- หน้าแรก
- เปิดฉากวันสิ้นโลก ด้วยการกลืนราชันเพลิง
- ตอนที่ 25: ออกจากฐานอวี้ไห่ ทีมเริ่มออกเดินทา
ตอนที่ 25: ออกจากฐานอวี้ไห่ ทีมเริ่มออกเดินทา
ตอนที่ 25: ออกจากฐานอวี้ไห่ ทีมเริ่มออกเดินทา
"ต้าเทียนตี้ เอนเตอร์เทนเมนต์ คลับ?!"
ดวงตาของมู่ชิวเบิกกว้างขึ้นทันที สีหน้าที่เคยราบเรียบดูไม่สงบนิ่งเหมือนก่อน
เขาไม่เคยลืมเลยว่า จุดเช็คอินถัดไปที่ระบบกำหนดไว้ก็คือ 'ต้าเทียนตี้ เอนเตอร์เทนเมนต์ คลับ' แห่งนี้
ตอนแรกเขาพยายามหาข้อมูลจากแผนที่แถวนี้แล้วแต่ก็ไม่พบ ไม่นึกเลยว่าอยู่ๆ ข้อมูลจะหล่นทับแบบไม่ต้องออกแรงหาให้เหนื่อย
เว่ยหลิงเอ๋อร์ที่เห็นปฏิกิริยาของมู่ชิวก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก เธอโพล่งขึ้นมาว่า:
"ฉันจำได้แล้ว! ก่อนหน้านี้นายเคยถามฉันเรื่องสถานที่นี้แวบนึงนี่นา นายไปรู้จักที่นี่ได้ยังไง?"
เว่ยหลิงเอ๋อร์เพิ่งนึกออกว่าตอนที่เธอได้ยินชื่อนี้จากปากหลิวฉิงเฟย เธอรู้สึกคุ้นหูเหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนสักแห่ง พอนึกไปนึกมาเธอก็จำได้แม่นเลยว่า คนแรกที่พูดถึงสถานที่นี้กับเธอก็คือมู่ชิวนั่นเอง!
เธอหรี่ตามองมู่ชิวอย่างจับผิด คราวนี้เป็นทีของมู่ชิวที่แอบเหงื่อตก เขาจึงรีบแก้ตัวไปว่า:
"เอ่อ... พอดีผมมีญาติคนหนึ่งทำงานอยู่ที่นั่นน่ะครับ ผมแค่อยากจะไปดูว่าเขายังมีชีวิตอยู่ไหม"
เว่ยหลิงเอ๋อร์ขมวดคิ้วสงสัย: "คลับนั่นมันอยู่ในตัวเมืองหลานอันที่อยู่ติดกับเมืองอวี้ไห่นะ นายมีญาติไปทำงานไกลขนาดนั้นเลยเหรอ?"
แม่สาวน้อยคนนี้ฉลาดเป็นกรดเกินไป เธอไม่ได้เชื่อคำพูดของมู่ชิวร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก แต่เธอก็ดูออกว่ามู่ชิวไม่อยากขยายความต่อ จึงไม่ได้ซักไซ้อะไรอีก
กลับกลายเป็นเจ้าอ้วนที่กำลังขับรถอยู่สอดปากขึ้นมาแทน: "โธ่ จะญาติอะไรกันล่ะ ผมว่าต้องเป็น 'นางฟ้า' ในดวงใจของมู่ชิวสมัยก่อนวันสิ้นโลกชัวร์!"
"นายคงจะเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ พอถูกช่วยมาที่เขตปลอดภัยปุ๊บ สิ่งแรกที่นึกถึงคือการบุกไปช่วยนางฟ้าให้พ้นจากขุมนรกสินะ..."
จินตนาการของเจ้าอ้วนช่างล้ำเลิศ ตอนนี้ในหัวเขาคงสร้างพล็อตหนัง "หนุ่มติ๋มผู้คลั่งรักนางฟ้า" ไปเรียบร้อยแล้ว
เว่ยหลิงเอ๋อร์ที่นั่งเบาะหลังประเคนมะเหงกให้เจ้าอ้วนไปหนึ่งที ก่อนจะหันมาพูดกับมู่ชิวอย่างเกรงใจ: "เรื่องของพี่ฉิงเฟย นายจะไม่โกรธฉันใช่ไหม?"
มู่ชิวยิ้มพลางส่ายหน้า: "ที่แท้เมื่อวานที่คุณมาเอาเรื่องผมถึงที่พัก ก็เพื่อจะฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อนสำหรับวันนี้สินะ?"
มู่ชิวไม่ลืมว่าเมื่อวานเว่ยหลิงเอ๋อร์เตือนให้เขาทำตัวดีๆ กับหลิวฉิงเฟย เห็นได้ชัดว่าเธอเตรียมการเรื่องนี้ไว้ตั้งนานแล้ว
เว่ยหลิงเอ๋อร์แลบลิ้นปลิ้นตาอย่างซุกซน: "ก็ฉันกลัวว่าพวกนายเจอหน้ากันแล้วมันจะอึดอัดนี่นา"
มู่ชิวอธิบายว่าเขาไม่ได้ใส่ใจอะไรขนาดนั้น ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างรถ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก:
"ไม่โกรธหรอกครับ..."
"แถมผมยังรู้สึกว่า การมีแม่พระอย่างหลิวฉิงเฟยร่วมทางไปด้วยเนี่ย การเดินทางครั้งนี้คงไม่น่าเบื่อจนเกินไปนักหรอก..."
มู่ชิวยกยิ้มสูงขึ้น ราวกับเขามองเห็นภาพเหตุการณ์สนุกๆ บางอย่างรออยู่ข้างหน้า
แม้เขาจะไม่ถือสาคำพูดของเธอในวันนั้นแล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมรับในอุดมการณ์ของหลิวฉิงเฟย
ในการ "เดินทาง" ครั้งนี้ เขาตั้งตารอดูจริงๆ ว่าแม่พระคนนี้จะแสดงบทบาทออกมายังไง!
ใช่แล้ว... สำหรับสมาชิกในทีม ภารกิจนี้อาจดูเหมือนภารกิจเสี่ยงตายที่เต็มไปด้วยวิกฤต แต่ในสายตาของมู่ชิว มันเป็นเพียงการเดินทางกลับบ้านเกิดที่แสนผ่อนคลายเท่านั้นเอง
จะมีใครรู้สึกกลัวเวลาได้กลับบ้านเกิดกันล่ะ?
"สัตว์ร้ายเหล็กกล้า" สองคันพุ่งทะยานไปตามท้องถนนที่รกร้างไร้ผู้คน เสียงเครื่องยนต์ดังกึกก้องสะท้อนไปตามตึกแถวสองข้างทาง
ไม่นานนัก รถจี๊ปดัดแปลงที่มีสมาชิกเจ็ดคนก็นำพาทุกคนมาหยุดอยู่ที่หน้ากำแพงหินขนาดใหญ่ที่ดูแข็งแกร่งราวกับหล่อด้วยเหล็กกล้า
ครั้งนี้มู่ชิวได้มีโอกาสสังเกตเห็นกำแพงสูงใหญ่ที่ปกป้องผู้รอดชีวิตนับหมื่นคนอย่างใกล้ชิด
รูปลักษณ์และหน้าที่ของกำแพงนี้ดูคล้ายกับกำแพงในอนิเมะเรื่องผ่าพิภพไททันไม่มีผิด ทั้งหมดก็เพื่อเป็นที่พึ่งพิงความปลอดภัยให้คนในกำแพง
ทว่ากำแพงนี้ดูจะประณีตกว่ามาก มันสูงหลายสิบเมตร พื้นผิวเรียบกริบ แข็งแกร่งและหนาเตอะ ตัวกำแพงมีสีเขียวเข้มประกายเหล็ก
มู่ชิวคาดเดาว่า นี่คงเกิดจากการที่ผู้มีพลังพิเศษใช้แรงมหาศาลขุดเอาหิน ใต้ดินขึ้นมา แล้วจากนั้นก็มีผู้มีพลังพิเศษสายควบคุมหินมาขัดเกลาและหล่อจนกลายเป็น "กำแพงเหล็กกล้า" นี้ขึ้นมา
เป็นไปตามคาด บริเวณกำแพงมีทหารหน่วยบังคับกฎหมายคอยตรวจตราอย่างเข้มงวด
หลังจากผ่านการตรวจสอบ รถจี๊ปทั้งสองคันก็แล่นผ่านประตูเหล็กของกำแพง มุ่งหน้าออกจากพื้นที่สวรรค์แห่งสุดท้ายของมนุษย์ในโลกาวินาศนี้
แม้จะพ้นเขตกำแพงมาแล้ว เบื้องหน้าคือทางหลวงที่ว่างเปล่า เงียบเชียบไปหมด อย่าว่าแต่ซอมบี้เลย แม้แต่ขนสักเส้นยังไม่เห็น
จะมีก็แต่บนพื้นยางมะตอยที่แห้งแตกเพราะโดนแดดแผดเผา ที่ปรากฏรอยเลือดเก่าๆ แห้งกรังเป็นวงกว้าง
มู่ชิวสันนิษฐานว่า พื้นที่รอบๆ นี้คงถูกผู้มีพลังพิเศษจากฐานทัพเคลียร์จนเกลี้ยงไปนานแล้ว
แสงแดดจ้าสาดส่องผ่านกระจกเข้ามาจนตาแทบพร่า ลมฤดูร้อนที่พัดผ่านหน้าให้ความรู้สึกเย็นสบายอยู่บ้าง
หากไม่ใช่เพราะรอยเลือดสีแดงฉานบนพื้นดินที่เป็นตัวเตือนสติ ภาพตรงหน้าคงดูเหมือนการไปเที่ยวพักผ่อนนอกเมืองแบบธรรมดาๆ ก่อนวันสิ้นโลกเลยทีเดียว......
รถจี๊ปสองคันที่มีรูปลักษณ์ดุดันราวกับสัตว์ป่าเหล็กกล้าซิ่งตะบึงไปบนถนนลาดยางที่ว่างเปล่า
ระหว่างทางถ้าเจอรถเก่าๆ ที่จอดทิ้งไว้จนผุพัง พวกเขาก็ขับชนบดขยี้ผ่านไปโดยไม่ลดความเร็ว
รถทั้งสองคันแล่นไปอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวก็ทิ้งห่างจากฐานอวี้ไห่มาหลายสิบกิโลเมตร
ภายในรถเปิดเพลงแนวร็อกเสียงดังกระหึ่ม เจ้าอ้วนเหยียบคันเร่งมิดตามจังหวะดนตรีอย่างเมามัน
ที่ริมถนนข้างทาง มีซอมบี้ร่างโชกเลือดในชุดขาดรุ่งริ่งตัวหนึ่งเดินเซไปมา พอได้ยินเสียงเครื่องยนต์มันก็พุ่งเข้าใส่รถจี๊ปของมู่ชิวราวกับสิงโตตะปบเหยื่อ
เจ้าอ้วนไม่มีท่าทีตื่นกลัว เขาโยกหัวไปตามจังหวะเพลงพลางเหยียบคันเร่งพุ่งชนซอมบี้ตัวนั้นเข้าอย่างจัง
เปรี้ยง!
เลือดสาดกระเซ็นเต็มกันชนหน้า เศษเนื้อและเลือดติดหนึบอยู่ที่กระจกหน้าจนมองไม่เห็นทาง
เจ้าอ้วนเปิดใบปัดน้ำฝนทำความสะอาดกระจกเหมือนเป็นเรื่องปกติ ส่วนเว่ยหลิงเอ๋อร์ที่เบาะหลังก็หาววอดออกมาอย่างเบื่อหน่าย ดูเหมือนเธอจะชินกับภาพแบบนี้จนเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว
สมกับเป็นสมาชิกหน่วยค้นหาที่ "ผ่านศึกมาโชกโชน" จริงๆ
มู่ชิวลูบคางพลางพยักหน้าด้วยความชื่นชม
"มู่ชิว นายต้องฝึกจิตใจให้แข็งแกร่งไว้นะ ต่อไปสิ่งที่นายต้องเจอจะสยองกว่านี้เยอะ!"
เจ้าอ้วนเห็นมู่ชิวมองเศษเนื้อนองเลือดนอกหน้าต่างตาค้าง (ในสายตาเจ้าอ้วน) เลยนึกว่ามู่ชิวตกใจจนสติหลุด จึงเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี
มู่ชิวถึงกับขำไม่ออก ได้แต่ตอบไปว่า: "งั้นตอนนั้นคงต้องรบกวนเจ้าอ้วนช่วยปกป้องพวกเราด้วยนะครับ!"
เจ้าอ้วนตบหน้าอกปังๆ ชูนิ้วโป้งให้อย่างมั่นใจ: "วางใจได้เลย มีจูเฟิงคนนี้อยู่ ไม่มีอุบัติเหตุแน่นอน!"