- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 493 ตอนพิเศษ: การพานพบอีกครั้ง 1
บทที่ 493 ตอนพิเศษ: การพานพบอีกครั้ง 1
บทที่ 493 ตอนพิเศษ: การพานพบอีกครั้ง 1
บทที่ 493 ตอนพิเศษ: การพานพบอีกครั้ง 1
เจียงชิ่นนึกขึ้นได้ว่า วันนี้เดิมทีเธอต้องไปเข้าร่วมการประชุมงานหนึ่ง
เพื่อการประชุมครั้งนี้ เมื่อวานเธอต้องอดหลับอดนอนวาดแบบแปลนจนถึงกลางดึก
ผลก็คือพอนอนหลับไปแล้วตื่นขึ้นมา เธอก็ไปโผล่อีกโลกหนึ่งซะแล้ว
ตอนนี้เธอกลับมาแล้ว และโลกใบเดิมก็เป็นไปตามที่ระบบเคยบอกไว้ว่า เวลาในโลกนี้จะหยุดนิ่งลง และจะเริ่มเดินต่ออีกครั้งก็ต่อเมื่อเธอกลับมา
เจียงชิ่นปีนลงจากเตียงด้วยอาการมึนงง แล้วเดินไปล้างหน้าแปรงฟันที่ห้องน้ำ
ตอนเดินผ่านห้องนั่งเล่น เธอกวาดสายตามองแวบหนึ่ง ในห้องไม่ได้มีข้าวของเสบียงอัดแน่นอยู่เต็มไปหมดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
ภายในห้องน้ำก็ยังเป็นเหมือนเดิมทุกอย่าง แปรงสีฟัน ยาสีฟัน และผ้าเช็ดตัว ล้วนถูกวางไว้อย่างเป็นระเบียบในที่ของมัน
เจียงชิ่นมองไปที่กระจก ในกระจกเงาสะท้อนใบหน้าของเธอเอง ไม่ใช่ใบหน้าที่เธอเห็นมานานหลายสิบปีในอีกโลกหนึ่ง
เธอจ้องมองตัวเองในกระจกอย่างเหม่อลอย ผ่านไปเนิ่นนานถึงได้เริ่มล้างหน้าแปรงฟันด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
เวลาไม่ค่อยจะมีแล้ว เหลือเวลาอีกแค่ชั่วโมงครึ่งก่อนการประชุมจะเริ่ม
รถค่อนข้างติดเวลาเดินทางจากบ้านไปที่จัดงาน น่าจะต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงเลยทีเดียว
ดังนั้นเจียงชิ่นจึงรีบแต่งตัวอย่างเร่งรีบ คุ้ยหาชุดสูทกระโปรงจากตู้เสื้อผ้ามาสวม เก็บแล็ปท็อปและแบบแปลนบนโต๊ะใส่กระเป๋าคอมพิวเตอร์ แล้วหิ้วเดินออกจากบ้านไป
ระหว่างที่ยืนรอลิฟต์ลงไปชั้นล่าง เจียงชิ่นก็ยังคงรู้สึกเลื่อนลอยอยู่บ้าง
จนกระทั่งเธอลงไปถึงโรงรถชั้นใต้ดิน และขึ้นไปนั่งบนรถยนต์ไฟฟ้าของตัวเอง ถึงได้สัมผัสถึงความสมจริงขึ้นมาบ้าง
เมื่อมือจับพวงมาลัย เจียงชิ่นก็ค้นพบความคุ้นเคยในอดีตกลับมา
แต่เส้นทางไปยังสถานที่จัดการประชุมกลับเลือนรางไปหมดแล้ว เจียงชิ่นเปิดระบบนำทาง และเลือกโหมดขับเคลื่อนอัตโนมัติให้รถพาไปยังสถานที่ประชุมตามที่อยู่ในระบบนำทาง
ระหว่างทาง เธอโทรศัพท์หาพ่อกับแม่
พ่อกับแม่เจียงอาศัยอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเมือง หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย เจียงชิ่นก็ย้ายออกจากบ้าน ทั้งสองคนออกเงินซื้ออพาร์ตเมนต์ใกล้ที่ทำงานให้เธอด้วยเงินสดเต็มจำนวน
"เสี่ยวชิ่น แม่ลูกกำลังทำกับข้าวอยู่น่ะ โทรมาแต่เช้าเชียว มีเรื่องอะไรหรือเปล่าลูก ? "
เจียงชิ่นโทรเข้าเบอร์มือถือของแม่ แต่เสียงที่ดังลอดมาตามสายกลับเป็นเสียงของพ่อเธอ
น้ำเสียงของพ่อเจียงเจือความประหลาดใจและแฝงไปด้วยความร้อนรนเล็กน้อย
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย เจียงชิ่นก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ขอบตาร้อนผ่าวและเปียกชุ่ม
เธอไม่กล้าพูด เพราะกลัวว่าถ้าเอ่ยปากพูด เสียงสะอื้นจะหลุดออกไปจนทำให้พ่อต้องเป็นห่วง
เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบกลับ พ่อเจียงก็รีบถามซ้ำ "เสี่ยวชิ่น ทำไมไม่พูดล่ะลูก ? เสี่ยวชิ่น ? "
เจียงชิ่นพยายามควบคุมอารมณ์อย่างสุดความสามารถ แล้วแสร้งทำน้ำเสียงให้ดูร่าเริงสดใส
"พ่อคะ หนูไม่ได้เป็นอะไรค่ะ แค่จะโทรมาถามว่าพ่อกับแม่อยู่บ้านสบายดีไหมคะ"
"พ่อกับแม่สบายดี วัน ๆ ก็อยู่แต่บ้าน ไม่มีอะไรก็ออกไปเดินเล่น ซื้อกับข้าว ที่บ้านปกติสุขดีทุกอย่าง ลูกไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ตั้งใจทำงานเถอะ"
"แล้วเสี่ยวเหวินล่ะคะ ? ช่วงนี้ฝึกงานราบรื่นดีไหมคะ ? "
เสี่ยวเหวินก็คือ 'เจียงเหวิน' น้องสาวของเจียงชิ่น อีกหนึ่งปีก็จะเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว ช่วงนี้กำลังฝึกงานอยู่ที่รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง
"น้องสบายดี เมื่อคืนยังบ่นถึงลูกอยู่เลย บอกว่าคิดถึงลูกมาก อ้อ จริงสิ สุดสัปดาห์นี้ถ้าไม่ยุ่งล่ะก็ กลับมากินข้าวที่บ้านสิ เดี๋ยวให้แม่ทำข้าวคลุกมันปูของโปรดลูกให้กิน แล้วก็ทำหม้อไฟด้วย ลูกทำงานหนักเกินไปแล้วนะ ครอบครัวเราไม่ได้กินข้าวพร้อมหน้ากันมาเกือบเดือนแล้วนะ"
"เย็นนี้หนูจะกลับไปเลยค่ะ"
เจียงชิ่นโพล่งออกไป มือที่ถือโทรศัพท์อยู่สั่นเทาเล็กน้อย
เกือบเดือนที่ไหนกันล่ะ เธอและครอบครัวต้องพลัดพรากจากกันมานานถึงห้าสิบหกปีเต็ม ๆ ต่างหาก
"ตกลง ดีเลยงั้น เดี๋ยวพ่อจะไปบอกแม่เขานะ"
พ่อเจียงตอบกลับด้วยเสียงหัวเราะ เจียงชิ่นสามารถสัมผัสได้ถึงความดีใจในน้ำเสียงของเขาผ่านทางโทรศัพท์
"พ่อคะ ไว้เจอกันตอนเย็นนะคะ"
พอไปถึงสถานที่จัดการประชุม ผู้ช่วยของเธอก็มารออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นเจียงชิ่น เธอก็รีบเดินเข้ามาหาทันที
"หัวหน้าเจียงคะ"
ผู้ช่วยของเธอชื่อ 'เหยาเหยา' เป็นนักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบใหม่และเข้ามาทำงานกับเธอได้แค่สามเดือนเท่านั้น
แม้จะทำงานมาได้ไม่นาน แต่เด็กสาวก็หัวไวมาก แถมยังขยันขันแข็งและทุ่มเทรับผิดชอบในหน้าที่การงานอย่างเต็มที่
เจียงชิ่นจึงค่อนข้างพอใจในตัวเธอมาก
"เหยาเหยา เอกสารที่ต้องใช้ในที่ประชุมเตรียมไว้พร้อมหรือยัง ? "
"เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ อยู่ในนี้ทั้งหมดเลย"
เหยาเหยาหยิบเอกสารจากในกระเป๋าเอกสารส่งให้เจียงชิ่น
เจียงชิ่นรับมาเปิดดูและตรวจสอบตั้งแต่ต้นจนจบ คิ้วของเธอค่อย ๆ ขมวดเข้าหากันเรื่อยๆ
เหยาเหยาเห็นแล้วก็รู้สึกหวั่นใจ จึงรีบถามขึ้นว่า "หัวหน้าเจียงคะ ฉันทำอะไรผิดพลาดตรงไหนหรือเปล่าคะ ? "
เจียงชิ่นชี้ไปที่เอกสารหลายจุด "ตรงพวกนี้... ฉันเป็นคนสั่งให้เธอทำแบบนี้เหรอ ? "
"ใช่ค่ะ ก่อนจะเตรียมเอกสาร หัวหน้าเรียกฉันเข้าไปในห้องทำงานเพื่ออธิบายรายละเอียดให้ฟังอย่างเจาะจงเลยนี่คะ" เหยาเหยาตอบอย่างจริงจัง
เป็นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ มันตรงกับความทรงจำอันเลือนรางของเธอ เอกสารพวกนี้เหยาเหยาเป็นคนเตรียมมาตามไอเดียที่เธอเป็นคนสั่งเองทั้งหมด
เจียงชิ่นถอนหายใจเฮือกใหญ่ ระดับความสามารถทางวิชาชีพของเธอในตอนนั้น... มันห่วยแตกขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ?
หลายสิบปีที่ทะลุมิติไป เจียงชิ่นได้ศึกษาหาความรู้และข้องเกี่ยวในหลากหลายสาขาวิชา และยังประสบความสำเร็จอย่างสูงในทุก ๆ สาขาด้วย
พอกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง เธอสูญเสียมิติไปแล้ว และระบบก็ขาดการติดต่อไปด้วย
แต่ทว่าความรู้เหล่านั้นยังคงถูกบรรจุไว้ในสมองของเธออย่างครบถ้วน
เมื่อเอาปริมาณความรู้ที่ตกผลึกมานานหลายสิบปีของเธอ มามองย้อนดูระดับความสามารถในการทำงานของตัวเองในอดีต มันช่างน่าอับอายจนไม่กล้าเอาไปโชว์ใครเลยจริง ๆ
เจียงชิ่นหยิบเอาแบบแปลนที่รีบร้อนยัดใส่กระเป๋าคอมพิวเตอร์เมื่อเช้าออกมาดูอีกครั้ง
ทนดูไม่ได้เลย นี่มันวาดอะไรออกมาเนี่ย
การประชุมในวันนี้คือการประชุมยื่นประกวดแบบสถาปัตยกรรม โครงการที่เปิดยื่นแบบก็คือ อาคารสำนักงานใหญ่ของหยวนหางกรุ๊ป ในปักกิ่ง
หยวนหางกรุ๊ปเป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ เดิมทีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ทางตอนใต้
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เนื่องจากการขยายธุรกิจและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น หยวนหางกรุ๊ปจึงตัดสินใจย้ายสำนักงานใหญ่มาที่ปักกิ่ง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องสร้างอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์อันโดดเด่นในปักกิ่งขึ้นมาใหม่
เมื่อสามเดือนก่อน หยวนหางกรุ๊ปได้เริ่มเปิดประกวดแบบสถาปัตยกรรมเพื่อคัดเลือกแบบร่างสำหรับอาคารสำนักงานใหญ่ ทันทีที่เจียงชิ่นเห็นประกาศการประกวดแบบสถาปัตยกรรม เธอก็เกิดความสนใจขึ้นมาทันที
หยวนหางกรุ๊ปเป็นถึงบริษัทที่ติดท็อปเท็นในทำเนียบบริษัท 500 อันดับแรกของโลก ความยิ่งใหญ่ของมันนั้นสามารถจินตนาการได้เลย
หากได้เป็นหัวหน้าผู้ออกแบบอาคารสำนักงานใหญ่ของหยวนหางกรุ๊ป ไม่ว่าสำหรับสถาปนิกคนไหน มันก็จะเป็นผลงานชิ้นโบแดงบนเรซูเม่ของพวกเขาอย่างแน่นอน
ความเย้ายวนใจระดับนี้ ไม่มีสถาปนิกคนไหนต้านทานได้ เจียงชิ่นเองก็เช่นกัน
แต่เมื่อมองดูแบบแปลนในมือตอนนี้ เจียงชิ่นก็รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ตอนนั้นตัวเองไปเอาความมั่นใจมากมายขนาดนั้นมาจากไหน ถึงได้คิดว่าแบบแปลนฉบับนี้มันดีเลิศนัก ?
ถึงขั้นคิดว่าถ้าใช้แบบนี้ล่ะก็ จะสามารถเอาชนะคู่แข่งอีกนับร้อยชีวิต แล้วคว้าสิทธิ์ในการออกแบบอาคารสำนักงานใหญ่ของหยวนหางมาได้แน่ ๆ ?
นี่มันตลกสิ้นดี
สมกับคำที่ว่า 'ผู้ไม่รู้ย่อมไม่เกรงกลัวสิ่งใด' จริง ๆ
เจียงชิ่นแทบอยากจะหยิบคอมพิวเตอร์ออกมา แล้วเขียนแบบแปลนใหม่ตรงนั้นเดี๋ยวนั้นเลย
ทว่าเหลือเวลาอีกแค่สิบนาที การประกวดแบบสถาปัตยกรรมก็จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ตอนนี้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ทันทั้งนั้น
เหยาเหยาสังเกตเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเจียงชิ่น จึงถามด้วยความกระวนกระวาย "เกิดอะไรขึ้นคะ ? แบบแปลนและเอกสารของเรามีปัญหาตรงไหนหรือเปล่าคะ ? "
เจียงชิ่นระบายลมหายใจเบา ๆ เงยหน้าขึ้นแล้วฝืนยิ้มให้เธอ
"ไม่มีปัญหาอะไรหรอก ไปกันเถอะ การประชุมใกล้จะเริ่มแล้ว"
ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ความคิดในหัวของเจียงชิ่นก็พลิกแพลงไปมาหลายตลบแล้ว
ยังไงซะ ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดก็แค่ประกวดแบบสถาปัตยกรรมตกไป วันนี้ก็ถือซะว่ามาดูงานเพื่อเปิดหูเปิดตาก็แล้วกัน เน้นเข้าร่วมก็พอ
ตอนที่พวกเธอเดินเข้าไป ภายในสถานที่ประชุมก็มีคนนั่งอยู่เต็มไปหมด เจียงชิ่นเพิ่งจะหย่อนก้นนั่งลง ก็มีผู้หญิงสาวคนหนึ่งเดินปรี่เข้ามา แล้วมายืนอยู่ข้าง ๆ ที่นั่งของเธอ