นมหาสมุทร

เทียแมทที่ถูกส่งมาที่นี่ไม่เคยจินตนาการเลยว่าตนเองจะต้องตายด้วยการถูกเผ่ามังกรโบราณฉีกเป็นชิ้นๆ!

เขาไม่เคยคิดจริงๆว่าจุดจบของตัวเองจะเป็นแบบนี้!

แต่ตอนนี้…พูดอะไรไปก็ไร้ความหมาย

เขาไม่มีแม้แต่โอกาสจะฟื้นคืนชีพอีกต่อไปสมองของเขาถูกเหยียบจนเละเป็นโคลนไปแล้ว

หากไม่ได้รับการซ่อมแซมภายในเวลาที่กำหนดก็ไม่มีทางช่วยชีวิตได้เลย อาน่านำกองกำลังกบฏขับยานอวกาศมุ่งหน้าไปยังตำหนักสวรรค์

แม้ว่าสมาชิกเผ่ามังกรโบราณคนอื่นๆก็อยากไปเช่นกัน แต่ภายในยานมีพื้นที่ไม่เพียงพอ!

พวกเขาทำได้เพียงเฝ้ามองขณะที่อาน่าและพวกพ้องบินสูงขึ้นเรื่อยๆก่อนจะหายลับไปจากสายตาในพริบตา

---

ภายในตำหนักสวรรค์

กอร์นได้รับข่าวหรือจะพูดให้ถูกกว่านั้น เขาเหมือนจะคาดการณ์เรื่องนี้ไว้ในใจอยู่แล้ว

“อารยธรรมมังกรโบราณทรยศต่อพวกเรา พวกมันได้เทคโนโลยีมาจากที่ไหนไม่รู้ ก่อความวุ่นวายครั้งใหญ่ในงานประลองร้อยเผ่าและยังฆ่าสมาชิกเผ่าของเราไปหนึ่งคน”

กอร์นรู้สึกปวดหนึบในสมอง

เขาไม่เข้าใจความหมายของโครงการสิ่งมีชีวิตนี้ เขารู้เพียงว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ดูเหมือนว่าทุกอารยธรรมสุดท้ายแล้วก็จะลุกขึ้นต่อต้านพวกเขาหรือเป็นเพราะระดับเทคโนโลยีของพวกเขายังไม่เพียงพอ?

จากนั้นกอร์นก็ยิ้มออกมา แม้แต่ในทางช้างเผือกระดับเทคโนโลยีของอารยธรรมเทียแมทก็ไม่ได้ถือว่าสูงสุด

แต่การจัดการกับอารยธรรมที่พวกเขาจงใจกดขี่ไว้

มันจะยากอะไร?

กอร์นรู้ดีว่า

การกดขี่อารยธรรมของเผ่ามังกรโบราณเป็นเรื่องง่ายดายเพียงใด

“พวกมันกำลังขับยานอวกาศมุ่งหน้ามายังตำหนักสวรรค์แล้ว!”

เทียแมทคนหนึ่งรายงานอย่างร้อนรน

“ให้ ‘มังกรโบราณตัวจริง’ ของเราจัดการพวกมันก็พอ”

กอร์นกล่าวอย่างไม่แยแส

ไม่นานกองกำลังของอาน่าก็พบกับศัตรูกลุ่มแรก ศัตรูเหล่านี้คือผู้ที่ “ขี่” มังกรบิน

มังกรบินมีความเร็วมหาศาลความเร็วเหนือเสียงเป็นเพียงพื้นฐานบางตัวเร็วถึงหลายสิบเท่าของความเร็วเสียง

การรับมือกับยานอวกาศจึงเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับพวกมัน แต่สิ่งที่อาน่าและพวกพ้องค้นพบก็คือคนเหล่านี้แทบทั้งหมดคือแชมป์จากการประลองร้อยเผ่า

และมังกรบินก็คือสหายของพวกเขา!

ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาไม่ได้เพียงแค่ขี่มังกรบินร่างกายส่วนล่างของพวกเขากลับ “หลอมรวม” เข้ากับร่างของมังกร!

ภาพนั้นทำให้อาน่าปวดหัวราวกับจะแตกออกและสิ่งที่ทำให้เธอแทบรับไม่ไหวที่สุดก็คือ

เธอเห็น…สามีของตัวเองกำลังขี่มังกรบินและพุ่งเข้าจู่โจมเธอ!

ความจริงนี้ทำให้อาน่าแทบไม่อาจยอมรับได้

เมื่อมองไปยังสามีที่สวมเกราะและกลายเป็นอสูรผสานร่าง อาน่าทำได้เพียงกัดฟันแล้วออกคำสั่ง

“พวกเขาตายไปแล้ว…พวกเขาไม่ใช่คนที่เรารู้จักอีกต่อไป โจมตีทั้งหมด!”

น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความโกรธแค้นราวกับไฟแค้นกำลังลุกไหม้ทั้งหัวใจ

พวกเขาต้องการสังหารเทียแมทให้สิ้นซาก

หลังจากฝ่าด่านอัศวินมังกรมาได้ ยานอวกาศของพวกเขาก็เหลืออยู่เพียงประปรายเดิมทีก็มีไม่มากอยู่แล้วน้อยกว่าร้อยลำด้วยซ้ำ

เหล่ากบฏแห่งเผ่ามังกรโบราณคาดการณ์ผลลัพธ์นี้ไว้ตั้งแต่แรก

สำหรับพวกเขาการถูกอารยธรรมเทียแมทกดขี่ แม้เพียงวันเดียวก็ทนไม่ได้!

ต่อให้ปลายทางคือความตายพวกเขาก็ยินดีจะยอมรับ

ตายบนเส้นทางสู่เสรีภาพย่อมดีกว่าการเป็นทาสของเทียแมท!

“ต่อให้ไม่มียาน ไม่มีอาวุธ ข้าก็ยังจะลากพวกแกลงนรกไปด้วย!” นักรบเผ่ามังกรโบราณคำรามด้วยความโกรธ

อาวุธพลังงานที่พวกเขาสร้างขึ้น สำหรับอารยธรรมเทียแมทแล้วก็เหมือนตะแกรงที่เต็มไปด้วยรูโหว่ พวกมันสามารถเจาะผ่านช่องโหว่เหล่านั้นและเข้าควบคุมอาวุธได้อย่างง่ายดาย!

ชาวเผ่ามังกรโบราณยอมรับความจริงนี้อย่างสงบ แต่พวกเขาก็ยังเลือกจะ “ต่อต้าน”

พวกเขายกหอกหินขึ้นแล้วพุ่งเข้าหาเทียแมท

การกบฏ…ถูกปราบลงอย่างรวดเร็ว

กอร์นมองผู้คนของอารยธรรมมังกรโบราณด้วยสายตาเย็นชาไร้ความรู้สึก

“ใช้ศพของพวกมันให้คุ้มค่า อย่าให้สูญเปล่า”

คำพูดเย็นเยียบของเขาทำให้เทียแมทคนอื่นหัวเราะขึ้นมา

พวกมันไม่เคยมองชาวเผ่ามังกรโบราณว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาเหมือนพวกตน

แต่เป็นเพียง “ปศุสัตว์”ที่สามารถทิ้งขว้างได้ตามใจ

ส่วนการให้เกียรติซากศพของปศุสัตว์?

นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้!

พวกมันมีเพียงความคิดเดียว

รีไซเคิลและรีดคุณค่าจากศพเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด!

ฉินมู่มองภาพทั้งหมดนี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

เขากระโดดและกลับมายังโลก

เขารู้ดีอยู่แล้ว

ชะตากรรมของอารยธรรมมังกรโบราณจะเป็นเช่นไร

แน่นอนว่าบนโลก

กอร์นได้เริ่มการกวาดล้าง เหล่าผู้ที่มีอุดมการณ์ในอารยธรรมมังกรโบราณ!

นักรบผู้กล้าหาญนับไม่ถ้วนที่กล้าลุกขึ้นต่อต้านต่างล้มตายลงภายใต้วิธีการอันโหดเหี้ยมของอารยธรรมเทียแมท

แต่สิ่งที่กอร์นไม่คาดคิดก็คือไฟแห่งการต่อต้านของเผ่ามังกรโบราณที่นำโดยเผ่าน้ำแข็งเพลิงกลับลุกลามราวไฟป่าทุ่งหญ้า

ไม่อาจดับลงได้เลย!

หากมานอนยังไม่อยู่ในสภาวะหลับลึก

กอร์นก็คงไม่มีอำนาจพอที่จะเปิดใช้งาน “ตัวควบคุมดาวเคราะห์”

มิฉะนั้นเขาคงรีเซ็ตโลกใบนี้ไปนานแล้ว

กอร์นไม่เคยใส่ใจชีวิตของชาวเผ่ามังกรโบราณเลย

อย่างไรเสียเวลาก็มีเหลือเฟือ ทรัพยากรก็อุดมสมบูรณ์จะให้โลกกำเนิดอารยธรรมขึ้นมาใหม่อีกครั้งก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร

---

บนดวงจันทร์ ภายในตำหนักสวรรค์

นักวิทยาศาสตร์ของอารยธรรมเทียแมทคนหนึ่งร้องขึ้นด้วยความดีใจ

“สำเร็จ! ในที่สุดฉันก็สำเร็จแล้ว! ฉันค้นพบขั้นตอนสำคัญในการเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตที่ใช้ออกซิเจน ให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ต้องใช้ออกซิเจนแล้ว!”

นักวิทยาศาสตร์คนนั้นตื่นเต้นอย่างยิ่ง

เพราะนั่นหมายความว่าเขาประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง เขาจะสามารถมีสถานะที่โดดเด่นยิ่งขึ้นในทีมวิจัยนี้!

ฉินมู่มองเทคโนโลยีที่อีกฝ่ายพัฒนาขึ้น

เขารู้ดีว่าสิ่งนี้ไม่ได้ธรรมดาอย่างที่เห็น

“ที่แท้ก็เป็น…ผงกระดูกมังกร” ฉินมู่พึมพำขณะมองสูตรของวัตถุดิบหลักสำหรับ “ยาชีวิตอมตะ”

สิ่งนี้ไม่อาจทดแทนได้ ดังนั้นฉินมู่จึงต้องทุ่มเทอย่างมากในการข้ามกาลเวลาเพื่อตามหามัน

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ผลลัพธ์เพียงอย่างเดียวที่เขาได้รับ

มานอนตื่นขึ้นจากการหลับใหล สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

เขาไม่ได้ตื่นขึ้นมาเองแต่ถูกปลุกขึ้นและไม่ใช่แค่หงุดหงิดเพราะถูกปลุกเท่านั้น

ตามแผนเดิมเขาควรจะหลับยาวถึงสามหมื่นปีเพื่อลดการใช้จิตสำนึกของตน

ด้วยวิธีนี้เขาจะสามารถเปลี่ยนร่างได้มากขึ้นและมีชีวิตยืนยาวยิ่งขึ้น!

แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ

มันเพิ่งผ่านไปกี่ปีเอง?

ยังไม่ถึงร้อยปีด้วยซ้ำ

แต่เขากลับถูกปลุกขึ้นมาแล้ว

“กอร์น ฉันหวังว่านายจะให้คำอธิบายกับฉันได้!”

มานอนคำรามด้วยความโกรธ

ราวกับว่าหากกอร์นให้เหตุผลที่น่าพอใจไม่ได้

เขาจะระเบิดอารมณ์ออกมาในทันที!

กอร์นถอนหายใจแล้วค่อยๆอธิบาย

“ด็อกเตอร์มานอน สถานการณ์เป็นแบบนี้…เผ่ามังกรโบราณก่อกบฏอีกแล้ว”

คำพูดนี้ทำให้มานอนเดือดดาลทันที

“บัดซบ! การกบฏมันฝังอยู่ในกระดูกของสิ่งมีชีวิตระดับตำนานพวกนี้หรือยังไง? ทำไมพวกมันถึงอยากต่อต้านพวกเรากันนัก!”

เขาโกรธ เพราะตั้งแต่สิ่งมีชีวิตระดับตำนานรุ่นแรกเป็นต้นมาดูเหมือนว่าพวกมันทั้งหมดจะมี “ยีนแห่งการต่อต้าน” อยู่ในตัวและไม่มีวันยอมก้มหัวเชื่อฟังพวกเขาอย่างว่าง่าย

---

จบบทที่ ตอนที่ 203 กบฏ

คัดลอกลิงก์แล้ว