เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 496 ตอนพิเศษ: การพานพบอีกครั้ง 4

บทที่ 496 ตอนพิเศษ: การพานพบอีกครั้ง 4

บทที่ 496 ตอนพิเศษ: การพานพบอีกครั้ง 4


บทที่ 496 ตอนพิเศษ: การพานพบอีกครั้ง 4

"ให้ฉันไปร่วมงานเลี้ยงรับรองเนี่ยนะคะ ? " เจียงชิ่นถามด้วยความประหลาดใจอย่างที่สุด

"ใช่ ทางนั้นบอกว่า... งานเลี้ยงจะเริ่มตอนหกโมงเย็น แถมยังระบุชื่อเธอเจาะจงมาเลยนะ"

ผู้จัดการเหมาเองก็รู้สึกเหลือเชื่อเหมือนกัน ตอนนี้คุยกันไปก็ยังรู้สึกตั้งตัวไม่ติดเลย

"หรือว่า..."

เจียงชิ่นนึกถึงความเป็นไปได้ข้อหนึ่งขึ้นมา

ประจวบเหมาะกับที่ผู้จัดการเหมาเองก็นึกถึงเรื่องเดียวกัน "หรือว่า... แบบแปลนการออกแบบของเธอจะชนะแล้ว ! ? "

เจียงชิ่น: "ก็เป็นไปได้นะคะ แต่ก็ยังไม่แน่หรอกค่ะ"

ชั่วขณะนั้น ทั้งสองคนต่างก็นิ่งเงียบไป

แต่ไม่นานผู้จัดการเหมาก็เริ่มกังวลขึ้นมา "เธอไปคนเดียวจะไหวเหรอ ? "

ถึงยังไงเจียงชิ่นก็ไม่เคยไปร่วมงานเลี้ยงระดับใหญ่โตแบบนี้มาก่อน ผู้จัดการเหมาจึงกลัวว่าเธอจะทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องไปอยู่ในสถานที่ที่เป็นทางการขนาดนั้น

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ผู้จัดการวางใจเถอะ" เจียงชิ่นยิ้มบาง ๆ

ท่าทีที่แสนจะสงบนิ่งของเธอ ทำให้ผู้จัดการเหมาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ

ช่วงนี้เขารู้สึกอยู่ตลอดเลยว่าเจียงชิ่นดูเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมาก ดูเป็นผู้ใหญ่และสุขุมเยือกเย็นขึ้นเยอะ โดยเฉพาะท่าทีเมื่อสักครู่นี้ ยิ่งทำให้เขารู้สึกแบบนั้นชัดเจนขึ้นไปอีก

แต่การที่ลูกน้องในสายงานมีความสามารถพึ่งพาได้ ก็ถือเป็นเรื่องดี ผู้จัดการเหมาจึงไม่ได้คิดอะไรให้มากความ

เขาก้มมองนาฬิกาข้อมือ "ตอนนี้บ่ายสองแล้ว เหลือเวลาอีกสี่ชั่วโมงกว่าจะถึงหกโมงเย็น เวลายังพอมี รีบไปทำผมแต่งหน้าแล้วหาชุดสวย ๆ เปลี่ยนซะนะ แต่งตัวให้ดูดีที่สุดเลยล่ะ อย่าให้บริษัทเราต้องเสียหน้าเด็ดขาด"

พูดจบ ผู้จัดการเหมาก็เร่งให้เจียงชิ่นรีบไป

ความจริงแล้วตอนนั้นเจียงชิ่นอยากจะถามผู้จัดการเหมาใจแทบขาด ว่าค่าทำผมกับค่าชุดเนี่ย บริษัทจะเบิกให้ไหม ?

แต่เพราะโดน 'ลาภลอย' หล่นทับใส่หัวแบบกะทันหันจนมึนงงไปหมด เจียงชิ่นก็เลยไม่ได้ถามออกไป ทำเพียงแค่รีบเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน คว้ากระเป๋าแล้วมุ่งหน้าไปห้างสรรพสินค้าทันที

ในอีกมิติหนึ่ง ด้วยสถานะและตำแหน่งหน้าที่การงาน เธอเคยเข้าร่วมงานเลี้ยงระดับชาติมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน จึงมีความเชี่ยวชาญเรื่องการแต่งกายให้เหมาะสมกับงานกาล่าแบบนี้เป็นอย่างดี

เมื่อไปถึงห้างสรรพสินค้า เธอก็สามารถเลือกซื้อชุดเดรสราตรีและรองเท้าส้นสูงที่เข้ากับบุคลิกของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

จากนั้นเธอก็หิ้วชุดไปที่ซาลอนเพื่อแต่งหน้าทำผม กว่าจะเสร็จสรรพก็ปาเข้าไปห้าโมงเย็นแล้ว

เจียงชิ่นรีบเปลี่ยนมาสวมชุดเดรสและรองเท้าส้นสูง อากาศช่วงค่ำของปักกิ่งในเดือนพฤษภาคมยังค่อนข้างเย็นอยู่บ้าง เธอจึงสวมเสื้อคลุมบาง ๆ  ทับชุดเดรสอีกชั้นหนึ่ง และไม่ได้ขับรถของตัวเองไป เพราะการใส่รองเท้าส้นสูงขับรถมันอันตรายเกินไป

เธอเรียกแท็กซี่ที่วิ่งผ่านมา แล้วบอกคนขับให้ไปส่งที่โรงแรมลี่เฟิง

ระหว่างที่นั่งอยู่บนเบาะหลังแท็กซี่ ความคิดของเจียงชิ่นก็ล่องลอยไปตามแสงไฟนีออนที่สว่างวาบผ่านหน้าต่างรถไปอย่างต่อเนื่อง

ตามหลักการแล้ว นี่ยังไม่ถึงเวลาประกาศผลการออกแบบเลย ทางหยวนหางจะตัดสินใจเลือกแบบแปลนเร็วกว่ากำหนดขนาดนี้เลยเหรอ ?

หรืออีกนัยหนึ่ง เธออาจจะไม่ได้เป็นสถาปนิกเพียงคนเดียวที่ได้รับเชิญ เป็นไปได้สูงมากที่ทางหยวนหางอาจจะอาศัยงานเลี้ยงในคราวนี้ เชิญสถาปนิกที่เล็งเอาไว้มาร่วมงานทั้งหมดเลย

คิดดูแล้ว ความเป็นไปได้ในข้อหลังน่าจะมีน้ำหนักมากกว่าแฮะ

แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไง ยังไงซะเจียงชิ่นก็ตัดสินใจแล้วว่าวันนี้เธอจะต้องพยายามต่อสู้ให้ถึงที่สุด

เธอละสายตากลับมา ล้วงเอาภาพสเก็ตช์ใบนั้นออกจากกระเป๋าเสื้อ แล้วสอดมันเข้าไปในช่องใส่บัตรแบบใสชั้นนอกสุดของกระเป๋าสตางค์อย่างระมัดระวัง

เธอนั่งมองภาพนั้นเงียบ ๆ อยู่นาน ถึงได้เก็บกระเป๋าสตางค์กลับเข้าไปในกระเป๋าถือ

ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุรถชนท้ายกันสามคันซ้อน ทำให้รถติดแหง็กอยู่นานกว่าจะหลุดพ้นช่วงถนนเส้นนั้นมาได้ เมื่อมาถึงโรงแรมลี่เฟิง เจียงชิ่นรีบก้มมองเวลาบนหน้าจอมือถือ หกโมงสิบนาที... เธอมาสายแล้ว

รีบจ่ายค่าโดยสารเสร็จ เจียงชิ่นก็เปิดประตูก้าวลงจากรถ แล้ววิ่งพุ่งตรงไปยังประตูโรงแรมทันที

เมื่อไปถึงหน้าห้องจัดเลี้ยง เสียงดนตรีด้านในก็บรรเลงขึ้นแล้ว และมีเสียงคนกำลังจับไมค์พูดอยู่

งานเลี้ยงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

เจียงชิ่นเดินเข้าไปด้านใน พยายามลงน้ำหนักเท้าให้เบาที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจของคนอื่น

โชคดีที่ความสนใจของทุกคนในงานต่างก็พุ่งเป้าไปที่คนที่กำลังพูดอยู่บนเวที จึงไม่มีใครสังเกตเห็นเธอ

เจียงชิ่นมองทอดสายตาขึ้นไปบนเวที ก็เห็นว่าคนที่กำลังพูดอยู่คือประธานใหญ่คนเก่าของหยวนหางที่เธอเคยเจอในงานประกวดแบบสถาปัตยกรรมนั่นเอง

วันนี้คุณปู่ดูสดใสกระชุ่มกระชวยมาก บนใบหน้ามีรอยยิ้มแห่งความปิติยินดีที่ปิดเอาไว้ไม่อยู่

"ทุกท่านครับ วันนี้ผมมีข่าวดีอยากจะประกาศให้ทุกคนทราบ บางท่านอาจจะพอได้ยินมาบ้างแล้ว หลังจากที่ลูกชายของผมตกอยู่ในอาการโคม่ามานานถึงหนึ่งปี ตอนนี้เขาได้ฟื้นคืนสติ และร่างกายก็กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์เป็นปกติแล้วครับ"

ฮือออ ...

เสียงปรบมือดังกึกก้องขึ้นจากด้านล่างเวทีในทันที เสียงกล่าว "ขอแสดงความยินดีด้วยครับ/ค่ะ" ดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย

"และหลังจากนี้ เขาจะกลับมารับช่วงต่อในการบริหารงานของหยวนหางกรุ๊ปแทนผม..."

เสียงรอบข้างดังเซ็งแซ่เกินไป ทำให้เจียงชิ่นที่ยืนอยู่หลังสุดฟังสิ่งที่คนบนเวทีพูดได้ไม่ค่อยถนัดนัก

ขณะที่เธอกำลังจะมองหาช่องว่างเพื่อแทรกตัวเดินไปข้างหน้า จู่ ๆ ก็มีคนมาสะกิดไหล่เธอเบา ๆ

เจียงชิ่นหันขวับไปมอง ก็เห็นว่าคนที่สะกิดเธอคือผู้ชายในชุดสูทสากลเต็มยศคนหนึ่ง

เมื่อเห็นว่าเธอหันมามอง ชายคนนั้นก็ทำมือส่งสัญญาณให้เธอเดินตามเขาไป

เจียงชิ่นรู้สึกงุนงงเล็กน้อย แต่ก็ยอมเดินตามเขาฝ่าฝูงชนออกไปด้านนอก เพื่ออยากจะรู้ว่าเขามีธุระอะไรกันแน่

จนกระทั่งเดินพ้นประตูห้องจัดเลี้ยง และมาหยุดยืนอยู่ที่โถงทางเดินอันว่างเปล่าด้านนอก เจียงชิ่นจึงหยุดฝีเท้าลง

"ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณคือ ? "

ชายหนุ่มหันกลับมา ยิ้มแล้วตอบว่า "คุณคือคุณเจียงชิ่นใช่ไหมครับ ผมเป็นผู้ช่วยของท่านประธานฟู่ครับ ท่านอยากจะพบคุณ ตอนนี้ท่านกำลังรออยู่ที่ชั้นสองครับ"

"รองประธาน ? " ( ฟู่ กับ ฝู้ ออกเสียงเหมือนกัน)

เจียงชิ่นพยายามเค้นสมองนึกว่า รองประธานของหยวนหางกรุ๊ปคือใครกันนะ

ผู้ช่วยยืนรออยู่อย่างใจเย็น จนกระทั่งเจียงชิ่นพยักหน้ารับ เขาถึงได้เดินนำทางต่อไป

ทั้งสองคนเดินขึ้นไปที่ชั้นสอง และมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบานหนึ่งที่ปิดสนิท

ผู้ช่วยเคาะประตูเบา ๆ มีเสียงผู้ชายดังแว่วมาจากด้านใน จากนั้นเขาก็หันมาผายมือเชื้อเชิญ

"คุณเจียง เชิญด้านในครับ"

ให้เธอเข้าไปคนเดียวงั้นเหรอ ?

ใจของเจียงชิ่นร่วงวูบ รู้สึกว่าชักจะทะแม่ง ๆ แล้วสิ ขืนข้างในเป็นผู้บริหารระดับสูงของหยวนหางที่คิดจะใช้อำนาจล่วงละเมิดทางเพศ ขึ้นมาจะทำยังไง ?

ถึงแม้เธอจะยังไม่เคยได้ยินว่าอาชีพสถาปนิกจะมีเรื่องการถูกล่วงละเมิดเพื่อแลกงานแบบนี้ก็เถอะ แต่บรรยากาศตอนนี้มันดูผิดปกติเกินไปจริง ๆ

เธออยากจะชนะการประกวดแบบสถาปัตยกรรมครั้งนี้ก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะต้องยอมเอาตัวเข้าแลกเสียหน่อย

"ฉันว่า..."

ในขณะที่เธอกำลังคิดจะหาข้ออ้างเพื่อกลับไปที่งานเลี้ยงด้านล่าง จู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดผางออกอย่างแรง

เจียงชิ่นสะดุ้งตกใจกับเสียงนั้น จนเผลอหันไปมองอย่างลืมตัว

ที่หน้าประตู ปรากฏร่างสูงโปร่งและสง่างามของชายหนุ่มคนหนึ่ง

เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวคู่กับกางเกงสแล็กสีกรมท่า ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ยืนหยัดอย่างสง่างามและโดดเด่น

เพียงแค่เจียงชิ่นปรายตามองเพียงแวบเดียว เธอก็ลืมวิธีหายใจไปในชั่วพริบตา ราวกับมีเสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นในโสตประสาท หน้าอกถูกกระแทกอย่างแรงจนชาวาบ

เธอยืนนิ่งงันเป็นรูปปั้น จ้องมองชายหนุ่มที่อยู่หลังบานประตูตาไม่กะพริบ

ชายหนุ่มเองก็จ้องมองเธอตาไม่กะพริบเช่นกัน สายตาของเขาทั้งอ่อนโยนและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักอันลึกซึ้ง ราวกับมีคำพูดนับพันนับหมื่นคำซ่อนอยู่ในแววตานั้น

ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าทำเอาผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับยืนเอ๋อแดกไปเลย

นี่มันสถานการณ์อะไรกันวะเนี่ย ?

ไหนท่านประธานบอกว่าอยากจะขอพบสถาปนิกเจ้าของแบบที่ชนะไม่ใช่เหรอ ?

แล้วทำไมถึงได้ทำหน้าเหมือนคนเพิ่งได้เจอคนรักที่พลัดพรากจากกันมานานหลายสิบปีแบบนี้ล่ะ ?

แล้วก็... ทำไมคุณสถาปนิกที่ชื่อเจียงชิ่นคนนี้ ถึงได้มีสีหน้าแบบเดียวกับท่านประธานเด๊ะเลยล่ะ ?

ในขณะที่ผู้ช่วยกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง วินาทีต่อมาเขาก็ต้องเบิกตากว้าง คำพูดที่เตรียมจะพ่นออกมาถูกกลืนกลับลงคอไปจนหมดสิ้น

เขาเห็นกับตาว่า จู่ ๆ เจียงชิ่นก็โผเข้ากอดรัดรอบเอวของท่านประธานของเขาแน่น ซุกใบหน้าลงกับแผงอกของเขา

แถม... ดูเหมือนจะร้องไห้ด้วย...

ผู้ช่วยยืนหน้าโง่เป็นไก่ตาแตกไปเลย

จนกระทั่งประตูห้องถูกปิดกระแทกใส่หน้าดัง 'ปัง' ผู้ช่วยถึงได้สติกลับคืนมา เขารีบหันซ้ายหันขวามองไปตามทางเดินด้วยความตื่นตระหนก กลัวว่าจะมีนักข่าวหรือปาปารัสซี่แอบซุ่มซ่อนอยู่แถวนี้

ขืนมีคนแอบถ่ายภาพเมื่อกี้ไปได้ล่ะก็ งานนี้ได้กลายเป็นข่าวฉาวระดับชาติหน้าหนึ่งแน่นอน !

จบบทที่ บทที่ 496 ตอนพิเศษ: การพานพบอีกครั้ง 4

คัดลอกลิงก์แล้ว